เรื่อง มหาตำนานวิถีสวรรค์: จารึกมังกรบรรพกาล
บที่ 746: อรุณรุ่งแห่งการล่มสลาย
ความเงียบงันี่เกิดจากการยอมรับในโชคชะตาอันหนักอึ้งนั้น... ดำรงอยู่ได้เพียงชั่วลมหายใจเดียว
ครืนนนนนนนนนนนนน!
เสียงสั่นสะเทือนี่รุนแรงราวกับจักรวาลทั้งใบกำลังจะฉีกขาดออกจากกันได้ระเบิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน! มันไม่ใช่การสั่นไหวธรรมดา... แต่มันคือการกรีดร้องของมิติี่กำลังจะดับสูญ! โถงถ้ำหทัยเหมันต์ี่เคยเป็นดั่งพื้นี่ศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลับสั่นคลอนอย่างบ้าคลั่งราวกับเรือลำน้อยกลางมหาสมุทรี่บ้าคลั่ง เพดานผลึกน้ำแข็งสีนิลกาฬี่สูงจนสุดสายตาปรากฏรอยร้าวขนาดมหึมานับไม่ถ้วน แสงสีฟ้าเยือกเย็นี่เคยส่องสว่างอย่างสงิ่ง บัดนี้กลับกะพริบถี่กระชั้นราวกับลมหายใจสุดท้ายของเทพเจ้าี่กำลังจะสิ้นใจ
เศษผลึกน้ำแข็งขนาดน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเบื้องราวกับ-่าฝนแห่งเหมันต์นิรันดร์ กลิ่นอายอันบริสุทธิ์ของพลังชีวิตี่เคยอบอวลอยู่ บัดนี้ถูกแทนี่ด้วยกลิ่นไหม้ของโอโซนี่เกิดจากการเสียดสีกันของกฎเกณฑ์แห่งมิติ และกลิ่นฝุ่นผงโบราณี่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลนับอสงไขย เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าวิญญาณบาปี่เคยถูกกักขังไว้ภายนอก บัดนี้กลับดังแทรกซึมเข้ามาในทุกอณูของอากาศ...เสียงแห่งความยินดีี่ได้เห็นคุกของตนกำลังจะพังทลาย
"เกิด...เกิดอะไรขึ้น!?" หนึ่งในองครักษ์เกราะทองคำรามลั่นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาี่เคยสงิ่งจากการได้พักฟื้น บัดนี้กลับซีดเผือดไร้สีเลือด เขามองไปยังรอยแยกสีดำทมิฬี่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ...รอยแยกี่ไม่ได้นำไปสู่ี่ใด...แต่มันคือปากทางสู่ "ความว่างเปล่า" ี่แท้จริง มันดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง...ทั้งแสง...เสียง...และแม้กระทั่งเศษเสี้ยวแห่งความหวัง...ให้หายเข้าไปในความมืดมิดี่ไร้ก้นบึ้ง!
ความโกลาหลได้ปะทุขึ้นในทันที! เหล่าผู้รอดชีวิตี่เพิ่งจะผ่านพ้นจากความตายมาหมาดๆ ต่างรีบโคจรพลังทั้งหมดี่หลงเหลืออยู่น้อยนิดขึ้นมาสร้างเกราะป้องกันโดยสัญชาตญาณ สัญชาตญาณี่กรีดร้องบอกพวกเขาว่า...ความตายระลอกใหม่ี่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม...ได้มาเยือนแล้ว!
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น...มีเพียงร่างของเด็กหนุ่มผมดำผู้หนึ่งี่ยังคงยืนนิ่ง...ราวกับรากไม้บรรพกาลี่หยั่งลึกลงไปในแก่นกลางของจักรวาล เย่เฟิงไม่ได้ตื่นตระหนก...ไม่ได้หวาดกลัว...ในดวงตาสีนิลของเขา มีเพียงความเจ็บปวดอันลึกล้ำและความสำนึกผิดี่มากมายมหาศาลจนแทบจะกลืนกินดวงวิญญาณของเขาให้แหลกสลาย เขารู้...เขารู้ดีว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร มันคือผลพวงจากการกระทำของเขา...ไม่ใช่...มันคือผลพวงจากการกระทำของ "อดีตชาติ" ของเขา การปลดปล่อยผู้พิทักษ์...การเปิดเผยความจริง...มันได้ทำลายสมดุลสุดท้ายี่ค้ำจุนมิติแห่งนี้ไว้ และบัดนี้...ทุกสิ่งกำลังจะพังทลายลงมาเป็นเถ้าถ่าน
‘นี่คือบาปของข้า...’ ความคิดนั้นไม่ได้เป็นเพียงเสียงกระซิบอีกต่อไป แต่มันคือเสียงคำรามี่ดังก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึกของเขา เขาคือผู้สืบทอด...คือผู้ี่ต้องมารับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมี่บรรพบุรุษของตนได้ก่อขึ้น ความเจ็บปวดจากการสูญเสียสำนักกระบี่เมฆาคล้อย...ความเจ็บปวดจากการต้องเห็นสหายล้มตาย...ความู้ึไร้พลังทั้งหมดี่เขาเคยประสบพบเจอมา...บัดนี้มันได้หวนกลับมาัถมลงจิตวิญญาณของเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้...มันหนักหน่วงกว่าเดิมนับล้านเท่า เพราะเขารู้แล้วว่าต้นตอของวัฏจักรแห่งความทุกข์ทรมานนี้...มันเริ่มต้นมาจากตัวเขาเอง...จากความรักี่บิดเบี้ยว...และความยึดมั่นในระเบียบจนกลายเป็นทรราชย์ของราชันย์มังกรแห่งระเบียบ
แต่แล้ว...ท่ามกลางพายุแห่งความู้ึผิดี่บ้าคลั่งนั้น...ภาพใบหน้าี่ซีดเผือดแต่ยังคงเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นของเฟิ่งซีอิงและเซี่ยหนิงฉางก็ได้สว่างวาบขึ้นในใจของเขา ภาพของหลงจ้านี่คุกเข่าลงและยอมรับในตัวเขา...ภาพของเหล่าผู้รอดชีวิตี่ฝากฝังชีวิตทั้งหมดไว้ในกำมือของเขา...ภาพเหล่านั้นได้กลายเป็นสายฟ้าี่ฟาดลงมากลางใจกลางพายุ...ปลุกให้สติี่กำลังจะจมดิ่งลงไปในความมืดมิดของเขาตื่นขึ้น! ‘ไม่...ไม่ใช่ตอนนี้...’ เขาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรามลั่น เขาบังคับให้ตนเองกดข่มทุกความเจ็บปวดและความู้ึผิดลงไปในส่วนี่ลึกี่สุดของจิตใจ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสำนึกผิด...ไม่ใช่เวลามาจมอยู่กับอดีต...ตอนนี้คือเวลาแห่งการรับผิดชอบ!
"หยุดตื่นตระหนก!"
เสียงคำรามี่ไม่ได้ดัง...แต่กลับทรงพลังราวกับอสุนีบาตสวรรค์ได้ระเบิดออกมาจากร่างของเย่เฟิง! มันคือเสียงี่แฝงไว้ด้วยอำนาจเผด็จการแห่งสายเลือดราชันย์มังกรโดยไม่รู้ตัว! เสียงนั้นได้ทะลวงผ่านทุกความโกลาหลและความหวาดกลัว...กระแทกเข้าไปในจิตสำนึกของผู้รอดชีวิตทุกคน...บังคับให้พวกเขาต้องหยุดชะงักและหันมามองเป็นตาเดียว!
"มารวมตัวกันี่ข้า! เดี๋ยวนี้!"
"เจ้าบ้าไปแล้วรึ!?" หลงจ้านคำรามลั่น แววตาของเขาี่เคยเต็มไปด้วยความเคารพ บัดนี้กลับลุกโชนขึ้นด้วยความเดือดดาลและไม่เชื่อสายตาอีกครั้ง "นั่นไม่ใช่ทางรอด! นั่นคือการเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งความตาย!"
หลังจากี่เย่เฟิงประกาศแผนการอันบ้าคลั่งของเขาออกมา ความเงียบี่น่าอึดอัดก็เข้าครอบงำทุกสิ่งอีกครั้ง...ก่อนจะถูกทำลายลงด้วยเสียงคัดค้านอย่างรุนแรงของหลงจ้าน แผนการของเย่เฟิงนั้นเรียบง่าย...แต่ก็บ้าคลั่งจนึขีดสุด เขาไม่ได้เสนอให้หาทางหนี...แต่กลับเสนอให้ทุกคนมุ่งหน้าไปยัง "ใจกลาง" ของการล่มสลาย...ไปยังตำแหน่งี่ "หทัยเหมันต์" เคยตั้งอยู่...ี่ซึ่งรอยแยกของมิติปรากฏขึ้นหนาแน่นและรุนแรงี่สุด!
"นั่นคือจุดี่พลังงานปั่นป่วนี่สุด! คือจุดี่กฎเกณฑ์พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ!" สตรีจากตำหนักดารากล่าวเสริม น้ำเสียงของนางี่เคยสงิ่ง บัดนี้กลับแฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างไม่อาจปิดบัง นางมองไปยังรอยแยกสีดำทมิฬี่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ณ ใจกลางโถงถ้ำ "พลังปราณของเราจะถูกดูดกลืนจนหมดสิ้นก่อนี่เราจะเข้าใกล้ได้ด้วยซ้ำ!"
คำพูดของนางคือความจริงี่ทุกคนต่างเข้าใจดี ก่อนหน้านี้พวกเขาได้พยายามแล้ว หลงจ้านได้ลองใช้พลังหอกมังกรของเขากระแทกเข้าใส่กำแพงมิติี่ดูเหมือนจะเปราะบางี่สุด แต่ผลลัพธ์ี่ได้กลั่าสิ้นหวัง พลังทั้งหมดของเขาถูก "กลืนกิน" หายเข้าไปในรอยแยกนั้นโดยไม่เหลือแม้แต่ระลอกคลื่น สตรีแห่งตำหนักดาราก็เช่นกัน นางได้ลองใช้ค่ายกลดาราเพื่อสร้างประตูมิติชั่วคราว แต่กฎเกณฑ์ี่บิดเบี้ยวของสถานี่แห่งนี้ก็ได้ฉีกกระชากค่ายกลของนางจนแหลกสลายในพริบตา พวกเขาได้พิสูจน์แล้ว...พลังทำลายล้างนั้นไร้ความหมาย ณ ี่แห่งนี้
เย่เฟิงจ้องมองเข้าไปในดวงตาี่ลุกโชนของหลงจ้าน...เขาสัมผัสได้ึความกลัวี่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความโกรธนั้น มันไม่ใช่ความกลัวตาย...แต่คือความกลัวี่จะต้องสูญเสียสหายี่เหลือรอดไปอีกครั้ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายเย็นเยียบของมิติี่กำลังแตกสลายบาดลึกเข้าไปในปอดของเขา แต่กลับช่วยให้จิตใจของเขาสงิ่งลงได้อย่างน่าประหลาด ‘นี่คือบททดสอบแรก...บททดสอบแห่งความเป็นผู้นำ...’ เขาไม่ได้คิดี่จะใช้พลังบารมีเพื่อบังคับบัญชาอีกต่อไป เขาเข้าใจแล้ว...ผู้นำี่แท้จริงไม่ได้สั่งการด้วยอำนาจ แต่ชี้นำด้วยวิสัยทัศน์และความเชื่อมั่น
"ท่านพูดถูก" เย่เฟิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคน "หากเราใช้พลังเข้าปะทะ...มันคือการฆ่าตัวตาย" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย...แล้วหันไปมองยังใจกลางของพายุแห่งความโกลาหลนั้นด้วยแววตาี่ลึกล้ำราวกับกำลังมองเห็นในสิ่งี่ผู้อื่นมองไม่เห็น "แต่หากเราเข้าใจ 'รูปแบบ' ของมัน...การล่มสลายี่ดูเหมือนจะไร้ระเบียี้...แท้จริงแล้วมันมี 'จังหวะ' ของมันอยู่" เขาใช้เนตรมังกรบรรพกาล...มองให้ลึกทะลุผ่านปรากฏการณ์ี่น่าสะพรึงกลัวเบื้องหน้า...มองลึกลงไปึแก่นแท้ของกฎเกณฑ์ี่กำลังฉีกขาดออกจากกัน ในสายตาของคนอื่น...มันคือภาพแห่งหายนะ...แต่ในสายตาของเขา...มันคือภาพของแม่น้ำี่เชี่ยวกราก...แม่น้ำี่กำลังไหลไปในทิศทางเดียว...สู่ "จุดรวม" เพียงจุดเดียว
‘ราชันย์แห่งระเบียบ...’ จิตใต้สำนึกของเขากระซิบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำจากอดีตชาติี่เขาเคยพยายามจะกดข่มไว้ บัดนี้กลับมอบ "ญาณทิพย์" ี่เขาต้องการมากี่สุด ในฐานะผู้สร้างกฎเกณฑ์...เขาย่อมมองเห็น "ช่องโหว่" ของกฎเกณฑ์ี่กำลังจะพังทลายได้ชัดเจนกว่าผู้ใด ‘นี่ไม่ใช่ความโกลาหลี่บริสุทธิ์...แต่มันคือการ "คลายตัว" ของระเบียบี่ซับซ้อนเกินไป...มันกำลังพยายามจะกลับคืนสู่สภาวะดั้งเดิม...สภาวะแห่งความว่างเปล่า’ เขาวิเคราะห์ต่อไปในใจ...สมองทำงานด้วยความเร็วี่ไม่เคยเป็นมาก่อน ‘มันมีจุดศูนย์กลาง...มีกระแสหลัก...และมี "จุดสมดุล" เพียงจุดเดียว...จุดี่พลังทั้งหมดจะหักล้างกันเองจนเกิดเป็น "ความสงิ่ง" ชั่วพริบตา...ก่อนี่ทุกสิ่งจะถูกกลืนกินหายไปตลอดกาล’
"เราจะไมฝ่าเข้าไป" เย่เฟิงประกาศขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและมั่นคงยิ่งกว่าเดิม "แต่เราจะ 'ล่อง' ไปตามกระแสธารแห่งการล่มสลายนี้...ไปยัง 'ตาพายุ' ี่ใจกลาง...ี่นั่น...คือี่ี่ประตูสู่โลกภายนอกจะเปิดออก...เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น"
สิ้นคำพูดนั้น...ความเงียบี่หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิมก็ได้เข้าครอบงำทุกสิ่งอีกครั้ง แผนการของเขา...มันไม่ได้บ้าคลั่ง...แต่มันอยู่เหนือจินตนาการโดยสิ้นเชิง! มันคือการเต้นรำคมดาบแห่งความตาย...คือการเดิมพันด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง...ทฤษฎีี่ไม่มีผู้ใดสามารถพิสูจน์ได้
"แล้วถ้าเจ้าผิดล่ะ!?" หลงจ้านคำรามสวนกลับมาในทันที ความอดทนของเขาใกล้จะึขีดจำกัดแล้ว "ถ้ามันไม่มี 'ตาพายุ' ี่ว่านั่นล่ะ!? พวกเราทั้งหมดจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่ธุลีวิญญาณ!"
"ใช่...มีความเป็นไปได้" เย่เฟิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา...ความสงิ่งของเขาช่างน่ากลัวเสียจนทำให้จิตใจของทุกคนต้องสั่นสะท้าน "แต่ถ้าเรายังคงยืนอยู่ี่นี่...ความตายคือสิ่งเดียวี่รอคอยเราอยู่"
เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคนอีกครั้ง...ในแววตาของเขาไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว มีเพียงความเด็ดเดี่ยวี่พร้อมจะแบกรับทุกผลลัพธ์ี่จะตามมา "ข้าจะไม่บังคับใคร...แต่ข้าจะไป...เพราะนี่คือความรับผิดชอบของข้า" เขามองลึกลงไปในดวงตาของหลงจ้าน...ดวงตาของสตรีแห่งตำหนักดารา...และดวงตาของผู้รอดชีวิตทุกคน...ราวกับจะจารึกใบหน้าของพวกเขาไว้เป็นครั้งสุดท้าย “ข้าคือผู้ปลุกหายนะนี้ขึ้นมา...และข้า...ก็จะเป็นผู้นำพาทุกคนออกไปจากี่นี่...หรือตายไปพร้อมกับมัน”
การปะทะกันของสองเจตจำนงได้แช่แข็งเวลาไว้ชั่วขณะ หลงจ้านจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเย่เฟิง...พยายามจะค้นหาร่องรอยของความบ้าคลั่ง...ความหวาดกลัว...หรือความไม่แน่ใจ...แต่เขากลับไม่พบสิ่งใดเลย...สิ่งี่เขามองเห็น...มีเพียงความสงิ่งี่ลึกเกินหยั่งึ...และความรับผิดชอบอันหนักอึ้งี่มากมายมหาศาลจนสามารถแบกรับได้แม้กระทั่งสวรรค์และปฐพี เด็กหนุ่มเบื้องหน้าเขา...เขาไม่ได้กำลังเสนอทางรอด...แต่เขากำลังเสนอ "ความหวัง"...ความหวังสุดท้ายี่เปราะบางราวกับแสงเทียนท่ามกลางพายุ...แต่ก็เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวี่พวกเขามีในตอนนี้
‘นี่คือสิ่งี่ราชันย์ี่แท้จริงเป็นสินะ...’ ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจของหลงจ้านโดยไม่รู้ตัว เขาเคยรับใช้จักรพรรดิมังกรสวรรค์...เคยเห็นผู้ปกครองี่ยิ่งใหญ่มานับไม่ถ้วน...แต่เขาไม่เคยเห็นใครี่มีแววตาเช่นนี้มาก่อน...แววตาของผู้ี่ยอมรับในภาระของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ...แววตาของผู้ี่พร้อมจะเดินเข้าสู่ใจกลางพายุ...ไม่ใช่เพื่อตนเอง...แต่เพื่อผู้ี่เดินตามหลังเขามา ความหยิ่งทระนงในสายเลือดมังกรของเขา...ความเชื่อมั่นในพลังอำนาจของตนเอง...บัดนี้ได้พังทลายลงมาอย่างสิ้นเชิงต่อหน้าเจตจำนงอันบริสุทธิ์นี้
เย่เฟิงู้ึได้ึภาระี่กดัลงบ่าของเขา...มันไม่ใช่แค่ชีวิตของสหายี่เขาต้องแบกรับ...แต่คือความผิดพลาดของอดีตชาติี่กำลังจะตัดสินชะตากรรมของทุกคนในปัจจุบัน เขารู้ดีว่าแผนการของเขานั้นเสี่ยงเกินไป...มันคือการเดิมพันี่อาจพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาอีกครั้ง...เหมือนกับี่เขาเคยสูญเสียสำนักของตนเองไปในอดีต ภาพของความล้มเหลว...ภาพของความตาย...มันยังคงฉายชัดอยู่ในใจ...แต่เขาก็รู้ดี...การยอมจำนนต่อความกลัว...คือความตายี่แท้จริง เขาต้องเชื่อมั่น...เชื่อมั่นในวิถีแห่งสมดุลี่เขาเพิ่งจะค้นพบ...เชื่อมั่นในสัญชาตญาณ...และี่สำคัญี่สุด...คือเชื่อมั่นในสหายี่พร้อมจะเดิมพันชีวิตไปกับเขา
ในี่สุด...หลงจ้านก็เป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน เขากัดฟันแน่นจนสันกรามปรากฏขึ้นเป็นรอยนูน...ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งอีกครั้ง! แต่คราวนี้...มันไม่ใช่การคุกเข่าเพื่อขอบคุณ...แต่มันคือการคุกเข่าเพื่อ "สวามิภักดิ์"!
"นำทางไป...ราชันย์แห่งข้า"
คำพูดนั้นไม่ได้ดัง...แต่กลับหนักแน่นราวกับคำสัตย์ปฏิญาณี่จารึกไว้ในสายเลือด มันคือการยอมรับอย่างสมบูรณ์...คือการมอบชีวิต...มอบจิตวิญญาณ...และมอบความเชื่อใจทั้งหมด...ไว้ในกำมือของเด็กหนุ่มผู้ไร้ซึ่งพลังปราณ...แต่กลับมีหัวใจของราชันย์ี่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียว
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??