เรื่อง เทพยุทธ์ระบบพิสดาร

ติดตาม
ตอนที่ 128: นครไร้กาลเวลา รอยตำหนิแห่งสวรรค์
ตอนที่ 128: นครไร้กาลเวลา รอยตำหนิแห่งสวรรค์
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ฝุ่นควันจากการกระแทกพื้นยังมิทันจางหาย


หลินเฟิงสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง เขาพยุงร่างของซูเม่ยเหยาให้ลุกขึ้นยืนบนพื้นหินสีเทาแข็งกระด้าง


"ที่นี่..."


ซูเม่ยเหยาเอ่ยขึ้นเสียงแห้งผาก ดวงตางามเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อมองเห็นทัศนียภาพเบื้องหน้า


มันคือนครโบราณขนาดมหึมาที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ทว่าสถาปัตยกรรมของมันกลับผิดรูปขัดแย้งกับสามัญสำนึกอย่างรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน


หอคอยหินสูงเสียดฟ้า... มิได้ตั้งอยู่บนพื้น หากแต่ห้อยหัวลงมาจากความว่างเปล่าด้านบน ยอดแหลมของมันชี้ลงดินราวกับรากไม้ที่พยายามไชลงสู่พิภพ สายน้ำตกจากภูเขาจำลอง... ไหลย้อนกลับขึ้นสู่ฟากฟ้า ละอองน้ำลอยขึ้นไปรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆสีเทาหม่น


ก้อนอิฐเศษซากปรักหักพังจำนวนนับไม่ถ้วน... ลอยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หยุดนิ่งสนิทราวกับกาลเวลาในสถานที่แห่งนี้ถูกแช่แข็งเอาไว้ชั่วนิรันดร์


"ระวังตัวด้วย"


หลินเฟิงเตือน เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าเพื่อสำรวจ


ตึก!


เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังก้องขึ้น


ทว่า... เท้าของเขายังมิทันสัมผัสพื้น


หลินเฟิงชะงักกึก เขามองดูเท้าของตนเองที่ยังลอยอยู่เหนือพื้นดินประมาณหนึ่งนิ้ว แต่เสียงเดินกลับดังขึ้นมาก่อนแล้ว


"เหตุมาก่อนผล... หรือผลมาก่อนเหตุ?"


ความรู้สึกคลื่นเหียนอย่างรุนแรงตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ประสาทสัมผัสของเขาเริ่มสับสนปั่นป่วน กฎเกณฑ์แห่งความเป็นจริงในเมืองนี้วิปริตจนไม่อาจใช้ครรลองปกติมาตัดสินได้


วิ้ง... ซ่า...


นิมิตอักษรในห้วงสำนึกเด้งขึ้นมาซ้อนทับกันนับสิบชุด ตัวอักษรสีแดงฉานสั่นไหวเลือนราง อ่านจับใจความมิได้


【...ความผิดพลาด... ของมิติ...】


【...พื้นที่... มิอาจ... ลบเลือน...】


【...กฎเกณฑ์... หลุด... การควบคุม...】


เจตจำนงแห่งเตาหลอมกำลังกรีดร้อง มันพยายามวิเคราะห์สถานที่แห่งนี้ แต่ยิ่งวิเคราะห์... มันก็ยิ่งพบเจอแต่ 'ทางตัน' ของกฎเกณฑ์


ที่นี่มิใช่แดนลับแล มิใช่ค่ายกลลวงตา แต่มันคือ 'รอยตำหนิ' ของสวรรค์ เศษเสี้ยวของโลกที่พระเจ้าสร้างพลาด... พยายามลบทิ้งแต่ไม่สำเร็จ จึงถูกทิ้งร้างไว้ในซอกหลืบของมิติที่เวลาเดินทางไปไม่ถึง


"อากาศที่นี่..." หลินเฟิงสูดลมหายใจ "แห้งสนิท"


ไร้ลม ไร้กลิ่น ไร้ความชื้น


มันเหมือนกับพวกเขากำลังเดินเข้าไปใน 'ภาพวาด' เก่าแก่ที่สีซีดจาง ทุกสิ่งดูไร้ชีวิตชีวา แต่กลับมีความเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติซ่อนเร้นอยู่


เงาของอาคารบ้านเรือนที่ทอดยาวลงบนพื้น... กำลังกระเพื่อมไหวไปมาทั้งที่ไม่มีแสงตะวัน เงาเหล่านั้น... ยืดยาวออกไปผิดทิศทาง พวกมันไม่ได้ทอดไปตามแสง แต่ทอดไปทาง 'ใจกลางเมือง' ราวกับกำลังชี้ทางให้ผู้มาเยือนเดินเข้าสู่กับดัก


หลินเฟิงประคองซูเม่ยเหยาเดินลึกเข้าไปตามถนนสายหลักของนครโบราณ


พื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นร่องลึก ทว่าชิ้นส่วนที่แตกออกกลับลอยค้างอยู่เหนือรอยแตกเล็กน้อย ขยับขึ้นลงช้าๆ เหมือนกำลังหายใจ สองข้างทางที่ควรจะเป็นบ้านเรือนที่พักอาศัย... บัดนี้กลายเป็นสถานที่จัดแสดงความตาย


ซากโครงกระดูกจำนวนมหาศาลนั่งเรียงรายอยู่ตามริมถนน พิงกำแพง หรือนอนขดตัวอยู่กลางลานกว้าง โครงกระดูกเหล่านี้มิใช่สีขาวโพลนดั่งกระดูกคนทั่วไป


บ้างเป็นสีทองอร่ามดุจทองคำบริสุทธิ์


บ้างเป็นสีเงินยวงที่ส่องประกายวาววับ


บ้างก็ใสกระจ่างดุจผลึกแก้ว


"ระดับแก่นแท้ทองคำ... ระดับวิญญาณแรกกำเนิด..." ซูเม่ยเหยาพึมพำเสียงเครือ "คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับตำนานในยุคโบราณ เหตุใดจึงมาจบชีวิตลงที่นี่พร้อมกัน?"


หลินเฟิงเดินเข้าไปใกล้โครงกระดูกสีทองร่างหนึ่ง เขาย่อตัวลงพิจารณาร่องรอยบนกระดูกอย่างละเอียด สิ่งที่พบ... ทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ


กระดูกซี่โครงทุกซี่มีรอยแตกร้าวละเอียดนับพันรอย ทว่ารอยร้าวเหล่านั้นมิได้เกิดจากการถูกทุบตีด้วยอาวุธ


มันมีร่องรอยของการ 'สมานตัว'


กระดูกแตกออก... แล้วถูกบังคับให้สมานคืน... แล้วก็แตกใหม่... แล้วก็สมานคืนอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วัฏจักรแห่งความทรมานที่ไร้จุดจบ


"พวกเขาไม่ได้ถูกฆ่า" หลินเฟิงเอ่ยเสียงแห้งผาก "แต่พวกเขาถูก 'ทิ้ง' ให้ตาย"


กฎเกณฑ์ที่วิปริตของเมืองนี้... กดดันร่างกายของพวกเขา บีบอัดจนกระดูกแตก แล้วใช้พลังงานประหลาดรักษาให้หายเพื่อบีบอัดใหม่ ทรมานเหยื่อให้ตายทั้งเป็นอย่างช้าๆ จนกว่าจิตวิญญาณจะแตกสลายไปเอง


"ดูนี่สิ..." ซูเม่ยเหยาชี้มือไปที่โครงกระดูกอีกร่างหนึ่ง


ร่างนั้นนั่งคุกเข่า มือกระดูกทั้งสองข้างกำรอบลำคอของตนเองแน่นจนกระดูกคอหัก ปากกรามเปิดกว้างสุดขีดในลักษณะกรีดร้อง


"ท่าทางแบบนี้..."


หลินเฟิงชะงัก เขายกมือขึ้นแตะลำคอของตนเองโดยไม่รู้ตัว แตะ 'ปล่องระบาย' ที่ฝังอยู่ภายใน


โครงกระดูกร่างนั้น... พยายามจะทำสิ่งที่เขาทำ


พยายามจะ 'ระบาย' แรงดันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในกายออกทางปาก แต่เขาไม่มีปล่อง ไม่มีทางออก พลังงานจึงระเบิดออกภายในลำคอจนศีรษะเกือบหลุดจากบ่า


"ผู้ล้มเหลว" หลินเฟิงกล่าวสรุป


คนเหล่านี้คือผู้ที่พยายามฝืนกฎสวรรค์ พยายามท้าทายอำนาจที่มองไม่เห็น แต่พวกเขาขาด 'สมดุล' ขาดชิ้นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ยืนหยัดอยู่ได้ จึงถูกกวาดต้อนมารวมกันที่นี่ ที่ซึ่งเป็น 'หลุมดำ' ของโลกหล้า


ตึกตัก... ตึกตัก...


ทันใดนั้น รอยร้าวที่หน้าอกซ้ายของหลินเฟิง... เริ่มเต้นตุบๆ อีกครั้ง มันมิได้เต้นด้วยความเจ็บปวด แต่เต้นด้วยความ 'ตื่นเต้น' ราวกับมันสัมผัสได้ถึง 'พลังงานวิปริต' ที่ตกค้างอยู่ในซากกระดูกเหล่านี้ และมัน... อยากจะกิน


วูบ!


ไอพลังงานสีเทาหม่นที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ... เศษซากของกฎเกณฑ์ที่พังทลายจากซากโครงกระดูกนับหมื่น... เริ่มไหลบ่าเข้ามาหาหลินเฟิงราวกับกระแสน้ำวนที่ถูกดึงดูดสู่จุดศูนย์กลาง


ซู๊ดดด!


เสียงดูดกลืนดังขึ้นแผ่วเบา รอยร้าวที่หน้าอกทำหน้าที่ต่างปาก สูบกลืนละอองสีเทาแห่งความตายเหล่านั้นเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม


แทนที่ร่างกายจะต่อต้านพิษร้ายจากต่างมิติ... เตาหลอมดาราจักรพรรดิกลับสั่นระริกด้วยความ 'พึงพอใจ' มันรู้สึกเหมือนคนพเนจรที่ได้กลับบ้าน เหมือนสัตว์ร้ายที่ได้กลับคืนสู่ถิ่นกำเนิดอันป่าเถื่อน


แผลที่เคยฉีกกว้างมีเลือดสีดำไหลซึม... เริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างช้าๆ ทว่ามันมิได้สมานด้วยเนื้อเยื่อมนุษย์สีแดงสด แต่มันถูกอุดด้วย 'เถ้าถ่านสีเทา' ที่จับตัวกันแข็งแกร่งดุจหินผา ปิดผนึกรอยรั่วนั้นไว้จนสนิท กลายเป็นแผลเป็นนูนต่ำที่ดูอัปลักษณ์น่าเกรงขาม


"อึก..."


หลินเฟิงยกมือขึ้นกุมหน้าอก เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน


แผลภายนอกหายดีแล้ว แต่ความรู้สึกภายในกลับ 'หนักอึ้ง' ยิ่งกว่าเดิม เหมือนมีก้อนหินเย็นชืดฝังอยู่ในหัวใจ การขยับแขนขาแต่ละครั้งเชื่องช้าลงยากลำบากขึ้น ราวกับร่างกายนี้มิใช่ของเขาอีกต่อไป แต่กำลังถูกกฎเกณฑ์ที่วิปริตของเมืองนี้เข้ายึดครองทีละส่วน


เขากำลังแบกรับน้ำหนักของ 'ความผิดพลาด' ที่สวรรค์ทิ้งไว้


"หลินเฟิง..."


มือเรียวบางของซูเม่ยเหยาเอื้อมมากุมมือเขาไว้แน่น นางจ้องมองเขาด้วยแววตาหวาดหวั่นระคนเจ็บปวด


"กลิ่นอายของเจ้า... มันเริ่มเหมือนสถานที่แห่งนี้"


นางมิได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอก แต่หมายถึง 'ความรู้สึก' ที่แผ่ออกมาจากวิญญาณ ความรู้สึกว่างเปล่า หยุดนิ่ง ไร้ซึ่งชีวิตชีวา


"เจ้ามิได้หายดี... แต่เจ้ากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่"


หลินเฟิงก้มลงมองมือตนเองที่เริ่มมีสีเทาหม่นเจือปนใต้ผิวหนัง


"ข้ารู้" เขาตอบกลับเสียงแห้งผาก "แต่เพื่อที่จะเดินผ่านนรก... ข้าก็ต้องยอมใส่อาภรณ์ของปีศาจ"


เขาไม่มีทางเลือก หากไม่กลืนกินกฎเกณฑ์ที่พังทลายเพื่อซ่อมแซมตนเอง... ร่างกายของเขาจะทนรับแรงกดดันในเมืองนี้ต่อไปไม่ไหว เขาต้องยอมแลกความเป็นมนุษย์บางส่วน เพื่อความอยู่รอด


"ไปกันเถอะ" หลินเฟิงตัดบท สายตามองตรงไปยังใจกลางเมือง ที่ซึ่งมีแสงสว่างวาบไหวผิดปกติ "บัลลังก์นั่น... รออยู่"


ใจกลางมหานครแห่งความตาย


ลานกว้างขนาดมหึมาปูด้วยแผ่นหินสีขาวบริสุทธิ์... ทว่าแผ่นหินเหล่านั้นมิได้วางเรียบเสมอกัน พวกมันลอยตัวแยกออกจากกันเป็นแผ่นๆ สูงต่ำไม่เท่ากัน ราวกับบันไดที่ทอดตัวอย่างไร้ระเบียบ


ตรงกึ่งกลางลาน... มีสิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่นสะดุดตาตั้งตระหง่านอยู่


'บัลลังก์แห่งแสง'


ตัวบัลลังก์มิได้สร้างจากทองคำหรืออัญมณี แต่สร้างขึ้นจากลำแสงสีขาวนวลที่อัดแน่นจนเป็นรูปร่าง ทว่าแสงนั้นมิได้นิ่งสงบ มันกระพริบติดๆ ดับๆ อย่างผิดวิสัย คล้ายตะเกียงน้ำมันที่ใกล้หมดเชื้อเพลิง บางครั้งก็สว่างจ้าจนแสบตา บางครั้งก็เลือนรางจนเกือบมองทะลุได้


บนบัลลังก์นั้น... มี 'ชุดเกราะโบราณ' นั่งสงบนิ่งอยู่


ชุดเกราะสีเงินยวงเต็มไปด้วยร่องรอยขีดข่วนคราบฝุ่นหนาเตอะ สนิมเขรอะสีแดงเกาะกินตามข้อต่อต่างๆ หมวกเกราะปิดบังใบหน้ามิดชิด ทว่า... ภายใต้ชุดเกราะนั้นว่างเปล่า ไร้ร่างกาย ไร้โครงกระดูก ไร้วิญญาณ


มีเพียงความว่างเปล่าที่สวมใส่เกราะเหล็ก


"ผู้พิทักษ์รึ?" ซูเม่ยเหยากระซิบถามเสียงเครือ มือขวากระชับด้ามกระบี่แน่น


หลินเฟิงหรี่ตามอง สัมผัสพิเศษของเตาหลอมตรวจสอบเป้าหมายอย่างรวดเร็ว


"ไม่ใช่... มันไม่มีจิตสังหาร... ไม่มีแม้กระทั่งเจตจำนง"


หลินเฟิงก้าวเท้าเข้าไปใกล้


กึก...


เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ชุดเกราะที่นั่งนิ่งมานับพันปี... พลันขยับเขยื้อน


มิใช่การขยับด้วยพลังชีวิตหรือเวทมนตร์คาถา แต่เป็นการขยับด้วย 'กลไก' ที่ถูกตั้งค่าไว้ล่วงหน้า การเคลื่อนไหวของมันแข็งทื่อ กระตุกเป็นจังหวะเหมือนหุ่นเชิดที่ข้อต่อฝืดเคือง


เกราะมือข้างขวาค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ นิ้วชี้โลหะชี้ตรงลงมาที่พื้นเบื้องหน้าหลินเฟิง


วูบ!


ลำแสงสีฟ้าครามพุ่งออกจากปลายนิ้วเกราะ ตกกระทบพื้นหินสีขาว


ภาพมายาปรากฏขึ้น


มันคือ 'แผนที่ดวงดาว' จำลองขนาดใหญ่ เส้นสายของดวงดาวโยงใยกันเป็นโครงข่ายซับซ้อน ทว่า... ภาพนั้นกลับไม่สมบูรณ์ เส้นทางดวงดาวขาดวิ่นเป็นช่วงๆ แสงกระพริบติดดับเหมือนภาพวาดที่ถูกฉีกขาด กลไกนำทางนี้เสียหายหนักตามกาลเวลา


แต่ยังมีจุดหนึ่งบนแผนที่... ที่ยังคงส่องสว่างเจิดจ้า กระพริบถี่รัวเพื่อเน้นย้ำ ตำแหน่งของ 'รอยแยกมิติ'


"ทางออก" หลินเฟิงอุทาน ดวงตาสีเถ้าถ่านทอประกายวาวโรจน์


ชุดเกราะนี้มิใช่ศัตรู มันคือ 'เข็มทิศ' ที่ถูกทิ้งไว้สำหรับผู้หลงทาง หรืออาจจะเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายของผู้ที่พยายามหนีออกจาก 'รอยตำหนิ' แห่งนี้ในอดีตกาล มันกำลังบอกทางรอดให้แก่พวกเขา


"ทางทิศเหนือ... สุดขอบเมือง... มีรอยแยกมิติที่ไม่เสถียรอยู่"


วูบ...


แสงจากบัลลังก์เริ่มหรี่ลงจนเกือบดับ แขนของชุดเกราะตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง พลังงานเฮือกสุดท้ายของมันถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้ว หน้าที่ของมันจบลง


"ไปกันเถอะ" หลินเฟิงหันไปบอกซูเม่ยเหยา "ก่อนที่ทางหนีจะปิดตาย"


เปรี้ยง!!!


เสียงกัมปนาทเลื่อนลั่นประดุจฟ้าถล่มดินทลาย


ท้องฟ้าสีเทาหม่นเหนือมหานครโบราณ... ปริแตกออกเป็นรอยร้าวขนาดมหึมา ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นฉีกกระชากผืนผ้าใบแห่งมิติให้ขาดวิ่น แรงกดดันมหาศาลจากภายนอกไหลทะลักเข้ามาดุจน้ำป่า บดขยี้กฎเกณฑ์อันเปราะบางของเมืองไร้กาลเวลาจนสั่นคลอน


วูบ!


ท่ามกลางรอยแยกมิติสีดำมืด... แสงสีทองคำขาวสว่างวาบขึ้น


'ดวงตา' ขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นจ้องมองลงมา


มันคือดวงตาที่สามของเหอจิ่วหลง 'เนตรสวรรค์' ที่ทรงอานุภาพจนสามารถมองทะลุผ่านมิติปิดตายได้


"เจอตัวแล้ว..."


กระแสเสียงของชายชราดังก้องกังวานไปทั่วเมืองร้าง เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดความหยามเหยียด


"...หนูสกปรก"


ตูม!!!


ลำแสงสีทองพุ่งลงมาจากดวงตายักษ์! กระแทกใส่ยอดหอคอยกลับหัวที่อยู่ใกล้เคียงจนระเบิดเป็นจุณ ผลกระทบจากการแทรกแซงของพลังภายนอก... ทำให้กฎเกณฑ์ที่วิปริตของเมืองนี้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์


ครืนนน...


หอคอยที่เคยลอยค้างอยู่... ร่วงกราวลงสู่พื้นดิน สายน้ำที่ไหลย้อนขึ้นฟ้า... เทกระจาดลงมาดุจน้ำตกมรณะ ก้อนหินซากปรักหักพังที่ลอยเคว้งคว้าง... ตกลงมาถล่มทับทุกสรรพสิ่งเบื้องล่าง


มหานครแห่งนี้... กำลังล่มสลาย


"วิ่ง!"


หลินเฟิงคำรามลั่น เขาคว้าเอวซูเม่ยเหยา รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีใส่สองเท้า ดีดตัวพุ่งทะยานฝ่าดงเศษหินที่ร่วงหล่นลงมาราวกับ-่าฝน


เป้าหมายคือ 'สุดขอบเมือง' ทางทิศเหนือ ตามที่แผนที่แสงระบุไว้


"จะหนีไปไหน!"


เหอจิ่วหลงตะคอก ลำแสงเนตรสวรรค์ยิงกราดไล่หลังมาติดๆ ทุกที่ที่แสงสัมผัส... วัตถุธาตุจะสลายกลายเป็นไอ


หลินเฟิงวิ่งซิกแซกหลบหลีกมรณะด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า


"อึก!"


แรงสั่นสะเทือนทำให้ซูเม่ยเหยากระอักเลือดออกมาอีกครา ใบหน้าของนางขาวโพลนไร้สีเลือด


"อดทนไว้!" หลินเฟิงกัดฟัน


เบื้องหน้า... สุดปลายถนนหินที่กำลังพังทลาย... มี 'รอยแยกมิติ' สีดำสนิทหมุนวนอยู่ มันดูไม่เสถียร บิดเบี้ยวไปมาเหมือนปากสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมา... คือกลิ่นอายของ 'โลกภายนอก'


ทางออก!


ตูม!


ลำแสงสีทองระลอกใหญ่ยิงดักหน้า! ตัดขาดเส้นทางวิ่ง


หลินเฟิงมิได้หยุดฝีเท้า


"ไปให้พ้น!"


เขาอ้าปากกว้าง ปล่องระบายที่ลำคอร้อนวาบ


"โฮกกกกก!"


คลื่นเสียงคำรามผสมไฟเถ้าอัสนีพุ่งสวนกลับไป! ปะทะกับลำแสงสีทองจนเกิดแรงระเบิดผลักดันให้ร่างของเขาลอยกระเด็นพุ่งเข้าไปหารอยแยกมิติ


ก่อนที่ร่างจะถูกดูดกลืนหายไป หลินเฟิงหันกลับมามองดวงตายักษ์บนฟากฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย นัยน์ตาสีเถ้าถ่านลุกโชนด้วยไฟแค้น มุมปากยกยิ้มท้าทายมัจจุราช


"แม้แต่ในนรก... เจ้าก็ตามมางั้นรึ?"


วูบ!


ร่างของทั้งสองหายลับเข้าไปในรอยแยกมิติ ทันทีที่พวกเขาจากไป... มหานครโบราณทั้งเมืองก็ถล่มทลายลงมา ปิดตายทางเข้าออกตลอดกาล


ทิ้งให้เนตรสวรรค์จ้องมองความว่างเปล่าด้วยความเคียดแค้นชิงชัง


การไล่ล่าข้ามมิติ... เพิ่งจะเริ่มต้น


--- จบตอนที่ 128 ---


นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา