เรื่อง อสุราหวนคืน (Asuras Return)
ลานปะกลางสำนักะี่เมฆาคล้อยใวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ แตกต่างจากบรรยากาศการฝึกซ้อมใยามปกติอย่างสิ้นเชิง ศิษย์นับร้อยใชุดฝึกสีฟ้าอ่อนยืนรวมกลุ่มกันอยู่รอบลานปะหินแกรนิตขนาดใหญ่แปดลาน เสียงพูดคุยจอแจดังระงมไปทั่วบริเวณ บนอัฒจันทร์หลักที่ยกสูงขึ้นไป เฟยหยุนเทียน เจ้าสำนักะี่เมฆาคล้อย นั่งสงบนิ่งอยู่บนบัลลังก์ประมุข ขนาบข้างด้วยเหล่าผู้อาวุโสสำนัก สีหน้าแต่ละคนล้วนเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
“เอาล่ะ! ศิษย์ทุกคนจงเงียบ!”
เสียงผู้อาวุโสจาง ผู้รับผิดชอบการทดสอบดังขึ้นกึกก้อง ทำให้เสียงจอแจทั้งหมดเงียบลงใทันที “วันนี้คือวันทดสอบฝีมือประจำปีสำนักะี่เมฆาคล้อยเรา! การทดสอบนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง แต่มีไว้เพื่อประเมินความก้าวหน้าใการฝึกยุทธ์พวกเจ้าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา! ขอให้ทุกคนแสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่ อย่าได้ออมมือ แต่อย่าให้ถึงับาดเจ็บล้มตาย เข้าใจหรือไม่!”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ!” เสียงตอบรับดังกระหึ่มพร้อมเพรียง
“ดีมาก! เช่นนั้นก็เริ่มการจับคู่ปะได้!”
ศิษย์ผู้ช่วยสองคนเริ่มขานชื่อผู้ที่จะขึ้นปะบนเวทีต่างๆ ทีละคู่ บรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ศิษย์แต่ละคนต่างภาวนาขอให้ไม่เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไปนัก
เฟยหลงยืนปะปนอยู่ใกลุ่มศิษย์ระดับล่างอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าเขาเรียบเฉย แววตาดูเบื่อหน่ายราวัว่าเรื่องราวตรงหน้าไม่เกี่ยวัตนเองแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองไปยังเย่เฉินที่ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางวงล้อมเหล่าศิษย์น้องหญิงชาย เห็นอีกฝ่ายกำลังกล่าวให้กำลังใจสหายคนหนึ่งด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
‘บทบาทพระเอกผู้แสนดี...ช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง’ เฟยหลงคิดใใจ ‘แต่สำหรับข้าใวันนี้...คือบทบาทตัวตลกสินะ’
“เวทีปะที่สาม! เฟยหลง! ปะทะ! หวังเปียว!”
เสียงขานชื่อเขาดังขึ้น ทำให้ทุกสายตาโดยรอบหันมามองเป็นจุดเดียว เสียงกระซิบกระซาบและเสียงหัวเราะใลำคอดังขึ้นอย่างไม่ปิดบัง
“หึ...คุณชายน้อยเฟยหลงรึ? ดูท่าหวังเปียวคงโชคดี ได้ผ่านเข้ารอบไปอย่างสบายๆ แล้วสินะ”
“นั่นสิ ไม่รู้ว่าวันนี้คุณชายน้อยจะทนได้กี่กระบวนท่ากันเชียว ก่อนที่จะล้มแผ่ลงไปัพื้นเหมือนเคย”
เฟยหลงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงดูแคลนเหล่านั้น เขาเดินลากเท้าขึ้นไปบนเวทีปะอย่างเกียจคร้าน ชักะี่เหล็กธรรมดาๆ ออกมาจากฝักอย่างทุลักทุเล บนเวทีนั้น ชายหนุ่มร่างท้วมที่ชื่อหวังเปียวยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขามองมาที่เฟยหลงด้วยสายตาที่ทั้งสมเพชและดีใจที่เจอคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอที่สุดใสำนัก
“คารวะศิษย์พี่เฟยหลง” หวังเปียวประสานมือคารวะตามมารยาท แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ศิษย์น้องจะขอออมมือให้ก็แล้วกันนะขอรับ”
“ไม่ต้อง” เฟยหลงตอบเสียงยานคาง “เอาให้เต็มที่เถอะ ข้าเองก็อยากจะจบเรื่องน่าเบื่อนี่เร็วๆ เหมือนกัน”
คำพูดนั้นทำให้หวังเปียวหน้าตึงไปเล็กน้อย “หึ! ปากดีนักนะ! ใเมื่อคุณชายน้อยร้องขอมา ข้าก็จะสนองให้!”
สิ้นเสียง ผู้ตัดสินก็ให้สัญญาณเริ่มการปะ!
หวังเปียวไม่รอช้า เขารวบรวมลมปราณไว้ที่ปลายะี่ ตวาดลั่น “เพลงะี่เมฆาคล้อย กระบวนท่าที่หนึ่ง เมฆาลอยลม!”
ะี่ใมือเขาแทงออกไปอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นเพียงกระบวนท่าพื้นฐาน แต่สำหรับศิษย์ระดับล่างแล้วก็นับว่าทรงพลังและมั่นคงพอสมควร
เฟยหลงเบิกตากว้างเล็กน้อย แสร้งทำท่าทีตื่นตระหนก เขายกะี่ขึ้นมาตั้งรับอย่างเงอะงะและไม่มั่นคง
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น เฟยหลงถึงัเซถอยหลังไปสองก้าว แขนที่ถือะี่สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ราวัจะรับแรงปะทะไว้ไม่ไหว
“ฮ่าๆๆ! แค่นี้ก็แย่แล้วรึ!” หวังเปียวหัวเราะอย่างได้ใจ “รับไปอีกท่า! เมฆาแยกสมุทร!”
เขากระโดดเข้าใส่พร้อมัฟาดะี่ลงมาใแนวเี เป็นการโจมตีที่หนักหน่วงและเปิดเผย
เฟยหลงรีบกลิ้งตัวหลบไปด้านข้างอย่างทุลักทุเลจนฝุ่นตลบ เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนดินไปทั่วทั้งตัว เสียงหัวเราะจากข้างล่างเวทียิ่งดังขึ้นไปอีก
บนอัฒจันทร์หลัก เฟยหยุนเทียนกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาเบือนหน้าหนีอย่างไม่อยากจะทนดูภาพอันน่าสมเพชบุตรชายตนเองอีกต่อไป เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็ส่ายหน้าอย่างระอาใจ
มีเพียงเย่เฉินที่ยืนดูอยู่ข้างล่างเวทีเท่านั้นที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย... ‘แปลก...’ เขาคิดใใจ ‘การกลิ้งหลบเมื่อครู่นี้...ถึงจะดูน่าเกลียด แต่จังหวะและทิศทางมันกลับพอดิบพอดีัการหลบหลีกคมะี่อย่างเฉียดฉิวที่สุด...หรือว่าข้าจะคิดไปเอง?’
บนเวที การต่อสู้จอมปลอมยังคงดำเนินต่อไป เฟยหลงแสร้งทำเป็นตั้งรับอย่างเดียว เขาหลบซ้ายที ขวาที ปัดป้องอย่างสะเปะสะปะ บางครั้งก็เกือบจะสะดุดขาตัวเองล้มลงไปเสียดื้อๆ สร้างเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง
“พอได้แล้วน่า!” หวังเปียวเริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่ยังปิดฉากไม่ได้เสียที “จบกันแค่นี้แหละ! คลื่นเมฆากระหน่ำ!”
เขารวบรวมพลังทั้งหมด แทงะี่ออกไปสามครั้งซ้อนอย่างรวดเร็วราวัพายุ!
เฟยหลงแสร้งทำเป็นตั้งรับไม่ทัน เขาปัดป้องการโจมตีแรกและครั้งที่สองได้ แต่ใครั้งที่สาม เขากลับ ‘พลาด’ ปล่อยให้ะี่หวังเปียวฟาดเข้าที่ลำตัวอย่างจัง!
*ปั้ก!*
ะี่ไม้ฝึกซ้อมฟาดเข้าที่สีข้างเฟยหลง แม้จะไม่ได้คม แต่แรงกระแทกก็ทำให้เขาร้องออกมาเสียงหลง ก่อนที่ร่างเขาจะล้มลงไปนอนแผ่ัพื้น ปล่อยะี่ใมือหลุดกระเด็นออกไป
“ผู้ชนะ! หวังเปียว!” ผู้ตัดสินประกาศผลทันที
หวังเปียวเก็บะี่เข้าฝัก เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเฟยหลงที่ยังนอนอยู่บนพื้น “ข้าบอกแล้วว่าจะออมมือให้ แต่คุณชายน้อยกลับอ่อนแอเกินไปเองนะขอรับ”
พูดจบเขาก็เดินลงจากเวทีไปท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีเพื่อนฝูง
เฟยหลงค่อยๆ พยุงร่างตนเองลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เขากุมสีข้างที่ถูกฟาดเอาไว้ พลางทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเดินกะโผลกกะเผลกลงจากเวทีไปอย่างน่าสมเพช
เสียงหัวเราะเยาะและสายตาดูแคลนจากรอบทิศทางสาดมาที่เขาราวั-่าฝน แต่เฟยหลงกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ใใจเขากำลังคิดถึงเรื่องอื่น... ‘พลาด...ข้าพลาดไป’
สมองนักฆ่าอัจฉริยะกำลังทบทวนการต่อสู้เมื่อครู่อย่างละเอียด ‘การโจมตีครั้งสุดท้ายหวังเปียว...ข้าควรจะแค่ถูกกระแทกจนะี่หลุดมือก็พอแล้ว แต่ข้ากลับปล่อยให้มันฟาดโดนลำตัว...สัญชาตญาณนักสู้มันทำงานเร็วเกินไป ทำให้การแสร้งทำเป็นพลาดข้าดูไม่เป็นธรรมชาติ...มันดู ‘จงใจ’ เกินไปนิดหน่อย’
ขณะที่เขากำลังจมอยู่ใความคิดตนเองนั้นเอง เขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็เห็นบิดาตน...เฟยหยุนเทียน...กำลังมองลงมาจากอัฒจันทร์หลัก แววตาท่านไม่ได้มีเพียงความผิดหวังอีกต่อไป แต่กลับเจือปนไปด้วยความสับสนและ...ความสงสัยจางๆ ราวักำลังพยายามมองให้ทะลุเข้าไปใตัวตนบุตรชายคนนี้
และเมื่อเฟยหลงละสายตาจากบิดาตน เขาก็ประสานเข้าัสายตาอีกคู่หนึ่งโดยบังเอิญ...เย่เฉิน...
พระเอกโลกใบนี้ไม่ได้มองเขาด้วยสายตาสมเพชเหมือนคนอื่นๆ แต่กลับมองด้วยแววตาครุ่นคิด คิ้วเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ราวักำลังพิจารณาภาพปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้
เฟยหลงรีบก้มหน้าลงทันที แสร้งทำเป็นไอค่อกแค่กเพราะความเจ็บปวด
‘บัดซบ...พวกเขาเริ่มสงสัยแล้ว’ เขาสบถใใจ ‘ทั้งท่านพ่อและเย่เฉิน...การแสดงข้าใวันนี้มันไม่สมบูรณ์แบบพอ...มันมีช่องโหว่...ช่องโหว่เล็กๆ ที่ทำให้จิ้งจอกเฒ่าัลูกเทพอย่างพวกเขาเริ่มระแคะระคาย’
นี่คือความผิดพลาดครั้งแรกเขาใโลกใบนี้...ความผิดพลาดที่เกิดจากการประเมิน ‘สัญชาตญาณ’ ตัวเองต่ำเกินไป และประเมินความช่างสังเกตตัวละครหลักใโลกใบนี้ต่ำเกินไป
เขารีบเดินปะปนเข้าไปใฝูงชนเพื่อหลบเลี่ยงสายตาเหล่านั้น แต่เขารู้ดีว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยได้ถูกหว่านลงไปแล้ว
“ดูเหมือนว่า...แผนการเป็น ‘ตัวประกอบที่ถูกลืม’ ข้า...อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเสียแล้ว” เขากระซิบัตัวเองขณะที่เดินหายเข้าไปใเงามืด “การแสดงบทคนไร้ประโยชน์ต่อไปอาจจะไม่ปลอดภัยอีกแล้ว...บางที...อาจถึงเวลาที่ต้องแสดง ‘ความก้าวหน้า’ เล็กๆ น้อยๆ ให้พวกเขาเห็นบ้าง...เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจากความจริงที่อันตรายกว่า”
รอยยิ้มที่อ่านไม่ออกปรากฏขึ้นที่มุมปากเขาอีกครั้ง ความผิดพลาดใวันนี้ไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้ แต่กลับทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
“เอาเถอะ...ละครที่ไม่มีบทพลิกผัน...มันก็น่าเบื่อเกินไปหน่อยจริงไหม?”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??