เรื่อง ตำนานสามภพ หายนะแห่งมนตรา
ทาง้าของเิซ
ณ กลางาาจุดี่เคยเป็หอคอยแวนแจนซ์ กระแสมิติเกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง อักขระมากมายปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ร้อยเรียงกันจนกลายเป็ทรงกลมคล้ายลูกแก้ว ย้ายร่างของเิซแหวกมิติมาในเวลาเพียงเสี้ยววิาที
เนตรต้องสาป ส่องแสงสว่างสีแดงโลหิต ความสามารถี่มองเห็นไ้ทั้งัเวทและวิญญาณสาดส่องไปทั่ว ด้วยัแห่งจักรพรรดิขั้นต้น การมองจากระยะไกลเกินสิบกิโลเมตรย่อมไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถ
“มีุ่ก้อนัเวทกำลังเคลื่อนี่ถึงสี่กองเลยงั้นเหรอ... คิดว่าจะโดนลอบโจมตีเลยพยายามดิ้นรนสินะ” เิซยกยิ้มมุมปาก ดีดนิ้วมือเพียงหนึ่งครั้ง
เป๊ะ
วงแหวนอัญเชิญปรากฏขึ้น้าหลังของางทั้งๆ ี่างัไม่ไ้ร่ายเวทออกมา ส่งร่างของอสุรกายไร้ผิวออกมาหลายตัว พวกมันร่วงหล่นลงไปัพื้นดิน โดยี่เิซไม่ไ้สนใจเลยว่าพวกมันจะบาดเจ็บหรือไม่ เาะยิ่งพวกมันบาดเจ็บ ความต้องการเลือดและความบ้าคลั่งของอสุรกายไร้ผิวก็ยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น
“ตามกลิ่นเลือดของอัศวินไปซะ”
อสุรกายไร้ผิว แต่ละตัวนำลิ้นอันยาวของมันออกมา จมูกหุบและบานออก ดมกลิ่นเลือดี่ปะปนภายในาา จากนั้นอสุรกายไร้ผิวทั้งหมด ก็ุ่แยกออกไปเป็สีุ่่ เป็ทิศทางเดียวกับี่เิซสัมผัสไ้ถึงัเวท
“หือ?” เิซมองการวิ่งแยกของอสุรกายไร้ผิวอย่างแปลกใจ
“ตัวล่อของแต่ละกอง ไม่ไ้มีเพียงัเวทและวิญญาณ แต่กลับมีเลือดด้วยงั้นเหรอ... แสดงว่าพวกมันรู้ความสามารถอสุรกายไร้ผิวและการ์กอยล์ทมิฬจริงๆ .. แต่เป็ไปไ้ัไงกัน?” เื่ไม่าแยกแยะไ้ว่าุ่ไหนเป็ุ่จริง เาะระยะี่ไกลเิไป เิซจึงุ่ผ่านาาไปัุ่ี่ใกล้ี่สุด
ด้วยัเวทาศาลของชนชั้นจักรพรรดิ เพียงไม่ถึงหนึ่งาทีางก็มาถึงจุดี่สัมผัสัเวทกองแรกไ้แล้ว
“ภูตแมลงปองั้นเหรอ?” ดวงตาต้องสาปจ้องไปัฝูงแมลงปอ พวกมันแต่ละตัวถือขวดโหลแก้วเอาไว้ ภายในมีของเล็กๆ ี่ส่งัวิญญาณจางๆ ออกมา และ มีหยดเลือดอยู่ภายใน
“ใช้ของชั้นต่ำแบบนี้มาหลอก เนตรของข้ากับอสุรกายไร้ผิวงั้นเหรอ!!” เิซกล่าวอย่างโมโห แต่างก็ต้องยอมรับว่า เนตรอันแข็งแกร่งของางกลับไม่ามองออกไ้ หากไม่เข้ามาภายในระยะใกล้ๆ
ดวงเวทวิญญาณระเบิดออกมาจากดวงตา เพียงการกวาดตาเพียงครั้งเดียว ภูตแมลงปอทั้งหมดก็โดนทำลายลงไปทันที
“อึก” ความเจ็บปวดสะท้อนกลับไปั ลูเชียน ผู้เป็เจ้าของภูตแมลง นับว่าโชคดีี่เขาซ่อนตัวอยู่ไกลจากระยะของเนตรต้องสาป ไม่อย่างนั้นัเวที่ปั่นป่วนเาะโดนโจมตีย่อมทำให้โดนพบเจอไ้โดยง่าย
“ส่งชนชั้นจักรพรรดิมาจริงๆ ด้วยสินะ” เื่รับรู้ถึงตัวตนของศัตรู ลูเชียนรีบส่งกระแสจิต ผ่านรอยสักให้กับอูซิน เรย์ และ ฟรอสต์ทันที
‘อูซิน รีบหนีเร็ว แมลงปอของผมกำลังโดนทำลายอย่างต่อเนื่อง แถมคนี่ทำลายัมีระดับสูงถึงจักรพรรดิขั้นต้น’
เื่เิซทำลายแมลงปอุ่แรกไ้ างก็ุ่ผ่านาาไปัจุดต่อไปด้วยความเร็วสูง เพียงไม่กี่าทีแมลงปอทั้งสามุ่ก็โดนทำลายลงไปอย่างรวดเร็ว
'ทำลายไปทั้งสีุ่่ก็ัไม่ใชุ่่จริงงั้นเหรอ?' เิซลอยกลางาามองุ่แมลงี่โดนทำลายลงไป
'หรือว่า.. มีพวกี่ซ่อนัเวทไ้ พวกมันมีัมากพอจะซ่อนตัวของกองอัศวินทั้งกองไ้เลยงั้นเหรอ?.. หรือจะเป็ฝีมือของผู้เกิดใหม่? '
ไม่ใช่ว่ามาร์ตินี่เป็เพียงจ้าวมนตราชั้นต้นจะมีัจิตซ่อนเร้นแข็งแกร่งจนสามารถซ่อนัจากสัมผัสเนตรชนชั้นจักรพรรดิไ้
แต่เป็เาะหมอกของเขาผสมสุราี่เตรียมมาตั้งแต่เื่วาน มันเป็สุราี่หลอนประสาทไ้แม้แต่สัมผัสของชนชั้นจักรพรรดิ
เิซเพ่งประสาทสัมผัสจนถึงขีดสุด ในจังหวะนั้นเอง สัมผัสเวทก็สัมผัสไ้ถึงการเคลื่อนไหวี่ไกลออกไป เป็ทิศทางี่มุ่งหน้าเข้าหาเมือง
"มีแต่สี่คนงั้นเหรอ?" เิซมองไปัอสุรกายไร้ผิว้าล่าง พวกมันกำลังวิ่งไปอีกทิศทางด้วยความเร็วสูง แต่มันเป็ทิศทางี่างไม่าสัมผัสไ้ถึงัเวทของผู้ใด ดวงตาของเิซเปล่งประกายัวิญญาณออกมาอย่างรุนแรง เพ่งการมองดวงวิญญาณจนถึงขีดสุด
จนสามารถมองเห็นุ่ของดวงวิญญาณสองุ่ ุ่แรกมีจำนวนมากนับร้อยคน แต่อีกุ่กลับมีเพียงห้าดวง และ ัเคลื่อนี่อย่างรวดเร็วเป็ทางการมุ่งหน้าเข้าเมืองทั้งสองุ่
“มีวิชาี่สามารถซ่อนตัวจากสัมผัสแห่งจักรพรรดิไ้งั้นเหรอ ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ข้าเจอพวกเจ้าแล้ว” รอยยิ้มอันน่าสยดสยองปรากฏขึ้นทันที เิซุ่ทะยานไปัทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว ัแห่งชนชั้นจักรพรรดิระเบิดออกอย่างไม่คิดปิดบัง ความเร็วของางุ่ทะยานจนเห็นเพียงแต่เส้นสีแดง
………………..
“มาแล้ว” อูซินมองไปัทิศทางหนึ่ง เขาสัมผัสไ้ถึงัเวที่ระเบิดออกมา
“ห่ะ! อะไรมา” ไอริสหันไปถามอูซิน
“ศัตรู อีกไม่านก็คงมาถึงเราแล้ว”
“จะบอกว่าศัตรูกำลัง…” ไอริสกำลังจะถามเาะว่าางไม่าสัมผัสไ้ถึงสิ่งใด แต่ว่าางัไม่ทันจะพูดจบ สัมผัสเวทของางก็สัมผัสไ้ถึงัาศาลมันเป็ัี่ยิ่งใหญ่จนางัหวาดกลัว
“พะ.. ัแบบนี้ ชะ…. ชนชั้นจักรพรรดิ ทำัไงดี” ดวงตาของไอริสแสดงออกถึงความกลัวออกมาไ้อย่างชัดเจน เาะด้วยัของคนทั้งหมดี่อยู่ตรงนี้เพียงการจ้องมองเดียวของชนชั้นจักรพรรดิก็สามารถสังหารทุกคนไ้แล้ว
“รีบให้หงส์ศาสตราเดินทางดีกว่า ไม่ต้องสนใจคนี่กำลังตามมา” อูซินเรียกขวานคู่ของตนเองออกมา
“โง่หรือไง คิดจะสู้กับชนชั้นจักรพรรดิเนี่ยนะ!” ไอริสตื่นตระหนกเหมือนเห็นท่าทางของอูซิน
ขวานคู่ผนึกกันจนกลายเป็ขวานยักษ์ ัเวท ัวิญญาณ และ แก่นแท้ทั้งสี่ถูกเรียกออกมาประสานเอาไว้บนขวาน
เพลงขวานผ่าโลกา กระบวนท่าี่สอง ผ่าปราการเหล็ก
กระบวนท่าี่สองของวิชาขวานแห่งการทำลายล้างถูกใช้ออกมา สร้างคลื่นขวานรูปจันทร์เสี้ยวสีขาวขาดยักษ์ุ่ออกไปอย่างรุนแรง เข้าหาเิซี่กำลังุ่มา
“สี่แก่นแท้จริงๆ ด้วย” หากไม่รู้ข้อมูลมาก่อนเิซก็คงมีอาการตกใจเช่นเดียวกับ ไคม์ และ กริมม์ แต่เื่รู้ข้อมูลมาก่อนางก็ไม่ไ้ตื่นตระหนก แถมัเวทพื้นฐานี่ใช้ในการโจมตีัเป็เพียงระดับห้าขั้นต้น ต่อให้มีักล้ามเนื้อาศาลและแก่นแท้จำนวนมาก ก็สามารถสร้างการโจมตีไ้เทียบเท่าชนชั้นจ้าวมนตราขั้นต้นเท่านั้น ัห่างไกลจากชนชั้นจักรพรรดิขั้นต้นเช่นาง
ฝ่ามือของเิซส่องแสงสว่างสีแดงออกมา ัเวทและัวิญญาณหลอมรวมกัน ซัดฝ่ามือออกไปัคลื่นขวาน
ตู้ม!!
การโจมตีของอูซินถูกสลายไปอย่างง่ายดาย ร่างของเิซหยุดอยู่กลางาา
“เป็ผู้ยิ่งใหญ่คนไหนกันี่กลับมาเกิดใหม่” เิซมองมือของตนเองี่สั่นเล็กน้อย แม้ว่าัเวทของางจะเหนือกว่าแต่สำนึกรู้ของอีกฝ่ายี่ผนึกลงในการโจมตีก็ไม่ธรรมดา หากว่าอีกฝ่ายเลื่อนระดับไ้ถึงชนชั้นจ้าวมนตราต่อให้เป็างก็คงไม่าสู้ซึ่งๆ หน้าไ้
แต่เรื่องพละกำลังไม่ใช่เรื่องี่ ตระกูลมอร์ทิเฟอร์ อย่างางถนัด
“ต้องรีบสังหารให้ไ้ ก่อนี่จะฟื้นฟูัไ้มากกว่านี้”
เิซหยุดนิ่งกลางาาจ้องมองไปั คนทั้งสี่ี่อยู่บนหลังของหงส์ดาราศาสตรา ัเวทวิญญาณอันน่าขนลุกระเบิดออกมาจากดวงตา
เนตรต้องสาป ดับวิญญาณ
ท้องฟ้ารอบกายของ อูซิน ไอริส เอโลเวน คาเตอร์ และ หงส์ดาราศาสตราดำมืดลงอย่างกับเป็ยามรัตติกาล ท่ามกลางความมืดมิดี่โรยตัวลงมาอย่างกะทันหัน บรรยากาศรอบ้าพลันเงียบสงัดจนน่าขนลุก มันไม่ใช่ความมืดจากเมฆหมอกหรือการบดบังของแสงอาทิตย์ แต่เป็ "เขตแดนวิญญาณ" ี่ถูกสร้างขึ้นจากเนตรต้องสาปของชนชั้นจักรพรรดิ พื้นี่โดยรอบถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขังดวงวิญญาณทั้งห้าไว้ในกรงขังแห่งความสิ้นหวัง
ไอริสกรีดร้องออกมาอย่างไร้เสียง ร่างกายของางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็หิน ควาาวเหน็บี่เสียดแทงเข้าถึงกระดูกไม่ใช่ความเย็นจากอุณหภูมิ แต่เป็กลิ่นอายแห่งความตายี่กำลังกัดกินเจตจำนงในการมีชีวิต แม้แต่ หงส์ดาราศาสตรา ี่เป็ภูตอัญเชิญระดับสูงัส่งเสียงร้องโหยหวน ปีกี่เคยพราวแสงดาวกลับหม่นแสงและเริ่มแตกสลายกลายเป็ละอองธุลี
“ดวงวิญญาณี่ริาท้าทายโชคชะตา... จงมอดดับลงในความมืดมิดนิรันดร์” เสียงของเิซดังก้องมาจากทุกทิศทาง ทรงัและกดดันจนมวลาาหน่วงหนักดุจตะกั่ว
ในวิาทีี่วิญญาณของไอริสและเอโลเวนกำลังจะถูกกระชากออกจากร่างด้วยอำาจ ‘ดับวิญญาณ’
‘ชิ… ต้องมาใช้ัเกินตัวตั้งแต่แรกเลยงั้นเหรอ’ อูซินสบถใจใน ัสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นทั่วร่างของอูซิน แต่ว่าก่อนี่เขาจะลงมือ กลับไ้ยินน้ำเสียงอันแก่ชราของดร.อาร์คัสดังขึ้นผ่านรอยสัก
‘ัไม่ต้องลงมือ เขามาถึงแล้ว’
ท่ามกลางความมืดมิด ี่กำลังบีบคั้นดวงวิญญาณของอูซินและคนบนหลังหงส์ดาราศาสตราจนถึงขีดสุด ในวิาทีี่ความตายกำลังจะเอื้อมมือมาถึง เส้นขอบฟ้าทางทิศี่ตั้งของเมืองเทรัสพลันบังเกิดเสียงกัมปาทกึกก้อง
เปรี้ยง!!!!
หอกสายฟ้าสีครามเข้มข้นเส้นหนึ่งุ่แหวกาามาด้วยความเร็วี่เหนือกว่าเสียง มันไม่ใช่เพียงสายฟ้าธรรมชาติ แต่เป็สายฟ้าี่บรรจุไปด้วยจิตสังหาร เส้นแสงสีครามนั้นุ่ทะลวงเข้าใส่กึ่งกลางอาณาเขตความมืดของเิซอย่างแม่นยำ แรงปะทะาศาลทำให้ม่านัดับวิญญาณสั่นสะเทือนและปริร้าวราวกับกระจกี่โดนค้อนเหล็กทุบ
“บังานัก! ใครกัน!” เิซตวาดก้องพร้อมสะบัดสายตาไปทางต้นกำเนิดั
ทว่าัไม่ทันี่างจะไ้ตั้งตัว ร่างทรงัในชุดเกราะอัศวินสีเงินทองก็ุ่ผ่านม่านเมฆลงมาดุจเทพสายฟ้า ในมือของเขาถือหอกยาวี่เปล่งประกายอสนีบาต,อสุนีบาตจนสว่างจ้าไปทั่วชั้นบรรยากาศ เขาคือ ไวเคานต์ เอ็ดวีก เอเมอร์ เจ้าเมืองเทรัส ผู้ครอบครองั ชนชั้นจักรพรรดิขั้นกลาง
“ในเขตแดนของข้า... ไม่อนุญาตให้พวกนอกรีตจากภาคีไตรเนตรมาทำตัวสาาว!”
เสียงของเอ็ดวีกดังกังวานเปี่ยมไปด้วยอำาจสะกดข่ม เขาควงหอกยาวในมือเพียงครั้งเดียว อาร่าธาตุสายฟ้าก็ระเบิดออกจากร่าง ควบแน่นจนกลายเป็มังกรอัสนีุ่เข้าจู่โจมเิซโดยตรง
วิชาหอกอัสนีตระกูลเอเมอร์ อสนีบาต,อสุนีบาตทลายอัสนี
ปลายหอกุ่กระแทกเข้ากับม่านัวิญญาณของเิซอย่างรุนแรง ัระดับจักรพรรดิขั้นกลางี่เหนือกว่าหนึ่งขั้น และ อาร์ติแฟกต์อักขระมิติ ‘หอกทลายพสุธา’ อาร์ติแฟกต์ระดับสูงี่ เรมัส แวนแจนซ์สร้างขึ้นด้วยตัวเอง มันมีทั้งัแห่งมิติและัวิญญาณ
อาร์ติแฟกต์ี่มีัวิญญาณประกอบกับธาตุสายฟ้า ทำให้เนตรต้องสาปของเิซเกิดอาการชะงักงัน แสงสีแดงจากดวงตาของางมอดดับลงชั่วขณะ ส่งผลให้อาณาเขตดับวิญญาณสลายตัวไปทันที
ตู้ม!!!
เิซต้องยกแขนขึ้นต้านรับแรงกระแทกจนร่างของางกระเด็นถอยหลังไปหลายร้อยเมตร เลือดสายหนึ่งไหลซึมจากมุมปากของหญิงสาว างจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาอาฆาต
“เอ็ดวีก เอเมอร์... เจ้าเมืองเทรัสงั้นเหรอ มาไ้ัไงกัน?” เิซเค้นเสียงเย็น
เอ็ดวีกไม่ไ้สนใจคำพูดของาง เขาหันไปมองขบวนลำเลียงของหงส์ดาราศาสตราและุ่ของอูซินด้วยสายตาี่เฉียบคม ก่อนจะชี้หอกไปัเิซอีกครั้ง
“ไอริส! รีบคาเตอร์เข้าเมือง!”
การปรากฏตัวของเอ็ดวีกเปลี่ยนกระแสของสมรภูมิไปโดยสิ้นเชิง ักดดันของชนชั้นจักรพรรดิขั้นกลางทำให้าารอบ้าสั่นสะเทือน
ไอริสรีบพยักหน้า และ เร่งเดินทางต่อ โดยมีเจ้าเมืองเทรัสยืนตระหง่านเป็กำแพงอสนีบาต,อสุนีบาตขวางกั้นศัตรูไว้เบื้องหลัง
“ชิ” เิซสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“คิดว่าจะหยุดข้าไ้งั้นเหรอ” เิซยกยิ้มมองไปัเอ็ดวีก
“ไม่ใช่หยุด.. แต่ข้าจะสังหารเจ้าให้ไ้” เอ็ดวีกประกาศก้อง จ้องมองไปัเิซแต่ก็ัไม่ไ้ลงมือต่อไป แม้ว่าระดับัของเขาจะสูงกว่า แต่ัของสายเลือดและัวิญญาณกลับด้อยกว่าอีกฝ่าย หากลงมือไม่คิดหน้าคิดหลัง าจะทำให้โดนวิชาเนตรต้องสาปเล่นงานก็ไ้
“งั้นพวกุ่อัศวินี่กำลังซ่อนตัว คงไม่ารอดไปไ้แล้ว” เิซยกยิ้ม างสัมผัสไ้ถึงกลิ่นอายัชีวิตของอสุรกายไร้ผิวกำลังเข้าใกล้ไปโจมตีุ่ของอัศวินี่กำลังหลบหนี แม้ว่าอสุรกายไร้ผิวี่นำมาจะมีระดับัเพียงระดับสี่และห้า แต่หากให้สังหารอัศวินี่ัเวทไม่เหลือและัมีอาการบาดเจ็บ ย่อมสามารถสังหารไ้โดยง่าย
หากเอ็ดวีกไม่คิดจะไปช่วยอัศวินี่มีจำนวนเกือบร้อยคน างก็จะุ่ไปสังหารคาเตอร์ทันที ถึงตัวตนของกริมม์จะถูกเปิดโป้ง แต่หากสังหารอัศวินชนชั้นราชันไ้ ย่อมเป็ประโยชน์ต่อแผนการในอาคตมากกว่า
“หือ?” เอ็ดวีกทำหน้าฉงน เาะต่อให้เป็สัมผัสของชนชั้นจักรพรรดิก็ัไม่าสัมผัสไ้ถึงัของอสุรกายไร้ผิวี่ไม่มีแก่นัเวท แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สัมผัสไ้ถึงความกระหายเลือดบางอย่างภายในป่า้าล่าง ความรู้สึกอันน่าขนลุกบอกเขาว่าภายในป่ามีสิ่งมีชีวิตี่อันตรายเกินกว่าี่เขารู้จัก
“จงเลือกว่าจะช่วยอัศวินเกือบร้อยชีวิต้าล่าง หรือ หัวหน้าหน่วยอัศวินหนึ่งคน” เิซยกยิ้ม
…..
้าของกองกำลังอัศวินี่กำลังขี่ม้าหลบหนี ในเงามืดของแมกไม้ี่หาทึบ ดวงตาสีโลหิตนับสิบคู่พลันสว่างวาบขึ้น
เสียงวิ่งของอสุรกายไร้ผิวดังขึ้น พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าของม้าี่กำลังวิ่ง โทแพซี่ไ้ยินเสียงแปลกประหลาดไ้หันกลับไปมอง ก็พบเข้ากับดวงตาสีแดงโลหิตและร่างกายอันน่าสยองกำลังวิ่งไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ
“พวกมันตามมาทันแล้ว!” โทแพซตะโกนก้อง พยายามจะเค้นออร่าเวที่เหลือเพียงน้อยนิดขึ้นมาสร้างโล่ป้องกัน แต่มันช้าเิไป กรงเล็บกระดูกของการ์กอยล์ทมิฬตัวหนึ่งง้างขึ้นสูงอยู่เหนือหัวของอัศวินี่อยู่ท้ายขบวน
ฟึ่บ!
เสียงแหวกาาี่คมกริบดังขึ้นจากทิศทางี่ไ่ีใสังเกตเห็น ลูกศรังานสีเขียวเข้มอมดำุ่ทะลวงผ่านใบไม้หาทึบเข้าปักกลางแสกหน้าของอสุรกายไร้ผิวตนนั้นอย่างแม่นยำ ัมรณะี่อัดแน่นอยู่ในลูกศรระเบิดออกทันทีี่สัมผัสเป้าหมาย บดขยี้ศีรษะจนกลายเป็ฝุ่นผงก่อนี่กรงเล็บของมันจะทันไ้แตะต้องเป้าหมาย
“ศร! จากไหนกัน” โทแพซพึมพำขณะี่หันไปมองหาี่มาของลูกศร แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
“เป็พวกของข้าี่กำลังคุ้มกันให้ รีบเดินทางกันต่อ” ฟรอสต์ี่ควบบัคกี้อยู่ไม่ไกล ตะโกนบอก
ในเงาไม้ี่สูงขึ้นไปกว่าสามสิบเมตร เรย์ ยืนตระหง่านอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ คันธนูอักขระมิติในมือถูกง้างจนสุด อักขระเล็งเป้าของเลนส์ตาซ้ายขยับไปมา ลวดลายบนธนูเปล่งแสงสีเขียวดำจางๆ ลายใจของเขาประสานเข้ากับสายลม เลนส์แว่นอักขระมองการเคลื่อนไหวทุกอย่าง มองไปัจุดตายทุกจุดของอสุรกายไร้ผิวี่กำลังขยับตัว เตรียมพร้อมี่จะสังหารทุกสิ่งี่ย่างกรายเข้าใกล้ขบวนอัศวิน
“ไม่ต้องหันมามอง... วิ่งต่อไป!” เรย์ส่งกระแสเสียงจิตบอกฟรอสต์ี่นำหน้าขบวน
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เรย์ปล่อยศรออกไปอย่างต่อเนื่องดุจพายุ-่าฝน ศรแต่ละดอกมีวิถีโค้งมนี่แปลกประหลาด มันอ้อมผ่านต้นไม้และหักเลี้ยวเข้าหาแก่นโลหิตของอสุรกายไร้ผิวี่พยายามจะลอบโจมตีจากมุมอับ ทุกครั้งี่ศรปะทะเป้าหมาย จะเกิดคลื่นัมรณะกัดกร่อนร่างของพวกมันจนสลายไปในพริบตา ราวกับมีเพชฌฆาตไร้ตัวตนคอยคุ้มครองขบวนนี้อยู่ทุกฝีก้าว
ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของม้าี่เร่งรีบและเสียงหอบหายใจของคนเจ็บ มีเพียงเสียง "ฟึ่บ" ของลูกศรีุ่่ผ่านไปเป็ระยะๆ เท่านั้นี่เป็สัญญาณว่าพวกเขาัปลอดภัย ขบวนลำเลียงเคลื่อนเข้าใกล้เขตกำแพงเมืองเทรัสขึ้นทุกที
'ใครกัน? แม่นยำจนน่าขนลุก' โทแพซคิดในใจขณะี่เขาเร่งฝีเท้าขึ้นอีก ัของเรย์ี่ผสานเข้ากับอาร์ติแฟกต์ี่เรนทิ้งเอาไว้ให้ ทำให้นักธนูหนุ่มมือใหม่ี่เพิ่งทดลองยิงเื่วานผู้นี้กลายเป็ "นักธนูอัจฉริยะนะแห่งการซุ่มยิง" ี่ไ่ีใหลบ้
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??