เรื่อง มหาตำนานวิถีสวรรค์: จารึกมังกรบรรพกาล
บทที่ 931: ปากเหวแห่งเสียงครวญ
ผืนป่าทมิฬกำลังกรีดร้อง
ไม่ใช่เสียงของสัตว์อสูร และไม่ใช่เสียงของลมพายุ แต่เป็นเสียงของแผ่นดินที่กำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยอำนาจทำลายล้างที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
"เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!"
ลำแสงพลังงานสีแดงเลือดขนาดมหึมานับสิบสายพุ่งทะลุชั้นเมฆลงมา กระแทกพื้นป่าอย่างต่อเนื่องราวกับ-่าฝนแห่งมัจจุราช ทุกจุดที่ลำแสงสัมผัส ไม่มีการระเบิดที่รุนแรงในทันที แต่เป็นการ "ระเหย" สรรพสิ่งให้หายไปในพริบตา ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้าที่ยืนหยัดมานับพันปีกลับกลายเป็นไอหมอกสีแดงฉาน หินผาละลายกลายเป็นลาวาเหลวไหลนองไปทั่วบริเวณ
กลิ่นไหม้ของกำมะถันและโอโซนฉุนกึกจนแสบจมูก ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศจนอากาศบิดเบี้ยว ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังถูกโยนลงไปในเตาหลอม
ท่ามกลางนรกบนดินแห่งนี้ เงาร่างห้าสายกำลังพุ่งทะยานฝ่าดงระเบิดด้วยความเร็วสูงสุด
"ซ้าย! หักหลบไปทางซ้ายเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนของเย่เฟิงดังก้องแข่งกับเสียงกัมปนาท เขาไม่ได้ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบ เพราะพลังปราณในร่างของเขาเหือดแห้งไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่เขาใช้ "สัญชาตญาณ" ดิบเถื่อนที่ถูกขัดเกลามาจากสนามรบนับพันครั้ง ผสานกับประสาทสัมผัสที่เฉียบคมเหนือมนุษย์ของ "กายาบรรพกาล"
ดวงตาของเย่เฟิงหรี่ลง เขามองเห็นการกระเพื่อมของอากาศก่อนที่ลำแสงจะตกกระทบ เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของประจุพลังงานที่กำลังก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้า
"ตูม!"
ลำแสงสายหนึ่งตกกระแทกห่างจากจุดที่พวกเขายืนเมื่อครู่เพียงไม่กี่ก้าว แรงอัดอากาศมหาศาลซัดสาดเข้ามาจนร่างของหลงเทียนกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่
"อัก!"
องค์รัชทายาทกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าที่เคยสูงศักดิ์บัดนี้ซีดเผือดและเปรอะเปื้อนด้วยโคลนตม ดวงตาสีทองอำพันเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่กัดกินเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เขาไม่เคยเห็นสงคราม... ไม่เคยเห็นการสังหารหมู่ที่ไร้ความปรานีเช่นนี้มาก่อน
"ลุกขึ้น!" เย่เฟิงพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของหลงเทียน "ถ้าเจ้าตายอยู่ตรงนี้ แผนการของอาเจ้าก็สำเร็จสมบูรณ์!"
"มัน... มันเป็นไปไม่ได้..." หลงเทียนพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด "ปืนใหญ่ดารา... กองเรือรบเกราะทอง... นั่นมันกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวง... ทำไม... ทำไมพวกเขาถึงหันปากกระบอกปืนใส่ข้า..."
"เพราะอำนาจมันหอมหวานกว่าสายเลือด!" เย่เฟิงตะคอกเรียกสติ เขาเหวี่ยงร่างของหลงเทียนไปให้หลงจ้านรับช่วงต่อ "หลงจ้าน! ลากเขาไป! อย่าให้เขาหยุดวิ่งเด็ดขาด!"
"ขอรับนายท่าน!"
หลงจ้านคำรามตอบรับด้วยเสียงที่แหบแห้ง บนแผ่นหลังกว้างของเขามีร่างที่หมดสติของเซี่ยหนิงฉางถูกมัดติดไว้อย่างแน่นหนา แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือสภาพของเขาเอง เกล็ดมังกรสีนิลที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล บัดนี้แตกละเอียดและหลุดร่อนไปเกือบครึ่งแผ่นหลัง เผยให้เห็นเนื้อสดๆ ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดจากการเอาตัวเข้าบังกระสุนปืนใหญ่เพื่อปกป้องทุกคนก่อนหน้านี้
แต่ถึงกระนั้น ขุนพลมังกรคลั่งผู้นี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอฝีเท้าลงแม้แต่น้อย
"ทางนี้!" เฟิ่งซีอิงร้องบอก นางวิ่งนำหน้าพร้อมเข็มทิศดวงดาวในมือ แสงสีเงินจางๆ จากเข็มทิศกำลังชี้ไปยังทิศตะวันตก ทิศทางที่ดูเหมือนจะมืดมิดที่สุด "ข้าสัมผัสได้ถึงกระแสลมที่ผิดปกติ... มันต้องเป็นทางเข้าช่องแคบแน่!"
"ไป!" เย่เฟิงสั่งการ เขารั้งท้ายขบวน สายตาจับจ้องไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเรือรบเหล็กกล้าที่ลอยลำอยู่เหนือเมฆ ราวกับฝูงแร้งทมิฬที่รอคอยจะโฉบลงมาขย้ำเหยื่อ
กลุ่มคนทั้งห้าวิ่งฝ่าดงเพลิงและซากปรักหักพัง ป่าทมิฬที่เคยรกทึบและเต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์อสูร บัดนี้กลับราบเป็นหน้ากลอง สัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างพากันวิ่งหนีตายอย่างอลหม่าน หรือไม่ก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
ยิ่งวิ่งลึกเข้าไปทางทิศตะวันตก เสียงระเบิดกัมปนาทก็เริ่มเบาลง แต่กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงอื่นที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
"หวีด... หวิว..."
เสียงลมหวีดหวิวแหลมสูง ดังระงมก้องมาจากเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านช่องเขาธรรมดา แต่มันฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องโหยหวนของดวงวิญญาณนับล้านที่กำลังทนทุกข์ทรมาน เสียงนั้นเสียดแทงเข้าไปในโสตประสาท ทำให้รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ
และแล้ว ผืนป่าก็สิ้นสุดลงกะทันหัน
เบื้องหน้าของพวกเขา คือความ่าเป่า
มันคือหน้าผาที่ตัดดิ่งลงไปในความมืดมิด เป็นรอยแยกขนาดมหึมาที่พาดผ่านผืนแผ่นดิน ราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันสมานของโลกใบนี้ ความกว้างของมันไกลสุดลูกหูลูกตา และความลึกของมัน... ไม่มีใครมองเห็นก้นบึ้ง
ไอหมอกสีเทาหม่นลอยวนเวียนอยู่ภายในหุบเหว และเสียงกรีดร้องโหยหวนนั้นก็ดังขึ้นมาจากใต้หมอกเหล่านั้น
"นี่มัน..." หลงเทียนหยุดชะงักที่ริมหน้าผา ขาของเขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้น หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "ช่องแคบอสูรครวญ... ตำนานเป็นเรื่องจริง..."
"มันคืออะไร?" เย่เฟิงถามเสียงเรียบ สายตายังคงกวาดมองไปรอบๆ เพื่อหาทางลง
"มันคือทางตาย!" หลงเทียนตะโกนเสียงหลง ชี้มือสั่นๆ ลงไปในความมืด "ตำนานราชวงศ์กล่าวไว้... ช่องแคบนี้คือรอยแยกที่เชื่อมต่อกับนรกภูมิ! ใครก็ตามที่ตกลงไป ไม่เคยมีใครได้กลับขึ้นมา... แม้แต่บรรพชนระดับจักรพรรดิเซียน!"
"นรกภูมิหรือ..." เย่เฟิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว แต่กลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความท้าทาย "ข้าเคยเดินเข้าออกนรกมาแล้ว... และที่นั่นก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าโลกมนุษย์นักหรอก"
"แต่ท่านไม่เข้าใจ!" หลงเทียนแย้ง "ข้างล่างนั่นมี 'วาฬวิญญาณ' อาศัยอยู่! เสียงของมันจะทำลายวิญญาณของพวกเราจนแตกสลายก่อนที่จะถึงก้นเหวเสียอีก!"
"วาฬวิญญาณ..." เฟิ่งซีอิงทวนคำ สีหน้าเคร่งเครียด นางมองดูเข็มทิศในมือ เข็มของมันหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ไม่สามารถระบุทิศทางได้อีกต่อไป "เย่เฟิง... พลังวิญญาณในหุบเหวนี้รุนแรงและปั่นป่วนมาก เข็มทิศใช้การไม่ได้ และพลังของข้าอาจจะไม่พอที่จะกางม่านป้องกันให้ทุกคน"
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" เย่เฟิงกล่าวตัดบท เขาหันหลังกลับไปมองทางที่เพิ่งวิ่งมา
แสงสีแดงฉานกำลังไล่หลังมาติดๆ เสียงระเบิดดังกึกก้องใกล้เข้ามาทุกที ฝูงเรือรบเริ่มลดระดับลงต่ำ เพื่อเตรียม "กวาดล้าง" พื้นที่ให้สิ้นซาก
"พวกมันกำลังตีวงล้อมเข้ามา" เย่เฟิงกล่าว "ถ้าเราอยู่ที่นี่ เราตายแน่... แต่ถ้าเราลงไปข้างล่าง เรายังมีโอกาสรอดหนึ่งส่วน"
"หนึ่งส่วน!" หลงเทียนโวยวาย "นั่นมันแทบจะเท่ากับศูนย์!"
"หนึ่งส่วน ก็ยังดีกว่าศูนย์!"
เย่เฟิงตะคอกกลับ เขาเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อหลงเทียนดึงให้ลุกขึ้นยืน ดวงตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ตื่นตระหนกของอีกฝ่าย
"ฟังข้าให้ดี หลงเทียน... ตอนนี้เจ้าไม่ใช่รัชทายาท และข้าก็ไม่ใช่ข้ารับใช้ของเจ้า เราเป็นแค่คนหนีตายสองคน... ถ้าเจ้าอยากทวงคืนบัลลังก์ ถ้าเจ้าอยากล้างแค้นให้อาของเจ้าต้องชดใช้... เจ้าต้องกล้าที่จะกระโดดลงไปในความมืด!"
คำพูดของเย่เฟิงเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจ หลงเทียนชะงัก เขาหันกลับไปมองแสงไฟแห่งการทำลายล้างที่กำลังคืบคลานเข้ามา แล้วหันกลับมามองความมืดมิดเบื้องล่าง ความแค้นและความกลัวตีกันยุ่งเหยิงในอก
"นายท่าน!" หลงจ้านตะโกนเตือน "พวกมันมาแล้ว!"
เหนือศีรษะของพวกเขา เรือรบเกราะทองลำมหึมาลำหนึ่งแหวกชั้นเมฆลงมา ป้อมปืนใหญ่ดาราใต้ท้องเรือเริ่มเปล่งแสงสีแดงเจิดจ้า เล็งเป้ามาที่ริมหน้าผาอย่างแม่นยำ
"หมดเวลาลังเลแล้ว"
เย่เฟิงกล่าวเสียงเย็น เขาไม่รอให้หลงเทียนตัดสินใจ เขาออกแรงกระชากร่างขององค์รัชทายาท แล้วเหวี่ยงลงไปในหุบเหวทันที!
"อ๊ากกกกก!"
เสียงร้องของหลงเทียนหายลับไปในความมืด เย่เฟิงหันมาพยักหน้าให้หลงจ้านและเฟิ่งซีอิง
"ไป!"
ทั้งสามกระโดดตามลงไปในวินาทีเดียวกัน
"เปรี้ยง—!!"
ลำแสงพลังงานขนาดใหญ่ยิงกระแทกขอบหน้าผาที่พวกเขายืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน หินผาแตกละเอียดและถล่มลงมาตามหลังพวกเขา แรงระเบิดส่งคลื่นกระแทกที่รุนแรงซัดร่างของพวกเขาร่วงหล่นลงไปในความมืดเร็วยิ่งขึ้น
ความรู้สึกไร้น้ำหนักเข้าครอบงำเย่เฟิง ลมพายุหวีดหวิวบาดผิวหน้าราวกับใบมีด ทัศนียภาพเบื้องบนที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงค่อยๆ ห่างออกไป กลายเป็นเพียงจุดแสงเล็กๆ บนท้องฟ้า
ความมืดมิดโอบล้อมรอบตัว กลิ่นอายความตายและพลังวิญญาณที่หนาวเหน็บแทรกซึมเข้ามาในทุกอณูขุมขน
แต่ในวินาทีนั้นเอง ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลม เย่เฟิงกลับได้ยินเสียงอื่น...
"ครืนนนนน..."
มันเป็นเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ ไม่ได้ดังมาจากเบื้องบน แต่ดังมาจาก "ก้นบึ้ง" ที่พวกเขากำลังร่วงหล่นลงไป
เย่เฟิงฝืนลืมตาขึ้น พยายามเพ่งมองฝ่าความมืด
และเขาก็เห็นมัน...
ดวงตาสีน้ำเงินเรืองแสงขนาดมหึมาคู่หนึ่ง กำลังค่อยๆ เบิกโพลงขึ้นในความมืดมิดเบื้องล่าง...
มันไม่ใช่ดวงตาของสัตว์อสูรธรรมดา แต่มันใหญ่โตราวกับดวงจันทร์สองดวงที่ลอยอยู่ใต้พิภพ และมันกำลังจ้องมอง "อาหาร" ที่ร่วงหล่นลงมาหาด้วยความหิวโหยอันเงียบงัน
ปากเหวแห่งเสียงครวญ... ไม่ได้่าเป่าอย่างที่ิ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??