เรื่อง แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์
ตอนที่ 21: พิธีเลือกสัตว์พาหนะ
“ในยุคแห่งสงคราม เมื่อความหวังแทบไม่หลงเหลือ ทว่ายังมีผู้สังเกตฟ้าเพื่อหาเส้นทางแห่งอนาคต...”
เมื่อครั้งสงครามเทพอสูร ในสงครามกลางเมืองของชาวสวรรค์ มิติแห่งหนึ่งได้ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ตั้งใจ เป็นมิติสวนสัตว์วิญญาณ อันเป็นที่พำนักของเหล่าสัตว์พาหนะที่มีวิญญาณสูงส่ง ไม่ต่างจากนักวิญญาณ
พวกมันหลบซ่อนจากความวุ่นวายและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเข่นฆ่า จนกระทั่ง หยาง เย่วจี ผู้ก่อตั้งสำนักเย่วจี หนึ่งในทีมหกเทพเจ้า ได้ค้นพบมิตินี้ ตอนที่กำลังเหนื่อยจากสงคราม ขณะกำลังนอนมองดูท้องฟ้า เขาสังเกตเห็นรอยมิติกำลังบินผ่านไป
เขาใช้ปราณมิติสร้างค่ายกล ช่วยรักษาเสถียรภาพของมิติไว้ที่ด้านหลังเขตต้องห้ามของสำนัก และสร้างข้อตกลงกับเหล่าเผ่าสัตว์พาหนะต่างๆ ว่า ในแต่ละปีจะให้ศิษย์มีวาสนาได้เข้ามาคัดเลือก โดยให้สัตว์เป็นฝ่ายเลือกนาย มิใช่ในทางกลับกัน บางคนก็ได้ผูกวาสนาบางคนก็ไม่ได้
เงื่อนไขเดียวที่วางไว้คือ “ผู้ถูกเลือก ต้องมีใจบริสุทธิ์ จิตวิญญาณตั้งมั่น และไม่ขัดขืนต่อโชควาสนา”
ณ.สำนักเย่วจี ปัจจุบัน หนึ่งเดือนหลังจากฤทธาได้ภารกิจ
ลานประลองสำนักเย่วจี คึกคักด้วยศิษย์นับพันที่มารวมตัวกันเพื่อชมการประลองระหว่าง ฤทธา กับศิษย์อันดับที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสอง ชื่อ “จ้าวเหยียนหลง” ผู้ใช้ปราณน้ำแข็งผสานพลังเชิงดาบ พลังระดับสี่หลอมธาตุขั้นสอง ส่วนฤทธานั้นระดับสามกำเนิดตันเถียนขั้นแปด ดูจะเสียเปรียบเรื่องระดับอยู่บ้าง
จ้าวเหยียนหลงเริ่มการโจมตีด้วย หัตถ์ดาบเยือกแข็ง
ระลอกน้ำแข็งแหลมคมซัดเข้าใส่ทุกทิศ
ฤทธาพลิ้วไหวหลบอย่างแม่นยำ พลางใช้อักขระยันต์กลางอากาศเพื่อสร้างเกราะพลังรับแรงกระแทก
“เจ้าคิดจะใช้แค่ยันต์กับการเคลื่อนไหวหรือ? งั้นข้าจะทำให้เจ้าไม่มีทางหลบอีก!”
จ้าวเหยียนหลงเหยียบพื้น พุ่งตัวใช้
"ดาบพายุน้ำแข็ง" ระดมโจมตีด้วยความเร็วสูง
ฤทธาถูกกดดันจนถอยร่นจนถึงขอบเวที ฤทธารู้สึกถูกกดดันด้วยไอเย็น
“คิดจะทำให้ข้าเคลื่อนที่ช้าลงสินะ”
ฤทธาแอบใช้เคล็ดวิชาก้าวพันลี้ท่าแรก “เงาอัสนี”
มีประจุสายฟ้าเล็กๆ เกิดขึ้นใต้เท้า ไม่มีใครสังเกตเห็น
ฤทธาหลบ-่ากระสุนน้ำแข็งไปด้านข้าง แล้วพุ่งเข้าหาจ้าวเหยียนหลงจากทางนั้น
ตู้ม!
จ้าวเหยียนหลง ยกโล่น้ำแข็งขึ้นมากันได้ทัน
แต่อยู่ในระยะประชิดแล้ว
ฤทธาไม่ปล่อยให้เสียโอกาส เขาระดมปล่อยหมัดไปชุดใหญ่ แต่หมัดพวกนั้น ก็เป็นเพียงแค่การโจมตีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ฤทธาเตะขวาไปที่ข้อพับตรงเข่าซ้ายของเหยียนหลง
พลั่ก! คู่ต่อสู้กระเด็นไปด้านข้าง
ฤทธากำลังจะพุ่งเข้าไปโจมตีต่อแต่แล้วก็ต้องชะงัก เพราะมีกำแพงน้ำแข็งผุดขึ้นมาจากพื้น
เหยียนหลงใช้จังหวะนี้กระโดดถอยออกมา
“เจ็บมาก ขาซ้ายข้าคงมีปัญหาแล้ว” เหยียนหลงคิด
“ข้าต้องทุ่มสุดแรงแล้วสิ”
เขาเสกกำแพงน้ำแข็งขึ้นบังตรงหน้าฤทธา ขณะนั้นเองเขาเรียกดาบออกมาอีกอัน
“ดาบพายุน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า”
เขาใช้ดาบน้ำแข็งทั้งสองมือตวัดไปที่ฤทธา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มีกำแพงบังฤทธาอยู่ พอกำแพงลดลง ก็มีปราณดาบสองสายโจมตีมา
ฤทธาหลบได้แค่อันแรก แล้วก็มีเสียงดัง ตู้ม เศษน้ำแข็งกระจายเป็นฝุ่นขาวๆ
ฤทธายกโล่แสงขึ้นมากันได้ทัน เหยียนหลงยังโจมตีต่อเนื่อง ฤทธาก็หลบอันหนึ่งกันอันหนึ่ง ขณะหาจังหวะพุ่งเข้าไป เท้าทั้งสองของเขาก็โดนน้ำแข็งยึดติดกับพื้นขยับไม่ได้
“แย่แล้ว” ขณะที่ฤทธากำลังคิดหาทางแก้ เหยียนหลงก็พุ่งเข้าด้วยความรวดเร็ว น้ำแข็งที่จับที่เท้าฤทธาอยู่ ก็ค่อยลามขึ้นมาที่เข่า
ในจังหวะที่กำลังจนมุม ฤทธาหลับตาลง รวบรวมลมปราณแล้วกล่าวในใจ
“ข้าไม่อยากเปิดเผยเลยจริงๆ”
เสียงฟ้าร้องดังครืน! ปราณสายฟ้าสีฟ้าขาวแผ่ซ่านออกจากร่าง ทั่วสนามเงียบกริบในเสี้ยววินาที
“นั่นมัน...ธาตุสายฟ้า!?”
หนึ่งในผู้ชมอุทาน
ฤทธาเรียกเชือกรัดวิญญาณที่พันมือทั้งสองข้างออกมา พร้อมกับรวบรวมปราณสายฟ้าไว้ที่มือทั้งสองข้าง
ที่เท้า น้ำแข็งที่เกาะขาโดนสายฟ้าทำลาย ทำให้ฤทธาหลุดจากพันธนาการ
จังหวะนั้นเหยียนหลงถึงตัวฤทธาพอดี ดาบทั้งคู่ฟันลงมาที่ฤทธา
ฤทธายกมือขวาที่พันด้วยเชือกรัดวิญญาณรับไว้ แล้วใช้หมัดซ้ายต่อยไปที่ลำตัวเหยียนหลงอย่างจัง
แค่คลื่นปราณก็ทำให้ดาบน้ำแข็งสลาย พื้นเวทีเกิดรอยแตกร้าว
จ้าวเหยียนหลงถูกแรงสะท้อนผลักจนกระเด็นลอยกลางอากาศ หมดสติ
ฤทธาใช้ยันต์ “อักขระยึดวายุ” ยึดเขาไว้ก่อนที่จะตกจากเวทีมากระแทกพื้น
เสียงประกาศผลดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงทั่วสนาม ฤทธาขึ้นมาอยู่อันดับที่ ร้อยเจ็ดสิบสอง ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว
“เขามีปราณยุทธ์คู่”
“เขามีธาตุแสงกับธาตุสายฟ้า”
“ทวิธาตุ”
เสียงอื้ออึงทั้งสนาม เมื่อพบว่าฤทธามีปราณยุทธคู่
“เขาท้าชิงชนะสามครั้งติดในสัปดาห์เดียว” เซียวจ้านบอกซุนโฮ
“เขายังป้องกันอันดับจากเจ้ากับข้าได้อีกคนละครั้ง เจ้าลืมแล้วรึ”
ซุนโฮบอกเซียวจ้านด้วยความหงุดหงิด
“นั่นสิแต้มข้าหายไปเยอะเลย” เซียวจ้านคอตก
ในขณะพวกบ้านดำโห่ร้องยินดีกับฤทธา
แต่บางคน...กลับไม่ยินดี
“มีวิญญาณยุทธ์คู่...ปราณสายฟ้า...ชนะสามคนติดภายในอาทิตย์เดียว”
เซี่ยหลง ศิษย์ปีสี่ พี่ชายเซี่ยหยาง รู้สึกไม่ถูกชะตา
“น่ารำคาญจริงๆ ...”
เขากระซิบแผ่วเบา ก่อนสั่งให้ผู้ติดตาม แพร่ข่าวลือว่า ฤทธาอาจใช้วิชาต้องห้ามในการเพิ่มพลังเร็วเกินควร
วันนี้เป็นที่ฤทธาต้องไปรายงานตัวกับอาจารย์ ทุกสัปดาห์เขาต้องไปพบอาจารย์เพื่อพูดคุย และรับคำแนะนำในสิ่งที่เขากำลังฝึก
ที่บ้านไผ่ในสวนไผ่ร่มเย็น ลมพัดยอดไผ่ปลิวเอื่อยๆ ฤทธาเดินมาถึงบ้านพักของอาจารย์ เป็นช่วงตอนเย็นหลังจากที่ฤทธาพักฟื้นจากการประลอง
“ศิษย์คารวะอาจารย์”
ฤทธาประลองหมัดก้มหัวลงคารวะ
“นั่งก่อนสิ” ไป๋หมิงบอกกับฤทธา
“การบ่มเพาะเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้” เขาถาม เหมือนเช่นที่เคยถามทุกครั้ง
“ข้าสงสัยเรื่องตราวิญญาณครับอาจารย์ ข้าจะเพิ่มตราวิญญาณของข้าได้อย่างไรหรือขอรับ”
ฤทธาสงสัยในสิ่งที่เขาติดขัดในการฝึกอยู่
“ขึ้นอยู่กับระดับพลัง และการบ่มเพาะ ความตระหนักรู้ในศาตร์ของค่ายกลวิญญาณ และพลังของทะเลจิตวิญญาณของเจ้า” ไป๋หมิงอธิบาย
“พลังของทะเลจิตวิญญาณ ข้าต้องถึงระดับสี่ หลอมรวมธาตุก่อน ถึงจะมีทะเลจิตวิญญาณ ยังต้องฝึกต่อไป” ฤทธาคลายข้อสงสัย
“ไม่ต้องรีบร้อนไป ฝึกอย่างที่เจ้าทำมาตลอด แล้วเพิ่มการศึกษาและวิจัยแบบแปลนค่ายกลวิญญาณ พอเจ้าเข้าใจหลักการแล้ว มันจะช่วยต่อยอดได้ แล้วอ่ะนี่ เคล็ดวิชาตัวเบาของธาตุสายฟ้าที่เจ้าเคยถาม ถือซะว่าเป็นรางวัลที่ชนะประลองก็แล้วกัน” ไป๋หมิงยื่นแกนหยกเคล็ดวิชาให้ฤทธา
“เคล็ดการเคลื่อนไหวแบบสายฟ้าขั้นกลาง ขอบคุณครับอาจารย์ แล้วที่ท่านบอกจะสอนเกี่ยวกับการวางวงเวท ที่ช่วยเรื่องการปลูกสมุนไพรล่ะครับอาจารย์”
ฤทธาทวงถามสัญญา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้านี่นะ อยากรู้อยากเรียนไปซะทุกเรื่อง”
ไป๋หมิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเดินไปทางหลังเรือนไม้ไผ่
ฤทธาเดินตามไป
พอเดินทะลุไปด้านหลัง จะเห็นแปลงสมุนไพรขนาดกลางอยู่หลายแปลง สมุนไพรในที่นี้เป็นสมุนไพรหายากทั้งหมด ไม่เหมือนกับแปลงสมุนไพรของสำนัก
เขาเดินนำฤทธาที่หยุดที่มุมแปลงมุมหนึ่ง เขาชี้ให้ฤทธาดูจานวงเวทที่วางอยู่
“จานวงเวทคืออุปกรณ์เวทที่สร้างขึ้นมา จานวงเวทจะสลักเวทแปลงวิญญาณเอาไว้ มีวางอยู่ทั้งหมดสี่มุม เวทแปลงวิญญาณจะช่วยให้สมุนไพรได้บ่มเพาะตัวเองเร็วขึ้น อ่ะนี่แบบแปลนการสร้างจานวงเวท แล้วนี่ก็วงเวทวงเล็กสี่อันไว้ใช้กับสวนเล็กๆ ของเจ้า เอาไปใส่หินวิญญาณซะ”
ไป๋หมิงเอาของออกมาจากแหวนแล้วมอบให้ฤทธา
“ขอบคุณครับอาจารย์ “ฤทธาหน้าบานอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่มีอะไรแล้วก็ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องไปเลือกสัตว์พาหนะอีก”
ไป๋หมิงให้ฤทธาไปพัก
ฤทธามองดูสมุนไพรในสวนนี้แล้วอยากได้ไปซะทุกต้น แต่เรื่องแบบนี้เขารู้ว่าต้องรอจังหวะและเวลา
“ศิษย์ขอลาครับ” ฤทธาคารวะแล้วเดินจากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
ณ. ประตูมิติลับของสวนสัตว์วิญญาณ เป็นเหมือนประตูหินอ่อน มีลายเถาวัลย์พันรอบ บานประตูที่ยังปิดอยู่
ศิษย์ปีสองรวมตัวกันอยู่เต็มลาน มีศิษย์ปีสามบางคนที่พลาดจากคราวที่แล้วมาร่วมบางส่วน แล้วนี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเขา
เหล่าอาจารย์ระดับสูงร่วมทำพิธีเปิดประตูมิติ ประตูหินอ่อนเปิดออก เห็นมิติตรงประตูเป็นรูปวงรีสีน้ำเงิน ตรงกลางสีดำดูลึกเข้าไป
พอเดินผ่านไปเห็นรอยแยกสีรุ้งกว้างแหวกกลางอากาศ แล้วมาโผล่ที่ทุ่งหญ้า
เหล่าสัตว์เวรยักษ์เฝ้าประตูเคลื่อนตัวเปิดทาง
“จำไว้ ศิษย์ทั้งหลาย สัตว์พาหนะจะเป็นดั่งครอบครัวของเจ้า อย่าพยายามเอาชนะใจมันด้วยพลัง แต่จงเป็นตัวของเจ้าเอง”
ณ.สวนสัตว์วิญญาณ พื้นที่หลายร้อยไร่
ภายในมีทั้งหุบเขา ทะเลเมฆ ป่าลึก และถ้ำสายหมอก เป็นสถานที่ ที่สวยงามเหมือนภาพวาดแดนเซียน
“มีเวลาให้หนึ่งชั่วยาม ไม่ต้องรีบนะเด็กๆ ค่อยๆ เดินดู รองพูดคุยกับสัตว์อาวุโสเผ่าต่างๆ แล้วแสดงปราณยุทธของเจ้าให้พวกเขาดู สุดท้ายทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชควาสนาของพวกเจ้าแล้วนะ”
ผู้อาวุโสที่ดูแลสวนวิญญาณอธิบาย
เด็กๆ ทยอยกันเดินดู พื้นที่กว้างพอควรและดูไม่แออัด ฤทธารู้สึกว่าแค่ได้มาเดินชมธรรมชาติก็คุ้มแล้ว
ไม่นานเด็กบางค้นพบสัตว์ประหลาดรูปร่างพิเศษ บ้างผูกสัญญากับ หมาป่าเมฆา จิ้งจอกตาทอง เหยี่ยวไฟสีฟ้า และอื่นๆ
ฤทธาเดินเข้าสู่แนวป่าเรืองแสง จนพบกับถ้ำแห่งหนึ่ง ที่มีกลิ่นหอมอ่อนของเกสรสวรรค์โชยมา
เมื่อเขาเดินเข้าไป ภายในมียูนิคอร์นหลากสีวิ่งอยู่กลางลานหญ้า ปราณของฤทธาทำให้พวกมันหันมามองด้วยความสนใจ
ผู้นำเผ่ายูนิคอร์นสีรุ้งเดินเข้ามา และสื่อสารกับฤทธาด้วยจิต
“เจ้า...มีปราณฟ้า และพลังชีวิตพิเศษบางอย่าง...ตามข้ามา”
หัวหน้าเผ่าเดินนำเขาไป
หัวหน้าเผ่ายูนิคอร์นพาเขาเข้าไปในถ้ำด้านในสุด ที่นั่นมีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ เป็นรูปปั้นผู้หญิงคนนึงตั้งท้องอยู่ ขนาดเป็นหินยังดูงดงาม
“เธอคืออดีตราชินีแห่งเรา พาหนะของมหาจักรพรรดิฉู่หลง ผู้อยู่แนวหน้าสงครามเมื่อสองพันปีก่อน”
ฤทธานิ่งอึ้ง เมื่อสัมผัสได้ถึงไอวิญญาณแผ่วบางจากภายในรูปปั้น
“เธอใกล้คลอด...แต่แรงไม่พอจะตื่น เจ้าพอจะช่วยได้หรือไม่? ข้ารู้สึกถึงต้นไม้แห่งชีวิตในตัวเจ้า”
คำถามนั้นทำให้ฤทธานึกถึงใบไม้ภูตของไค่หยงทันที
“หรือนี่จะเป็นโชควาสนาของข้า ไม่ต้องคิดมาก ช่วยได้สองชีวิตก็ถือว่าคุ้มแล้ว”
ฤทธาหยิบ “ใบไม้ภูต” ที่ไค่หยงเคยมอบให้ ออกมา แล้ววางบนหน้าผากราชินียูนิคอร์น มีแสงเรืองรองออกมา ใบไม้ค่อยๆ ลอยขึ้นเปล่งแสงสว่างทั่วถ้ำ…
จบตอนที่ 21:
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??