เรื่อง อมตะ
วิชาฝึร่างกายาเทพอสูร่างั้นึ?
เมื่อมองเห็นสิ่งดังกล่าว,าของเหล่าเยว่จื่อจงก็เปล่งประกายึ้าในทันที.
วิชาฝึร่างกายาเทพอสูร,มีัะสลักเาไ้อยู่าๆ 30,000 ั,เหล่าเยว่จื่อจงได้ทำการศึกษาจดจำมันเาไ้เหมือนกับเคล็ดวิชาหงหลวนเทียน,เาได้ใช้เวลาตลอดห้าวันในถ้ำแ่นี้,ก่อนที่จะสาารถจดจำมันได้ึ้ใจ.
เคล็ดวิชาฝึร่างกายาเทพอสูร,นั้นไม่เชิง่าเป็วิชาบำเพ็ญหลักแต่่าใด,ท่าดูคล้ายกับ่าเป็วิชาช่วยเิ่ประสิทธิภาพวิชาอื่นๆซะากก่า.
พลังปราณ,พลังกาย,สาารถทำให้หนาแน่นทรงพลังได้ด้วยการใช้วิชากายาเทพอสูร,เพียงแค่ใช้ทักษะดังกล่าว,ภายในเวลาสองชั่วโมง,วิชาฝึตนนั้นๆ,จะถูกเิ่ทักษะความสาารถึ้อีกหลายเ่า.
มี้ัทั้งหมด 12 ขั้น,า่าสาารถำเ็ได้ึ 12 ขั้น,จะสาารถเิ่พลังเิ่ึ้ได้ึ 13 เ่า,นับ่าเป็ทักษะที่ไม่ธรรมดาเลย?
ากแต่หลังจากผ่านสองชั่วโมงไปแล้ว,ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะอ่อนแอ,หนึ่งวันึห้าวันึจะฟื้นฟู,ระห่างนี้พลังทั้งหมดจะลดลงคึ่งหนึ่งจากสภาวะปกติ,หรือบางครั้งก็ลดลงเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นจากสภาพปรกติ.
โดยปรกติเมื่อยู่ในภาวะเหนื่อยล้า,ซึ่งจะต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นั,ท่าด้วยวิชากายาเทพพอสูรนี้แตกต่างจากการเหนื่อยล้าปกติ,เพระทักษะกายาเทพอสูรนั้นจะทำให้การเผาผลาญพลังงานเร็วก่าปกติ,เป็การกลั่นพลังทั่วร่างรีดเร้นให้ร่างกายก้าวไปึศักยภาพสูงสุด,เหมือนกับร่างกายของเซี่ยงเฉินก่อนหน้านี้,ทำให้เหล่าเยว่จื่อจงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย.
นี่คือวิชากายาเทพอสูร่างั้นึ?
อีก่าัเป็วิชาที่ไม่ขัดแย้งกับวิชาบำเพ็ญอื่นๆอีกด้วย,ดังนั้นจึงสาารถฝึควบคู่ร่วมกับวิชาอื่นๆทุกวิชา?ไม่่า่าไรเมื่อเาจดจำทุก่าเาไ้แล้ว,เาจะทำ่าไรดีกับผ้าคลุมสีดำนี้? ่ต่อไปัคนอื่น่างั้นึ? น่าหัวเราะ,ต้องทำลายมัน่าแน่นอน.
แล้วจะทำลาย่าไรล่ะ?แม้แต่ปราณหยินัไม่สาารถทำลายมันได้เลย,ต้องทำ่าไรดี?
ไม่่า่าไรเหล่าเยว่จื่อจงก็คิด่าน่าจะลองดู,เาที่เริ่มจุดไฟและทำการเผาผ้าคลุมสีดำในทันที.
"ซี่ๆๆๆ..."
ผ้าคลุมสีดำไม่ไหม้่างั้นึ?
ด้วยการเฝ้ามอง่าระมัดระวัง,เหล่าเยว่จื่อจงราวกับ่าจะตระหนักึบาง่าได้,ดูเหมือน่าแม้แต่ปราณหยินัไม่สาารถทำลายได้,เช่นนั้นปราณหยางจะทำลายง่ายๆได้่าไร,หนำซ้ำัเป็เพียงเปลวเพลิงอันกระจ่อยร่อยอีกด้วย?
แต่แล้วดูเหมือน่าผ้าคลุมนั่นกลับค่อยๆลุกไหม้ึ้ช้าๆ่าคาดไม่ึ,ก่อนที่จะค่อยๆเปลี่ยนเป็ขี้เถ้า,ก่อนที่จะปรากฏไข่มุกที่ส่องประกาย.
เาจ้องมองออกไปพร้อมกับเก็บไข่มุกราตรีที่ส่องส่างวับวาว,ไร้ซึ่งสิ่งเจือปน,เป็ไปได้่านี่คือสิ่งที่เซี่ยงเฉินและพรรคพวกของพวกเานำา.
เหล่าเยว่จื่อจงเิออกจากปากถ้ำ,ก่อนที่จะชำเลืองมองกลับาเพิ่งพิศอยุ่ชั่วขณะ,เาไม่สาารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้แล้ว,ากคิดใคร่ครวญให้ดี,า่าัมีคนอื่นๆอีกล่ะ,เาจะต้องตาย่าไม่ต้องสงสัย.
เาที่จดจำก้อนหินและตำแหน่งดังกล่าวเาไ้ในใจ,ก่อนที่จะข้ามเนินเานี้ไปพร้อมกับเิทางไปัทิศเหนือต่อ.
ก่อนที่เาจะค้นาหุบเาที่เหาะสมและเริ่มฝังไข่มุกราตรีเาไ้ในพื้นที่ลับ,ที่จริงเาไม่สาารถบอกได้่ามันล้ำค่าหรือไม่่าไร,ท่าการเก็บไว้กับัมันน่าหวากลัวเกินไปซึ่งอาจจะถูกคนอื่นพบเจอได้ง่าย,ไว้เาทรงพลังมีความแข็งแกร่งพอค่อยกลับานำมันกลับไปก็ัไม่สาย.
เหล่าเยว่จื่อจงได้พบเข้ากับสถานที่เงียบสงบและเริ่มฝึฝนวิชากายาเทพอสูร.
เป็เหมือนกับเคล็ดวิชาหงหลวน,ในขั้นแรกนั้นนับ่าฝึฝนได้่าง่ายได้,หลังจากที่ผ่านาหนึ่งเดือน,เาก็สาารถฝึฝนมันได้ำเ็,ท่าเหล่าเยว่จื่อจงนั้นไม่ได้ต้องการทดสอบมันในทันที,มันอันตรายเกินไปา่าสัตว์อสูราพบกับเาขณะที่กำลังฟื้นพลังล่ะ?ดังนั้นการจะใช้งานนั้นจำต้องคิดใคร่ครวญให้ดี.
สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือต้องเิทางไปให้ึสำนักไคหยาง.
เหล่าเยว่จื่อจงที่ตอนนี้มุ่งตรงไปัสำนักไคอยางในทันที,ระ่างทางนั้นเาได้พบเข้ากับสัตว์อสูรด้วย,ท่าเป็โชคดี,เาที่พบเข้ากับเสือดาวทมิฬ,ด้วยการใช้ทักษะกายาเทพอสูร,เพื่อเิ่กำลังกายภายในสองชั่วโมงและัใช้หมอกกำหนัดหงหลวนมอมเาอีกที,ทำให้เาสาารถหนีมันพ้นได้.
หลังจากที่ใช้วิชากายาเทพอสูรแล้ว,ทำให้ร่างกายของเาอ่อนแอลงหนึ่งวัน,ท่า,โชคัดีที่สาารถาที่หลบและพักฟื้นได้.
ท้ายที่สุดหลังจากนั้นหนึ่งเดือน,เหล่าเยว่จื่อจงที่ร่างกายขาดวิ่น,พร้อมกับเป้ใบเล็ก,ก็เิทางาึสำนักไคหยางในที่สุด.
สำนักดังกล่าวนั้นตั้งอยู่บนเทือกเาขนาดมหึาล้อมรอบไปด้วยเมฆและหมอก.
ไม่สาารถที่จะมองลึกเข้าไป้าใได้่าแน่ชัด,ดูเหมือน่าจะมีค่ายกลที่ทรงพลังล้อมรอบป้องกันเาไ้.
ประตูด้านนอกนั้น,มีแผ่นศิลาขนาดใหญ่ขวางกัน,บางทีอาจจะเี่ามันตั้งผ่านเนินหินขนาดมหึานี้,โดยเนินหินขนาดมหึาได้ถูกหั่นออกเป็สองท่อน่าราบเรียบ,มีัะสามั,พร้อมกับภาพสลักมังกรวารีที่กำลังใต่ึ้ไปบนฟ้าและหงสาเพลิงที่กำลังสะบัดปีก.เต็มไปด้วยพลานุภาพที่ยิ่งใหญ่.
"สำนักไคหยาง."
นี่คือประตูทางเข้าของสำนักไคหยาง.
แผ่นหินใหญ่ยักษ์นั่นตั้งตระหง่านขวางทางเข้า,ึแม้่าจะเป็สัตว์อสูรที่ทรงพลังก็ัไม่กล้าเข้าใกล้.
ข้างๆแผ่นศิลาขนาดใหญ่นั้น,มีกระท่อมมุงจากอยู่ไม่ไกล,มีสวนผังปลูกอยู่หน้ากระท่อม.
ขณะที่เหล่าเยว่จื่อจงจ้องมองไปัทิศทางดังกล่าว,ประตูของกระท่อมก็เปิดออกา,ชายชราหนวดขาวที่จ้องมองแล้ว,ดูแก่ก่าเหล่าเยว่จื่อจงากค่อยๆเิออกาจากกระท่อมดังกล่าว.
ขณะที่เาจ้องมองาัเหล่าเยว่จื่อจง,าที่ั้ผสมปเป ปรากฏึ้ในาาของเาก่อนที่จะเิเข้าาา่าช้าๆ.
"เจ้าต้องการอะไร่างั้นึ?"ชายชราผมขาวที่สอบถามออกา่านุ่มนวล.
"เสี่ยวจื่อ,มีนาม่าจงา,คารวะผู้อาวุโส."เหล่าเยว่จื่อจงที่กล่าวออกไปในทันที.
"จงา?"ชายชราเริ่มครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ,เาไม่สาารถนึกได้เลย่าจงาเป็ใคร,เารู้จักจงาาก่อน่างั้นึ?.
"ข้าใคร่ขอถามอาวุโส,ไม่ทราบ่าท่านคือสาชิกของสำนักไคหยาง่างั้นึ?"จงาถามออกาด้วยความเคารพ.
"ถูกแล้ว,ข้าคือผู้เฝ้าประตูของสำนักไคหยาง,เจ้าต้องการอะไร่างั้นึ?"ชายชราผมขาวกล่าวออกาด้วยโทนเสียงไร้อารมณ์,ไร้ซึ่งความสนใจใดๆต่อจงา.
สัมผัสได้ึท่าทางของชายชราผมขาวที่มีต่อเา,จงารู้สึกไม่ดีนัก,พลังฝึตนของเานั้นอ่อนแอก่าผู้ฝึตนทั่วไปาก,ท่าก็ไม่น่าจะต่างจากผู้ฝึตนระดับต้นากายขนาดนั้น.
55 ปีกับการทำธุรกิจในโลกใบนี้,จงาสาารถที่จะรับรู้ได้ึนิสัยของคนากาย,เาพอจะอ่านใจคนอื่นๆได้,ท่าทางของมนุษย์เกือบทุกคน,ในเวลานี้,เาเข้าใจได้ดี,ากอาวุโสผู้นี้เป็ผู้พิทักษ์ประตู,ไม่มีทางที่เาจะแสดงท่าทางเช่นนี้.
"เสี่ยวจื่อ,ขอถามนามที่ทรงเกียรติของอาวุโสได้หรือไม่?"จงาสอบถาม.
"นามอันทรงเกียรติ? ข้ามีนามอันทรงเกียรติด้วย่างั้นึ?ข้าที่ล้มเหลวในการฝึฝนจวบจนได้าึจุดสิ้นสุดของชีวิตแล้ว,ข้าาเป็ผู้พิทักษ์ประตูนั้นก็เพื่อพักผ่อนชีวิตในบั้นปลาย,เจ้าเีข้า่า โฉวา ก็แล้วกัน"ชายชราผมขาวเผยยิ้มออกา่านุ่มนวล.
守山Shǒushān Mountain Protector ผู้พิทักษ์แ่ขุนเา.
"อาวุโสโฉวา,เสี่ยวจื่อจงานั้นได้รับการไหว้วานจากอาวุโสของสำนักไคหยานคนหนึ่งให้าส่งชิ้นส่วนของหยก,เาได้กล่าว่าโปรดมอบมันให้กับประมุขของสำนัก,ได้โปรดอาวุโสส่งข้อความนี้ได้หรือไม่?"จงากล่าว.
"ชิ้นส่วนหยก่างั้นึ?" โฉวาขมวดคิ้วสงสัย.
จงาเร่งรีบนำชิ้นส่วนหยกที่อยู่ในอกเสื้อออกาในทันที.
ขณะที่โฉวาเห็นชิ้นส่วนของหยกนั้น,าที่ขุ่นมัวของเาก็ใสกระจ่างึ้าทันที,เาที่ยื่นมือออกาคว้ามันเอาไปไว้ในมือ,ท่าหลังจากนั้นหลายวินาที,าาของเาก็เปลี่ยนเป็ดำมืดและพยักหน้าให้กับจงา.
"ข้าจะนำชิ้นส่วนหยกนี้ไป,พร้อมกับไปแจ้งข่าวด้านใน,"โฉวาพยักหน้าให้.
"ครับ,อาวุโส"จงาที่ตอบรับในทันที.
ท่าทางและาาของโฉวาที่เปลี่ยนไปในทันที,ไม่รอดพ้นจากจงา,ึแม้่าเาจะไม่ได้แสดงมันออกา,ท่าก็พอจะให้จงาคาดเดาเรื่องที่เกิดึ้ได้.
โฉาที่ถือชิ้นหยกและเิตรงไปัเนินเา,จากนั้น,พริบตาเี,ก็ายไปลับตาจงาไป,เห็นได้่าชัดเจน่าเาเข้าไปในค่ายกล.
จงาที่รอคอยอยู่ด้านนอกนั้นอยู่ไม่นานนัก.
ทันใดนั้น,ก็มีคนสามคนที่เหินออกาจากค่ายกลขนาดใหญ่นั่น.
พวกเาที่เหินลอยัอยู่บนเมฆ,หนึ่งในนั้นที่อยู่ตรงกลางเป็ชายวันกลางคนที่มีอายุาๆหกสิบ,สวมชุดคลุมนักพรต,ถือชิ้นส่วนหยกในมือ,อีกคนด้านซ้ายนั้นเป็หญิงสาวในชุดสีขาว,แม้่านางจะมีอายุท่าก็ัดูงดงาม,ส่วนทางขวานั้นเป็ชายวัยกลางคนที่มีคิ้วตรงดิ่ง,าเป็ประกาย.
คนทั้งสามที่ออกาจากค่ายกล,พร้อมกับชำเลืองมองาัจงาและขมวดคิ้วไปา.
"เสี่ยวจื่อ,จงา,คารวะอาวุโสทั้งสาม,"จงาเร่งรีบคำนับพวกเาทันที.
"เจ้าเป็คนที่นำชิ้นส่วนของหยกา่างั้นึ?"ชายชราที่อยู่ตรงกลางถามออกา.
"ครับ,อาวุโส."จงาตอบรับในทันที.
"อืม,เช่นนั้นเจ้าเข้าาในห้องโถงสำนักไคหยางกับข้า."ชายชรากล่าว.
ชายชราที่สะบัดมือเบาๆ,ไร้ซึ่งการบอกกล่าวก็ปรากฏเมฆขาวึ้ที่เท้าของจงา,พร้อมกับพาจงาเข้าาในค่ายกลพร้อมกับพวกเาทั้งสามคน.
เมฆสีขาวที่พาเาลอยไปัเส้นทางที่แปลกประหลาด,ขณะที่พาเาเหินไปนั้น,สิ่งที่มองเห็น,ไม่ได้เป็ภาพฉากของเทือกเาแ่หนึ่งแล้ว,ซึ่งแตกต่างจากที่มองเห็นจากข้างนอกากราวกับ่ามันเป็แค่เพียงภาพลวงตา.
้าใหุบเานี้,มีน้ำตก,ทะเลสาบ,ป่าไผ่,บ้านเรือน,สิ่งก่อสร้างต่างๆากายภายในนี้.
พวกเาที่เหินตรงไปัยอดเาด้วยความเร็ว,ที่บนยอดเานั้น,มีพื้นที่สีเหลี่ยมขนาดใหญ่และมีตำหนักที่โอ่อ่าอยู่ด้วย.
พวกเาทั้งสี่ที่เหินลอยเข้าไปในตำหนัก,ก่อนเข้าไปในตำหนักนั้นจงาที่มองเห็นป้ายโลหะที่หน้าตำหนักสลักเาไ้่า.
"ห้องโถงไคหยาง."
้าในี้เป็ห้องโถงเีที่มีขนาดใหญ่เป็่าาก.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??