เรื่อง มหาตำนานวิถีสวรรค์: จารึกมังกรบรรพกาล
บทที่ 896: ปีกแห่งรุ่งอรุณและเงาที่ไล่หลัง
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม ท้องนภาเหนือมหานครดาราเร้นถูกฉีกกระชากด้วยคลื่นพลังงานที่บ้าคลั่ง
เบื้องล่างนั้น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือความพินาศย่อยยับที่งดงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน "หอคอยศาสตรา" โลหะสีดำทมิฬนับร้อยที่เคยลอยตระหง่านเสียดฟ้า บัดนี้เมื่อไร้ซึ่ง "ค่ายกลแกนกลาง" คอยค้ำจุน พวกมันก็เริ่มสูญเสียอำนาจการลอยตัว โครงสร้างโลหะบิดเบี้ยวและส่งเสียงกรีดร้องเสียดหู ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดินราวกับดาวตกสีดำที่ไร้ค่า
ฝุ่นควันและเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นปกคลุมทั่วทั้งนคร เปลี่ยนมหานครที่เคยรุ่งโรจน์ให้กลายเป็นทะเลเพลิงภายในพริบตา
"อึก...!"
บนหลังของพยัคฆ์ดาวตกทมิฬที่กำลังทะยานฝ่าม่านเมฆด้วยความเร็วสูงสุด ร่างของเย่เฟิงกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เขาพยายามกลั้นความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก แต่ไม่อาจต้านทานได้ ในที่สุดเขาก็โก่งคออาเจียนออกมา
พรวด!
โลหิตสีดำสนิทและร้อนระอุราวกับน้ำมันเดือดพุ่งออกจากปากของเขา รดลงบนขนสีนิลของพยัคฆ์จนเกิดเสียง ฉ่า และไอควันสีขาวลอยคลุ้ง กลิ่นคาวเลือดที่เจือปนด้วยกลิ่นไหม้ของแก่นชีวิตทำให้บรรยากาศบนหลังพยัคฆ์หนักอึ้งลงในทันที
"เย่เฟิง!"
เฟิ่งซีอิงหวีดร้องด้วยความตกใจ นางรีบโผเข้ามาประคองร่างที่ซูบผอมและสั่นเทาของเขาไว้ในอ้อมแขน มือเรียวบางรีบทาบลงบนแผ่นหลังของเขา ถ่ายทอดปราณชีวิตสีเขียวมรกตเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต
"อย่าฝืน... ท่านอย่าฝืนเดินพลังอีกเลย รากฐานของท่าน..." น้ำเสียงของนางสั่นเครือ ดวงตาคู่งามคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาเมื่อสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าภายในร่างของชายหนุ่ม
เย่เฟิงหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด ทว่าดวงตาสีทองอำพันคู่นั้นกลับยังคงสงบนิ่งและลึกล้ำดุจมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง เขาค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้นปาดคราบเลือดที่มุมปาก
สายตาของเขาเลื่อนไปมองปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าอก...
มันไม่ใช่สีดำสนิทดุจรัตติกาลอีกต่อไป
แต่เป็นสีขาวโพลน... ขาวโพลนราวกับหิมะพันปีที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
นี่คือราคาที่เขาต้องจ่าย... ราคาแห่งการแลกเปลี่ยนกับกาลเวลาเพื่อดึงวิญญาณของสหายกลับมาจากความตาย
"แค่ผมขาว..." เย่เฟิงเอ่ยเสียงแหบพร่า แต่มุมปากกลับยกยิ้มบางๆ ที่ดูอ่อนโยนและเด็ดเดี่ยว "เทียบกับชีวิตของหลิวเทียนซงแล้ว... ราคานี้ถือว่าถูกยิ่งนัก"
คำพูดนั้นทำให้หลิวเทียนซงที่ยืนระวังภัยอยู่ท้ายขบวนถึงกับตัวสั่นสะท้าน แผ่นหลังที่กว้างใหญ่ของจักรพรรดิอมตะสั่นไหวเล็กน้อย เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาที่มองออกไปเบื้องหลังเต็มไปด้วยความจงรักภักดีที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งเพื่อเจ้านายผู้นี้
"นายท่าน..." หลิวเทียนซงกระซิบในลำคอ "ชีวิตที่เหลืออยู่ของข้า... เป็นของท่านแล้ว"
"คิดจะหนี? ฝันไปเถอะ!!"
เสียงคำรามด้วยโทสะของซิงหลัวดังไล่หลังมา ราวกับเสียงของมารร้ายที่กัดไม่ปล่อย แม้ระยะทางจะห่างออกไปไกลแล้ว แต่จิตสังหารที่รุนแรงยังคงพุ่งทะลุผ่านอากาศมาทิ่มแทงผิวหนังจนเจ็บแสบ
ครืนนนนน!
ท่ามกลางกลุ่มควันเหนือซากเมือง "เรือเหาะรบเกราะทมิฬ" สามลำขนาดมหึมา แหวกม่านควันพุ่งออกมาดุจฉลามร้ายที่ได้กลิ่นคาวเลือด ลำตัวของพวกมันสร้างจากโลหะดาราที่สลักเสลาด้วยอักขระอาคมสีแดงฉาน ปีกโลหะขนาดใหญ่กระพือพัดสร้างคลื่นลมที่รุนแรง
ไม่เพียงแค่นั้น ฝูง "วิหคอินทรีเหล็กไหล" นับร้อยตัว ซึ่งเป็นสัตว์อสูรจักรกลที่ถูกสร้างขึ้นจากศาสตร์บรรพกาล ก็บินโฉบลงมาจากท้องฟ้า เสียงปีกโลหะที่ตัดผ่านอากาศดังหวีดหวิวแสบแก้วหู
"ยิง! อย่าให้พวกมันรอดไปได้!" ซิงหลัวที่ยืนอยู่บนหัวเรือรบคำรามสั่งการ
วูบ! วูบ! วูบ!
ค่ายกลบนเรือเหาะและปากของอินทรีเหล็กไหลเปล่งแสงเจิดจ้า ก่อนจะปลดปล่อย "ศรแสงอาคม" นับพันดอกพุ่งเข้าใส่กลุ่มของเย่เฟิงดุจห่าฝนแห่งความตาย!
ลำแสงสีแดงฉานกรีดร้องแหวกอากาศ พลังทำลายล้างของแต่ละดอกเพียงพอที่จะระเบิดภูเขาทั้งลูกให้กลายเป็นจุณ
"ระวัง!" เฟิ่งซีอิงหน้าถอดสี นางกอดเย่เฟิงและเด็กสาวไว้แน่น พยายามจะกางม่านพลังป้องกัน แต่ด้วยสภาพที่อ่อนแอ นางรู้ดีว่าไม่อาจต้านทานได้
แต่ก่อนที่ศรแสงจะมาถึง...
"ฮึ่ม! เศษเหล็กพรรค์นี้ คิดจะทำร้ายนายท่านงั้นรึ?"
หลิวเทียนซงแค่นเสียงเย็นชา ร่างของเขาหายวับไปจากหลังพยัคฆ์
วินาทีต่อมา เขาปรากฏตัวขึ้นกลางเวหา ขวางกั้นระหว่างพยัคฆ์และ-่าฝนศรแสง ร่างกายของเขาเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้า แรงกดดันระดับจักรพรรดิอมตะขั้นกลางระเบิดออกมาดุจพายุคลั่ง
"เคล็ดกระบี่เมฆา... วายุพิทักษ์!"
ชิ้ง!
กระบี่ในมือของเขาวาดออกไปอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน ปราณกระบี่สีครามนับหมื่นสายก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงวายุหมุนขนาดมหึมา หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหวิวสะเทือนเลื่อนลั่น
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
ศรแสงอาคมนับพันดอกที่พุ่งเข้ามา ปะทะเข้ากับกำแพงวายุและถูกปัดกระเด็นออกไปอย่างไร้ทิศทาง บ้างก็ระเบิดกลางอากาศกลายเป็นดอกไม้ไฟแห่งความตาย บ้างก็สะท้อนกลับไปโดนฝูงอินทรีเหล็กไหลจนร่วงหล่นดั่งใบไม้ร่วง
"เข้ามา!"
หลิวเทียนซงไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาเหยียบอากาศดีดตัวพุ่งเข้าใส่ฝูงอินทรีเหล็กไหลด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
"กระบี่เมฆา... ตัดพิรุณ!"
แสงกระบี่สายหนึ่งพาดผ่านท้องฟ้า มันบางเฉียบและรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด แต่กลับทรงพลังจนตัดผ่านเกราะโลหะของอินทรีเหล็กไหลนับสิบตัวขาดครึ่งในดาบเดียว!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เศษซากโลหะและชิ้นส่วนจักรกลร่วงกราวลงสู่พื้นเบื้องล่าง หลิวเทียนซงร่ายรำกระบี่กลางเวหาราวกับเทพสงคราม ทุกท่วงท่าดุดันและเด็ดขาด ไม่มีอินทรีตัวใดสามารถผ่านด่านเขาเข้ามาได้แม้แต่ตัวเดียว
"นี่คือพลังของ... ขุนพลแห่งราชันย์มังกร!"
เสียงตะโกนของหลิวเทียนซงดังก้องกังวาน ประกาศนามใหม่ของตนด้วยความภาคภูมิใจ
"ไป! อย่าหยุด!" เย่เฟิงกัดฟันสั่งการ แม้จะมองเห็นการต่อสู้อันยอดเยี่ยมของหลิวเทียนซง แต่เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงการซื้อเวลา กองทัพของซิงหลัวมีมากเกินไป และพลังของหลิวเทียนซงก็มีขีดจำกัด
พยัคฆ์ดาวตกทมิฬสัมผัสได้ถึงเจตจำนงของนายเหนือหัว มันคำรามลั่น ร่างกายของมันเริ่มลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดำ... มันกำลังเผาผลาญ "แก่นโลหิต" ของตนเองเพื่อเร่งความเร็วขั้นสูงสุด!
ฟึ่บ!
ร่างของพยัคฆ์กลายเป็นเส้นแสงสีดำ พุ่งทะยานผ่านม่านพลังชั้นสุดท้ายของมหานครดาราเร้นที่กำลังปิดตัวลง
ฉีกกระชาก!
เสียงม่านพลังฉีกขาดดังสนั่น พยัคฆ์ดาวตกพาเย่เฟิงและคณะทะลุผ่านออกมาได้สำเร็จในวินาทีสุดท้าย
เบื้องหน้าของพวกเขา คือท้องฟ้าสีครามสดใสและ "ทะเลเมฆ" ที่กว้างใหญ่ไพศาลไร้ที่สิ้นสุด แสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดส่องลงมากระทบใบหน้า ขับไล่ความมืดมิดและกลิ่นคาวเลือดแห่งสงครามให้เลือนหายไป
หลิวเทียนซงที่รั้งท้าย ดีดตัวครั้งสุดท้าย สลัดหลุดจากฝูงศัตรูและพุ่งตามมาลงจอดบนหลังพยัคฆ์อย่างแม่นยำ แม้จะหอบหายใจและมีบาดแผลเพิ่มขึ้น แต่แววตาของเขากลับเปี่ยมด้วยความปิติยินดี
"เรา... รอดแล้วขอรับ"
เย่เฟิงไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่มองกลับไปเบื้องหลัง... มองดูเงามืดของมหานครที่กำลังเล็กลงเรื่อยๆ
เขาสัมผัสได้... สายตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและอาฆาตมาดร้าย ยังคงจ้องมองเขามาจากยอดซากปรักหักพังนั้น
'ซิงหลัว... ครั้งหน้า ข้าจะเป็นฝ่ายไปหาเจ้าเอง'
ขณะที่ทุกคนกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอก เย่เฟิงกลับขมวดคิ้วมุ่น
เขาลองพยายามโคจรพลัง... ไม่ใช่พลังปราณที่สูญเสียไป แต่เป็นพลังกายาบรรพกาลที่ควรจะพลุ่งพล่านอยู่ในเลือดเนื้อและกระดูก
ทว่า... สิ่งที่เขาพบกลับเป็นความเงียบงัน
ความเงียบงันที่น่าหวาดหวั่น
พลังกายที่เคยบดขยี้มิติได้ บัดนี้กลับสงบนิ่งราวกับมหาสมุทรที่ถูกแช่แข็ง ไม่ว่าเขาจะพยายามกระตุ้นเพียงใด มันก็ไม่ตอบสนอง ราวกับว่า... ราวกับว่ามังกรบรรพกาลในร่างของเขาได้เข้าสู่การจำศีลลึก หรือเลวร้ายกว่านั้น...
หรือว่าการฝืนใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อช่วยชีวิตหลิวเทียนซง จะทำให้เขาต้องสูญเสียมันไป... ตลอดกาล?
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??