เรื่อง ข้าก็แค่คนหลงยุค (I’m Just a Lost Man in Qin Dynasty)
ยามเช้าในพระราชวังเสี้ยนหยาง ลานกว้างปูหินขาวสะท้อนแสงแดดจนแสบตา กลิ่นสนจากสวนหลวงลอยคลุ้ง แต่ใต้เงาอาคารกลับมีการสนทนาที่เต็มไปด้วยพิษ
องค์ชายใหญ่ ฉินเจี้ยน เดินวนรอบศาลา มือไคว่หลัง เสื้อคลุมแพรสีน้ำเงินเข้มสะบัดตามแรงก้าว ข้าง ๆ มีองค์ชายสาม ฉินอวิ๋น นั่งนิ่ง ดวงตาเรียวเล็กแต่คมราวกับเหยี่ยว
“เจ้าว่ามันน่าประหลาดหรือไม่” ฉินเจี้ยนเริ่มเสียงหงุดหงิด “เราส่งคนไปสกัดน้องรองกลางป่า จ่ายทองพันตำลึงเต็มมือ แต่สุดท้าย…เขายังรอดกลับมาได้ทั้งที่เกือบตาย”
ฉินอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ “ไม่ใช่แค่รอด แต่ยังกลับเข้าวังด้วยชื่อเสียงว่า ‘มีผู้ช่วยลึกลับ’ เสียอีก ดูท่าโชคจะเข้าข้างเขา”
“โชค?” ฉินเจี้ยนเค้นเสียง “ไม่มีทาง—มันต้องมีใครบางคนเข้ามายุ่ง ข้าถึงอยากรู้ว่าเป็นใคร!”
เขาตบโต๊ะหินจนถ้วยชาเอียง “ให้สายลับสืบทั้งเส้นทาง พวกมันรายงานว่าขบวนถูกยิงยัง-่าฝน รถม้าเร็วที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แล้วก็พวกทหารประหลาดที่เคลื่อนไหวราวกับซ้อมมานับร้อยครั้ง”
ฉินอวิ๋นตวัดพัดไม้หอมในมือ แววตาเย็นเฉียบ “ท่านพี่ใหญ่…ถ้าคนช่วยเขาเป็นขุนนางในวัง หรือแม่ทัพคนไหน สนับสนุนเขา เราคงรู้นานแล้ว แต่นี่กลับไม่เจอร่องรอยเลย ข้าว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง อาจไม่ใช่ขุนนาง—แต่อาจเป็นคนอื่น ที่เราไม่เคยสนใจ”
“ใครกันที่มันกล้า ตำแหน่งองค์รัชทายาทมีพี่ใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่ได้ครอบครอง” ฉินเจี้ยนสบถ แต่เสียงเริ่มเบาลงเล็กน้อย
“เราประเมิณน้องรองต่ำไป” ฉินอวิ๋นพูดทิ้งท้าย พัดในมือปิดปากเบา ๆ ดวงตาทอประกายที่อ่านยาก
ทั้งสองไม่ได้บทสรุปชัดเจน แต่คำสั่งก็ถูกปล่อยออกไป — “สืบต่อให้เจอ ไม่ว่าต้องใช้วิธีใด”
จวนชานเมือง — การมาเยือนขององค์หญิงเช้าวันถัดมา จวนขององค์ชายรอง ฉินหง เงียบสงบกว่าปกติ อากาศในเมืองหลวงยังหนาว แต่ในเรือนชั้นในกลับอุ่นจากไฟตะเกียง
องครักษ์รีบเข้ามากระซิบ “องค์หญิงหย่งอัน…เสด็จมาเยือนพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินหงที่ยังพันผ้าบริเวณเอวเงยหน้าขึ้นทันที รอยยิ้มที่ไม่ได้แสดงออกมาหลายวันก็ปรากฏ เขาลุกขึ้นช้า ๆ ไปต้อนรับเอง
ประตูบานเลื่อนเปิดออก ร่างระหงในชุดผ้าแพรสีขาวปักลายดอกบัวก้าวเข้ามา องค์หญิงหย่งอัน — ดวงตาสดใส รอยยิ้มอ่อนโยน แต่แฝงความฉลาดเกินวัย
“พี่หง!” นางเอ่ยทันที เสียงแฝงความห่วงใย “ข้าได้ยินข่าวว่าพี่บาดเจ็บหนัก จึงรีบมา ขืนอยู่เฉย คงไม่สบายใจ”
ฉินหงหัวเราะเบา ๆ แต่แฝงความอบอุ่น “เจ้าก็ยังเหมือนเดิม…ได้ยินข่าวอะไรก็ใจร้อนรีบมา”
นางเดินเข้ามาจับแขนเขาอย่างไม่ถือตัว “แล้วเจ็บมากหรือไม่ ยังปวดอยู่หรือเปล่า”
“แผลเกือบหายแล้ว ไม่ต้องกังวลนัก” ฉินหงตอบตรง แต่แววตาเต็มไปด้วยความขอบคุณ
ทั้งคู่สนทนากันสักพัก ก่อนหย่งอันถามเสียงเบา “ว่ากันว่าพี่รอดมาได้เพราะมีคนช่วย…ใช่หรือไม่”
ฉินหงพยักหน้า “ถูกต้อง—เป็นู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ชื่อ ชิงหลิน ผู้คนที่นั่นไม่เหมือนที่เจ้าเคยเห็น พวกเขามีถนนแข็งกว่าดิน มีหมอที่เย็บแผลด้วยเข็มไฟ มีอาวุธแปลกที่ยิงได้เป็นฝน และมีชายหนุ่มผู้หนึ่ง…ที่ยืนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด”
“ชายหนุ่ม?” หย่งอันเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เขาชื่อ หลิวหาน” ฉินหงตอบช้า ๆ “เขาไม่ใช่แม่ทัพ ไม่ใช่ขุนนาง แต่เขาาระบบู่บ้านราวกับมองอนาคตออกทุกก้าว ข้าคิดไม่ออกเลยว่าคนเช่นนี้มาอยู่ที่นั่นได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินชื่อ “หลิวหาน” แววตาหย่งอันก็เปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว “หลิวหาน…ใช่หรือไม่ ข้าก็เคยเจอเขา”
ฉินหงหันมองทันที “เจอแล้วหรือ”
นางหัวเราะเบา ๆ “หลายครั้งที่ร้านูกระทะของหอธารา ข้าเคยแอบออกไปกับนางกำนัล แล้วได้คุยกับเขาบ้าง เขาไม่เหมือนพ่อค้าอื่น เขามีแววตาที่มองคนไม่ใช่เพื่อหากำไร แต่เพื่อเข้าใจ”
ฉินหงพึมพำกับตัวเอง “เจ้าก็เห็นเช่นนั้นสินะ”
หย่งอันพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ ข้าเห็น…และข้าอยากรู้ว่า เขาจะทำอะไรต่อไป”
ในห้องเงียบลงเพียงครู่ แต่ความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยความหมาย ทั้งสองต่างรับรู้โดยไม่ต้องพูดออกมา — ชายหนุ่มจากู่บ้านเล็ก ๆ กำลังทิ้งเงาสะท้อนในวังหลวงทีละเล็กทีละน้อย
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม
“ข้าก็แค่คนหลงยุค ภาค 2” จนถึงตอนนี้
หากชื่นชอบเรื่องราว รอยยิ้ม และความเข้มข้นในแต่ละบท สามารถส่งกำลังใจให้ผู้เขียนได้นะครับ พลังใจจากท่านคือแรงใจที่จะทำให้เรื่องนี้เดินหน้าต่อไปครับ ????
บทต่อไป ภาค 2 — ตอนที่ 284 : ห้องทรงอักษร
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??