เรื่อง มหาตำนานวิถีสวรรค์: จารึกมังกรบรรพกาล
บทที่ 952: เขี้ยวพายุและคมดาบเงา
"ผู้... ทรยศ..."
เสียงกรีดร้องนั้นไม่ได้ดังผ่านอากาศ แต่ัดังก้องขึ้นใจิตวิญญาณทุกคนบนเรือธงราชันย์มังกร ัเป็นเสียงที่เสียดแทงราวกับใบมีดสนิมเขรอะที่ขูดไปบนกระดูก สร้างความหนาวเหน็บที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลังทหารกล้านับหมื่น
ทันใดนั้น ซากยานรบโบราณ "พยัคฆ์คำรน" ที่ลอยเคว้งคว้างดุจศพไร้วิญญาณ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัว
ครืนนนนน!
เสียงเครื่องจักรโบราณคำรามก้อง แสงไฟสีม่วงอมแดงที่เคยวูบวาบตามลำตัวเรือ บัดนี้ระเบิดออกมาราวกับลาวาที่ปะทุจากปล่องภูเขาไฟ รอยต่อแผ่นเกราะเหล็กกล้าที่ผุพังเริ่มขยับเขยื้อน ราวกับกล้ามเนื้อสัตว์ร้ายที่กำลังเกร็งตัวเพื่อเตรียมกระโจนเข้าใส่เหยื่อ
ไอพิษสีเขียวคล้ำพวยพุ่งออกมาจากท่อระบายความร้อนที่บิดเบี้ยว ปกคลุมร่างยักษ์ัไว้ใม่านหมอกแห่งความตาย
"ตรวจพบการรวบรวมพลังงานระดับสูง!" เสียงตะโกนนายทหารสื่อสารดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก "ป้อมปืนหลักั... กำลังเล็งมาที่เรา!"
ปากกระบอกปืนใหญ่สีดำทมิฬนับร้อยกระบอกบนตัวเรือพยัคฆ์คำรน หันขวับมาทางกองเรือเกราะทองอย่างพร้อมเพรียง ภายใลำกล้องมีแสงสีม่วงเข้มอัดแน่นจนสั่นระริก
"กางม่านพลังสูงสุด! เตรียมยิงสวน!" หลงจ้านตะโกนสั่งการ เสียงคำรามเขาก้องกังวานแข่งกับเสียงพายุ
"ช้าก่อน!"
เสียงเรียบเฉยแต่ทรงอำนาจเย่เฟิงหยุดทุกการเคลื่อนไหว เขาไม่ได้หันกลับมามอง แต่ดวงตาที่สามกลางหน้าผากยังคงจับจ้องไปที่ซากเรือยักษ์นั้นเขม็ง
"อย่าเสียพลังงานไปกับการยิงแลก..." เย่เฟิงกล่าวเสียงเย็น "เกราะพยัคฆ์คำรนถูกสร้างขึ้นจาก 'เหล็กทมิฬพันปี' แม้จะผุพัง แต่ปืนใหญ่ปราณธรรมดาเจาะัไม่เข้า... และเราไม่มีเวลามาเล่นยื้อยุดกับคนตาย"
"แล้วจะให้ทำอย่างไรขอรับนายท่าน?"
เย่เฟิงแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้แม้แต่หลงจ้านยังต้องขนลุก
"ใเมื่อัอยากจะเข้ามากัดเรานัก... ก็ยัดเยียดความตายให้ัถึงปากเลยสิ"
เย่เฟิงสะบัดชายเสื้อคลุม พลังปราณสีทองคำขาวระเบิดออกจากร่าง พุ่งขึ้นสู่ยอดเสากระโดงเรือและแผ่ขยายออกไปครอบคลุมเรือธงทั้งลำ เปลี่ยนสภาพเรือรบให้กลายเป็นลูกศรแสงขนาดยักษ์
"ถ่ายทอดคำสั่ง... พุ่งชนเต็มกำลัง!"
"พ... พุ่งชน!?"
ไม่มีเวลาให้ลังเล แสงสีม่วงจากปากกระบอกปืนศัตรูสว่างวาบขึ้น
ตูม! ตูม! ตูม!
ลำแสงพลังงานวิญญาณนับร้อยสายพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดุจ-่าฝนดาวตก แต่เย่เฟิงไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขาควบคุมเรือธงให้เร่งความเร็วขึ้นจนถึงขีดสุด ฝ่าดงกระสุนเข้าไปตรงๆ
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ลำแสงสีม่วงกระแทกเข้ากับม่านพลังสีทองเย่เฟิงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ท้องฟ้าสว่างวาบราวกับกลางวัน แต่เรือธงราชันย์มังกรกลับไม่สะเทือนแม้แต่น้อย ัแหวกผ่านเปลวเพลิงและการระเบิดเข้าไปราวกับมังกรที่กำลังโกรธเกรี้ยว
ระยะห่างลดลงอย่างรวดเร็ว... ร้อยลี้... ห้าสิบลี้... สิบลี้...
"ยึดที่มั่น!" เย่เฟิงคำราม
โครมมมมมม!
เสียงโลหะปะทะโลหะดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก หัวเรืออันแหลมคมราชันย์มังกรพุ่งชนเข้าที่กลางลำตัวซากเรือพยัคฆ์คำรนอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลฉีกกระชากเกราะเหล็กทมิฬที่ว่าแข็งแกร่งจนขาดสะบั้น เศษเหล็กและชิ้นส่วนเครื่องจักรปลิวว่อนไปทั่วอวกาศ
หัวเรือธงเจาะลึกเข้าไปใร่างศัตรู ล็อกติดกันแน่นราวกับกรงเล็บมังกรที่ตะปบเหยื่อ
แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานห้องบัญชาการ แต่เย่เฟิงยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง เท้าทั้งสองข้างตรึงแน่นกับพื้น
"ตอนนี้แหละ... หลงจ้าน!"
"รับบัญชา!"
หลงจ้านคำรามก้อง ร่างกายเขาขยายใหญ่ขึ้น เกล็ดมังกรสีทองปรากฏขึ้นปกคลุมทั่วร่าง เขาพุ่งตัวออกจากดาดฟ้าเรือธง นำทัพหน่วยรบพิเศษเกราะทองร้อยนาย กระโจนข้ามช่องว่างเข้าสู่ภายใซากเรือพยัคฆ์คำรน
ภายใซากเรือพยัคฆ์คำรนไม่ได้มืดสนิทอย่างที่คิด แต่ัถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงฉานจากไฟฉุกเฉินที่กระพริบถี่ๆ กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นเน่าเหม็นซากศพตลบอบอวลจนน่าสะอิดสะเอียน
ทันทีที่เท้าหลงจ้านแตะพื้นดาดฟ้า เงาตะคุ่มนับร้อยก็พุ่งเข้ามาหาพวกเขาจากเงามืด
"ฆ่า... ฆ่า..."
เสียงครางต่ำๆ ดังระงม พวกัคืออดีตลูกเรือยานลำนี้... แต่บัดนี้ร่างกายพวกเขาเน่าเฟะและถูกแทนที่ด้วยชิ้นส่วนจักรกล แขนข้างหนึ่งเป็นกระดูก อีกข้างเป็นเลื่อยยนต์ ดวงตากลวงโบ๋มีไฟสีม่วงลุกโชน
"พวกสวะเนโคร..." หลงจ้านแค่นเสียงด้วยความรังเกียจและโกรธแค้นที่เห็นร่างวีรชนถูกย่ำยี "ข้าจะปลดปล่อยพวกเจ้าเอง!"
ฉัวะ!
กรงเล็บมังกรหลงจ้านตวัดวูบเดียว ร่างศัตรูสามตัวที่พุ่งเข้ามาก็ขาดสะบั้นเป็นชิ้นๆ เลือดสีดำคล้ำสาดกระจายเต็มผนัง
แต่พวกัไม่รู้จักความเจ็บปวด ไม่รู้จักความกลัว แม้ร่างกายจะขาดครึ่งท่อน ส่วนบนก็ยังคงตะเกียกตะกายเข้ามาใช้ฟันเหล็กฉีกกัด
"อย่าหยุด! มุ่งหน้าไปที่ห้องเครื่อง!" หลงจ้านตะโกนสั่งการพร้อมกับกระโจนเข้าใส่กลุ่มศัตรูเหมือนพายุคลั่ง เขาใช้ไหล่กระแทกศัตรูจนกระเด็น ใช้กรงเล็บฉีกกระชากแผ่นเกราะและเนื้อหนังอย่างบ้าคลั่ง
หน่วยรบเกราะทองตั้งขบวนรบรูปหอก ตามหลังหลงจ้านไปติดๆ คมดาบและหอกยาวพวกเขาเปล่งแสงสังหาร ฟาดฟันใส่กองทัพผีดิบจักรกลอย่างไม่ปรานี
การต่อสู้กลายเป็นความโกลาหลใพื้นที่แคบ เสียงโลหะกระทบกัน เสียงฉีกกระชากเนื้อหนัง และเสียงระเบิดพลังปราณดังประสานกันเป็นบทเพลงแห่งความตาย
"ข้างหน้า! ประตูกั้นห้องเครื่อง!"
ประตูเหล็กหนาหนักขวางทางอยู่เบื้องหน้า ัถูกลงอักขระป้องกันไว้อย่างแน่นหนา
"ถอยไป!"
หลงจ้านรวบรวมพลังปราณไว้ที่กำปั้นขวา แสงสีทองสว่างจ้าจนแสบตา
เปรี้ยง!
กำปั้นมังกรกระแทกเข้าใส่บานประตูเหล็กเต็มแรง เสียงโลหะบิดงอดังบาดหู ประตูหนานับนิ้วยุบตัวลงไปเป็นรูปกำปั้น ก่อนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ภายให้องเครื่อง แกนกลางพลังงานสีม่วงขนาดมหึมากำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ัเชื่อมต่อกับสายระโยงระยางที่ฝังเข้าไปใผนังเนื้อเรือ ราวกับหัวใจปีศาจที่สูบฉีดความชั่วร้ายไปทั่วลำยาน
และที่หน้าแกนกลางนั้น... มีร่างหนึ่งยืนขวางอยู่
ร่างนั้นสวมชุดเกราะแม่ทัพที่ผุพัง... บนหน้าอกมีตราสัญลักษณ์พยัคฆ์คำรน...
หลงจ้านชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"ท่านแม่ทัพ... จาง..."
ร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่เหลือเพียงกะโหลกครึ่งซีก อีกครึ่งหนึ่งถูกแทนที่ด้วยแผ่นโลหะและดวงตาจักรกลสีแดงฉาน
"ผู้... บุก... รุก..."
เสียงแหบพร่านั้นไร้ซึ่งความทรงจำ ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ มีเพียงโปรแกรมสังหารที่ถูกตั้งค่าไว้
หลงจ้านกัดฟันแน่นจนได้ยินเสียงบดกราม ความโศกเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะ
"อภัยให้ข้าด้วย..."
หลงจ้านพุ่งเข้าใส่ร่างอดีตแม่ทัพ จังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายชักดาบยาวที่หักบิ่นออกมาต้านรับ
เคร้ง!
แรงปะทะทำให้พื้นห้องเครื่องทรุดตัวลง หลงจ้านไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตั้งตัว เขาเบี่ยงตัวหลบคมดาบและซัดฝ่ามือเข้าที่กลางอกร่างนั้นเต็มแรง พลังปราณมังกรระเบิดออก ทำลายเกราะและโครงกระดูกภายใจนละเอียด
ร่างแม่ทัพจางกระเด็นไปกระแทกกับแกนกลางพลังงานสีม่วงด้านหลัง
ตูม!
แกนกลางวิญญาณแตกร้าว พลังงานสีม่วงรั่วไหลออกมาอย่างรุนแรงและเริ่มระเบิดต่อเนื่อง
"ถอยทัพ! ด่วน!" หลงจ้านตะโกนก้อง
หน่วยรบเกราะทองรีบพาร่างหลงจ้านถอยฉากออกมาจากห้องเครื่อง วิ่งย้อนกลับทางเดิมด้วยความเร็วสูงสุด
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซากเรือพยัคฆ์คำรนเริ่มบิดเบี้ยวและฉีกขาดจากภายใ
ทันทีที่เท้าคนสุดท้ายแตะพื้นดาดฟ้าเรือธง เย่เฟิงก็สั่งปลดล็อกและถอยเรือทันที
บึ้มมมมม!
ซากยานรบยักษ์ระเบิดออกเป็นจุณ เปลวไฟสีม่วงและเศษซากโลหะปลิวว่อนไปทั่วอวกาศ แรงระเบิดรุนแรงจนผลักดันหมอกหนารอบด้านให้จางหายไป
แสงสว่างจากแรงระเบิดทำหน้าที่เหมือนพลุสัญญาณ... เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใความมืดมิดเบื้องหลังม่านหมอก
เย่เฟิงยืนนิ่งอยู่บนหัวเรือ สายตาเขาจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความเย็นเยียบที่จับขั้วหัวใจ
ซากเรือพยัคฆ์คำรน... เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
เบื้องหน้า ใความเวิ้งว้างอันไพศาลหน้าประตูแห่งดารา... ปรากฏเงาตะคุ่มนับพันนับหมื่น
ัคือ "สุสานยานรบ" ที่ไร้จุดสิ้นสุด... ซากยานรบโบราณ ซากศพมังกรยักษ์ และป้อมปราการลอยฟ้าที่พังทลาย ลอยเรียงรายกันสุดลูกหูลูกตา
และทันใดนั้น...
วูบ... วูบ... วูบ...
แสงไฟสีม่วงแบบเดียวกับที่เห็นบนเรือพยัคฆ์คำรน ก็เริ่มสว่างขึ้นทีละดวง... สองดวง... ร้อยดวง... หมื่นดวง...
ดวงตาจักรกลสีม่วงนับหมื่นคู่ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกันใความมืด จ้องมองมาที่ผู้บุกรุกเพียงกลุ่มเดียวด้วยเจตจำนงสังหารที่พร้อมเพรียงกันจนน่าขนลุก
เย่เฟิงกำหมัดแน่น พลังปราณใกายปั่นป่วนอย่างรุนแรง
"พวกัไม่ได้แค่เฝ้าประตู..." เย่เฟิงพึมพำเสียงต่ำ "พวกั 'เป็น' ส่วนหนึ่งประตู... และเราเพิ่งจะเีเข้าไปใรังพวกั"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??