เรื่อง บัลลังก์นี้ ข้าขอพิชิต
เสียงฝีเ้าที่้า่าอย่างสม่ำเสมอนั้นดึงดูดทุกสายตาให้หันไปมองโพร้อมเพรียง แม้แต่เหล่าโจรที่กำลังถือดาบเตรียมรุมล้อมซูหมิงยังต้องชะงักงัน
บรรยากาศภายในถ้ำที่เคยร้อนระอุด้วยไสังหารพลันเยือกเย็นลงจนจับขั้วหัวใจ มารดำเดินฝ่ากลุ่มควันเข้ามาอย่างเชื่องช้า หมวกปีกกว้างถูกถอดวางไว้ข้างกาย เผยใบหน้าที่ซีดขาวราวกับมารร้าย ทว่าดวงตากลับดำขลับล้ำลึกดุจหลุมดำที่พร้อมจะสูบกลืนทุกสรรพสิ่ง
มันกวาดสายตามองซากปรักหักพังบ้านไม้และหยินชิงที่ยืนสั่นเทา ก่อนจะหยุดสายตาที่ซูหมิงซึ่งกำลังเอามือป้ายดวงตาที่บวมแดงอยู่ที่ไกลๆ
“ภูมิประเทศลึกลับทางเข้าออกซับซ้อน... ที่นี่เหมาะจะเป็นหลุมศพพวกเจ้าทุกคนยิ่งนัก”
น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่กลับกังวาลก้องไปถึงโสตประสาทผู้ฟังทุกคน ชายชราแซ่จินผู้มากประสบการณ์ สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันาา เขาพุ่งกายเข้าขวางหน้ามารดำทันที เส้นด้ายบางเฉียบในมือถูกขึงตึงจนเกิดเสียงหวีดหวิว
“เจ้าเป็นใคร! กล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาสามหาว!”
ชายชราแผดเสียงพร้อมสะบัดมือ มีดบินสิบสองเล่มพุ่งาแขนเสื้อราวกับ-่าฝน ทว่าแต่ละเล่มกลับวิถีโค้งไปมาอย่างพิสดารด้วยการควบคุมเส้นด้าย
มารดำเพียงกรีดวาดปลายนิ้วเบาๆ เงาดำสายหนึ่งพุ่งาชายเสื้อมันปะทะกับมีดบินเหล่านั้นเสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! ถี่รัว
มีดทั้งหมดถูกดีดกระเด็นไปปักตามผนังถ้ำในพริบตา ชายชราจินแม้ตกตะลึง แต่หาได้ลังเล เขาดีดตัวขึ้นสูงแล้วใช้ดรรชนีกระตุกเส้นด้ายให้มีดเหล่านั้นพุ่งกลับมาโจมตีจากด้านหลังมารดำ พร้อมกับพุ่งตัวซัดฝ่ามือหมายสกัดจุดใส่หน้าอกมันในเวลาเดียวกัน
มารดำเบี่ยงกายหลบด้วยท่วงท่าที่ประหลาดตา ร่างมันดูเหมือนจะเลือนรางไปชั่วขณะ มีดบินที่พุ่งกลับมา กลับพุ่งผ่านเงาร่างมันไปปะทะกันเองจนแตกกระจายไปคนละทาง
มารดำยื่นมือซ้ายที่ขาวซีดออกมาคว้าจับข้อมือชายชราจินไว้ได้อย่างแม่นยำ ส่งแรงบีบาาทำให้กระดูกข้อมือยอดฝีมือเฒ่าส่งเสียงลั่น
“วิชาไหมฟ้าคุมศาสตรา... สมกับที่ได้ยินชื่อเสียงมานาน”
มารดำเอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก
ขณะจะลงมือปลิดชีพ
อสูรหน้าแผลตวาดลั่น แม้ตัวมันจะเพิ่งกระเด็นออกมาจากแรงฝ่ามือซูหมิง แต่มันกลับเค้นพลังโถมเข้าใส่มารดำด้วยท่า ‘หมัดทลายขุนเขา’ พลังหมัดรุนแรงแหวกอากาศ
ในจังหวะเดียวกันชายหนุ่มผู้ถือแผนที่ที่เคยนิ่งสงบกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจเงาพราย มันสะบัดพัดเหล็กในมือออก กางซี่พัดพุ่งเข้าจู่โจมจุดตายที่ลำคอมารดำจากทิศทางตรงกันข้าม
การประสานงานหนึ่งหนักหน่วงหนึ่งรวดเร็วพุ่งเข้าหาเป้าหมายพร้อมกัน! มารดำจำต้องถอยล่าถอยออก
ก่อนเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ
“หัวพยัคฆ์ย่อมไม่มีหางเป็นสุนัขเหล่าสมุนฉีซิ่นนับว่ามีฝีมือยิ่ง”
มารดำประสานมือคารวะรอบหนึ่ง
แม้ปากกล่าววาจาระรื่น ท่วงท่าสุดแสนนอบน้อม แต่
ไสังหารสีดำจางๆ เริ่มแผ่ออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ เตรียมพร้อมที่จะจบเรื่องราวทุกอย่างในค่ายโจรแห่งนี้ให้สิ้นซาก!
ในบรรยากาศที่แสนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก หยินชิงกลับเดินฝ่าไสังหารนั้นไป นางเดินไปหยุดอยู่ที่เบื้องหลังมารดำ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ถูกกดให้แผ่วเบาที่สุด
“เจ้าทำอะไรลงไป? เหตุใดจึงลงมืออุกอาจเช่นนี้! ข้อตกลงระหว่างข้ากับท่านพ่อยังเหลือเวลาอีกตั้งสองวันมิใช่หรือ? ท่านไม่มีสิทธิ์ปลิดชีพใคร!”
มารดำไม่ได้หันกลับมามองนาง สายตามันยังคงจับจ้องไปที่ศัตรูเบื้องหน้ามันแค่นหัวเราะในลำคอ “เวลาสองวันนั้น... ท่านเป็นคนทำลายมันลงด้วยมือท่านเอง คุณหนูหยิน” มารดำเอ่ยเสียงเรียบ
หยินชิงชะงักไป
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
มารดำค่อยๆ หันหน้ามาเพียงครึ่งซีก แสงสลัวจากคบไฟสะท้อนให้เห็นดวงตาที่ไร้ความรู้สึกมัน “ข้อตกลงคือข้าต้องเฝ้าจับตาดูพวกท่านทุกฝีก้าว... แต่การที่ท่านพามันมุดเข้าสู่อุโมงค์เถาวัลย์ ล่วงล้ำเข้าสู่ค่ายแห่งนี้ มันทำให้ข้าไม่สามารถติดตามร่องรอยได้โสะดวก หากข้าไม่ตัดสินใจบุกฝ่าเข้ามาในตอนนี้ ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกท่านจะไม่หายสาบสูญไป?”
หยินชิงเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ไม่อาจเถียงคำใดออกมา
การต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งโจรสามคนปักหลักกัดฟันเตรียมรับกระบวนท่าแต่แล้ว หยินชิงก็ขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง
“มารดำ! แต่ที่เราตกลงกันไว้ ท่านเพียงแต่ต้องทำลายวรยุทธ์ซูหมิงคนที่เหลือในนี้ล้วนเกี่ยวข้องอันใด ….ทั้งเด็กน้อย หญิงชรา และเหล่าชาวบ้านที่หลบซ่อนตัวอยู่ พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์!”
มารดำหยุด้า่าในทันที จอมยุทธ์ทั้งสามก็หยุดรอ แม้ไม่รู้ว่าหญิงงามกันมารร้ายสนทนาสิ่งใดกัน แต่ในใจเห็นตรงกันว่า คุณหนูแปลกหน้าผู้นี้ที่ดูเหมือนสั่งการมารตนนั้นได้ หากแม่นางนั้นไล่มารผู้นั้นกลับไปได้ย่อมเป็นเรื่องดี
มารดำถอนหายใจยาวเหยียดที่เปี่ยมไปด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง ใบหน้าซีดขาวสะบัดหันมาหาหยินชิง แววตาที่เคยนิ่งสงบฉายประกายกร้าวด้วยโทสะที่เริ่มคุกกรุ่น
“คุณหนูหยิน...”
มารดำเอ่ยเสียงหนัก
“ในเรือนหอไม้แดง ท่านถึงกับกล้าเปิดเผยตนเองว่าเป็นคุณหนูตระกูลเฟิงให้ศิษย์ฉีซิ่นฟัง! ลำพังแค่ตระกูลท่านมีเรื่องยุ่งเกี่ยวกับนิกายเทวะก็นับว่าย่ำแย่พอแล้ว ท่านยังจะกล้าให้ชื่อเสียงตระกูลเฟิงมาพัวพันกับ ‘ค่ายโจรฉีซิ่น’ เพิ่มอีกอย่างนั้นหรือ?”
มารดำถอนหายใจยาวอีกคราหนึ่ง
“หากอยากให้เราไว้ชีวิตผู้คนเหล่านี้ ท่านก็อนุญาตให้เราสังหารซูหมิงนั่นเสียในถ้ำนี้ผู้ที่รู้ว่าท่านคือใคร ก็มีแต่มันผู้เดียว”
คำพูดนั้นกดทับให้หยินชิงที่มาฐานะเป็นนาย ตัวเล็กจ้อยลงทันตาเดิมทีมารดำผู้นี้ ไม่รับฟังคำสั่งผู้ใด นอกจากท่านปู่เฟิงเหยียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งในสถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้ นางยิ่งไม่อาจออกคำสั่งใด
เมื่อไดำเริ่มแผ่ามารร้ายอีกครา จอมยุทธ์ทั้งสามเตรียมจู่โจมอีกครั้ง
“ลงมือ!”
เสียงตวาดชายชราแซ่จินระเบิดขึ้นดังก้อง ราวกับเป็นัญญาสุดท้ายก่อนความเป็นความตายจะตัดสิน
อสูรหน้าแผลคำรามลั่น เท้ากระทืบพื้นถ้ำจนแตกร้าว ร่างพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ หมัดขวาถูกอัดแน่นด้วยพลังปราณจนส่งเสียงหวีดแหลม ฉีกอากาศเข้าใส่มารดำตรงๆ
“หมัดทลายขุนเขา!”
ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มผู้ถือแผนที่พลิ้วกายหลบไปด้านข้าง เงาร่างมันแตกออกเป็นสามสายในพริบตา พัดเหล็กในมือสะบัดออก ซี่พัดสะท้อนแสงวาบ พุ่งเฉือนเข้าหาลำคอ หัวใจ และขมับมารดำจากสามทิศทางพร้อมกัน!
ส่วนชายชราแซ่จิน ดวงตาวาวโรจน์ เส้นด้ายบางเฉียบสิบกว่าสายถูกปล่อยาปลายนิ้วข้างเดียวอย่างไร้เสียง มันแทรกซึมไปทั่วอากาศราวกับใยแมงมุมที่มองไม่เห็น ล้อมกรอบมารดำไว้ทุกทิศทุกทางสามยอดฝีมือผสานการโจมตี หนัก รวดเร็ว และอำมหิต!
มารดำกวาดตามองอย่างรวดเร็ว มันพึมพรำอยู่ใน “พวกเจ้าปล่อยให้เราแผ่ไดำออกมาแล้ว การต่อสู้ย่อมรู้ผลแล้ว”
แรงกดดันาาปะทุาร่างมันโไร้ัญญาเตือน ไสังหารสีดำที่เคยแผ่บางเบาพลันกลายเป็นคลื่นพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซัดกระแทกออกไปทุกทิศทาง!
เงาร่างชายหนุ่มผู้ถือแผนที่ถูกฉีกกระจายทันทีมันกระเด็นกระแทกผนังถ้ำอย่างรุนแรง เลือดกระอักาปาก
อสูรหน้าแผลที่พุ่งเข้ามาถึงตัว ถูกแรงกดนั้นหยุดกลางอากาศ ราวกับมีมือยักษ์บีบอัดร่างกายไว้ก่อนจะถูกสะบัดปลิวกลับไปกระแทกพื้นดังสนั่น
ส่วนชายชราแซ่จิน
ปึง! ปึง! ปึง! เส้นด้ายทั้งหมดขาดสะบั้นในพริบตา ร่างเขาสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะถูกแรงอัดกระแทกจนเข่าทรุดลงกับพื้น เลือดไหลซึมามุมปาก
สามยอดฝีมือก็พ่ายแพ้โสมบูรณ์
มารดำก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ฝีเ้ายังคงสม่ำเสมอไม่รีบร้อน ราวกับทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมมัน มันเดินผ่านร่างอสูรหน้าแผลที่พยายามจะลุกขึ้น แต่กลับถูกแรงกดาากดทับจนแนบกับพื้น
เดินผ่านชายหนุ่มผู้ถือแผนที่ที่นอนนิ่งไร้เรี่ยวแรง
และหยุดอยู่ตรงหน้าชายชราแซ่จิน
“พยายามได้ดี… น่าเสียดายที่ไร้ความหมาย”
มีดสั้นที่กระจายอยู่รอบตัวชายชรา ดั่งถูกไดำหยิบยกขึ้นมา พุ่งปักใส่ร่างชายชราอย่างไร้ปราณี
ขณะจะปลิดชีพอีกสองคนที่เหลือกลับรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอย่างรุนแรงมาจากด้านข้างที่ห่างออดไปมารดำพอหันไป พอดีประสานกับสายตาแดงฉานซูหมิงหมิง ที่จ้องมาราวกับจะกัดกินเลือดเนื้อมัน
มารดำไม่กล่าวมากความ ไสังหารสีดำรอบตัวมัน พุ่งไปที่ซูหมิงอย่างไร้ปรานี ดวงตาที่บวมแดงชายหนุ่มบัดนี้กลับนิ่งลึกจนน่าหวาดหวั่น
ฝ่ามือเขายกขึ้น ไม่มีท่วงท่า ไม่มีพิธีรีตอง
มีเพียงแรงอัด ครืนนนน!!
อากาศทั้งถ้ำพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับถูกบีบอัดจากทุกทิศทางมารดำเบิกตากว้าง บังคับกลุ่มก้อนสีดำ กลายเป็นรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ปักเข้าที่หัวไหล่และฝ่ามือซูหมิงนับสิบเส้นซูหมิงราวกับกลายเป็นมนุษย์รูปปั้นที่ไร้ความรู้สึก
มันปล่อยก้อนพลังออกโไม่สนสิ่งใด
มารดำแม้หลบเลี่ยงได้ ปล่อยฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่ด้านหลังซูหมิงก็ใช้วิชาเท้าผีเข้าประชิดตัวอีก ยกแขนซ้ายขึ้น ปากเอ่ยวิชาท่า
“ฝ่ามือวา…”
มารดำไหนเลยปล่อยให้มันได้ใช้ออก บาทาเตะมือซูหมิง กลายเป็นชูขึ้นด้านบน ก้อนพลังอัดเพดานถ้ำดังสนั่น มารดำม้วนออกมาตั้งหลักอีกครา ก่อนจะได้ทำสิ่งใดที่เบื้องหน้ามันก็ปรากฏซูหมิงขึ้นมาอีก
“ฝ่ามือวา..”
ครั้งนี้มารดำเกิดโทสะขึ้นมาบ้างแทนที่จะหลบหลีก กลับพุ่งตัวเข้าประชิด เอาหัวไหล่ข้างหนึ่งสอดเข้าไปที่รักแร้ซูหมิงเบี่ยงฝ่ามือมันก่อนใช้ดัชนีจิ้มสะกัดจุดทั่วทรวงอก
ซูหมิงเกิดความรู้สึกร้อนรุ่มดั่งถูกแผดเผา มันกัดฟันแน่น ขยับตัวออกห่าง ใช้ออกด้วยท่วงท่า
“ฝ่ามือวายุ!”
ครั้งนี้แม้จะเป็นอีกครั้ง ที่มารดำจะหลบหลีกได้อย่างง่ายดายแต่หัวใจมันเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ มองไปที่ชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างเหลือเชื่อ ว่าการสะกัดจุดตนเองจะไม่สำเร็จผล
มารดำสูดลมหายใจลึก โคจรลมปราณระงับความปั่นป่วนในหัวใจจนนิ่งสนิทประดุจเดิม ก่อนจะแค่นยิ้มที่ชวนขนหัวลุก
“วิชาเท้าผีอาจารย์เจ้า นับว่าเรียนรู้ได้ดี”
มารดำจงใจไม่เอ่ยถึงวิชาฝ่ามือวายุ แม้ความรุนแรงนับว่าน่าหวาดหวั่น แต่การใช้ออกช่างซื่อตรงและโง่งมนัก แม้กระทั่งการใช้ท่วงท่ายังต้องคอยพูดชื่อ ชวนให้น่าสมเพสนัก
ซูหมิงมองกลับมาด้วยสาตาอิดโรย ยกแขนที่สั่นเทาขึ้นมา “ฝ่ามือวา...”
มารดำถอนหายใจอย่างดูแคลน พลันบังเกิดความหงุดหงิดสายหนึ่งในใจ บุคคลชั้นสวะเพียงนี้ เฟิงอวี้เฉินถึงกับต้องใช้งานมันให้มาจัดการด้วยตนเองเชียวหรือ?
ซูหมิงยังไม่ทันเอ่ยท่าวิชาจนจบคำ ก็รีดเค้นวิชาตัวเบาพุ่งวูบไปปรากฏกายด้านหลังมารดำ
ทว่าฝ่ายตรงข้ามหาได้แยแสไม่ แม้สายตายังไม่หันกลับมามอง
มารดำก้าวเท้าวูบหนึ่งด้วยจังหวะที่เหนือชั้นกว่า กลายเป็นกลับมาอยู่เบื้องหลังซูหมิงดังเดิม ปล่อยให้ฝ่ามือวายุถูกซัดออกไปสู่อากาศธาตุอย่างเปล่าประโยชน์
มารดำเกร็งปลายนิ้วคราหนึ่ง เล็บมันพลันงอกยาวแหลมคมดุจหอกเหล็ก พร้อมบังคับไสังหารรอบกายให้ควบแน่นเป็นเส้นสายแหลมเล็กนับร้อย พุ่งเข้าจู่โจมซูหมิงจากทุกทิศทาง
ในขณะที่ซูหมิงพะวงอยู่กับ-่าเข็มทมิฬเหล่านั้น มารดำก็มาปรากฏตัวข้างกายโไร้ซุ่มเสียง กรงเล็บมรณะกรีดลากตั้งแต่หัวไหล่ลงมาจนถึงฝ่ามืออย่างอำมหิต!
ซูหมิงหมดสิ้นสิ้นเรี่ยวแรง ทรุดกายลงนั่งด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส มารดำกระชากเรือนผมซูหมิงให้เงยหน้าขึ้นสบตา
“ฝะ...ฝ่ามือ...”
ซูหมิงเค้นเสียงรอดไรฟัน พลังปราณเริ่มก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือที่ร่อแร่อีกครั้ง
มารดำใช้มืออีกข้างปัดฝ่ามือที่โชกเลือดซูหมิงออกอย่างรำคาญใจ
ทว่า... วินาทีนั้นความรู้สึกผิดปกติพลันจู่โจม
ฝ่ามือที่ซูหมิงพยายามใช้ออกนั้นกลับไร้ซึ่งพลังปราณใดๆ... กว่ามารดำจะรู้ตัวว่าตกหลุมพรางก็สายไปเสียแล้ว!
เฝือกดามแขนขวาที่ดูไร้พิษสงพลันระเบิดออกเสียงดังสนั่นพลังจากฝ่ามือพุ่งเข้ากระแทกกลางยอดอกมารดำอย่างหนักหน่วง เงาร่างสีดำมั่นปลิวไปกระแทกเพดานถ้ำอย่างรุนแรง….
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??