เรื่อง พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้
ณ ี้ พวกเขา่ามีสีหน้าประหลาดพิกล แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก
หวังเวยี่ไม่เคยผ่านการทดสอบใดๆ มาก่อน อาจยากี่จะเข้าใจได้ว่า... สำหรับผู้ปลุกพลังระดับสามทั่วโลกแล้ว "หลินอัน" นั้นเป็นตัวตนแบบใด
บารมีนั้นสั่งสมมาอย่างยาวนาน
นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นวันสิ้นโลก เขาก็บดขยี้ไปทั่วโลก... ภายใต้ความไร้เทียมทานอย่างสมบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็นคนี่เกลียดชังหรืออิจฉาหลินอัน ลึกๆ แล้วก็ไม่มีใครกล้าดูแคลนไอ้ตัวประหลาดนั่น
ดังนั้น คำพูดเหล่านี้หวังเวยจึงฟังดูแสบแก้วหูอย่างยิ่ง
อันี่จริง พวกเขาเองก็ไม่แน่ใจนักว่าระดับสี่แข็งแกร่งเพียงใด หวังเวยบอกว่าตนเป็นระดับสี่ และก็แข็งแกร่งกว่าอดีตผู้บัญชาการพวกเขามากจริงๆ
แต่...
“มองอะไรกันวะ! พี่น้องข้าพูดแล้ว!”
“ไอ้หลินอันมันเป็นตัว-่าอะไร ถึงทำใ้พวกแกกลัวได้ขนาดนี้!?”
“ข้าจะบอกพวกแกใ้ ขอแค่ไอ้หลินอันมันกล้ามา พี่น้องข้าอัดไอ้เวรนั่นจนตูดบานฉี่ราดภายในกระบวนท่าเดียว!”
“แสงศักดิ์สิทธิ์เคยเห็นไหม!? พวกแกคงไม่ลืมสินะว่าไอ้ผู้บัญชาการคนก่อนพวกแกมันตายยังไง!?”
“ไอ้แม่เย็* ตอนแรกแม่งทำเป็นหยิ่งชิบหาย นึกว่าตัวเองเจ๋งนักหนา! สุดท้ายก็โดนพี่น้องข้าฆ่าทิ้งในพริบตาไม่ใช่รึไง!”
เมื่อเห็นว่า "คนนอก" เหล่านี้ไม่ค่อยจะเชื่อถือ หลี่เผิง ซึ่งขนานนามตนเองว่าเป็นพี่น้องร่วมตายหวังเวย ก็โพล่งออกมาทันควัน
เขากระทืบเท้าตวาดด้วยท่าทางหยิ่งผยอง
ในใจเขา หวังเวยคือขุมทรัพย์และอนาคตเขาไปแล้ว
หวังเวยเจ๋ง เขาก็ย่อมได้กินหรูอยู่สบาย ใครไม่เชื่อหวังเวย ก็เท่ากับไม่เชื่อเขา!
ในฐานะคนี่พบ 'การ์ด' นั่นมาพร้อมกับหวังเวย แม้ในใจลึกๆ เขาจะเสียดายแทบตายว่าทำไมตอนนั้นตนเองไม่แย่งมันมา... แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ เขาก็ย่อมต้องเกาะติดหวังเวยอย่างใกล้ชิด
เขารู้ดีว่า ‘การ์ด’ นั่นมันลึกลับและน่าสะพรึงกลัวเพียงใด!
“พอได้แล้ว ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องกลัวหลงอันก็คือไม่ต้องกลัว”
“ส่งคำ... คำสั่งข้าออกไป!”
“ี้ไปรวบรวมคนมาใ้ข้า ข้าต้องการใ้ทุกคนมาชุมนุม!”
“บอกพวกมันว่า มีเพียงการติดตามข้าเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอดในวันสิ้นโลกนี้ได้! ข้าคือ ‘โฆษกพระเจ้า’! พวกแกได้มาเจอข้า ถือเป็นโชคดีี่สุดในชีวิตแล้ว!”
เมื่อฟังหลี่เผิงยกยอปอปั้น ใบหน้าหวังเวยกลับไม่มีความยินดีแม้แต่น้อย กลับกันยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง เขาพยักหน้าอย่างขอไปทีและไม่อยากพูดอะไรต่อ
ไม่รู้ทำไม เมื่อมองแผ่นหลังหลี่เผิงี่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาถึงรู้สึกขยะแขยงขึ้นมา
เขาเป็นตัวตนี่เหนือมนุษย์ไปแล้ว... ไอ้ขยะหลี่เผิงนี่มันคู่ควรมาเป็นพี่น้องกับเขาได้ยังไง มันมีสิทธิ์อะไร!
เมื่อมองไปยังฝูงชนี่ได้แต่ก้มหน้ายอมรับคำสั่ง ไม่กล้าโต้แย้ง
หวังเวยพยายามข่มความหงุดหงิดในใจ ก่อนี่ในหัวจะเริ่มจินตนาการถึงภาพี่ตนเองได้ครอบครองโลก มีผู้รอดชีวิตหลายร้อยล้านคนคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
ในอดีต ไอ้พวกระดับสามพวกนี้ หรือแม้แต่ผู้ปลุกพลังระดับต่ำสุด ในสายตาเขาก็ล้วนเป็นตัวตนี่สูงส่งจนไม่อาจเอื้อม
แต่ตั้งแต่ได้ 'การ์ด' นั่นมา เขาก็เพิ่งตระหนักได้ว่า... ี่แท้ไอ้พวกี่เรียกตัวเองว่าแข็งแกร่ง ก็เป็นแค่มดปลวกเท่านั้น
เขา่าหาก... คือผูู้เลือกจากสวรรค์ คือร่างอวตารพระเจ้า!
ขณะี่กำลังจมดิ่งอยู่ในจินตนาการ โดยี่หวังเวยเองก็ไม่ทันรู้ตัว แววตาเขาก็เริ่มทอประกายแห่งความละโมบและตัณหาี่ไร้ขอบเขต
“ฆ่าหลี่เผิงทิ้งซะดีไหม? พวกี่ไม่เชื่อฟังก็ฆ่าทิ้งก่อนเลย?”
“ไอ้ขยะนี่… มันมีสิทธิ์อะไรมายืนอยู่ข้างข้า?”
“ก็แค่... มดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น!”
...
“หัวหน้าหลิน, ี่นี่ดูเหมือนเพิ่งจะสู้กันเสร็จนะขอรับ...”
“เวลา... น่าจะเป็นเมื่อคืนหรือเมื่อวานบ่าย?”
เมื่อราตรีเริ่มโรยตัว
ท่ามกลางหมู่เมฆหนาทึบ หลินอันและจางเถี่ย ซึ่งบดบังกลิ่นอายจนอยู่ในระดับสาม ก็ร่อนลงอย่างเงียบกริบบริเวณรอบนอกเขตปลอดภัยเิหยาง
เมื่อมองดูกองศพเกลื่อนพื้นและหลุมลึกขนาดมหึมา จางเถี่ยก็มองออกทันทีว่าี่นี่เคยเกิดการต่อสู้ี่สั้นกระชับแต่รุนแรง
ควันเขม่ายังไม่ทันจางหาย
เห็นได้ชัดว่า พลังฝ่ายรุกบดขยี้กองกำลังป้องกันเขตปลอดภัยแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
“พลังแห่งกฎเกณฑ์”
หลังจากกวาดตามองอย่างรวดเร็ว หลินอันก็ใ้คำตัดสินี่แม่นยำยิ่งขึ้นในทันที
ด้วยพลังการรับรู้ี่เหนือล้ำ เขาสามารถจำลองภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นขึ้นมาในใจ และตัดสินได้ว่ากฎเกณฑ์ี่ทำใ้เกิดหลุมลึกนั้นคืออะไร
เพียงแค่รวบรวมสมาธิรับรู้ชั่วครู่ แววตาหลินอันก็ยิ่งเยียบเย็นลง
“การโจมตีแบบรวบรวมพลังงาน, ธาตุแสง, ธาตุไฟ”
“การใช้กฎเกณฑ์หยาบกระด้างมาก พลังรั่วไหลจนกระจัดกระจาย”
“พลังงานวิญญาณี่ตกค้างมีอยู่แค่ฝ่ายเดียว, น่าจะเป็นระดับสามี่ตายไปนั่น”
ข้อมูลประมวลผลในพริบตา
หลินอันจับจุดสำคัญได้ทันที
มีพลังแห่งกฎเกณฑ์... แต่ทว่าวิธีการใช้งานนั้นหยาบกระด้างอย่างยิ่ง พูดได้เลยว่าก็แค่ใช้ออกไปมั่วซั่ว ฟาดออกไปอย่างป่าเถื่อน
ขาดการต่อต้านด้วยพลังงานวิญญาณ... หมายความว่าอีกฝ่ายไม่รู้วิธีใช้พลังงานวิญญาณเลย ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีด้วยพลังงานวิญญาณ จึงทำได้เพียงเลือกใช้กฎเกณฑ์บดขยี้เท่านั้น
เป็นตรรกะี่ง่ายมาก
หลินอันทบทวนกับตัวเอง ต่อใ้เขาไปฆ่าระดับสามในี้ เขาก็แข็งแกร่งพอี่แค่เศษเสี้ยวกฎเกณฑ์ี่รั่วไหลออกมาก็สังหารอีกฝ่ายได้สบายๆ แต่เขาก็ย่อมไม่ใช้กฎเกณฑ์
หากใช้พลังจิตได้ ก็จะใช้พลังจิตก่อน ถ้าพลังจิตฆ่าไม่ตาย ค่อยใช้พลังงานวิญญาณ หลังจากนั้นถึงจะเป็นพลังแห่งกฎเกณฑ์และการต่อสู้ทางกายภาพ
นี่ไม่ใช่การจำกัดตัวเอง แต่เป็นประสบการณ์การต่อสู้ี่ผู้ปลุกพลังซึ่งมีคุณสมบัติควรจะมี
ต่อใ้พลังแข็งแกร่งเพียงใด ก็ต้องใช้ออกมาใ้ถึงขีดสุด ห้ามสูญเปล่าแม้แต่ครึ่งส่วน!
ก็เหมือนกับการทำสงครามระหว่างสองประเทศ ต่อใ้เป็นประเทศี่แข็งแกร่งเพียงใด ก็คงไม่เปิดฉากยิงนิวเคลียร์ใส่ประเทศี่อ่อนแอกว่าในทันที!
ข้อมูลเพียงน้อยนิดนี้ ก็เพียงพอใ้เขายืนยันได้แล้วว่า... ระดับสี่ี่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นี่นี่ ไม่ได้มาจากเส้นทางปกติอย่างแน่นอน
“มีความเป็นไปได้สูง... ว่าเป็นฝีมือเจ้าพวกผู้หลบหนีสินะ?”
หลินอันแค่นเสียงเย็นชา ไม่คิดจะเสียเวลาอีกต่อไป เขาส่งกระแสจิต ก่อนจะพาจางเถี่ยตรงเข้าไปในเมืองทันที
แม้จะต้องไม่แหวกหญ้าใ้งูตื่น แต่ขอเพียงได้เข้าใกล้ในระยะประชิด ภายในหนึ่งวินาที เขาก็สามารถยืนยันได้ว่าพลังอีกฝ่ายคืออะไรกันแน่!
...
“พวกคุณอยากพบ ‘ท่านทูตสวรรค์’ เรางั้นรึ?”
ภายในอาคารี่สว่างไสว และมีผู้ปลุกพลังจำนวนมากทยอยเดินเข้าไป ผู้ปลุกพลังในชุดยามคนหนึ่งขวางหลินอันไว้
เมื่อได้ยินหลินอันอ้างว่ามาจากแหล่งชุมนุมใกล้เคียง และตั้งใจมาทำความรู้จักกับผู้บัญชาการคนใหม่ ยามไม่เพียงไม่รีบเข้าไปรายงาน แต่กลับแค่นเสียงหัวเราะเยาะ มองหลินอันทั้งสองคนอย่างเกียจคร้าน
“รอไปก่อนเถอะ อยากพบท่านผู้ใหญ่พวกเรา ก็ต้องต่อแถว!”
“อย่าคิดว่าเป็นระดับสามแล้วจะยิ่งใหญ่ ท่านทูตสวรรค์น่ะเป็นถึงระดับสี่เชียวนะ! ก่อนหน้าพวกคุณ ก็มีระดับสามมาตั้งหลายคนแล้ว”
ยามโบกมือไปมา แม้จะไม่ได้ใส่ใจพลังระดับสามี่หลินอันแสดงออกมานัก แต่ก็ยังไม่ถึงกับพูดจาหยาบคาย
คนแบบหลินอัน วันนี้เขาก็เจอมาไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว
ทันทีี่พลังต่อสู้ี่น่าสงสัยว่าจะเป็นระดับสี่หวังเวยปรากฏ และยังสังหารอดีตผู้บัญชาการได้ในพริบตาต่อหน้าคนมากมาย
ผลงานการต่อสู้ี่น่าตื่นตะลึงเช่นนี้ ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเขตสงครามในทันที
ทุกคน่าก็เป็นคนหัวไว แม้แต่ผู้ปลุกพลังระดับสูงจากเขตสงครามข้างเคียง ก็ยังมีหลายคนี่รีบเดินทางมาเพื่อผูกมิตร และถือโอกาสสืบข่าวไปด้วยในตัว
เมื่อเห็นว่ายามกล้าเมินพวกเขา แถมยังจะใ้เสียเวลาอีก
จางเถี่ยก็เดือดดาลขึ้นมาทันที เกือบจะทนไม่ไหวตบหน้าไอ้เวรนี่ใ้กระเด็นแล้วบุกเข้าไป
ไอ้แม่เย็*! ตอนแรกเขายังคิดว่าตัวเองกับหัวหน้าหลินปลอมตัวเป็นระดับ 1 หรือระดับ 2 ก็น่าจะพอแล้ว จะได้ไม่เด่นเกินไป
แต่เขาไม่นึกเลยว่า ขนาดหัวหน้าหลินอุตส่าห์ควบคุมพลังไว้ี่ระดับสามแล้ว ก็ยังไร้ผล!
ไอ้เวรนี่... คนเขตปลอดภัยนี้... แม่งจะหยิ่งเกินไปหน่อยแล้ว!
หลินอันส่ายหัวเล็กน้อย ดึงจางเถี่ยี่กำลังไม่สบอารมณ์ไว้ ก่อนจะแสร้งทำเป็นล้วงยาฟื้นฟูระดับสีขาวหลอดหนึ่งออกมาจากเอว แล้วโยนไปี่อกยาม
ไม่รอใ้อีกฝ่ายยิ้มหน้าบาน วินาทีถัดมา หลินอันก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ:
“ใ้พวกเราเข้าไปเดี๋ยวนี้ ผมมีธุระต้องคุยกับผู้บัญชาการพวกคุณ”
“ถ้าจัดการได้ ชุดยุทโธปกรณ์สีขาวหนึ่งชิ้น”
ใช้เงินฟาดหัว... ตราบใดี่ไม่แหวกหญ้าใ้งูตื่น หลินอันก็ไม่รังเกียจี่จะใช้เงินแก้ปัญหา
การฆ่าบุกเข้าไปนั้นง่าย การบดขยี้อีกฝ่ายใ้ตายก็ง่าย
แต่หากมันทำใ้พวก ‘ผู้หลบหนี’ ไหวตัวทัน แม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิดี่จะเกิดการเปี่แปลง หลินอันย่อมไม่ยอมทำพลาดเช่นนั้นเด็ดขาด
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อเห็นหลินอันติดสินบนอย่างหนัก ยามก็ดีใจอย่างยิ่ง รีบกอดปืนไรเฟิลในมือไว้แล้วเตรียมจะเข้าไปรายงาน
“ข้าว่าพวกคุณคงอยากรู้สินะว่าท่านทูตสวรรค์น่ะเก่งกาจจริงอย่างี่ลือรึเปล่า?”
“ข้าแถมข่าวใ้พวกคุณฟรีๆ เอาไหม!”
“ท่านทูตสวรรค์น่ะ ใช้พลังพระเจ้าได้จริงๆ นะ! ตอนี่ท่านลงมือ ถึงกับมีปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นด้วย! น่ากลัวสุดๆ ไปเลย!”
“ว่ากันว่า... พลังท่านทูตสวรรค์น่ะ พระเจ้าประทานมาใ้จริงๆ! แข็งแกร่งขึ้นมาภายในคืนเดียวเลย!”
“ท่านทูตสวรรค์...”
“ปรากฏการณ์ประหลาด? คืนเดียว?”
เมื่อได้ยินคำบอกเล่าอย่างลึกลับยาม แววตาหลินอันก็ยิ่งเยียบเย็นจนน่าสะพรึง
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??