เรื่อง คัมภีร์เทพอสูรเทวะ
แสงตะวันาสายสาดส่องลงมายังหุบเขาหมอกอสูร ทว่าแสงนั้นกลับไม่อาจเจาะทะลุความหนาทึบของแมกไม้และไอหมอกลงมาถึงพื้นดินได้ ทำให้บรรยากาศเบื้องล่างยังคงมืดสลัวราวกับเป็นดินแดนสนธยาที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
ฟุ่บ... ฟุ่บ...
เงาร่างหนึ่งเคลื่อนที่ผ่านกิ่งไม้ใหญ่ด้วยความรวดเร็วและแผ่วเบาจนแทบไร้สุ้มเสียง หากมีผู้ใดบังเอิญผ่านมาเห็น คงนึกว่าเป็นเพียงเงาตะคุ่มของวิญญาณร้ายที่ล่องลอยผ่านไป
เย่เฉินในานี้มิใช่คนเดิมที่ต้องเดินลากขาด้วยความเจ็บปวดอีกต่อไป ผลพวงจากการ "หลอมโลหิตในแดนเถื่อน" เมื่อคืนวาน ทำให้กล้ามเนื้อขาของเขาเปี่ยมไปด้วยพลังดีดตัวอันรุนแรง ทุกครั้งที่ปลายเท้าสัมผัสกิ่งไม้ ร่างของเขาจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ
แม้จะแบกดาบยักษ์ "ทัณฑ์ปฐพี" ที่หนักอึ้งไว้บนบ่า แต่เขากลับเคลื่อนไหวได้อย่างพลิ้วไหว สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ตื่นตัวทำให้เขาสามารถจับทิศทางลมและหลบเลี่ยงกิ่งไม้แห้งที่จะส่งเสียงดังได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพงไพรแห่งนี้
ฟุดฟิด...
จมูกของเย่เฉินกระตุกวูบ เขาหยุดชะงักบนกิ่งไม้สูง ร่างกายย่อต่ำลงแนบกับเปลือกไม้ไปเองตามสัญชาตญาณโดยมิพักต้องใช้ความคิด
กลิ่นหอมหวานของสมุนไพรจางหายไปแล้ว แทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกึกคล้าย "กำมะถัน" ผสมกับกลิ่นดินโคลนที่รุนแรงจนแสบจมูก
"กลิ่นนี้..."
เย่เฉินหรี่ตาลง นัยน์ตาสีดำสนิทที่แฝงประกายสีแดงจางๆ เพ่งมองฝ่าความมืดสลัวไปเบื้องหน้า
"กลิ่นอายหนักแน่น... กลิ่นดินและโลหะ... สัตว์อสูรธาตุดิน และขนาดตัวของมันต้องไม่ธรรมดา"
ฟืด... ฟาด...
เสียงลมหายใจที่หนักหน่วงดั่งเสียงสูบลมจากเตาหลอมเหล็ก ดังแว่วมาตามสายลม พร้อมกับเสียงขุดคุ้ยดินที่ดัง ครืดคราด จนพื้นดินบริเวณโคนต้นไม้ที่เขายืนอยู่สั่นสะเทือนเบาๆ
ขนอ่อนทั่วร่างของเย่เฉินลุกชันขึ้นทันที มันไม่ใช่ความกลัว... แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยจากสายเลือดอสูรเทวะในกาย ที่บอกเขาว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้านั้น มิใช่เหยื่อที่เขาจะจัดการได้ด้วยการลอบกัดเหมือนเสือดาวเงาพราง
แต่มันคือ "ป้อมปราการ" ที่มีชีวิต
เย่เฉินกระชับด้ามดาบแน่น แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น
"มาดูกัน... ว่าดาบของข้า หรือกระดูกของเจ้า ใครจะแข็งกว่ากัน"
เย่เฉินค่อยๆ แหวกพุ่มไม้หนาทึบออกอย่างเชื่องช้า พยาาไม่ให้ใบไม้เสียดสีกันจนเกิดเสียง เผยให้เห็นลานกว้างขนาดย่อมที่พื้นดินถูกพลิกกลับจนเละเทะ ราวกับเพิ่งผ่านการไถด้วยคันไถยักษ์
กลางลานนั้น... สัตว์อสูรรูปร่างมหึมาตัวหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาใช้เขี้ยวขุดคุ้ยรากไม้กินเป็นอาหาร
มันคือ "หมูป่าเกราะเหล็ก" สัตว์อสูรระดับรวบรวมปราณขั้นสี่!
ลำตัวของมันใหญ่โตราวก้อนหินยักษ์ ผิวหนังมิได้ปกคลุมด้วยขนสัตว์ธรรมดา แต่เป็นเกล็ดหนาแข็งสีดำมะเมื่อมที่ดูคล้ายแผ่นโลหะวางซ้อนทับกัน สะท้อนแสงวาววับาขยับตัว เขี้ยวโง้งสีขาวขุ่นคู่หนึ่งยาวเกือบศอก งอกออกมาจากปากที่เต็มไปด้วยน้ำลายเหนียวหนืด ทุกครั้งที่มันออกแรงขุด พื้นดินจะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
"หนังเหนียว... เกราะหนา... ฟันแทงไม่เข้า"
เย่เฉินประเมินสถานการณ์ในใจอย่างรวดเร็ว "หากใช้มีดสั้นธรรมดา คงหักสะบั้นตั้งแต่สัมผัสผิวของมัน"
กรอด...
หมูป่าเกราะเหล็กหยุดชะงัก หูใบใหญ่ของมันกระดิกรับเสียงแผ่วเบาที่ผิดปกติ แม้สายตาของมันจะไม่ดีนัก แต่ประสาทการรับเสียงและกลิ่นของมันนั้นเฉียบคมยิ่งนัก มันหันขวับมาทางพุ่มไม้ที่เย่เฉินซ่อนตัวอยู่ทันที ดวงตาเล็กหยีสีแดงก่ำฉายแววดุร้ายและหวงแหนอาณาเขต
"ถูกเจอตัวแล้ว!"
เย่เฉินไม่รอช้า ตัดสินใจชิงลงมือก่อนเพื่อชิงความได้เปรียบ เขากระโจนลงจากต้นไม้ มือซ้ายซัดมีดสั้นเล่มเล็ก—สมบัติที่ยึดมาจากซากศพของเสือดาวเงาพราง—พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ดวงตาของมัน!
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น!
มีดสั้นที่พุ่งไปด้วยความเร็วสูง มิอาจเจาะทะลุเปลือกตาอันแข็งแกร่งของมันได้ เพียงแค่หมูป่าสะบัดหน้าเล็กน้อย มีดสั้นก็กระดอนออกไปราวกับปาใส่กำแพงเหล็กกล้า ไม่ทิ้งแม้แต่รอยขีดข่วนให้เห็น
"อู๊ดดดด!"
มันคำรามลั่นด้วยโทสะที่ถูกมดปลวกบังอาจมาก่อกวนเวลาอาหาร ขาหน้าอันทรงพลังตะกุยดินจนฝุ่นตลบ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่เย่เฉินดั่งรถศึกหุ้มเกราะที่บ้าคลั่ง!
ครืนนนน!
ความเร็วของมันอาจไม่ปราดเปรียวเท่าเสือดาว แต่แรงปะทะนั้นมหาศาลจนน่าสะพรึงกลัว ต้นไม้ขนาดเท่าขาคนที่ขวางทางถูกมันชนหักโค่นเป็นทางยาวโดยไม่ชะลอความเร็วแม้แต่น้อย
เย่เฉินเบี่ยงตัวหลบฉากออกไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว ทว่าแรงลมจากการพุ่งชนและคลื่นกระแทกที่อัดกระแทกอากาศก็ยังปะทะเข้ากับร่างของเขาจนเซถลา
ตูม!
หมูป่าพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ด้านหลังเย่เฉินจนหักสะบั้น เศษไม้ปลิวว่อนร่วงกราวลงมาดั่ง-่าฝน มันสะบัดหัวอย่างมึนงงเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาจ้องเย่เฉินอีกครั้ง เตรียมพุ่งชนระลอกสองด้วยความดุดันกว่าเดิม
เย่เฉินยันกายลุกขึ้น รู้สึกจุกแน่นที่หน้าอก แรงลมเมื่อครู่กระแทกจนกระดูกซี่โครงของเขาสั่นสะเทือน หากโดนชนเข้าจังๆ ร่างกายคงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
"ความคมทำอะไรมันไม่ได้..."
เย่เฉินแสยะยิ้ม อำมหิต ทิ้งเศษมีดสั้นที่หักบิ่นในมือลงพื้น เขาตระหนักได้ทันทีว่าศัตรูตรงหน้าไม่ใช่เหยื่อที่ต้องใช้ "มีดแล่เนื้อ" จัดการ
แต่มันคือก้อนเหล็กเดินได้... และวิธีกำราบเหล็กกล้า มีเพียงต้องใช้สิ่งที่หนักกว่าและแข็งแกร่งกว่าทุบทำลายมัน!
"ถ้าเช่นนั้น... ก็ต้องเจอกับเจ้านี่"
เขาเอื้อมมือไปจับด้ามดาบยักษ์ที่สะพายอยู่ด้านหลัง สัมผัสถึงความเย็นเยียบและผิวสัมผัสหยาบกร้านของสนิมเหล็ก
"ในเมื่อเจ้าเป็นทั่ง... ข้าก็จะเป็นค้อน!"
"ฮึบ!"
เขากัดฟันเกร็งกล้ามเนื้อแขน ดึงดาบยักษ์ "ทัณฑ์ปฐพี" ออกมาถือด้วยสองมือ ปลายดาบหนักอึ้งชี้ลงพื้น ดาบเล่มนี้ยังคงอยู่ในสภาพจำศีล สนิมเขรอะสีน้ำตาลแดงเกาะกินจนดูไร้ราคา ไร้ซึ่งประกายความคมกล้าของศาสตราวิเศษ
หากผู้อื่นมาเห็นคงหัวเราะเยาะว่าเขากำลังถือแท่งเหล็กผุพัง... แต่สำหรับเย่เฉินในานี้ เขาไม่ต้องการความคม
อู๊ดดดด!
หมูป่าเกราะเหล็กคำรามลั่นเมื่อเห็นศัตรูตัวจ้อยยังกล้ายืนหยัด มันตะกุยเท้าหลังจนดินกระจาย ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เย่เฉินอีกครั้งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากแรงส่งของเนินดิน
พื้นดินสั่นสะเทือนตามจังหวะการวิ่งของมัน ตึง! ตึง! ตึง! ร่างมหึมาที่หุ้มด้วยเกล็ดโลหะดำทะมึนพุ่งเข้ามาดุจขุนเขาถล่ม แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้แหลกลาญ
เย่เฉินไม่หลบ
เขายืนปักหลักแน่น แยกเท้าออกกว้างเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงดุจรากไม้โบราณ
เลือดในกายของเขาสูบฉีดรุนแรงราวกับแม่น้ำเชี่ยวกราก ขุมพลังอันป่าเถื่อนที่หลับใหลอยู่ในสายเลือด ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นและส่งผ่านไปยังแขนทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อทุกมัดบิดเกร็งจนส่งเสียงลั่นเปรี้ยะ ผิวหนังเริ่มแดงก่ำและแผ่ไอความร้อนระอุออกมาปะทะกับอากาศเย็น
ในจังหวะที่หัวกะโหลกอันแข็งแกร่งและเขี้ยวโง้งของหมูป่ากำลังจะพุ่งกระแทกถึงตัว... เย่เฉินก็หมุนเอวส่งแรง เหวี่ยงดาบยักษ์สวนออกไปในแนวขวาง!
ไม่ใช่การฟันเพื่อเฉือนเนื้อ... แต่เป็นการ "ทุบ" ด้วยสันดาบหนาเตอะเพื่อทำลายโครงสร้าง!
"ย้ากกกก!"
ตึงงงง!!!
เสียงปะทะดังกัมปนาทราวกับระฆังวัดถูกตีด้วยค้อนยักษ์! คลื่นเสียงที่อัดแน่นระเบิดออกจนแก้วหูแทบฉีกขาด!
สันดาบหนักพันชั่งปะทะเข้ากับหัวกะโหลกด้านข้างของหมูป่าอย่างจัง! แรงปะทะอันรุนแรงทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากระจายออกไปโดยรอบ ฝุ่นผงและใบไม้แห้งถูกพัดปลิวว่อน
ภาพที่น่าตื่นตะลึงปรากฏแก่สายตา...
หมูป่าเกราะเหล็กที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง ถูกหยุดชะงักกลางอากาศราวกับชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น ร่างมหึมาของมันปลิวสะบัดไปตามแรงเหวี่ยงของดาบ กระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับหน้าผาหินด้านข้างอย่างรุนแรง
โครม!
ก้อนหินแตกกระจายร่วงกราวลงมาทับร่างของมัน
หมูป่าเกราะเหล็กพยาาจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น ขาทั้งสี่ตะกุยอากาศอย่างสับสน ทว่าร่างกายของมันกลับสั่นกระตุกอย่างรุนแรงและไม่อาจทรงตัวได้
เกราะเหล็กสีดำทมิฬบนหัวของมันไม่มีรอยแตกแม้แต่น้อย... ความแข็งแกร่งของผิวหนังมันสมคำร่ำลือ
ทว่า... เลือดสีดำคล้ำกลับไหลทะลักออกมาจากทวารทั้งเจ็ด—ตา หู จมูก และปาก—ราวกับเขื่อนแตก!
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการปะทะเมื่อครู่ ได้ส่งผ่านเกราะชั้นนอกเข้าไปทำลายล้างภายในจนหมดสิ้น สมอง อวัยวะภายใน และกระดูกคอของมัน ถูกแรงกระแทกบดขยี้จนแหลกเหลวกลายเป็นเนื้อบดไปแล้ว!
ตุบ...
ในที่สุด ร่างยักษ์ก็แน่นิ่งไป สิ้นใจตายทั้งที่ภายนอกยังดูไร้บาดแผล
เย่เฉินยืนหอบหายใจหนักหน่วง มือที่จับด้ามดาบชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก แรงดีดสะท้อนจากการปะทะทำให้ง่ามนิ้วของเขาแตกปริและมีเลือดซึมออกมาอีกครั้ง แต่แววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความสะใจ
วูบ...
ทันใดนั้น ดาบทัณฑ์ปฐพีในมือก็สั่นไหวเบาๆ
สนิมเกรอะกรังสีแดงที่เกาะอยู่บนตัวดาบ ร่วงกราวลงมาเล็กน้อย เผยให้เห็นเนื้อเหล็กสีดำสนิทและลวดลายอักขระโบราณธาตุดินที่ส่องประกายวาบหนึ่ง ราวกับมันกำลัง "แสยะยิ้ม" ด้วยความพึงพอใจ
ไอวิญญาณสีเหลืองขุ่นที่ลอยออกมาจากซากศพของหมูป่า ถูกดาบดูดกลืนเข้าไปอย่างเงียบงัน... เย่เฉินรู้สึกได้ทันทีว่าน้ำหนักของดาบดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
มันกำลังเติบโต... มันชื่นชอบการบดขยี้ศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้!
"ข้าบอกแล้ว..." เย่เฉินกล่าวกับซากศพ "ต่อให้เกราะเจ้าแข็งแค่ไหน... ก็ต้านทานน้ำหนักพันชั่งไม่ได้"
เสียงโครมครามจากการปะทะเมื่อครู่สงบลง ทิ้งไว้เพียงฝุ่นผงที่ยังลอยคละคลุ้งในอากาศ
ครืน...
เสียงหินถล่มดังขึ้นเบาๆ จากหน้าผาหินที่หมูป่ากระเด็นไปชน รอยร้าวขนาดใหญ่ปริแตกออก เศษดินและหินร่วงกราวลงมา เผยให้เห็นโพรงถ้ำมืดมิดที่ถูกเถาวัลย์และรากไม้ปกปิดอำพรางสายตาผู้คนมานานนับร้อยปี
ทันทีที่ "ปากถ้ำ" เปิดออก... กลิ่นอายความตายก็พวยพุ่งออกมาทักทายผู้มาเยือน
ฟู่...
ไอหมอกสีม่วงเข้มข้นไหลทะลักออกมาจากรอยแยกดุจอสรพิษไร้รูป มันเลื้อยผ่านพื้นดินอย่างเชื่องช้า ทว่าอานุภาพของมันกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ยอดหญ้าสีเขียวขจีที่สัมผัสถูกหมอกนี้พลันเหี่ยวเฉาและเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในชั่วพริบตา แม้แต่แมลงตัวเล็กๆ ที่บินผ่านก็ร่วงผล็อยลงมาตายโดยไร้เสียงร้อง
"หมอกพิษ?"
เย่เฉินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตรายถึงชีวิต เขารีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกและดีดตัวถอยหลังเพื่อทิ้งระยะห่าง
ทว่า... ร่างกายของเขาก็ยังช้ากว่าการแพร่กระจายของอากาศพิษ
ละอองสีม่วงบางเบาถูกสูดดมเข้าไปในปอดเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะพรากชีวิตคนธรรมดาได้นับสิบครั้ง
"แค่ก!"
ความรู้สึกแสบร้อนดั่งถูกน้ำกรดราดรดแล่นพล่านลงสู่ลำคอและปอด เย่เฉินทรุดฮวบลงคุกเข่า มือข้างหนึ่งยันดาบยักษ์ไว้แน่นเพื่อพยุงกาย อีกมือหนึ่งกุมหน้าอกด้วยความทรมาน ใบหน้าแดงก่ำจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
พิษร้ายแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรุนแรง หมายจะหยุดการเต้นของหัวใจและทำลายอวัยวะภายในให้แหลกเหลว
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือน สิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น
ตึกตัก! ตึกตัก!
หัวใจของเย่เฉินเต้นกระตุกอย่างรุนแรง ผิดจังหวะไปจากมนุษย์ปกติ
โลหิตในกายของเขา... ซึ่งเพิ่งผ่านการ "หลอมรวม" กับเลือดเสือดาวและหญ้าโลหิตวิญญาณเมื่อคืนวาน พลันเดือดพล่านขึ้นมาต่อต้านผู้บุกรุก!
เลือดอสูรธาตุร้อนและพิษเย็นของสมุนไพรที่ไหลเวียนอยู่ในกายเขา เปรียบเสมือนเจ้าถิ่นที่ดุร้าย เมื่อมีพิษใหม่แทรกซึมเข้ามา พวกมันจึงรุมเข้าโจมตีและกลืนกินพิษสีม่วงนั้นอย่างบ้าคลั่ง!
แทนที่ร่างกายจะเน่าเปื่อย เย่เฉินกลับรู้สึกเพียงความร้อนวูบวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง และอาการคันยุบยิบที่ผิวหนังราวกับมีมดไต่
"อ้วก!"
เย่เฉินโก่งคออาเจียนออกมาเป็นลิ่มเลือดสีดำสนิท มันส่งเสียง ฉ่า เมื่อกระทบพื้นดิน... นั่นคือพิษร้ายที่ถูกร่างกายขับออกมาจนหมดสิ้น
เขาหอบหายใจหนักหน่วง เงยหน้าขึ้นมองหมอกสีม่วงด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
"ข้าไม่ตาย..."
เย่เฉินยกมือขึ้นดู เส้นเลือดที่ข้อมือปรากฏสีม่วงจางๆ วูบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปกลับเป็นปกติ
"เลือดของข้า... มันมีภูมิต้านทานพิษ"
มุมปากของเย่เฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม อำมหิต
ในหุบเขาแห่งนี้ หากเป็นศิษย์คนอื่นมาเจอถ้ำนี้เข้า คงต้องจบชีวิตลงหน้าปากถ้ำ หรือไม่ก็ต้องล่าถอยไปด้วยความหวาดกลัว แต่สำหรับเขา... พิษร้ายเหล่านี้กลับกลายเป็น "เกราะป้องกัน" ชั้นดีที่จะกันไม่ให้ผู้อื่นเข้ามายุ่งย่าม
และสิ่งที่ถูกซ่อนไว้หลังม่านหมอกมรณะเช่นนี้... ย่อมต้องเป็น "สมบัติ" ที่ล้ำค่าเกินกว่าจินตนาการ
"ความเสี่ยงยิ่งมาก... ผลตอบแทนยิ่งสูง"
เย่เฉินลุกขึ้นยืน กระชับด้ามดาบทัณฑ์ปฐพีมั่นคง เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ก้าวเท้าเดินฝ่าหมอกพิษสีม่วงเข้าไปในปากถ้ำมืดมิด ราวกับมัจจุราชที่เดินกลับเข้าสู่บ้านของตนเอง
เย่เฉินก้าวเท้าฝ่าม่านหมอกพิษสีม่วงเข้าไปในโพรงถ้ำอย่างระมัดระวัง ยิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นอายความตายก็ยิ่งเข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก ผนังถ้ำชื้นแฉะมีตะไคร่น้ำสีเลือดเกาะอยู่ประปราย สะท้อนแสงสลัวดูคล้ายอวัยวะภายในของสัตว์ร้าย
ที่ใจกลางโถงถ้ำขนาดเล็ก... เขาพบต้นตอของกลิ่นอายประหลาดนั้น
ร่างโครงกระดูก ร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินสีดำ
โครงกระดูกนี้มิได้เปื่อยยุ่ยเป็นผุยผงตามกาลเวลา แต่กระดูกทุกชิ้นกลับขาวนวลและส่งประกายแวววาวราวกับหยกเนื้อดี บ่งบอกว่าเจ้าของร่างเมื่อครั้งยังมีชีวิต ต้องเป็นยอดฝีมือที่มีระดับพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่ง จนกระทั่งไขกระดูกได้รับการชำระล้างจนบริสุทธิ์
"ระดับสร้างรากฐาน? หรือสูงกว่านั้น?"
เย่เฉินขมวดคิ้ว เดินเข้าไปสำรวจใกล้ๆ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นวัตถุสองชิ้นที่ตกอยู่บนตักของโครงกระดูก
ชิ้นแรกคือ "ป้ายหยกสีคราม" ที่แตกหักเป็นสองท่อน บนหน้าป้ายสลักลวดลายเมฆาและตัวอักษรคำว่า "คุมกฎ" เอาไว้เลือนราง
"หอคุมกฎ... สำนักเมฆาคราม?"
หัวใจของเย่เฉินกระตุกวูบ คนผู้นี้คือคนของสำนักเดียวกับเขา! และจากป้ายหยกประจำตัว... เขาต้องเป็นถึง "ผู้ตรวจการ" หรือ "ผู้อาวุโสระดับสูง" ของหอคุมกฎอย่างแน่นอน แต่เหตุใดบุคคลระดับนี้จึงมาจบชีวิตอย่างเดียวดายในถ้ำอสูร พร้อมกับร่องรอยการต่อสู้ที่ทำให้ป้ายหยกแตกหักเช่นนี้?
"ถูกฆ่าปิดปาก..."
เย่เฉินคาดเดาได้ทันที นี่มิใช่การตายตามอายุขัย แต่เป็นร่องรอยของความขัดแย้งภายในสำนักที่ดำมืดเกินกว่าศิษย์สายนอกอย่างเขาจะจินตนาการถึง
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขามากที่สุด มิใช่ป้ายหยก... แต่เป็นวัตถุชิ้นที่สองที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างขวาของโครงกระดูก
"แหวนวงเกลี้ยงสีเงินยวบยาบ"
มันดูเรียบง่ายไร้ลวดลาย ทว่ากลับแผ่คลื่นพลังมิติที่ผันผวนออกมาจางๆ
"แหวนมิติ!"
เย่เฉินตาเป็นประกาย นี่คือสมบัติล้ำค่าที่แม้แต่ศิษย์สายในบางคนยังไม่มีปัญญาครอบครอง ภายในแหวนวงเล็กๆ นี้ อาจบรรจุไว้ด้วยทรัพยากร ทักษะวิชา หรือสมบัติที่ผู้ตายเก็บสะสมมาตลอดชีวิต
หากได้มันมา... หนทางสู่การเป็นผู้แข็งแกร่งย่อมเปิดกว้างขึ้นมหาศาล!
ความปรารถนาแล่นพล่านในจิตใจ เย่เฉินเอื้อมมือออกไปหมายจะถอดแหวนวงนั้นออกจากนิ้วกระดูก
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับเนื้อโลหะเย็นเฉียบ
วูบ!
กลุ่มควันสีเทาเข้มพวยพุ่งออกมาจากแหวนมิติดุจงูพิษที่ซุ่มรอเหยื่อ! มันก่อตัวเป็นรูปร่างใบหน้าของชายชราที่บิดผันด้วยความอาฆาตแค้น กลิ่นอายความชั่วร้ายรุนแรงระเบิดออกจนหมอกพิษรอบข้างแตกกระจาย
"ดวงจิตคงค้าง!"
เย่เฉินร้องเสียงหลง พยาาจะชักมือกลับ แต่สายเกินไป!
"ในที่สุด... ในที่สุดก็มีคนหลงเข้ามา..."
เสียงกระซิบที่ แหบแห้ง และหนาวเหน็บดังก้องกังวานในโสตประสาทของเย่เฉินโดยตรง มิได้ผ่านหู เงาร่างวิญญาณนั้นไม่รอช้า พุ่งทะลวงเข้าสู่กลางหน้าผากของเย่เฉินทันที!
"อ๊ากกกกก!"
เย่เฉินกรีดร้องลั่น ทรุดฮวบลงคุกเข่า มือทั้งสองกุมศีรษะแน่น ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสมองราวกับมีเหล็กแหลมร้อนๆ ทิ่มแทงเข้าไปปั่นป่วนดวงจิต
มันคือ "การชิงร่าง"!
"เจ้าหนู... ร่างกายเจ้าแข็งแรงดีนี่... เหมาะสมที่จะเป็นภาชนะใหม่ของข้า!"
เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังสนั่นในห้วงความคิดของเย่เฉิน ดวงจิตของผู้เฒ่าพยาาจะเข้ายึดครอง "ทะเลแห่งจิต" เพื่อบงการร่างกาย
แต่ทว่า... ทันทีที่มันแทรกซึมลึกลงไปสัมผัสกับแก่นแท้ภายในร่างของเด็กหนุ่ม
เสียงหัวเราะนั้นพลันชะงักลง
"เอ๊ะ... นี่มัน..."
ดวงจิตคงค้างสัมผัสได้ถึงกระแสโลหิตที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในกายของเย่เฉิน มันมิใช่เลือดของมนุษย์ธรรมดา แต่มันเจือปนไปด้วยกลิ่นอายบรรพกาลที่ดุร้าย ป่าเถื่อน และสูงส่งเกินกว่าที่มันจะคาดคิด
ทันใดนั้น... ภาพนิมิต อันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าดวงจิตของผู้เฒ่า!
ท่ามกลางทะเลเลือดสีแดงฉานที่ไร้ก้นบึ้ง... เงาร่างของ "สัตว์อสูรบรรพกาล" ขนาดมหึมาเสียดฟ้า ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังจิตวิญญาณของเย่เฉิน! ดวงตาสีทองอำพันคู่ยักษ์ของมันจ้องลงมาที่วิญญาณผู้บุกรุกด้วยแววตาที่มองเหมือนมดปลวก กรงเล็บของมันแหลมคมพอที่จะฉีกกระชากสวรรค์ เสียงคำรามของมันดังกึกก้องจนวิญญาณผู้เฒ่าสั่นสะท้านไปถึงแก่น!
"โลหิตของเจ้า... มิใช่มนุษย์แท้..."
น้ำเสียงของดวงจิตแปรเปลี่ยนจากความลำพองใจเป็นความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่นสุดขีด
"กลิ่นอายเช่นนี้... เจ้าเป็นลูกหลานของ สายเลือดต้องห้าม! เป็นไปได้อย่างไร... สายเลือดที่ควรจะสูญสิ้นไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล!"
ตึกตัก! ตึกตัก!
หัวใจของเย่เฉินเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับกลองศึก สายเลือดอสูรเทวะในกายรับรู้ถึงการรุกราน มันจึงระเบิดพลังต่อต้านออกมาอย่างบ้าคลั่ง! ผิวหนังของเย่เฉินแดงก่ำ ไอร้อนระอุระเหยออกมาจนหมอกพิษรอบตัวเหือดแห้ง
ในขณะเดียวกัน... ดาบทัณฑ์ปฐพี ที่ตกอยู่ข้างกาย ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
วูม... วูม...
สนิมเขรอะบนตัวดาบกะเทาะหลุดออกเป็นแผ่นๆ เผยให้เห็นแสงสีเหลืองขุ่นธาตุดินที่สว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ มันสัมผัสได้ถึงวิกฤตของเจ้านาย... หรือบางที มันอาจสัมผัสได้ถึง "อาหาร" รสเลิศที่เป็นดวงจิตวิญญาณ!
เย่เฉินกัดฟันจนเลือดไหลพราก พยาารวบรวมสติที่กำลังจะแตกซ่าน ต่อสู้กับอำนาจมืดที่กำลังกัดกินจิตใจ
"ออกไป... จากร่างของข้า!"
ท่ามกลางความมืดมิดในถ้ำอสูร... การต่อสู้เพื่อแย่งชิงการควบคุมร่างกายได้เริ่มต้นขึ้น
คืนนี้... เขาอาจจะได้มรดกอันล้ำค่า... หรือไม่ ร่างกายนี้ก็จะกลายเป็นเพียงเปลือกนอกให้กับวิญญาณร้ายสิงสู่ตลอดกาล!
[จบตอนที่ 37]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??