เรื่อง อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์
บที่ 1252: ทัณฑ์สวรรค์ถล่มปฐพี
ท้องฟ้าเหนือวิหารใต้ดินไม่ได้ถล่มลงมาเพราะความเก่าแก่ แต่มันพังทลายลงเพราะ "อำนาจ" ี่ไม่อาจต่อกร
วินาทีี่เย่เฉินประกาศสงครามจบลง เสียงตอบรับจากเบื้องบนคือเสียงกัมปนาที่ดังจนแก้วหูของผู้ฝึกตนระดับต่ำต้องระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เพดานหินหนาทึบนับร้อยวาี่เคยกั้นขวางโลกเบื้องบนและเบื้องล่าง บัดนี้กลับดูเปราะบางราวกับแผ่นกระดาษี่กำลังถูกไฟเผา
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ลำแสงเวทมนตร์สีทองนับพันสายพุ่งเจาะทะลุชั้นหินลงมาพร้อมกัน ราวกับ-่าฝนแห่งการพิพากษาี่ไม่มีวันหยุดยั้ง แสงสว่างจ้าบาดตาจนโถงถ้ำี่เคยมีเพียงแสงสลัวถูกย้อมไปด้วยสีทองคำขาวแห่งความตาย
ไม่มีการเจรจา ไม่มีการประกาศนามแม่ทัพ มีเพียงเจตจำนงเดียวี่ส่งลงมาพร้อมกับแสงเหล่านั้น... ลบล้าง
"กางม่านพลัง! เร็วเข้า!"
เสียงตะโกนของผู้เฒ่าเหอดังแทรกผ่านเสียงระเบิด กลุ่มเงาพเนจรี่ตื่นตระหนกรีบเร่งพลังปราณเฮือกสุดท้าย สร้างม่านพลังสีเทาขุ่นขึ้นเหนือศีรษะ มันเป็นความพยายามี่น่าสมเพช ราวกับมดปลวกี่พยายามชูใบไม้ขึ้นบังพายุฝน
ตูม!
เพียงแค่ลำแสงแรกสัมผัส ม่านพลังของพวกเขาก็แตกกระจายเหมือนฟองสบู่!
แรงกระแทกส่งร่างของผู้ฝึกตนสามคนในแนวหน้าปลิวระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดทันที เศษแขนขาและอวัยวะภายในสาดกระเซ็นไปทั่วผนังถ้ำ กลิ่นคาวเลือดสดใหม่พุ่งขึ้นมาผสมกับกลิ่นโอโซนไหม้เกรียมของเวทมนตร์สวรรค์ สร้างบรรยากาศของนรกบนดินี่สมบูรณ์แบบ
เย่เฉินเงยหน้ามองหายนะี่กำลังร่วงหล่นลงมา นัยน์ตาของเขาหดเกร็ง
'พวกมันไม่ได้กะจะขุดหาของ...' ความคิดของเขาแล่นเร็วรี่ท่ามกลางความโกลาหล 'พวกมันกะจะฝังทุกอย่างี่นี่ให้หายไปพร้อมกับวิหาร!'
หินก้อนมหึมาขนาดเท่าบ้านเรือนร่วงลงมาตรงตำแหน่งี่เขายืนอยู่ เย่เฉินไม่หลบ แต่เขากระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง
"ขึ้นไป!"
วิ้ง!
ลูกบาศก์จักรพรรดิอสูร ในตันเถียนหมุนวนทวนเข็มนาฬิกา ปลดปล่อยคลื่นพลังงานสีดำทมิฬออกมาเป็นวงกว้าง อาณาเขตแรงโน้มถ่วงย้อนกลับ ถูกกางออกในพริบตา!
หินยักษ์ี่กำลังร่วงลงมาด้วยความเร็วสูง พลันหยุดชะงักกลางอากาศ ก่อนจะถูกดีดกลับขึ้นไปด้านบนด้วยความรุนแรงราวกับถูกมือี่มองไม่เห็นตบสวนกลับไป มันพุ่งชนเข้ากับลำแสงเวทมนตร์และระเบิดออกเป็นเศษเล็กเศษน้อย กลายเป็นร่มกันฝนชั่วคราวให้กับเย่เฉิน
แต่เย่เฉินรู้ดี... นี่เป็นเพียงการยื้อเวลาของคนตาย
แรงกดดันจากด้านบนหนักหน่วงขึ้นทุกวินาที เขาต้องแบกรับน้ำหนักของภูเขาทั้งลูกและพลังโจมตีของกองทัพนับหมื่นด้วยตัวคนเดียว เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปน กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะแตกหัก
"อ๊ากกกกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากด้านหลัง เย่เฉินหันขวับไปมอง
ภาพี่เห็นคือโศกนาฏกรรมของผู้อ่อนแอ
กลุ่มเงาพเนจรี่ไร้ซึ่งการปกป้องของเย่เฉิน กำลังถูก "กวาดล้าง" อย่างแท้จริง ลำแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งทะลุร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งจนระเหยกลายเป็นไอในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน อีกด้านหนึ่ง หญิงสาวถูกเศษหินทับร่างจนแหลกเหลว เหลือเพียงมือข้างหนึ่งี่ยื่นออกมาไขว่คว้าอากาศ
ผู้เฒ่าเหอ ผู้นำกลุ่ม พยายามตะเกียกตะกายหนีตาย แต่ช้าเกินไป คานหินขนาดใหญ่ร่วงลงมาทับขาซ้ายของเขาจนแหลกละเอียด
"อ๊ากกก! ขาข้า! ช่วยด้วย... ท่านอสุรา! ช่วยข้าด้วย!"
ชายชราร้องโอดโอยอย่างน่าเวทนา เลือดสีแดงฉานไหลนองพื้นดินผสมกับฝุ่นผง
เย่เฉินกัดฟันกรอด เขาไม่ได้มีความผูกพันใดๆ กับคนเหล่านี้ แต่ภาพความตายี่ไร้ค่าเช่นนี้มันช่าง... น่าหงุดหงิด
"บัดซบ!"
เย่เฉินสะบัดมือซ้ายี่ว่างอยู่ โซ่ตรวนแห่งความโกลาหลพุ่งออกจากเงามืด รัดรอบเอวของผู้เฒ่าเหอแล้วกระชากร่างนั้นลอยหวือเข้ามาหาเขา เหวี่ยงชายชราี่บาดเจ็บสาหัสไปกองอยู่แทบเท้าของศิลาจารึก ซึ่งเป็นจุดปลอดภัยเพียงจุดเดียวในตอนนี้
"หุบปากแล้วนอนเฉยๆ!" เย่เฉินตะคอกโดยไม่หันกลับมามอง สายตาของเขายังคงจับจ้องไปี่เพดานถ้ำี่กำลังพังทลายลงมาเรื่อยๆ
เขาช่วยชีวิตผู้เฒ่าไว้ได้ แต่เขาช่วยทุกคนไม่ได้
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินใต้เท้าเริ่มแยกออก วิหารใต้ดินแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นสุสานของพวกเขาจริงๆ
'การป้องกัน... ไร้ความหมาย' เย่เฉินตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างเจ็บปวด
ต่อให้เขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน ต่อให้เขามีลูกบาศก์จักรพรรดิอสูร แต่ด้วยพลังี่เหลือเพียงไม่ถึงครึ่ง และสภาพร่างกายี่บาดเจ็บ เขาไม่มีทางต้านทานกองทัพสวรรค์ี่เตรียมพร้อมมาอย่างดีได้ตลอดไป
เขาเหมือนหนูี่ติดอยู่ในกับดัก รอเวลาี่จะถูกบดขยี้
ครืนนนนนนนน!
การโจมตีระลอกสองมาถึงแล้ว และมันรุนแรงกว่าเดิม
คราวนี้ไม่ใช่แค่ลำแสง แต่มี "หอกศิลา" ขนาดมหึมาี่ถูกสร้างขึ้นจากเวทมนตร์ธาตุดิน พุ่งลงมาเพื่อเจาะทะลุเกราะป้องกันทุกชนิด เย่เฉินต้องรีดเค้นพลังทั้งหมดเพื่อขยายอาณาเขตแรงโน้มถ่วง เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปากและรูขุมขนของเขา
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
ลมหายใจของเย่เฉินเริ่มขาดห้วง สติของเขาเริ่มพร่ามัว
ในขณะี่ความสิ้นหวังกำลังคืบคลานเข้ามาเกาะกุมจิตใจ เสียงกระซิบี่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง... ไม่ใช่เสียงของผู้เฒ่าเหอ แต่เป็นเสียงี่เก่าแก่และเยือกเย็นยิ่งกว่า
"เติมเต็มข้า..."
เย่เฉินหันกลับไปมองศิลาจารึกสีดำ
ท่ามกลางหายนะรอบด้าน ศิลานั้นยังคงยืนตระหง่าน ไม่สะทกสะท้านต่อแรงระเบิด รูโหว่ทั้งเจ็ดบนหน้าศิลาดูเหมือนดวงตาี่ว่างเปล่าและหิวกระหาย มันกำลังจ้องมองมาี่เขา... จ้องมองมาี่ "ของ" ี่เขาครอบครองอยู่
"เจ้ามีชิ้นส่วนของข้า... เจ้ามีหัวใจของข้า... คืนมันมาให้ข้า... แล้วข้าจะเป็นเกราะให้เจ้า... ข้าจะปกป้องเจ้าจากมดปลวกพวกนี้..."
ข้อเสนอของศิลานั้นช่างเย้ายวน
เพียงแค่มอบแกนดาราคืนให้มัน มันก็จะกางม่านพลังบรรพกาลปกป้องเขา เขาจะรอดชีวิต... เขาจะปลอดภัย...
เย่เฉินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงกรีดร้อง เขาก้มลงมองแหวนมิติี่นิ้วมือ ภายในนั้นมี "แกนดาราเทียม" ี่เขาควักออกมาจากศพของดาราพิฆาตลำดับี่ 2, 3, 4, 5, 6, 7 และพลังงานบริสุทธิ์ี่เขากลั่นได้จากการระเบิดของลำดับี่ 1
เจ็ดชิ้น... ครบถ้วนพอดี
มุมปากของเย่เฉินค่อยๆ ยกขึ้น เป็นรอยยิ้มี่ไม่ได้มาจากความโล่งใจ แต่มาจากความบ้าคลั่งี่ถูกกดทับมานาน
"เกราะงั้นรึ?"
เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะี่ฟังดูขัดแย้งกับสถานการณ์วิกฤตจนผู้เฒ่าเหอต้องเงยหน้ามองด้วยความหวาดกลัว
เย่เฉินเดินเข้าไปหาศิลาจารึก ไม่ใช่ด้วยท่าทีของผู้ยอมจำนน แต่ด้วยท่าทีของราชันย์ี่กำลังจะตัดสินชะตากรรมของนักโทษ
"ข้าไม่ต้องการเกราะ..." เย่เฉินกระซิบตอบเสียงของศิลา นัยน์ตาของเขาลุกโชนด้วยไฟแห่งการทำลายล้างี่ร้อนแรงยิ่งกว่าลาวา
มือของเขาตวัดผ่านอากาศ แกนดาราสีม่วงเข้มชิ้นหนึ่ง—แกนของดาราพิฆาตลำดับี่ 7—ปรากฏขึ้นในมือ
"สิ่งี่ข้าต้องการ... คือดาบ!"
ตึ้ง!
โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เย่เฉินกระแทกแกนดารานั้นใส่เข้าไปในรูโหว่ล่างสุดของศิลาอย่างรุนแรง!
~
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??