เรื่อง เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ
อิรินาเงยหน้าขึ้นสบตาผมผ่านกระจกมองหลัง เธอฝืนยกยิ้มออกมาเล็กน้อยทว่าแฝงไปด้วยความขมขื่น “ค่ะ... แต่พวกนั้นคงไม่เลิกราง่ายๆ แน่นอน ฉันอยู่ที่นี่มานานพอจะรู้นิสัยของคนพวกนั้นดี”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือและปนสะอื้น “ฉัน... ฉันน่าจะเชื่อพ่อตั้งแต่ทีแรก...ว่าอย่ามาทำงานทีนี่”
หลังจากพูดจบ ความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างมาตลอดก็พังทลายลง อิรินาร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจกั้นได้อีกต่อไป
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลยสักนิดครับ” ผมเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อดึงเธอออกจากความรู้สึกผิด “นักการเมืองคนนั้นต่างหากที่เป็นคนเห็นแก่ตัวและทำพลาดเองทั้งหมด... เพราะฉะนั้น คุณไม่จำเป็นต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่คุณเลือกทำเพื่อหน้าที่หรอกครับ”
อิรินาพยักหน้าตอบรับเบาๆ พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่อาบแก้มอย่างพยายามเข้มแข็ง
“เรเวน... ทำไมเธอถึงดูอ่อนแอกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยล่ะ?” ผมถามในใจด้วยความสงสัย เพราะภาพลักษณ์เจ้าหน้าความมั่นคงที่เห็นตอนแรกมันช่างต่างกับตอนนี้ลิบลับ
[นายท่านคะ ถึงเธอจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แต่สายงานของเธอไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อรับมือกับสภาพจิตใจในสถานการณ์สู้รบที่โหดร้ายขนาดนี้ค่ะ] เรเวนอธิบายอย่างใจเย็น [หน้าที่หลักของเธอคือการประเมิน วิเคราะห์ ประสานงาน และวางแผนสถานการณ์หลังบ้านเป็นหลักค่ะ เธอมีความสามารถด้านภาษา พูดได้คล่องทั้งรัสเซีย อังกฤษ อาหรับ และฝรั่งเศส... หากมองจากภาพรวมทั้งหมด เธอจึงมักถูกส่งไปทำหน้าที่เป็นล่ามให้กับเหล่านักการทูตในพื้นที่สำคัญเสียมากกว่าจะเป็นสายลุยค่ะ]
“อ่อ...” ผมพยักหน้าพลางขบคิดตามคำอธิบายของเรเวน
หลังจากควบคุมSUV ฝ่าความมืดมาได้ไม่นาน เสียงจากวิทยุสื่อสารก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ทุกคน! สถานการณ์เปลี่ยน! พวกคุณต้องมาให้ถึงจุดนัดพบภายใน7 นาทีนี้เท่านั้น! ตอนนี้ตรวจพบกองกำลังติดอาวุธกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้าไปทางจุดนัดพบ ดูจากทิศทางแล้วพวกมันคงตั้งใจไปดักสกัดพวกคุณ แต่ไม่รู้ว่ามีเฮริคอบเตอร์จอดรอพวกคุณอยู่!”
“เวรเอ๊ย...!” เสียงสบถของมิคาอิลดังลั่นผ่านวิทยุตามมาทันควัน “ถ้าเป็นแบบนี้พวกเราไปไม่ทันแน่! อีกอย่างไอ้พวกที่ไล่กวดหลังฉันอยู่ตอนนี้ก็เยอะจนแทบจะล้นถนน... มีทางเดียว เราต้องสั่งโจมตีทางอากาศ!”
“อนุญาตให้โจมตีได้เฉพาะพวกที่ไล่กวดหลังพวกคุณมาเท่านั้น! แต่มีเงื่อนไขว่าคุณต้องล่อพวกมันออกมาให้พ้นเขตตัวเมืองซะก่อน” เสียงจากปลายสายวิทยุสื่อสารสั่งการมาอย่างเร่งรีบและตึงเครียด
“ก่อนหน้านี้ รัฐบาลซีเลียเพิ่งจะประท้วงและกล่าวหาว่าฝั่งเรายิงขีปนาวุธลงกลางใจกลางเมืองโดยไม่มีการแจ้งเตือน แรงระเบิดนั่นทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยของสถานทูตได้รับบาดเจ็บหลายนาย ทั้งที่ทางเรายังไม่ได้ออกคำสั่งอนุมัติการยิงใดๆ เลยสักนิด!”
“อ้าว... แล้วถ้าไม่ใช่ฝั่งเรา แล้วใครเป็นคนยิง?” มิคาอิลถามสวนกลับด้วยความมึนงง
“เรื่องนั้นเอาไว้เคลียร์กันทีหลัง! ตอนนี้รักษาชีวิตเป้าหมายให้รอดก่อน!” ปลายสายตัดบทจบการสนทนาและเงียบหายไปในทันที
ไม่นานหลังจากนั้น เสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหวจนแผ่นดินสะเทือน แสงไฟวาบพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบจากการโจมตีทางอากาศที่ทำลายล้างขบวนศัตรูเบื้องหลังมิคาอิลจนย่อยยับ
ทันทีที่เสียงคำรามของระเบิดสิ้นสุดลง เสียงจากวิทยุสื่อสารก็ดังย้ำเตือนขึ้นมาอีกครั้งด้วยความร้อนรน “ตอนนี้พวกคุณเหลือเวลาไม่มากแล้ว รีบหน่อย! ส่วนกองกำลังที่กำลังมุ่งหน้าไปหาพวกคุณตอนนี้ เราไม่สามารถสนับสนุนการโจมตีได้ เพราะจุดนั้นอยู่นอกเขตอำนาจการปะทะที่ได้รับอนุมัติ พวกคุณต้องจัดการที่เหลือด้วยตัวเอง!”
เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดดิจิทัลนับถอยหลังจนครบ7 นาทีที่แสนบีบคั้น ในที่สุดผมก็มองเห็นแสงไฟจากใบพัดที่กำลังหมุนวนของเฮลิคอปเตอร์จอดรออยู่เบื้องหน้า
ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เนื่องจากตำแหน่งที่เราอยู่นั้นห่างจนเกินไป ฮลิคอปเตอร์จึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องค่อยๆ เร่งเครื่องพุ่งตัวขึ้นจากพื้นดินเพื่อเลี่ยงการตกเป็นเป้าสายตา จากนั้นเสียงจากวิทยุสื่อสารก็ดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“สถานการณ์เปลี่ยน! เครื่องไม่สามารถลงจอดแช่ได้อีกต่อไป ตอนนี้พวกคุณต้องหาทางเอาตัวรอดกันเองแล้วแหละ!”
แต่ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น เสียงคำรามลั่นอย่างโกรธจัดของ วิคเตอร์ ก็แทรกสัญญาณวิทยุเข้ามาจนแสบแก้วหู
“พวกแกจะบ้าไปแล้วหรือไงวะ! ลูกสาวฉันอยู่ตรงนั้นแล้ว ลงไปรับเธอเดี๋ยวนี้!!”
“ขออภัยด้วยครับท่าน ทำไม่ได้จริงๆ ครับ! ขืนดื้อดึงจอดแช่อยู่นานกว่านี้ เฮลิคอปเตอร์ของเราอาจถูกสอยร่วงกลางอากาศได้!” เสียงจากฝั่งนักบินโต้ตอบกลับมาอย่างเคร่งเครียดและเด็ดขาด
“บ้า... บ้าที่สุด! ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง!” วิคเตอร์ตวาดลั่นผ่านวิทยุสื่อสารจนเสียงแตกพร่าด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง “แกไม่สนหรือไงว่าลูกสาวฉันจะเป็นยังไงน่ะ! ถ้าเธอเป็นอะไรไป พวกแกไม่ได้ตายดีแน่!”
เสียงความวุ่นวายทางปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่วิคเตอร์จะปรับน้ำเสียงมาคุยกับพวกเราด้วยความสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความหนักใจ “ผม... ผมฝากลูกสาวผมด้วยนะ”
ทันใดนั้นเอง เสียงปืนจากกองกำลังติดอาวุธก็ระเบิดกังวานขึ้นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง กระสุนนับร้อยพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ทั้งตัวเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังพยายามบินหนีและรถ SUV ของพวกเราจนเกิดเสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ
ในวินาทีแห่งความตายนั้นเอง เสียงของเรเวนก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาทของผมทันที
[สถานการณ์ฉุกเฉิน!]
[ยืนยันการสั่งซื้อซากรถยนต์ 2 คัน: -50,000 บาท]
[ยืนยันการสั่งซื้อขีปนาวุธติดหัวรบขนาดเล็ก (ตลาดมืด) 2 ลูก -5,000,000 บาท]
ตูมมมมมมมมม!!!... ปิ๊ววววว!
ในขณะที่ผมกำลังก้มตัวหมอบหลบ-่ากระสุนอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นรถของสมาชิกทีมที่อยู่ห่างออกไป ถูกระดมยิงอย่างหนัก ผมจึงตะโกนถามเรเวนในใจด้วยความร้อนรน “เรเวน! ทำไมไม่สั่งซื้อซากรถลงไปกำบังให้พวกเขาด้วยล่ะ!”
[ขออภัยค่ะนายท่าน! พิกัดของพวกเขาอยู่ห่างจากพวกเราจนเกินไปค่ะ ทำให้ฉันไม่สามารถระบุจุดดรอปของที่แม่นยำได้!]
วินาทีนั้นเอง ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ รถของพวกเขาระเบิดบึมต่อหน้าต่อตา แสงไฟลุกท่วมสว่างจ้าเหมือนโดนRPG เข้าเต็มๆ
ในขณะที่สติกำลังจะกระเจิง รถSUV ของผมก็เหวี่ยงตัวหักหลบและทะยานออกไปเองอย่างรวดเร็วโดยที่ผมไม่ได้แตะพวงมาลัย ผมสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ก่อนจะเหลือบไปเห็นข้อความแจ้งเตือนสีแดงวาบบนจอโปร่งแสงว่า เรเวนกำลังบังคับรถ
“อิรินา! คุณหมอบอยู่ตรงนั้นแหละครับ ห้ามเงยหน้าขึ้นมาเด็ดขาด!” ผมตะโกนสั่งแข่งกับเสียงระเบิด เสียงสั่นพร่าด้วยความกังวล เพราะกลัวว่าเธอจะเห็นเข้าว่าพวงมาลัยกำลังหมุนเองราวกับมีวิญญาณสิงสู่!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??