เรื่อง เกิดใหม่ต่างโลกพร้อมระบบพระเจ้า: ศิษย์ตกอับ สู่ผู้สั่นสะเทือนสวรรค์!
"ดูนั่น! คนที่ได้อันดับ 10 ไม่ใช่นั่นคือเจ้าขยะเซี่ยเทียนหรือ!?"
"เป็นไปได้อย่างไร! ข้าได้ยินว่าเจ้านั่นเป็นแค่ผู้ฝึกตนก่อกำเนิดวิญญาณขั้น 1 แถมยังมีพรสวรรค์ปราณเดรัจฉานเท่านั้น"
"โกง! เจ้านั่นต้องโกงแน่!"
ทันใดนี้เอง เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ดังขึ้น คำกล่าวหานั้นพุ่งเป้าไปที่เซี่ยเทียนอย่างชัดเจน
ทุกคนต่างมองไปทางคนที่กล่าวหา เขาก็คือหวังจิ้ง
หลังจากเห็นศักยภาพที่เซี่ยเทียนสร้างไว้ มันก็ทำให้หวังจิ้งรับไม่ได้จนหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
"ข้าไม่ได้โกงหรอกนะ" เซี่ยเทียนแก้ต่างให้ตนเอง
แต่หวังจิ้งไม่เชื่อ พร้อมตวาดด้วยใบหน้าอัปลักษณ์ "ไร้สาระ! ผู้ฝึกตนก่อกำเนิดวิญญาณขั้น 1 เช่นเจ้า หนำซ้ำยังเป็นแค่พรสวรรค์ปราณเดรัจฉาน จะมาล่าอสูรได้มากกว่าข้าได้ยังไง? อีกทั้งชั้นที่เจ้าล่าก็เป็นแค่ชั้น 1 ซึ่งมีแค่สัตว์อสูรขยะมันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะมีคะแนนเหนือกว่าข้า"
ศิษย์ทุกคนหันหน้าไปมองเซี่ยเทียน พวกเขาเองก็คิดว่าที่หวังจิ้งพูดมามีเหตุผล มันเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ฝึกตนกำเนิดวิญญาณขั้น 1 แถมมีพรสวรรค์ปราณเดรัจฉานจะเอาชนะหวังจิ้งที่เป็นผู้ฝึกตนก่อกำเนิดวิญญาณขั้น 2 พร้อมพรสวรรค์ปราณมนุษย์ขั้นสูง แถมยังชั้นที่พวกเขาล่ายังแตกต่างกันด้วย
หากมองในสถานการณ์ทั่วไป ทุกคนคงเชื่อว่าเซี่ยเทียนโกง แต่ทว่า ตอนนี้กลับไม่มีการแจ้งเตือนใดจากคณะกรรมการ ทำให้พวกเขาคิดว่านี่อาจไม่ใช่อย่างที่คิด
เจี้ยนหงนั่งชมเหตุการณ์อยู่ด้านนอก เขามองหวังจิ้งและส่ายหน้า ภายในใจลอบดูถูกอีกฝ่าย เจ้าเด็กนี่มีจิตใจคับแคบเมื่อถูกความโกรธครอบงำก็สูญสิ้นเหตุผลทั้งหมด
ในการแข่งนี้มีผู้อาวุโสเขตสายนอกหลายสิบคนเฝ้าจับตาดูอยู่ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการโกงเกิดขึ้น
ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเซี่ยเทียนทำได้ยังไงที่สะสมคะแนนได้มากกว่า ทั้งๆ ที่เสียเปรียบหลายด้าน แต่เขาก็คิดว่าเซี่ยเทียนไม่เลวเลย
แต่ถึงยังไงเสีย การที่เซี่ยเทียนมีพรสวรรค์ปราณเดรัจฉานก็ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับเจี้ยนหงที่จะเลือกเขาเป็นศิษย์
ยังไงเสียตัวเลือกที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นพวกเว่ยหลงอยู่ดี
'น่าเสียดาย หากเซี่ยเทียนมีพรสวรรค์ที่สูงกว่านี้ เขาก็คงจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจของข้าแล้ว'
ตอนนี้การล่าคะแนนได้สิ้นสุดลง ทุกคนก็ต่างพากันเตรียมจะออกจากหอคอย
แต่ทว่า หวังจิ้งที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และความอัปยศครั้งนี้ เขาก็ไม่ยอมออก
เขากลับวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองและพยายามจะเข้าไปในประตูมิติเพื่อทำการเก็บคะแนนต่อ
ซึ่งนั่นทำให้อาคมที่ผู้อาวุโสเขตสายนอกตั้งไว้เกิดทำงานผิดพลาดขึ้นมาทันที
"จะ เจ้าบ้า! นี่เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ! ถ้าทำเช่นนั้นสัตว์อสูรด้านในจะสามารถออกมาข้างนอกได้นะ!"
"ใครก็ได้รีบเข้าไปหยุดเขาเร็ว!"
เว่ยหลงตะโกนออกมา แต่ก็สายเกินไป หวังจิ้งได้บังเอิญทำลายอาคมโดยไม่รู้ตัวและทำให้สัตว์อสูรจากชั้นต่างๆสามารถออกมาข้างนอกได้
โชคดีที่สัตว์อสูรจากชั้น 4 ขึ้นไปไม่ได้ออกมา แต่สัตว์อสูรจากชั้น 1-3 นั้นค่อยๆ ทยอยกันออกมา
"นะ นั่นมันวิหคลมกับงูยักษ์น้ำ! สัตว์อสูรประจำชั้น 3 !"
"เจ้าหวังจิ้ง! เจ้าโง่! เจ้าทำให้พวกเราทุกคนเดือดร้อนกันหมดรู้ตัวหรือเปล่า!"
"บัดซบ! รีบหนีไปจากที่นี่เร็วเข้า!"
เว่ยหลงตะโกนและพยายามผลักประตูหอคอยเพื่อออกไปข้างนอก
เคล้ง!
ทว่า ประตูหอคอยนี้ก็ราวกับถูกปิดกั้นไว้สนิท ผู้อาวุโสเขตสายนอกได้เขียนอาคมเอาไว้อีกชั้น หากมีการละเมิดกฎประตูจะถูกปิด ไม่สามารถเข้าออกได้จนกว่าผู้อาวุโสจะเข้ามาปลดเอง
ใบหน้าของทุกคนซีดขาว
"ศะ ศิษย์ทุกคน! ผนึกกำลังกันสู้กับสัตว์อสูร! พวกเราทุกคนต้องถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุดจนกว่าผู้อาวุโสจะคลายอาคมออกได้!" เว่ยหลงตะโกนด้วยใบหน้าที่ซีดขาว ศิษย์คนอื่นๆ เองก็มีใบหน้าที่ซีดขาว
ทุกคนไม่มีทางเลือกนอกจากผนึกกำลังกันเพื่อต่อต้านสัตว์อสูรพวกนี้ไว้ให้นานที่สุด
อีกด้านหนึ่งผู้อาวุโสเขตสายนอกก็ต่างพากันรีบคลายอาคม แต่จะคลายอาคมนี้ได้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง สีหน้าของพวกเขาดูไม่ดีนัก มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่ศิษย์สายนอกพวกนั้นจะรับมือกับสัตว์อสูรทั้ง 3 ชั้นได้ในเวลาที่กำหนด!
แถมหนึ่งในสามชั้นยังเป็นชั้นที่มีแค่ศิษย์สายในจะท้าทายได้!
สิ่งที่ผู้อาวุโสเขตสายนอกคิดไม่ได้เกินกว่าความเป็นจริง เพราะถึงแม้พวกเว่ยหลงจะเพิ่งเริ่มสู้ไปได้แค่ 5 นาที สภาพของพวกเขาก็สะบักสะบอมอย่างมากแล้ว ทุกคนแทบปางตาย ไม่อาจต่อกรกับสัตว์อสูรมากมายขนาดนี้ได้ โดยเฉพาะสัตว์อสูรจากชั้น 3 ที่เกินความสามารถพวกเขา
"พวกเราปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปข้าก็คงต้องตาย ขอโทษด้วยทุกคน แต่ข้าต้องไปจากที่นี่แล้ว" หลังจากปะทะกับฝูงสัตว์อสูรได้พอสมควร เว่ยหลงที่เป็นหัวหน้ากลุ่มก็พูดกับศิษย์ทุกคนพร้อมก้มหัวขอโทษก่อนจะหยิบหินสีฟ้าก่อนหนึ่งออกมา
"วะ เว่ยหลง! นี่เจ้าคิดจะทำอะไร!" ศิษย์สายนอกคนหนึ่งสีหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเห็นเว่ยหลงหยิบหินสีฟ้าขึ้นมา
เขารู้จักหินนั่น นั่นคือหินเคลื่อนย้าย ซึ่งมีความสามารถในการพาผู้ใช้เทเลพอร์ตไปยังตำแหน่งที่ตั้งค่าไว้!
เว่ยหลงเอาหินนี้ออกมา อย่าบอกนะว่าเขาคิดจะทิ้งทุกคนไว้แล้วหนีไป
"พวกเราไม่มีทางเอาชนะสัตว์อสูรพวกนั้นได้ หากอยู่ต่อก็มีแต่ต้องตายกันหมด ข้าขอโทษ"
"เว่ยหลง! ช้าก่อน!" ศิษย์คนนี้ยังพูดไม่ทันขาดคำ เว่ยหลงก็เปิดใช้งานหินเคลื่อนย้ายแล้วเทเลพอร์ตนี้ไปข้างนอก
นี่ทำให้หัวใจของทุกคนปกคลุมด้วยความสิ้นหวัง
"ข้าเองก็ขอโทษ"
"ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ขอโทษด้วย"
เมื่อเห็นเว่ยหลงหนีไป พวกศิษย์ 10 อันดับตารางสายนอกก็พากันหยิบหินเคลื่อนย้ายออกมา จากนั้นก็พากันเปิดใช้งานแล้วหนีไปทีละคนๆ
แม้แต่หวังจิ้งที่เป็นคนก่อหายนะครั้งนี้ เขาก็ยังรีบหนีไปด้วยความกลัว ทิ้งให้ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งตรงนี้อย่างสิ้นหวัง
"อ้า! บัดซบ!!"
"พะ พวกเราจะทำยังไงกันดี!?"
หัวใจของเหล่าศิษย์สายนอกพลันปกคลุมด้วยความสิ้นหวัง พวกเขาที่ไม่มีหินเคลื่อนย้ายนั้นทำได้แค่กัดฟันกรอดมองดูสัตว์อสูรนับร้อยเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้
ถ้าพวกเขารู้แบบนี้คงไม่ชื่นชมเจ้าพวกนั้นมากขนาดนี้ เพราะเห็นว่าพวกมันแข็งแกร่งพวกเขาจึงนับถือ แต่ที่ไหนได้ เจ้าพวกนี้กลับขี้ขลาดเวลาเจออันตราย ทุกคนต่างรู้สึกผิดหวังที่เคยชื่นชมพวก 10 อันดับตารางสายนอก!
ตอนนี้ความหวังทั้งหมดได้สูญหายไป สัตว์อสูรที่พวกเขาไม่อาจทำอะไรได้กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา
วิหคลมบินมาอยู่ตรงหน้าเด็กสาวชุดเขียวผู้หนึ่ง ใบหน้างดงามของเธอสั่นสะท้านด้วยความกลัว เธอเป็นลูกสาวของเจ้าเมืองที่เบื่อชีวิตในคฤหาสน์ จึงหนีออกมาเล่นที่โลกของผู้ฝึกตน แต่เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้
ตอนที่วิหคลมกำลังจะสะบัดปีกและสาดสายลมคมกริบฉีกกระชากร่างของเสวี่ยเอ่อร์ ฝ่ามือทองคำขนาดย่อมเยาก็พุ่งลงมาผ่านมิติด้านบน กระแทกลงบนร่างวิหคลมและบดขยี้มันเป็นกองเลือด
สัตว์อสูรระดับ 3 ที่มีแค่ศิษย์สายในเท่านั้นจะจัดการได้ พลันถูกจัดการลงในชั่วพริบตา!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??