เรื่อง พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้

ติดตาม
บทที่ 1879: เครือข่ายสุริยะ
บทที่ 1879: เครือข่ายสุริยะ
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

“แผ่นดินไหว..!? แผ่นดินไหวบนดวงจันทร์!?”

เมื่อเห็นข้อมูลเตือนที่ส่งกลับมาจากเซ็นเซอร์บนดวงจันทร์ เติ้งเสียงก็ชะงักไปทันที เขารีบดึงบันทึกที่เกี่ยวข้องขึ้นมาดู

ย้อนกลับไปในยุค 60 ของศตวรรษที่แล้ว บนดวงจันทร์ก็มีการใช้เลเซอร์ระบุตำแหน่งเพื่อกำหนดระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์แล้ว หลังจากนั้น เมื่อโครงการอวกาศต่างๆ พัฒนาอย่างก้าวกระโดด อุปกรณ์วิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากก็ถูกส่งขึ้นไปบนดวงจันทร์อย่างต่อเนื่อง

เพียงแต่หลังจากวันสิ้นโลกอุบัติขึ้น ก็ไม่มีใครสนใจที่นั่นอีกเลย ท้ายที่สุด มนุษย์บนโลกยังต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากฝูงซอมบี้ ใครจะมีอารมณ์ไปสนใจดวงจันทร์ที่อยู่ห่างออกไปหลายแสนกิโลเมตรกัน?

“แกนกลางของดวงจันทร์มันเย็นตัวไปนานแล้ว! การที่มีสัญญาณเตือนคลื่นสั่นสะเทือน... ถ้าไม่ใช่เพราะอุกกาบาตพุ่งชน... มันก็เป็นไปได้แค่...!”

หัวใจของเติ้งเสียงเต้นโครมคราม เขาเริ่มมั่นใจในความคิดของตัวเอง

ในไม่ช้า ภายใต้ความพยายามในการค้นหาตำแหน่งของเขา ภาพที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่งยวดก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอในที่สุด!

และหลินอัน ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขาอีกครั้ง!

พูดให้ถูกก็คือ... ดาบของหลินอัน!

บนพื้นผิวสีเทาเงินของดวงจันทร์ ดาบยักษ์ที่เรียวยาวราวกับเส้นด้ายสีแดงฉานเล่มหนึ่ง ก็บุกเข้ามาในห้วงดาราอันเงียบสงัดมาชั่วนิรันดร์นี้อย่างกะทันหัน

มันราวกับว่า... ในภาพวาดหมึกจีนสีขาวดำ... พลันมีสีเลือดแดงฉานสาดกระเซ็นเข้ามา

ขอบเขตของภาพมันกว้างใหญ่เกินไป!

ต่อให้เติ้งเสียงจะขยายความละเอียดจนถึงขีดสุด เขาก็เห็นเพียงว่าดาบยักษ์เล่มนี้ราวกับถูกเทพที่มองไม่เห็นกวัดแกว่งอยู่ในมือ... ก่อนจะฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง!

สุญญากาศไร้เสียง!

ในภาพที่มีความหน่วงสูง วินาทีที่ดาบยักษ์ฟาดลงมา... ดวงจันทร์ทั้งดวงก็ราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

วินาทีถัดมา

การฟาดฟันสัมผัสพื้นผิว คลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นระลอกหนึ่งพลันแผ่กระจายกวาดไปทั่วจากจุดศูนย์กลางที่คมดาบสัมผัสกับพื้นผิวดวงจันทร์!

แม้จะไม่มีชั้นบรรยากาศ... แต่ภายใต้พลังอำนาจนี้... ผิวดินของดวงจันทร์ที่มีมวลกว่าหลายร้อยล้านตันก็ยังถูกกระแทกจนลอยขึ้นสู่ห้วงอวกาศ! จากนั้นก็กลายเป็น "เมฆ" ฝุ่นผงสีเทาเงินที่ฟุ้งกระจายสูงขึ้นไปหลายสิบกิโลเมตร! เพียงมองปราดเดียว พื้นที่ฝั่งตะวันออกของดวงจันทร์ทั้งหมด... ก็ราวกับลูกบอลแป้งที่ถูกฟาด... ถูกดาบเล่มนี้ฟันจนระเบิดออก!

ภาพที่เห็นมันน่าสะพรึงกลัวและน่าตกตะลึงเกินไปแล้ว

แม้จะไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลยแม้แต่น้อย แต่ในวินาทีนี้ เติ้งเสียงก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังสะท้านฟ้าสะเทือนดิน... ที่ดังกึกก้อง... จากภาพที่เห็น!

“เชี่ย! เชี่ย! เชี่ย!?”

เขาไม่เข้าใจเลยว่าหัวหน้าหลินกำลังทำอะไรกันแน่ ได้แต่เบิ่งตามองดาบยักษ์เล่มนั้นฟาดฟันลงมาอีกครั้ง

ชั่วขณะหนึ่ง เติ้งเสียงรู้สึกราวกับว่าหนังศีรษะ (ที่ไม่มีอยู่จริง) ของตัวเองแทบจะระเบิด!

หลินอันกำลังฟันดวงจันทร์! พยายามที่จะฟันดวงจันทร์ให้ระเบิดหรือไง!?

(หรือว่า... หัวหน้าหลินจะไม่พอใจดวงจันทร์!? เลยจะทุบดวงจันทร์ทิ้ง!?)

เขาแอบกลืนน้ำลาย ความผิดปกติบนดวงจันทร์มันใหญ่หลวงเกินไปแล้ว

ไม่กี่วินาทีต่อมา แม้แต่การมองด้วยตาเปล่าก็ยังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ ซวนไห่เฉิงที่อยู่นอกดาวเทียมถึงกับตกใจจนถลันกลับเข้ามาในห้องควบคุม ตะโกนใส่เติ้งเสียงอย่างตะกุกตะกัก:

“คุณเติ้ง! รีบห้ามท่านหลินอันเร็ว! ดวงจันทร์แตกไม่ได้นะ! นี่มันจะเกิดเรื่องใหญ่! ต่อให้มีเรื่องอะไร... จะไปโกรธดวงจันทร์ได้ยังไง! โอ้... พระเจ้าช่วย! น่ากลัวเกินไปแล้ว น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

เขาพูดจาไม่เป็นภาษา แม้ว่าซวนไห่เฉิงจะไม่ได้มีการศึกษาสูงนัก แต่เขาก็รู้ดีว่าดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อโลกมหาศาลเพียงใด

หากดวงจันทร์หายไป ภายใต้ผลกระทบของแรงไทดัล มหาสมุทรบนโลกเกรงว่าจะสูญเสียการควบคุมในทันที ก่อให้เกิดสึนามิล้างโลกที่ยากจะจินตนาการได้!

ภาพที่หลินอันกำลังฟันดวงจันทร์อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ หากถูกประเทศต่างๆ ในยุคก่อนวันสิ้นโลกเห็นเข้า เกรงว่าคงทำเอานักวิทยาศาสตร์ฉี่ราดไปเป็นแถบ... คิดว่าวันสิ้นโลกมาถึงแล้วจริงๆ!

ทว่า... ความน่าสะพรึงกลัวดูเหมือนจะยังไม่จบเพียงเท่านั้น

ไม่ว่าเติ้งเสียงจะส่งข้อความหาหลินอันอย่างไร... เขาก็ไม่ได้รับการตอบสนอง... การฟาดฟันยังคงดำเนินต่อไป

อาจจะรู้สึกว่าความเร็วในการทำลายของตัวเองมันช้าเกินไป

เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง

วินาทีถัดมา... ดาบยาวสีดำอีกเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าของดวงจันทร์

หนึ่งแดง หนึ่งดำ ราวกับกำลังจะแล่ดวงจันทร์... ฟาดฟันลงมาอีกครั้ง!

ไม่กี่วินาทีต่อมา

ท่ามกลางสายตาที่เหม่อลอยจนพูดอะไรไม่ออกของเติ้งเสียงและซวนไห่เฉิง... ชิ้นส่วนของดวงจันทร์ขนาดใหญ่เกือบครึ่งทวีปยุโรป... ก็ค่อยๆ... แยกตัวออกจากดวงจันทร์อย่างเงียบงัน... และลอยห่างออกไป

เศษซากขนาดเล็กนับไม่ถ้วนกลายเป็น-่าอุกกาบาตอยู่รอบๆ แผ่นดินใหญ่นั้น

ภายใต้เงาที่ทอดทาบทับไปทั่วผืนแผ่นดิน... ร่างของหลินอัน... กำลังแบกรับแผ่นดินทั้งผืนนั้นไว้

...

ในขณะเดียวกัน

ณ หอดูดาวภาคพื้นดินยุโรป

ท่ามกลางผู้รอดชีวิตสองสามคนที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวมอมแมม คล้ายกับนักวิจัย นักวิชาการหนุ่มคนหนึ่งกำลังเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเหม่อลอย

เขามองขอบดวงจันทร์บนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ดูเหมือนจะขาดหายไปเล็กน้อย... ราวกับถูกกัดแหว่งไป... ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน คิดว่าตัวเองคงตาฝาดไป

“วันนี้มีจันทรุปราคาเหรอ?”

“ทำไม... ทำไมดวงจันทร์แหว่งไปล่ะ!?”

สิ้นเสียงของเขา เพื่อนร่วมงานที่อยู่รอบๆ ก็เหลือบมองเขาอย่างอ่อนแรง รู้สึกว่าความรู้ที่ไอ้หนุ่มนี่ร่ำเรียนมาทั้งชีวิตคงจะคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว

“คิดอะไรอยู่น่ะ วันนี้จะเป็นวันจันทรุปราคาได้ยังไง! เดือนนี้ไม่มี!”

“อย่ามัวแต่มองเลย มาช่วยกันหน่อย มาช่วยกันรื้อไอ้เครื่องมือพวกนี้ เผื่อจะเจอชิ้นส่วนที่มีประโยชน์ไปแลกอาหารได้บ้าง”

“อีกไม่กี่วัน กองทัพก็จะมาไถที่นี่ทิ้งเพื่อสร้างเขตปลอดภัยแล้ว!”

พวกเขาต่างมีสีหน้ากลัดกลุ้ม ถอนหายใจเสียงเบา

ทว่า... เมื่อเผชิญหน้ากับการเร่งเร้าอย่างไม่สบอารมณ์ของเพื่อนร่วมงาน ชายหนุ่มที่กำลังแหงนมองฟ้ากลับยืนนิ่งไม่ไหวติง

เขาคว้ามือของเพื่อนๆ ที่กำลังจะรื้อกล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์ไว้แน่น ร่างกายสั่นสะท้าน เค้นเสียงออกมาจากลำคอ:

“อย่ารื้อ! อย่ารื้อ!”

“บินไปแล้ว! พระเจ้า!! ดวงจันทร์... ‘บิน’ ไปแล้ว!!”

“หือ!?”

.....

ไม่กี่นาทีต่อมา

เสียงกรีดร้องที่ตกตะลึงถึงขีดสุดก็ดังระงมออกมาจากหอดูดาวอันเงียบสงบ

ราวกับคนบ้า นักวิจัยทั้งหกคนวิ่งเตลิดไปยังทิศทางของเขตปลอดภัย ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา

“บนดวงจันทร์มีอสูรกาย!!”

“ดวงจันทร์หายไปส่วนหนึ่ง!!”

พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า ต้องเป็นพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่เพียงใดถึงจะทำเรื่องเช่นนี้ได้ และยิ่งจินตนาการไม่ออกว่า "แผ่นดิน" ที่ถูกตัดออกมานั้น... กำลังถูก "อะไร" ลากให้บินจากไป!

...

“ขนาดน่าจะพอแล้ว...”

ในห้วงอวกาศลึกอันมืดมิด หลินอันประเมินขนาดของชิ้นส่วนดวงจันทร์ที่เขาตัดออกมา พลางคำนวณความต้องการของเขาอย่างรวดเร็ว

ชิ้นส่วนที่เขาตัดออกมามีความยาวเกือบหนึ่งพันกิโลเมตร มวลของมันยิ่งสูงกว่าหลายร้อยล้านล้านตัน หากไม่ใช่เพราะแรงโน้มถ่วงในอวกาศที่เบาบางอย่างยิ่ง เขาก็คงไม่สามารถลากแผ่นดินทั้งผืนบินไปมาแบบนี้ได้

เขาไม่สนใจว่าการกระทำของตนจะถูกมนุษย์บางส่วนสังเกตเห็นหรือไม่ สำหรับหลินอันแล้ว เขาสนใจแค่ว่าแนวคิดของเขาจะสามารถทำให้เป็นจริงได้หรือไม่มากกว่า

“ฝุ่นบนดวงจันทร์อุดมไปด้วยเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม... แถมยังมีใยแก้วที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติด้วย”

“หลังจากหลอมด้วยอุณหภูมิสูง... ตามทฤษฎีแล้ว... ฉันน่าจะสามารถ ‘เผา’ พีระมิดขึ้นมาสักอันใกล้ๆ ดวงอาทิตย์ได้”

“วูม”

เขาบีบอัดแผ่นดินที่ตัวเองยกอยู่อย่างต่อเนื่อง ราวกับกำลังตีเหล็ก พยายามย่อส่วนแผ่นดินนี้ให้เข้มข้นที่สุด เพื่อเปลี่ยนมันให้เป็นวัสดุในการผลิต

กฎเกณฑ์แห่งแรงดึงดูดและแรงผลักถูกปลดปล่อยออกมาเต็มพิกัด ปกคลุมชิ้นส่วนนั้นไว้ พร้อมกับพลังจิตที่เร่งอุณหภูมิให้สูงขึ้นเพื่อหลอมละลาย แผ่นดินทั้งผืนเริ่มบิดเบี้ยว... และหลอมละลายกลายเป็นทรงกลม

ในไม่ช้า... เพียงแค่ไม่กี่นาที... "ลูกเหล็ก" ขนาดยักษ์ที่ขุ่นมัวลูกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของหลินอัน

หลังจากแปรรูปขั้นต้นเสร็จสิ้น หลินอันก็ใช้ไอเทมมิติที่ยึดมาได้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย พา "ลูกเหล็ก" นี้เทเลพอร์ตมุ่งหน้าไปยังทิศทางของดวงอาทิตย์ทันที

โลก... ดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกลจากดวงอาทิตย์นัก เพียงแค่เงยหน้าก็มองเห็น

แต่ในความเป็นจริง ระยะห่างระหว่างทั้งสองนั้น... ต่อให้เป็นความเร็วแสง ก็ยังต้องใช้เวลาถึงแปดนาทีกว่าจะเดินทางมาถึงโลก

สำหรับหลินอัน... ที่ความเร็วสูงสุดทำได้เพียง 290 มัค... ต่อให้เขาบินเป็นร้อยวัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะไปถึง

“วูบ”

หลังจากที่รู้สึกราวกับฟ้าดินหมุนคว้าง เขาก็ก้าวออกมาจากกระแสมิติปั่นป่วนที่แทบจะระเบิดออกอย่างทุลักทุเล พร้อมกับลาก "ลูกเหล็ก" ออกมา

เขามองประตูเทเลพอร์ตที่เกือบจะควบคุมไม่อยู่ด้านหลังด้วยใจที่ยังเต้นไม่หาย ก่อนจะประเมินพิกัดอย่างรวดเร็ว และพบว่าจุดที่เขาเทเลพอร์ตมาเกิดความคลาดเคลื่อน... ยังอยู่ห่างจากชั้นโคโรนาที่เขาคำนวณไว้ไม่น้อย

“‘พลังระดับสี่... หรือแม้แต่ระดับห้า... เมื่ออยู่ต่อหน้ามาตราส่วนของจักรวาลแล้ว... มันก็ยังเล็กน้อยเกินไปจริงๆ...’”

“‘การไม่มีกฎเกณฑ์แห่งมิติเป็นของตัวเองนี่มันไม่สะดวกเอาซะเลย... ช่างเถอะ... แค่มันไม่ส่งฉันไปโผล่ในแกนกลางดวงอาทิตย์ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว’”

เขากดความรู้สึกซับซ้อนในใจลง ไม่คิดอะไรมากอีก เพียงแค่บินมุ่งหน้าต่อไปยังดวงอาทิตย์

ตอนนี้เขาสามารถตัดรอยแยกมิติได้ แต่การจะจำลองผลของการเทเลพอร์ตจริงๆ นั้นยังยากเกินไป การเทเลพอร์ตจากดวงจันทร์มายังที่นี่ ก็ได้สูบไอเทมมิติสำรองในมือของเขาไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว

กฎเกณฑ์แห่งมิติเป็นสิ่งที่ต้องช่วงชิงมาให้ได้ แต่ตอนนี้... การหลอมรวมต้นแบบแห่งศรัทธาสำคัญกว่า

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ไม่มีคลื่นความร้อนที่ถาโถมเข้ามาอย่างที่จินตนาการ และก็ไม่ได้ร้อนแรงอย่างที่คิด

แม้จะรู้สึกได้ถึงรังสีและอนุภาคจำนวนมหาศาลกำลังทะลุผ่านร่างกายของเขา... ราวกับรังสีจากระเบิดนิวเคลียร์... โจมตีเข้าใส่เซลล์และสายดีเอ็นเอของเขา

แต่ "การโจมตี" ในระดับนี้... สำหรับหลินอันในตอนนี้แล้ว... ไม่นับว่าเป็นอะไรได้

เขายืนอยู่บนชั้นโคโรนา

ในห้วงอวกาศอันมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด หลินอันมองลูกบอลแสงขนาดมหึมาที่อยู่ตรงหน้า... ซึ่งบดบังทัศนวิสัยทั้งหมด... อย่างเหม่อลอย

มองขึ้นไปไม่เห็นจุดสิ้นสุด มองไปด้านข้างก็ไม่เห็นขอบเขต

ในวินาทีนี้... เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังอยู่ในโลกแห่งแสง... เบื้องหน้าเทหวัตถุบนท้องฟ้าขนาดยักษ์ที่ส่องสว่างไปทั่วทั้งระบบสุริยะนี้... เขารู้สึก... เล็กจ้อยราวกับผงธุลี

เปลวสุริยะกำลังปะทุ... ในขอบเขตการมองเห็นอันจำกัดของเขา... ทุกวินาทีมี "เปลวเพลิง" ที่สามารถกลืนกินโลกได้ทั้งใบหลายพันครั้งกำลังพวยพุ่งขึ้นมา... ราวกับหนวดระยาง... ที่โบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง

นั่นคือเปลวสุริยะ... เปลวสุริยะแต่ละสายมีความยาวหลายพันกิโลเมตร... และเมื่อมันปะทุอย่างรุนแรง... มันสามารถพุ่งไปได้ไกลถึงหลายล้านกิโลเมตร!

และความยาวนั้น... ก็เพียงพอที่จะกลืนกินทั้งดวงจันทร์และโลกพร้อมกันได้สิบกว่ารอบ

มันแตกต่างจากดวงอาทิตย์ที่มองเห็นจากบนโลกโดยสิ้นเชิง... ที่เป็นเพียงก้อนแสงสว่างไสวอันเงียบสงบ

ในตอนนี้... การที่ได้มามองดวงอาทิตย์ในระยะใกล้เช่นนี้... หลินอันรู้สึกเพียงว่าดวงอาทิตย์ตรงหน้าราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์... ที่บ้าคลั่ง... และน่าสะพรึงกลัว

ความเกรี้ยวกราดที่ไร้ที่สิ้นสุด... เสียงคำรามที่ไร้ที่สิ้นสุด... ทุกวินาทีเทียบเท่ากับระเบิดไฮโดไดรเจนน์นับหมื่นล้านลูกที่กำลังระเบิดอยู่ภายใน... นี่มันคืออสูรกายยักษ์ที่ถูกกักขังไว้ในห้วงดาราชัดๆ!

หากมันเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ... หากมันมีความคิดเป็นของตัวเอง... หลินอันไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า... มันจะเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด

เมื่อเปรียบเทียบกัน... ในความมึนงงนั้น... หลินอันก็มีความเข้าใจต่อ "พลัง" ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“ดังนั้น... ความหมายของ ‘ระดับดาวเงิน’ ก็คือ... ตัวตนที่อยู่เหนือจุดสูงสุด... กึ่งระดับหกที่อยู่ต่ำกว่าระดับหก... เทียบเท่ากับแกนกลางของระบบดาว... นั่นคือดวงอาทิตย์งั้นหรือ?”

“มีพลังงานที่ไม่สิ้นสุดเหมือนดวงอาทิตย์... ส่องสว่างไปทั่วทั้งระบบดาวเหมือนดวงอาทิตย์?”

“สิ่งมีชีวิตที่เป็นปัจเจก... จะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้จริงๆ หรือ...”

“ถ้างั้น... ‘ระดับดาวมรณะ’ ที่อยู่เหนือกว่านั้นล่ะ...”

ทั้งสับสน... ทั้งไม่เข้าใจ

เมื่อได้เห็นพลังอำนาจที่ชัดเจนเช่นนี้... หลินอันรู้สึกเพียงว่าความเข้าใจที่เขามีต่อพลังระดับสูงในอดีต... ถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

หรือพูดอีกอย่างก็คือ... เขาเริ่มจะไม่เข้าใจแล้วว่าพลังระดับสูงมันแสดงออกมาในรูปแบบใด... ถึงจะสามารถก้าวข้ามดวงอาทิตย์ที่อยู่ตรงหน้านี้ไปได้

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นผู้ตรวจสอบลงมือ... แต่เขาก็รู้สึกว่ามัน "ธรรมดา" สิ้นดี เมื่อเปรียบเทียบกับพลังที่โกลาหลเช่นนี้... เขาก็ไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แน่นอน... หลินอันรู้ดีว่า... เขาไม่เคยเห็นการต่อสู้ระดับหกจริงๆ มาก่อน

เพียงแต่ในวินาทีนี้... เขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่า "ซากอสูรแห่งห้วงลึก" ที่ A077 โยนมาให้เขานั้น... มันน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เขาจินตนาการไว้หลายร้อยหลายพันเท่า!

ถ้างั้น... ผู้ตรวจสอบล่ะ...!?

เขาหยุดความคิดฟุ้งซ่านในทันที หลินอันบังคับกดความคิดที่สับสนในใจลง สูดหายใจลึก... อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปสัมผัสกับ "สายใย" ของเปลวสุริยะที่พ่นออกมาในอวกาศ

แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร... แต่ภายใต้มาตราส่วนอันมหึมาของจักรวาล... หลินอันก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองได้สัมผัสมันจริงๆ

ไม่รู้ทำไม... จู่ๆ เขาก็อยากจะลอง "ชิม" รสชาติของดวงอาทิตย์ขึ้นมา

ครึ่งนาทีต่อมา

หลินอันส่ายหัวอย่างผิดหวังเล็กน้อย... รู้สึกว่ารสชาติของดวงอาทิตย์ก็ไม่ได้อร่อยเท่าไหร่

ไม่รู้ว่าเปลวสุริยะมันประกอบขึ้นจากพลาสมาบริสุทธิ์... หรือว่ามันไม่ได้มีโครงสร้างทางวัตถุด้วยซ้ำ... นอกจากกลิ่นอากาศที่ร้อนจางๆ แล้ว... เขาก็ไม่รับรู้รสชาติอะไรเลย

ไม่เสียเวลาอีกต่อไป

หลังจากยืนยันทิศทางของโลกแล้ว หลินอันก็ควบคุม "ลูกเหล็ก" ที่เขานำมาในทันที... ยืดขยายมันออกในฉับพลัน!

ราวกับฉากในเทพนิยาย

เบื้องหน้าดวงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเขานับหลายหมื่นล้านล้านเท่า... หลินอันก็ราวกับเทพผู้สร้างโลก... ชูบัลลังก์สามเหลี่ยมที่กำลังหลอมละลายอย่างต่อเนื่องขึ้นสูง

ณ ใจกลางดวงอาทิตย์... หลินอันในตอนนี้... ราวกับกำลังเพิ่มสามเหลี่ยมให้กับดวงตาสีแดงดวงนี้... และหลินอัน... ก็เปรียบเสมือนดวงตาที่อยู่ในสามเหลี่ยมนั้น

ราวกับเป็นการเบิกเนตรให้แก่ดวงอาทิตย์... ทำให้มันสามารถมองเห็นดาวเคราะห์สีครามดวงนั้นในห้วงดาราอันไร้ที่สิ้นสุดได้

ยืดออก... เปลี่ยนรูป... หลินอันพยายามอย่างหนักที่จะหล่อโครงสร้างสามเหลี่ยมขนาดหลายล้านเมตรขึ้นมาเบื้องหน้าดวงอาทิตย์

แม้ว่าเขายังไม่แน่ใจว่า "ความเชื่อ" ที่เขาต้องการจะหลอมรวมคืออะไร... แต่ในความรู้สึกอันเลือนราง... เขาก็มีแนวคิดคร่าวๆ แล้ว

การหลอมรวมต้นแบบแห่งศรัทธา... ก็เหมือนกับการสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมา

ในช่วงแรกเริ่มที่ชีวิตนี้ถือกำเนิด... มันอาจไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อที่เข้มข้นขนาดนั้น... ขอแค่มีโครงร่างคร่าวๆ ก็เพียงพอแล้ว

ดังนั้น... หลินอันจึงตั้งใจที่จะทำตามความหมายของฉู่อัน... สร้าง "เครือข่ายทั่วโลก" ขึ้นมาก่อน! หรือพูดอีกอย่างก็คือ... เครือข่ายแห่งศรัทธา!

“ใช้ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิด... เพื่อมอบพลังงาน! รวบรวมผ่านพีระมิด... จากนั้นยิงไปยังดาวเทียมทั่วโลก! ใช้ความเชื่อของฉันเป็นพื้นฐาน... สร้างเครือข่ายเสียงสะท้อนขึ้นมา!”

“เหมือนกับการรับส่งสัญญาณ... ขอเพียงแค่บนโลกมีคนที่ยึดมั่นในความเชื่อเดียวกับฉัน... ก็จะสามารถรับพลังงานในคลื่นความถี่เดียวกันได้!”

“ยิ่งมีความเชื่อทับซ้อนกับฉันมากเท่าไหร่... พลังที่ได้รับก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น! เมื่อเป็นเช่นนี้... ก็จะสามารถคัดกรองคนทั่วทั้งโลกได้... ทำให้ทุกคนได้รับอาวุธ... กลายเป็นอีกหนึ่งตัวตนของฉัน! กลายเป็นเมล็ดพันธุ์อัคคี!”

แววตาของเขาร้อนแรง

หลินอันจ้องมองดวงอาทิตย์ตรงๆ... ในดวงตาทั้งสองของเขาราวกับเต็มไปด้วยแสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุด

นี่คือแผนการที่บ้าระห่ำอย่างยิ่ง!

เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานที่ส่งไปในระลอกแรกจะรุนแรงพอ... เขาถึงกับเตรียมพร้อมที่จะ "ระเบิด" ดวงอาทิตย์... เพื่อทำให้ดวงอาทิตย์ปะทุอย่างรุนแรง!

หลินอันไม่แน่ใจว่าแผนการของเขาจะสำเร็จหรือไม่

แต่ในความคิดของเขา... ในปีที่ฉู่อันเริ่ม "แผนการประกายไฟ"... ในวันที่เขาไปพบเติ้งเสียงที่สถาบันวิจัยอาวุธ... ในวินาทีที่เขารีบูตระบบสกายเน็ต! แผนการนี้... ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

ทุกสิ่งที่ฉู่อันทิ้งไว้ให้เขา... บางที... อาจจะเป็นไปเพื่อการนี้!

“เมื่อตะวันฉายแสง...”

“เมื่อพายุสุริยะลูกแรกพุ่งปะทะโลก...”

“เมื่อแสงสว่างสาดส่อง... เมื่อท้องฟ้าปรากฏแสงเหนือ... เมื่อดวงตะวันอันแผดเผาหลอมละลายหิมะและน้ำแข็ง!”

“โลกใบนี้... ก็จะถูกจุดประกายแห่งความหวัง... ท่ามกลางประกายไฟนับล้าน!”

ตอนต่อไป
บทที่ 1880: พายุทดสอบ

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา