เรื่อง ดุจมังกรคืนถิ่น ลิขิตแค้นใต้ราชัน (ปฐมบท: ขุนหยกตระกูลหลี่)
ตอนที่ 7 "ประตูเสวียนอู่"
ภาพของู้หญิงในชุดโบราณใต้แสงจันทร์ กลิ่นหอมของดอกท้อ และเสียงเรียกชื่อที่แผ่วเบาราวกับสายลม...
ความรู้สึกวูบไหวทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นและจางหายไปในชั่วพริบตาหลังการคลิกเมาส์เมื่อครู่
มันแตกต่างจากภาพความทรงจำก่อนหน้านี้ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและเสียงคมดาบ... ภาพนี้กลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยที่จับใจ
หยดน้ำตาอุ่นๆ ของเธอดูเหมือนจะยังคงตกค้างอยู่บนแก้มของผม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อที่อบอวลไปทั่ว...
มันคือความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรักและความสูญเสียที่บีบคั้นหัวใจอย่างรุนแรง
ผมไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ส่วนลึกของจิตวิญญาณกลับร่ำไห้ให้กับภาพของู้หญิงคนนั้น
ความรู้สึกโหยหาอาลัยนี้เองที่ผลักดันให้ผมต้องหาคำตอบ มันทำให้ชื่อสามพยางค์บนหน้าจอไม่ใช่แค่เบาะแสอีกต่อไป แต่เป็นกุญแจเพียงดอกเดียวที่จะไขไปสู่ความเจ็บปวดอันแสนหวานนั้น
ผมผลักความรู้สึกโหยหาที่วูบไหวลงไปก่อน... เพราะตอนนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือชื่อที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ตรงหน้า...
หลี่เฉิงเต้า
ชื่อที่ไม่เคยได้ยิน แต่กลับรู้สึกผูกพันอย่างน่าประหลาด
ความกระวนกระวายที่เกาะกุมจิตใจผมมาตลอดหลายวันค่อยๆ สงบลงบางส่วน ถูกแทรกด้วยความรู้สึกโล่งใจ...
มันคือความโล่งใจของคนที่หลงทางอยู่ในถ้ำอันมืดมิด แล้วในที่สุดก็ได้เห็นแสงเทียนริบหรี่อยู่ไกลลิบๆ
แสงนั้นอาจจะนำทางไปสู่หุบเหว หรืออาจเป็นเพียงแสงที่ผมจินตนาการขึ้นมาก็ได้...
แต่ในวินาทีนี้ สำหรับผมที่เหมือนคนหลงทาง มันคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ผมมี
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมสมาธิกลับมาที่หน้าจอแล็ปท็อป... ชื่อ "หลี่เฉิงเต้า" ยังคงค้างอยู่ในช่องค้นหา
ผมเลื่อนเคอร์เซอร์ไปต่อท้ายชื่อนั้น แล้วพิมพ์คำว่า ‘ประวัติ’ เพิ่มลงไป กด Enter อีกครั้ง
ผลการค้นหาปรากฏขึ้นมามากมาย แต่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเขาโดยตรงกลับมีน้อยอย่างน่าประหลาด
ส่วนใหญ่เป็นเพียงการกล่าวถึงสั้นๆ ในบทความวิชาการหรือเว็บบอร์ดประวัติศาสตร์ว่าเป็น "บุตรชายคนโตของรัชทายาทหลี่เจี้ยんเฉิง"
ไม่มีบันทึกอะไรมากไปกว่านั้น ราวกับว่าตัวตนของเด็กชายคนนี้ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์
"ลูกชายของรัชทายาท..." ผมพึมพำกับตัวเอง
เมื่อการค้นหาชื่อของ "ลูกชาย" ไม่ได้ผล ผมจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ "ู้เป็นพ่อ"
ผมลบชื่อเดิมออกแล้วพิมพ์ชื่อใหม่ลงไป... หลี่เจี้ยんเฉิง
ครั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลหลั่งไหลออกมามากมายจนผมอ่านแทบไม่ทัน
หลี่เจี้ยんเฉิง คือองค์รัชทายาทพระองค์แรกแห่งราชวงศ์ถัง เป็นพระโอรสองค์โตของปฐมจักรพรรดิถังเกาจู่ (หลี่หยวน)
พระองค์มีบทบาทสำคัญในการช่วยพระบิดาสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นมา เป็นู้มีความสามารถทั้งการทหารและการปกครอง
ผมจมดิ่งลงไปในเรื่องราวชีวิตของชายู้เป็น 'บิดา' ของหลี่เฉิงเต้า... ชายู้ซึ่งตามหลักเหตุผลแล้วไม่ควรจะมีความหมายอะไรกับผมเลย
ผมได้อ่านเจอวีรกรรมของเขาในสนามรบ, การวางแผนอย่างสุขุมเยือกเย็น, และบันทึกที่เขาเสนอให้ผ่อนปรนเรื่องภาษีเพื่อช่วยเหลือราษฎร...
แต่ทว่า... ยิ่งผมซึมซับเรื่องราวของเขามากเท่าไหร่ หัวใจของผมกลับยิ่งผูกพันกับเขาอย่างไม่มีเหตุผล
ราวกับว่านี่ไม่ใช่แค่การอ่านบันทึกประวัติศาสตร์ แต่เป็นการทำความรู้จักกับ รากเหง้า ของตัวเองที่เพิ่งค้นพบ
ความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจเมื่อได้อ่านถึงความสำเร็จและเกียรติยศของเขา
แต่แล้ว... ผมก็เลื่อนมาเจอกับหัวข้อหนึ่งที่ทำให้หัวใจกระตุกวูบ
"เหตุการณ์กบฏที่ประตูเสวียนอู่"
ผมคลิกเข้าไปอ่าน... ตัวอักษรบนหน้าจอบรรยายถึงต้นตอของความขัดแย้งที่กำลังฉีกกระชากราชวงศ์หลี่ออกจากกัน:
การชิงอำนาจระหว่างเหล่าพี่น้อง ฝ่ายหนึ่งคือองค์รัชทายาทหลี่เจี้ยんเฉิง และอีกฝ่ายคือน้องชายู้เก่งกาจ ฉินอ๋องหลี่ซื่อหมิน
การใส่ร้ายป้ายสีดำเนินไปมานานหลายปี...
ขณะที่สายตาของผมกำลังไล่อ่านไปตามตัวอักษรบนหน้าจอ จู่ๆ ตัวอักษรบนหน้าจอเริ่มมีอาการสั่นและหลุดลอยคล้ายกับจะมีชีวิต
ทันใดนั้น โลกความจริงก็เริ่มสลายไปทีละน้อย
เสียงรอบข้างเงียบลง... แสงสว่างจากหน้าจอคือสิ่งสุดท้ายที่ดับวูบลง... เหลือเพียงความมืดและความรู้สึกเย็นเยียบที่สันหลัง
ผมไม่ได้อยู่ในห้องนอนอีกต่อไป...
เสียงจอแจของกรุงเทพฯ หายไป เหลือเพียงเสียงลมหวิวและเสียงจิ้งหรีดร้องระงม
อากาศเย็นยะเยือกของยามรุ่งอรุณกัดกินผิวของผมจนรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บ
กลิ่นดินชื้นๆ และกลิ่นเย็นๆ ของกำแพงหินมหึมาเบื้องหน้าลอยปะปนมากับสายลม
ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ประตูเสวียนอู่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ใหญ่โตและน่าเกรงขามราวกับยักษ์หลับใหลในเงามืด บนท้องฟ้ายังมีดวงดาวบางดวงส่องแสงริบหรี่
ความเงียบสงัดของรุ่งอรุณถูกทำลายลงด้วยเสียงกีบม้าที่กระทบพื้นหินดังก้องกังวาน...
ขบวนม้าเล็กๆ ขบวนหนึ่งทะยานออกจากม่านหมอกสีจาง เคลื่อนเข้ามาในลานกว้างเบื้องหน้าของผม
แม้จะมีกันเพียงห้าคน แต่กลับแผ่บรรยากาศที่หนักอึ้งกดทับลงมาจนน่าอึดอัด
ู้นำสองคนในอาภรณ์ชั้นสูงสง่างาม ขนาบข้างและตามหลังด้วยองครักษ์ในชุดเกราะอีกสามนายที่นั่งนิ่งอยู่บนหลังอาชาศึกสีเข้ม มือของพวกเขาวางอยู่บนด้ามดาบตลอดเวลา
สายตาของผมจับจ้องไปที่ บุรุษู้เป็นพี่ ในขบวน เขาคือู้นำอย่างไม่ต้องสงสัย
ร่างกายสูงใหญ่สมส่วน นั่งอยู่บนหลังม้าด้วยแผ่นหลังที่ตั้งตรงสง่างามราวกับขุนเขา
อาภรณ์ชั้นดีสีน้ำหมึกขับเน้นฐานันดรศักดิ์อันยิ่งใหญ่ ด้วยลายปักดิ้นทองเป็นรูปมังกรสี่เล็บที่โลดแล่นอย่างทรงพลังอยู่บนอกเสื้อ
ส่วน ชายหนุ่มู้เป็นน้อง นั้นกลับตรงกันข้าม เขาอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ เปี่ยมไปด้วยพลังของคนหนุ่มที่ร้อนรุ่ม ดวงตาลุกโชนไม่พอใจและกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง
แล้วความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงของชายหนุ่มที่ลอดไรฟันออกมาอย่างเดือดดาล
"ข้าเชื่อมั่นในเสด็จพ่อ! แต่ข้าก็อดแค้นเคืองท่านพี่รองไม่ได้! เหตุใดเขาต้องบีบคั้นพวกเราถึงเพียงนี้!"
บุรุษู้เป็นพี่เหลือบมองน้องชายด้วยแววตาอ่อนใจ
"ใจเย็นก่อนเถิด...น้องสี่ ความจริงคืออาวุธที่ดีที่สุดของเราในยามนี้ เสด็จพ่อเรียกเราไปพบ ก็เพราะต้องการฟังความจากปากเราโดยตรง หากเราบริสุทธิ์ใจ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว"
ขณะทีู่้เป็นน้องกำลังจะพูดต่อ พี่ชายก็ยกมือขึ้นช้าๆ เป็นสัญญาณให้หยุด
องครักษ์ทั้งหมดชะงักม้าทันที
"มีอันใดรึ ท่านพี่?" เขากระซิบถาม
บุรุษู้เป็นพี่ไม่ได้ตอบ แต่กวาดสายตาไปยังเชิงเทินของประตูเบื้องหน้า ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ
"น้องสี่... เจ้าเห็นหรือไม่... บนเชิงเทินนั่น ปกติต้องมียามประจำการอย่างน้อยสี่นาย..."
ชายหนุ่มมองตาม และสีหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที
"...แต่นี่กลับว่างเปล่า"
"ใช่..." พี่ชายกล่าวต่อเสียงแผ่ว "...และเงียบเกินไป ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าของทหารยาม"
เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาเหม่อลอย ผมสัมผัสได้ว่าในหัวของเขากำลังร้อยเรียงเหตุการณ์ทั้งหมด...
ข้อกล่าวหาที่น่ารังเกจ... ราชโองการในยามเช้าตรู่... และตอนนี้... คือประตูวังที่ไร้การป้องกัน...
ไม่ใช่การละเลยหน้าที่... ไม่ใช่ความบังเอิญ... แต่มันคือแผนการที่ถูกถักทอขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ!
ข้อกล่าวหาคือ "เหยื่อล่อ" ราชโองการคือ "การลวงให้มา" และสถานที่แห่งนี้... คือ "ลานประหาร"
วินาทีที่ความคิดนั้นตกผลึกในหัว สีหน้าของบุรุษู้เป็นพี่ก็ซีดเผือด แววตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตระหนกสุดขีด!
เขาหันขวับมาหาน้องชายและเหล่าองครักษ์ ตะโกนสั่งการอย่างตื่นตระหนก!
"กับดัก! ทั้งหมดนี่คือกับดัก! หันม้ากลับเดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ความโกลาหลก็บังเกิดขึ้นทันที! ทุกคนต่างกระชากบังเหียนม้าอย่างแรง...
แต่ก็สายไปเสียแล้ว...
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมดังขึ้นพร้อมกันจากเงามืดรอบทิศ! ลูกธนูจำนวนนับสิบดอกพุ่งทะยานออกมาดุจ-่าฝน
ร่างขององครักษ์ทั้งสามร่วงหล่นจากหลังม้าจมกองเลือด...
บัดนี้เหลือเพียงสองพี่น้องู้สูงศักดิ์กลางวงล้อมที่มองไม่เห็นตัว
และแล้ว เสียงทุ้มอันเยือกเย็นที่พวกเขาคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเงามืด
"พี่ใหญ่ น้องสี่... มิทราบว่าจะรีบร้อนไปที่ใดกัน?"
ร่างของบุรุษู้มาใหม่ก้าวออกมาจากเงามืด พร้อมด้วยทหารฝีมือดีอีกหลายนาย
หากพี่ใหญ่เปรียบดั่งขุนเขาที่สุขุมมั่นคง ชายู้นี้ก็คือพายุคลั่งที่พร้อมจะโค่นทำลายทุกสิ่ง
ดวงตาของเขาเย็นชาและว่างเปล่า... แต่ลึกลงไปกลับมีความคมกริบดุจใบดาบ
"พี่รอง!!!" ชายหนุ่มู้เป็นน้องแผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง เขาชักธนูขึ้นพาดสายแล้วยิงใส่บุรุษู้มาใหม่ไปสามดอกซ้อน!
แต่ด้วยความลนลาน ลูกธนูทั้งหมดจึงพลาดเป้าไป
วินาทีแห่งความอ่อนแอนั้น คือโอกาสของอีกฝ่าย...
บุรุษู้มาใหม่มองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยกคันธนูของตนขึ้นอย่างใจเย็น...
ไม่มีความลังเล ไม่มีความปรานี...
ในชั่ววินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน...
คันธนูถูกน้าวออกจนสุดแขน ท่าทางของเขาสงบนิ่งราวกับรูปสลัก... เป็นท่าทีของพรานป่าู้กำลังจะสังหารเหยื่อ
เสียงสายธนูที่ถูกปล่อยดังขึ้นแผ่วเบา... ทว่าในโสตประสาทของผม มันกลับดังกึกก้องราวกับเสียงอสุนีบาต!
ลูกศรสีดำสนิทพุ่งแหวกอากาศเป็นเส้นตรง... ปลายทางของมันคือแผ่นอกของบุรุษู้เป็นพี่ใหญ่!
ไม่! จิตวิญญาณของผมกรีดร้องอย่างสุดเสียง แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
ฉึก!
ลูกศรดอกนั้นปักทะลวงเข้าไปอย่างจัง... ดอกไม้สีแดงสดเบ่งบานขึ้นบนอาภรณ์ลายมังกรสี่เล็บอย่างรวดเร็ว...
ดวงตาของบุรุษู้เป็นพี่ใหญ่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เขาก้มลงมองลูกศรที่ปักคาอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าน้องชายู้สังหารเป็นครั้งสุดท้าย...
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังและคำถามที่ไม่มีวันจะได้รับคำตอบ...
แล้วร่างของเขาก็ร่วงหล่นจากหลังม้าดังตอไม้ที่ถูกโค่นลง
"พี่ใหญ่!!!" ชายหนุ่มู้เป็นน้องกรีดร้องอย่างเสียสติ
--- จบตอนที่ 7 ---
จากใจนักเขียน:
ค้าง! นี่คือ "เหตุการณ์ประตูเสวียนอู่" ของจริง! เพ้งได้เห็นการลอบสังหารองค์รัชทายาทด้วยตาตัวเอง และเรื่องก็ตัดจบลงในวินาทีที่โหดร้ายที่สุด!
เขาจะเป็นอย่างไรต่อไป? เขาจะหลุดจากนิมิตนี้ได้หรือไม่?
เจอกันพรุ่งนี้ ตอนที่ 8 "มังกรสี่เล็บ" มาแน่ เวลา 2030 ครับ!
ฝากกดหัวใจ ❤️ และเพิ่มเข้าชั้น ???? ด้วยนะครับ! — เสวี่ยซื่อจื้อ / ธ.ปณิทัศน์
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??