เรื่อง พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้
เหนือน่านฟ้าเมืองใต้ดิน เงามายาบิดเบี้ยวสุดคณานับพลันทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ก่อนจะหลอมรวมกันเป็นวังวนอเวจีอันน่าพรั่นพรึง
ราวกับทวยเทพจากต่างโลกกำลังจะก้าวล้ำเข้ามายังดินแดนี้... ณ ใจกลางวังวนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง ลำแสงสีดำสนิทสายหนึ่งก็กระแทกลงมาโดยพลัน ทะลวงผ่านใจกลางเมืองใต้ดินทั้งเมือง
และในขณะเดียวกันนั้นเอง ณ สถานที่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ เสียงจักรกลอันเย็นเยียบก็พลันดังก้องขึ้นภายในระบบอย่างต่อเนื่อง:
“ติ๊ง, ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับสี่ขีดสุดกำลังทะลวงม่านกั้นของโลกใบเล็ก”
“ติ๊ง, แจ้งเตือน, เงื่อนไขบทลงโทษถูกเปิดใช้งาน กำลังดำเนินการขับไล่ ‘ผู้เล่น’ อื่น”
“ติ๊ง, แจ้งเตือน, สิ่งมีชีวิตเป้าหมายจะทำลายความคืบหน้าของวันสิ้นโลก ร้องขอให้กฎเกณฑ์จุติลงมา...”
“ติ๊ง, เปิดใช้งานกฎเกณฑ์ลงทัณฑ์ คาดการณ์ว่าจะสามารถกำจัดเหตุการณ์ผิดปกติได้ภายในสามวินาที...”
...
“ต้านไว้!!”
“จงเบิกเส้นทาง... เพื่อองค์จักรพรรดิ!”
เบื้องหน้าทวารทองสัมฤทธิ์ เหล่าจอมอสูรทั้งหกสิบแปดตนต่างมีสีหน้าบ้าคลั่ง ประสานงานกับราชันย์อีกหกตน เพื่อระดมพลังแห่งกฎเกณฑ์ของพวกมันออกมาอย่างสุดกำลัง
ราวกับการถักทอ... ร่างแหที่ก่อกำเนิดจากพลังแห่งกฎเกณฑ์พลันปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้าของเมืองใต้ดินในทันที
เพื่อสังหารหลินอันให้สิ้นซากโดยปราศจากข้อผิดพลาดใดๆ ราคาที่พวกมันต้องจ่ายนั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะจินตนาการ
อาจกล่าวได้ว่า การยอมสละชีพเผ่าพันธุ์ต่างมิติผู้บุกเบิกทั้งหมด รวมไปถึงเผ่าพันธุ์นับล้าน ณ เบื้องหลังประตู ก็เพื่อส่งพวกมันลงมาจุติก่อนเป็นทัพหน้า จากนั้นจึงคุ้มครององค์จักรพรรดิให้เสด็จสู่โลกใบี้
ขอเพียงองค์จักรพรรดิจุติลงมาได้สำเร็จ ภายใต้พลังรบระดับเทวะ ณ ระดับสี่ขีดสุด อย่าว่าแต่หลินอันเลย แค่เพียงอานุภาพเดียว ก็เพียงพอที่จะทำลายล้างได้ทั้งทวีป!
“หึ่ง… หึ่ง”
พลังแห่งกฎเกณฑ์ทีละสายสอดประสานกันเป็นม่านแสง ต้านทานอำนาจแห่งกฎเกณฑ์ที่กำลังจะฟาลงมาจากฟากฟ้า
แม้พวกมันจะไม่ได้ยินเสียงจักรกลของระบบวันสิ้นโลก แต่ด้วยความคุ้นเคยกับระบบที่มากกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว พวกมันย่อมรู้ดีว่าการที่องค์จักรพรรดิจะฝืนทะลวงเข้ามาในโลกใบี้ ต้องเผชิญหน้ากับบทลงโทษที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด
“โครม!! โครม!!”
ราวกับเป็นบทโหมโรงก่อนที่กฎเกณฑ์ของระบบจะสำแดงเดช
ณ ความสูงหมื่นเมตรเหนือพื้นดิน ดวงตาขนาดยักษ์ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งการสอดส่อง ได้จับจ้องมายังจุดที่เกิดความผิดปกติด้วยแววตาอันไร้ซึ่งอารมณ์
อสีบาตนับไม่ถ้วนที่หนาเท่ายอดตึก ฟาฟันลงมาราวกับ-่าฝนอันไร้ที่สิ้นสุด ห่อหุ้มไว้ด้วยพลังทำลายล้างอันบ้าคลั่ง
ปฐพีแหลกสลาย โลกทั้งใบร่ำไห้โหยหวน
ในชั่วขณะที่สายฟ้าซึ่งหนาแน่นดุจการทิ้งระเบิดปูพรม่ลงมา มันกลับทำให้อสูรกลายพันธุ์ระดับสูงจำนวนมากบริเวณรอบนอกเมืองหลวง เผยความหวาดกลัวที่หาได้ยากยิ่งออกมา
หากมองจากวงโคจรใกล้โลกลงมายังเมืองหลวงในขณะี้ ก็จะพบว่าพื้นที่รัศมีหนึ่งพันกิโลเมตรโดยรอบได้แปรเปลี่ยนเป็นขุมนรกอสุีบาตไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นจุดดับบนดาวเคราะห์ทั้งดวง
“เร็วเข้า!”
“เร็วอีก!”
“องค์จักรพรรดิ!!”
“จงทะลวงเข้าไปในร่างพาหะ!!”
เหล่าจอมอสูรที่ทุ่มเทพลังแห่งกฎเกณฑ์อย่างไม่คิดเสียดายเพื่อพยุงร่างแหไว้ บัดี้มีสีหน้าคลุ้มคลั่งขณะโคจรพลังของตนเองจนถึงขีดสุด
ภายใต้การใช้พลังเกินขีดจำกัด เผ่าพันธุ์ต่างมิติจำนวนไม่น้อยที่เพิ่งหลอมรวมกับร่างพาหะได้ไม่นาน กลับระเบิดหมอกโลหิตออกมาจากทั่วร่างภายในเวลาเพียงสองวินาที กระทั่งเศียรอสรพิษที่ยังหลอมรวมไม่สมบูรณ์ ก็ยังทะลวงออกมาอย่างบ้าคลั่งภายใต้การดิ้นรนครั้งสุดท้าย
ราคาที่ต้องจ่าย... มันใหญ่หลวงเกินไปแล้ว
ในตอนที่เพิ่งจุติลงมา ระดับการหลอมรวมกับร่างพาหะยังไม่เพียงพอที่จะรองรับการเผาผลาญพลังงานเช่นี้ได้เลย
แต่เพื่อคุ้มครององค์จักรพรรดิให้จุติลงมาได้สำเร็จ พวกมันจำต้องยอมให้ร่างพาหะเสียหายยับเยิน กระทั่งพลังรบต้องลดถอยลงอย่างรุนแรงก็ยังต้องทำ
อันที่จริง แม้จะต้องแลกกับการบาดเจ็บสาหัสของยอดฝีมือระดับสี่กว่าเจ็ดสิบตนพร้อมกัน พวกมันก็ยังไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะสามารถต้านทานบทลงโทษของระบบได้
ต้องรีบทะลวงเข้าไปในร่างพาหะก่อนที่อำนาจแห่งกฎเกณฑ์จะมาถึง มิฉะนั้น แม้แต่องค์จักรพรรดิก็จะถูกบดขยี้จนแหลกสลายภายใต้การลงทัณฑ์ของระบบ!
ณ เบื้องหลังประตู องค์จักรพรรดิที่พยายามจะทะลวงออกมาอย่างสุดกำลัง ก็ดูจะล่วงรู้เช่นกันว่าเวลาของตนนั้นเหลือน้อยเต็มที
ท่ามกลางเสียงคำรามอันเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส มันยอมที่จะทอดทิ้งร่างกายของตนเอง... เพื่อที่จะทะลวงผ่านประตูออกมาให้จงได้!
“โครม!! โครม!! โครม!!”
ภายใต้การกระแทกครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายมหึมาที่ใหญ่กว่าพันเมตรก็ระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายจึงแปรเปลี่ยนเป็นแก่นแท้แห่งกฎเกณฑ์ กระแทกเข้าใส่บานประตูนั้น
ทะลวงเข้าไป!! ทะลวงเข้าไป!!!
ข้าคือองค์จักรพรรดิผู้สูงส่ง! คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งอารยธรรม!
ขอเพียงทะลวงประตูออกไปได้ “เพียงลำพัง” ข้าก็สามารถทำลายล้างอารยธรรมหนึ่ง กระทั่งดาราจักรหนึ่งได้!
กาลเวลาทั้งยาวนานและสั้นนัก...
ในที่สุด เกือบจะในชั่วขณะที่ลำแสงแห่งกฎเกณฑ์กำลังจะฟาฟันลงมา พร้อมกับบารมีอันมิอาจต่อต้านที่แหวกผืนดินลึกสี่ร้อยเมตรออก ท่ามกลางเสียงหอบหายใจอันหนักหน่วง จักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์ต่างมิติ... ตัวแทนของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ได้จุติลงมายังโลกใบี้
ฟ้าดินพลันแปรเปลี่ยนสี!
ทันทีที่ทะลวงเข้าไปในร่างพาหะที่เตรียมพร้อมไว้ ในชั่วพริบตานั้นเอง แรงกดดันที่ราวกับขุมนรกอันไร้ที่สิ้นสุดก็พลันระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง
มวลมหาศาลของพลังแห่งกฎเกณฑ์เริ่มหลั่งไหลเข้าแปรสภาพร่างพาหะอย่างต่อเนื่อง พลังงานวิญญาณจำนวนมหาศาลก็ถูกสูบเข้าไปในร่างกายราวกับพญาวาฬกลืนน้ำในทุกลมหายใจ
“โครมโครม! โครม! โครม!!”
แสงสว่างเจิดจ้าปะทุขึ้น!
ร่างกายที่ถูกใช้เพื่อรองรับองค์จักรพรรดิ บัดี้ภายใต้การอัดฉีดพลังงานจำนวนมหาศาล ความแข็งแกร่งก็พุ่งทะยานขึ้นในทันที
ระดับสี่ขั้นต้น! ระดับสี่ขั้นกลาง! ระดับสี่ขั้นสูง! ระดับสี่ขั้นสูงขีดสุด!
ทุกลมหายใจเข้าออกล้วนก่อเกิดเป็นพายุ เพียงแค่พื้นที่ที่ยืนอยู่ ก็ทำให้เกิดระลอกคลื่นมิติขึ้นเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า
นั่นคือพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่แผ่ออกมาโดยไม่ตั้งใจเพราะยังไม่คุ้นชินกับร่างกาย กำลังรบกวนความเสถียรของกาลอวกาศ
ดวงตาเบิกเปิด...
ในฐานะร่างพาหะ... อู๋ชิง... ในดวงตาสีทองเข้มแนวตั้งคู่นั้นก็ฉายประกายสีทองอันสูงส่งออกมาวูบหนึ่ง
วินาทีต่อมา เหล่าจอมอสูรที่รับผิดชอบการต้อนรับก็พร้อมใจกันคุกเข่าลงกับพื้น มองดูมนุษย์เบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้นอย่างสุดซึ้ง
พวกมันรู้ดีว่า องค์จักรพรรดิของพวกมันได้จุติลงมายังโลกใบี้พร้อมกันแล้ว!
ถึงแม้ราคาที่ต้องจ่ายจะน่าอนาถเพียงใด แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง... ล้วนคุ้มค่า!
“หลิน...อัน...”
“เจ้า...ผู้...สมบูรณ์...แบบ...”
“อยู่...ที่...ใด?”
น้ำเสียงนั้นยังคงติดขัดอยู่บ้าง
หลังจากลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่จักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์ต่างมิติกระทำก็คือการเอ่ยถามอย่างเยือกเย็น เพียงแต่แม้จะไม่ได้ใช้พลังใดๆ เสียงของเขาก็ราวกับแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์บางอย่าง กวาดไปทั่วทั้งเมืองใต้ดินในทันที สั่นสะเทือนทุกชีวิตที่ต่ำกว่าระดับสามจนแหลกสลาย
อสีบาตปะทุ แสงโลหิตอันไร้ที่สิ้นสุดและวิญญาณที่บิดเบี้ยวหลอมรวมกันเป็นภาพมายาอยู่เบื้องหลังของเขา
ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ เบื้องล่างคือเผ่าพันธุ์ต่างมิติมากมายที่คุกเข่าคารวะ ในตอนี้เขาจึงราวกับทวยเทพที่ก้าวเดินออกมาจากขุมนรก บารมีน่าสะพรึงกลัวดุจคุกอเวจี
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ไม่มีอารมณ์ที่เกินจำเป็นแม้แต่นิดเดียว
ในฐานะที่ใกล้จะก้าวสู่ระดับห้า ภายใต้เหตุผลอันเด็ดขาด มันแทบจะไม่ทำผิดพลาดใดๆ
เมื่อยอมจ่ายราคาที่มหาศาลถึงเพียงี้เพื่อจุติลงมายังโลกใบี้...
เช่นนั้นแล้ว สิ่งแรกที่มันต้องทำ ก็คือสังหารหลินอัน!
ให้จอมอสูรและราชันย์ทั้งหมดลงมือพร้อมกัน ด้วยพลังที่บดขยี้ได้อย่างสมบูรณ์ สังหารแมลงตัวนั้นทิ้งเสีย!
ต่อให้จะต้องระเบิดทวีปี้ทิ้ง พวกมันก็ไม่เสียดาย!
การปฏิบัติต่อศัตรูอย่างจริงจังถึงเพียงี้ เรียกได้ว่าบ้าคลั่งอย่างถึงที่สุด! ี่คือความเคารพสูงสุดที่อารยธรรมหนึ่งจะมอบให้อีกอารยธรรมหนึ่ง... เพื่อที่จะดำรงอยู่ต่อไป!
กำจัดให้สิ้นซาก!
“องค์จักรพรรดิ!”
“หลินอันอยู่ที่...!?”
เผ่าพันธุ์ต่างมิติระดับต่ำที่รับผิดชอบการต้อนรับเหล่าจอมอสูรเงยหน้าขึ้น ทั่วร่างสั่นสะท้านขณะที่กำลังจะบอกพิกัดคร่าวๆ
เพียงแต่ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ คลื่นมิติที่แผ่วเบาจนแทบไม่ควรปรากฏ ก็พลันปรากฏขึ้นข้างประตูทองสัมฤทธิ์ในบัดดล
ในชั่วพริบตานั้นเอง จักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์ต่างมิติที่เพิ่งจุติลงมาก็พลันหันขวับกลับไป ทว่ายังไม่ทันจะได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
ก็เห็นเพียงภายใต้การขับเคลื่อนของกระแสพลังมิติ หลินอันที่ปรากฏตัวขึ้นด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง ก็พลันพุ่งทะลวงเข้าไปในประตูบานนั้น
นั่นมัน...
เมื่อรีบดึงภาพที่หลงเหลืออยู่บนม่านตาออกมา ในชั่วขณะนั้น เหล่าจอมอสูรทั้งหมดก็ราวกับยืนตะลึงงัน สีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง
นั่นมัน...
ให้ตายสิ!!!!
นั่นมันหลินอัน!!!!!
“ไม่!!”
“ไม่!!!!”
“ไม่!!!!!!!!!!”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??