เรื่อง หมื่นพิภพจงสยบต่อข้า
เหิงอี้พุ่งเข้าหาพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีซึ่งครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เขาง้างแขนกางออกสุดลำตัวแล้วต่อยออกไปความรุนแรงนั้นมากกว่าก่อนหน้าหลายร้อยเท่า
ตูม!!!
สัตว์อสูรร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดร่างยักษ์ใหญ่ถูกทำให้ถอยร่น ผลจากการโจมตีอันหนักหน่วงมันรับรู้ได้ถึงภัยคุมคามได้ในทันที รีบตั้งหลักแยกเขี้ยวขู่คำรามใส่พร้อมกับใช้กรงเล็บอันแหลมคมโจมตีอย่างสุดกำลัง
เผยให้เห็นสภาพแขนข้างที่เหิงอี้ใช้โจมตีไปเมื่อครู่ในตอี้แทบฉีกขาดหลุดออกจากไหล่มีเพียงชิ้นเนื้อบางส่วนคอยเหนี่ยวรั้งเอาไว้ให้อยู่ติดกับร่าง ทว่าตัวเหิงอ้ีเองหาได้แสดงความเกรงกลัวต่อการโจมตีที่มุ่งมา
เขายังคงยืนประจันหน้าไม่มีทีท่าะป้องกันหรือคิดะหลบแม้แต่น้อย เขาพลันแสยะยิ้มแล้วรั้วกำปั่นใส่ไปที่สัตว์อสูรที่กำลังมุ่งมายังตนไม่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด
ตุบ! ตุบ! ตุบ!....
"ฆ่า ฆ่า! ฆ่า ฆ่า! ฮ่า... ฮ่า…. ฮ่า!!!"
เหิงอี้ออกหมัดพลางหัวเราะคล้ายดั่งคนวิกลจริตด้วยการใช้แขนเพียงข้างเดียวแม้ะถูกโจมตีใส่แต่เขาหาได้แสดงความรู้สึกเจ็บปวดใดออกมาแม้แต่น้อย หนำซ้ำทั้งความเร็วและพลังหมัดกลับเพิ่มทวีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โลหิตจากเด็กน้อยสาดกระเซ็นปาน-่าฝนเสียงหมัดกระทบดังไปทั่วป่าใหญ่กลบเสียงอึกทึก
แต่ผิด...กลับพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีเบื้องหน้าที่กำลังร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ สัตว์อสูรร่างยักษ์ถูกแรงหมัดดันถอยห่างออกไปที่ละนิด มันพยายามใช้ทั้งหางและกรงเล็บโจมตีใส่เหิงอี้
เหิงอี้ยืนตระหง่านเสมือนดั่งปราการเหล็กทนต้านรับต่อทุกการโจมตีที่มุ่งมายังตน พร้อมทั่งโจมตีสวนกลับไปอีกหลายหนจนพื้นดินสั่นสะเทือนดังก้องไปทั่วบริเวณ ต้นไม้รอบตัวหักโค่นจากแรงดันอากาศอันเกิดขึ้นจากการออกหมัดในแต่ละครั้ง
พยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีถูกบีบประชิดเข้ามาใกล้มากขึ้นมันเห็นท่าไม่ดีจึงคิดที่ะเตรียมหนี แต่ก็สายเกินไปเสียแล้วมีหรือเหิงอี้ะยอมป่ให้เป็เช่ั้นได้อย่างไร เขารีบพุ่งกระโจนฝุ่นตลบคลุ้งใช้มือซ้ายคว้าดึงหางของมันกระชากกลับมาแล้วเหวี่ยงตัวของพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีอัดลงไปกับพื้น
ตูม!!…
พื้นดินทรุดตัวลงจากแรงอัดกระแทกเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ลึกหลายสิบจั้ง เส้นเอ็นแต่ละนิ้วของมือซ้ายขาดสะบั้นออกจากกันในทันที เหิงอี้ไม่รอช้ารีบใช้แขนอีกข้างที่แทบะหลุดขาดออกจากร่างได้ทุกเมื่อกดหัวพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีแนบชิดพื้นดิน
ถึงแม้ขนาดตัวของเหิงอี้กับสัตว์ร้ายตัวนี้ะแตกต่างกันหลายสิบเท่าแต่ในเวลานี้เรื่องนั้นหาได้มีผลสำหรับตัวเหิงอี้ี่ไปแล้ว มือซ้ายยกชู่ขึ้นเหนือศีรษะรวบรวมพลังปราณจนเกิดเป็เพลิงผลาญสีแดงชาดห่อหุ้มทั่วทั้งแขน
"ไม่! มันยังไม่มากพอ..."
"ข้าต้องมากกว่านี้ ร้อนกว่านี้ รุนแรงมากกว่านี้ พลังทำลายที่มากกว่านี้ มากขึ้นมากขึ้นอีก!!!!"
มือเล็กอัดแน่ไปด้วยพลังปราณจนเกิดขีดจำกัดของร่างกายเลือดไหลรินออกมาจากดวงตาและหูทั้งข้างกล้ามเนื้อแต่ละมัดปริแตกกู่ร้องอย่างต่อเนื่องเสมือน-่าฝนตกกระทบลงบนหลังคากระเบื้อง ถึงแม้ะยังเป็เพียงแค่ระดับพื้นฐานยุทธ์ขั้นต้นแต่กลับสามารถรีดเค้นพลังปราณที่หน้าหวั่นเกรงเช่ี้ออกมาได้ในที่สุด
มือข้างซ้ายที่น่าะสิ้นสภาพไปแล้วบัดนี้กับฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนิ้วทั้งห้าเรียงชิดติดกันกำเอาไว้แน่นกลิ่นไอสังหารสุดยากะหยั่งถึงแผ่ซ่านออกจากกำปั่นหมายะจัดการสัตว์อสูรให้ได้ในหมัดเดียว
ย๊า!…..
เหิงอี้ทุ่มพลังปราณทั้งหมดเท่าที่เค้นออกมาได้จนหยดสุดท้ายใส่ลงไปในหมัดนี้แล้วทำการชกลงไปยังหัวของพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีสุดกำลังอย่างไม่เคยทำมาก่อน
บึม!…คึก คึก คึก…...
เสียงอัดกระแทกเข้าที่หัวของมันดังสนั่นสะท้านฟ้าไปไกลนับสิบลี้แรงโจมตีที่อัดพลังปราณเกินจิตนาการในครั้งนี้สร้างแรงระเบิดเผาผลานแก่พื้นที่รอบ ๆ ตัวถูกเผาวอดจนมอดไหม้หลงเหลือเพียงแต่เถาถ่าน
เผยให้เห็นหัวพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีที่แหลกกระจัดกระจายและร่างกายที่ไหม้เกรียมยังคงดิ้นพล่านแม้ะตายไปแล้วก็ตามก่อนะค่อย ๆ แน่ิ่งไปในท้ายที่สุด
เงาร่างเล็กท่ามกลางฝุ่นควันเหิงอี้ยังคงชกหมัดไปที่หัวสัตว์อสูรแม้มันะสิ้นใจไปแล้วก็ตาม
ตุบ! ตุบ!... ตุบ!
"ฆ่า ฆ่า ฆ่า!!!"
เขากระอักเลือดออกมาเป็ระลอกก่อนเอนเอียงล้มกองลงสลบกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า หยุนโม่ได้เผยตัวออกมาจากที่ซ่อนตัวเขามองดูการต่อสู้ของเหิงอี้กับพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีมาตั้งแต่แรกเริ่มแม้อยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ก็ยังเห็นได้อย่างแจ่มชัดเจน
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกวาดสายตามองโดยรอบอย่างถี่ถ้วนด้วยสีหน้าประหลาดใจพลางครุ่นคิด
การต่อสู้ในครั้งนี้ หยุนโม่หวังแค่ให้เหิงอี้หลบการโจมตีของพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงคิดที่ะเข้าช่วยเหลือแต่ใคระคาดคิดว่าเหิงอี้ะสังหารมันได้
หยุนโม่ถอดหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมทั่งพึมพำกับกับตนเอง
หมัดสุดท้ายนับว่ายอดเยี่ยมนักแม้แต่สัตว์อสูรระดับที่เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับชำระชีพจรขั้นกลางยังต้องคิดหนีเมื่อเจอเข้ากับแรงกดดันของเด็กคี้
ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสัตว์อสูรที่ซุ่มดูเจ้าอยู่ตั้งแต่คราแรกที่เราพบกันเมื่อสบโอกาสตอนที่ข้าไม่อยู่มันหมายะกินเด็กคี้แต่กลับต้องมาตายจากเงื้อมมือของผู้ที่มันะล่าและถูกจัดการโดยหมัดเดียว
อีกทั้งพลังปราณอำมหิตกับกลิ่นไอสังหารที่น่าสะพรึงไม่ว่ามองมุมไหนเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับของที่ผู้ฝึกยุทธ์นางนั้นถามหาจากเหิงอี้อย่างแน่นอน
หยุนโม่ยืนจับจ้องไปยังเหิงอี้ที่นอนสลบเหมือดกับพื้นแล้วหันหลังเดินจากไปไม่กี่ชั่วยามต่อมา
เหิงอี้ได้สติสะดุ้งตื่น รีบพุ่งตัวขึ้นโดยเร็วพลันตั้งท่าเตรียมพร้อมออกหมัด กวาดสายตามองไปโดยรอบทิศเมื่อเห็นร่างพยัคฆ์อสรพิษเพลิงอัคคีที่ไหม้เกียมอยู่ตรงหน้าก็ถอนหายใจออกมา
"เห้อ...ข้านึกว่าะต้องกลายเป็อาหารของเจ้าสัตว์อสูรเสียแล้ว การต่อสู้เมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เหตุใดข้าถึงจำอะไรไม่ได้เลย" เหิงอี้สำรวจตนเองก็พบว่า
"บาดแผลตรงชายโครงของข้าได้หายเป็ปริทิ้งไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดี่ไป"
เหิงอี้เมื่อครุ่นคิดอยู่นานก็ได้คำตอบการตายของสัตว์อสูรตัวนี้คงเป็ใครอื่นไม่ได้อีก นอกเสียจากผู้อาวุโสหยุนโม่ที่ยื่นมือช่วยสังหารสัตว์อสูรและช่วยรักษาตัวเขา เหิงอี้คำนับขอบคุณแก่ผู้อาวุโสแม้ไม่รู้ว่าในตอี้อยู่ที่ใดแต่คงเฝ้าดูอยู่อย่างแน่นอน
ตูม!...ตูม!...ตูม!…
"เก้าหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อย เก้าหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยหนึ่ง อีกหมัด...เก้าหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อย"
เสียงหมัดกระทบเข้ากับหินหนักแน่นและทรงพลังเป็อย่างยิ่งปรากฏให้เห็นเหิงอี้กำลังมุ่งมั่นออกหมัดอย่างไม่ลดละ ในตลอดสามปีที่ผ่านเขาทำอย่างนี้โดยไม่เคยเกียจค้านแม้แต่วันเดียว
เขาอาศัยอยู่ในหุบเขาป๋ายกู่เพียงลำพังมาโดยตลอด การต่อสู้กับพวกสัตว์อสูรระดับหนึ่งและระดับขั้นต้นไ่ใ่ปัญหาเืเช่นเคยี่ไป
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??