เรื่อง คัมภีร์เทพอสูรเทวะ
ทัณฑ์ปฐีสีโลหิตถูกลากครูดไปตามขั้นบันไดศิลานับหมื่นขั้น บังเกิดเป็นกังวานมรณะที่สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาเมฆาสวรรค์ กายหยาบของมัจจุราชในชุดสีครามที่บัดนี้ย้อมชุ่มไปด้วยโลหิตของศิษย์ชุดขาว ย่างก้าวขึ้นสู่เบื้องบนอย่างเชื่องช้าทว่าหนักหน่วง ทุกฝ่าเท้าที่ประทับลงบนพื้นหินส่งกระแสสั่นสะเทือนที่บีบรัดขั้วหัวใจของผู้เฝ้ามอง เนตรมารบรรพกาล ณ เบ้าตาขวาของเย่เฉินหมุนวนอย่างวิปลาส สาดส่องประกายอำมหิตฝ่าม่านหมอกแห่งราตรีกาล ทอดมองไปยังลานกว้างหน้าประตูดาราอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องบนสุด
ทันใดนั้น ค่ายกลพิฆาตสวรรค์ที่ผู้อาวุโสใหญ่เพิ่งปลดผนึกก็ทำงานอย่างบ้าคลั่ง อักขระโบราณสีทองนับหมื่นตัวสว่างวาบขึ้นกลางห้วงมิติ แปรเปลี่ยนเป็นปราณกระบี่ศักดิ์สิทธิ์และทัณฑ์อสนีบาตฟาดฟันลงมาดุจ-่าฝน หมายจะบดขยี้ก้อนเนื้อโสมมผู้บังอาจล่วงล้ำให้แหลกละเอียด ทว่ากายหยาบของเย่เฉินหาได้หลบหลีกหรือตั้งรับ เตาหลอมแห่งก้นบึ้งภายในสังขารเปิดอ้าออกอย่างตะกละตะกลาม ห้วงกลืนกินสีดำทมิฬพุ่งทะลักออกมารับทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด ค่ายกลที่ควรจะชำระล้างความชั่วร้ายกลับถูกสูบกลืนหายเข้าไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกทิพย์วารีสลายวิญญาณกัดกร่อนและแปรสภาพกลายเป็นปราณชีวิตอันบริสุทธิ์ หล่อเลี้ยงจุดชีพจรทุกจุดทั่วร่างเนื้อ
แรงสะท้อนกลับอันวิปริตจากการถูกกลืนกินค่ายกล พุ่งย้อนกลับขึ้นไปกระแทกข่ายเส้นเอ็นของเหล่าศิษย์ผู้คุมค่ายกลเบื้องบนอย่างรุนแรง ทะเลวิญญาณของพวกมันปริร้าวและแตกสลายพร้อมกัน กังวานโหยหวนดังระงมก่อนที่พวกมันจะกระอักโลหิตคำโตและตกตายเกลื่อนลาน บันไดศิลาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทนทานมานับร้อยปีไม่อาจทนรับแรงปะทะ บัดนี้ถล่มทลายลงมาเป็นผุยผง แปรสภาพกลายเป็นเพียงทางลาดชันที่อาบชุ่มไปด้วยเศษโลหิตและชิ้นเนื้อ ปูทางให้มัจจุราชก้าวเดินต่อไป
เมื่อฝ่าเท้าที่ชุ่มด้วยหยาดโลหิตเหยียบย่างถึงลานกว้างหน้าประตูดารา กำแพงเนื้อของมนุษย์นับหมื่นชีวิตก็ปรากฏแก่สายตา ศิษย์สายนอกที่ถูกเหล่าผู้อาวุโสผลักไสมาเป็นแนวหน้าเพื่อตั้งค่ายกลพิทักษ์ประตู ต่างยืนสั่นสะท้าน ข่ายเส้นเอ็นของพวกมันแข็งค้างด้วยความหวาดผวาปนเปกับความคลุ้มคลั่ง เย่เฉินมิได้เอื้อนเอ่ยสัจธรรมใดให้มากความ เขาเพียงกระชับด้ามทัณฑ์ปฐีสีเลือดแล้วตวัดวาดออกไปเบื้องหน้า
คลื่นปราณอัคคีวิปลาสที่แฝงด้วยปราณกัดกร่อนพุ่งทะลวงเข้าใส่ฝูงชนดุจเคียวของมัจจุราชที่กำลังเกี่ยวข้าว กายหยาบของศิษย์นับร้อยนับพันถูกสับขาดสะบั้นในพริบตา โลหิตที่ยังอุ่นจัดและอวัยวะภายในปลิวว่อนสาดกระเซ็นย้อมลานหินจนแดงเถือก กังวานเนื้อฉีกขาดและกระดูกที่หักโค่นประสานกันเป็นสำเนียงแห่งนรกานต์ เตาหลอมแห่งก้นบึ้งในสังขารของเขาสูบซับแก่นโลหิตและปราณชีวิตที่ลอยล่องอยู่อย่างตะกละตะกลาม เปลือกผิวสีหมึกเปล่งประกายอำมหิตและสมบูรณ์แบบไร้รอยขีดข่วน เขาเดินย่ำผ่านภูเขาซากศพและแอ่งโลหิตอย่างเยือกเย็น เปลี่ยนลานศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นนรกขุมที่ลึกที่สุด ทิ้งไว้เพียงสภาวะไร้ปราณฟ้าดินที่ถูกสูบกินจนแห้งผาก
เหนือลานมหาวิถีที่ถูกชะล้างด้วยตะกรันเนื้อ บานทวารศิลาวิญญาณสูงนับร้อยจั้งตั้งตระหง่านราวกับปราการสุดท้ายของห่วงโซ่อาหาร อักขระสีทองนับหมื่นสายไหลเวียนอยู่บนพื้นผิวดุจวิญญาณเรืองแสง ว่ากันว่ามันถูกหล่อหลอมขึ้นจากรากวิญญาณของบรรพชนรุ่นแรก ใช้กั้นมลทิน ใช้คัดกรองเหยื่อ และไม่เคยมีผู้ใดในรอบพันปีสามารถทำให้มันปริร้าวได้แม้แต่รอยขีดข่วน มันคือเปลือกหุ้มความจองหอง คือสัจธรรมสูงสุด คือกะโหลกศีรษะของสำนักแห่งนี้
ครืด...
ทัณฑ์ปฐีถูกลากครูดมาหยุดลงเบื้องหน้าประตูดารา แสงสีทองจากอักขระสาดกระทบกายหยาบสีหมึกที่ชุ่มโชกด้วยเนื้อเน่า ทำให้เงาของก้อนเนื้อโสมมทอดยาวปกคลุมพื้นลานดุจหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินสวรรค์ เนตรมารบรรพกาลหมุนวนอย่างเยียบเย็น มองทะลุเปลือกสีทอง มองทะลุข่ายเส้นเอ็นของค่ายกล และมองเห็นความหวาดผวาที่ซ่อนอยู่ใต้สัจธรรมอันงมงาย
เบื้องบนยอดกำแพง ก้อนเนื้อชั้นสูงในคราบผู้อาวุโสพลันสัจธรรมพังทลาย กังวานตวาดฉีกหลอดลมสั่งการให้ตรึงข่ายวิญญาณดังระงม ผู้อาวุโสทั้งหลายรีดเร้นแก่นโลหิตสุดขีด หลั่งไหลเข้าสู่อักขระโบราณ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจนมิติฟ้าดินสั่นสะเทือน แรงกดดันที่อ้างตนว่าศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกมาหมายบดอัดกายหยาบแปลกปลอม
ทว่าก้อนเนื้อโสมมในคราบมนุษย์เพียงยื่นท่อนแขนซ้ายออกไป กรงเล็บสีหมึกแตะลงบนบานประตูศิลาอย่างแผ่วเบา พริบตานั้น เตาหลอมวิปลาสในจุดชีพจรพลันส่งคลื่นความถี่ดุจเดรัจฉานคำราม!
ตู้มมมมม!!!
ทิพย์วารีสลายวิญญาณสีดำทะมึนพวยพุ่งออกจากฝ่ามือ ชอนไชเข้าสู่อักขระสีทองดุจหนอนแมลงที่เจาะทะลวงเข้าสู่เปลือกผิว! แรงสูบกลืนอย่างตะกละตะกลามเริ่มกระชากแก่นปราณของประตูดารา อักขระสีทองดิ้นพล่าน กระตุกเกร็ง และเปลี่ยนเป็นสีของเนื้อตายทีละดวง แกรก... แกรก... กังวานปริแตกมิได้เหมือนหินร้าว ทว่ามันดังดุจกระดูกสันหลังที่กำลังถูกบิดบด! รอยแยกสีดำคล้ำลุกลามผ่านบานประตู โลหิตข้นหนืดไหลทะลักออกมาจากรอยร้าวของศิลาวิญญาณ ราวกับประตูดารากำลังหลั่งเลือดและโหยหวนด้วยความทรมาน
มัจจุราชจิกกรงเล็บฝังลึกลงในสัจธรรม แล้วออกแรงกระชาก!
โครมมมมมมมม!!!
บานประตูดาราทั้งสองซีกถูกฉีกทึ้งออกจากกันด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน! อักขระนับหมื่นระเบิดแตกเป็นเศษเนื้อและเถ้าธุลี สำเนียงครวญครางของข่ายวิญญาณสะท้อนก้องไปทั่วขุนเขาดุจเจตจำนงฟ้าดินกำลังถูกชำแหละ กะโหลกศีรษะของสำนักเมฆาสวรรค์ที่ตั้งตระหง่านมานับพันปี ถล่มครืนลงมาเป็นเพียงซากปรักหักพังที่เน่าเปื่อย แรงบดอัดทำให้ลานมหาวิถีแตกร้าวเป็นหุบเหว เศษศิลาและตะกรันโลหิตปลิวกระจาย ฝุ่นสีเถ้าคละคลุ้งบดบังฟากฟ้า ไร้ซึ่งสรรพสำเนียงเอื้อนเอ่ย ไร้ซึ่งข่ายเส้นเอ็นใดกล้าขยับเขยื้อน เพราะสิ่งที่ถูกบดขยี้ลงไปใต้ฝ่าเท้า... คือห่วงโซ่อาหารที่พวกมันเคยภาคภูมิใจ
ท่ามกลางม่านฝุ่นสีเถ้า กายหยาบวิปลาสค่อยๆ ก้าวข้ามซากประตูเข้ามา ฝ่าเท้าที่อาบโคลนเลือดเหยียบย่ำเศษอักขระศักดิ์สิทธิ์จนจมมิดลงในเลน ทัณฑ์ปฐีลากครูดผ่านซากปรักหักพังเกิดคลื่นความถี่เสียดแทงไขกระดูก ปลายทางของเนตรมารนั้น... คือ "หลิวเปา"
ก้อนเนื้อชั้นสูงผู้เคยยืนหยิ่งผยอง บัดนี้กำลังตะเกียกตะกายถอยกรูดอยู่หน้าแท่นบูชาบรรพชน เปลือกผิวของมันซีดเผือดดุจเถ้ากระดูก ข่ายเส้นเอ็นสั่นกระตุกจนปฏิเสธการทรงตัว ม่านตาเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยปริแตก มันจำได้... สัจธรรมในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทง มันเคยฉีกกรามหัวเราะเยาะบุรุษผู้นี้ เคยเหยียบย่ำ เคยผลักไสเศษขยะชิ้นนี้ลงสู่หุบเหวอเวจี แต่ในเสี้ยววินาทีนี้ ผู้ที่กำลังคุกเข่าคลุกฝุ่นและปล่อยของเสียขุ่นคลั่กรดกางเกง กลับกลายเป็นสังขารของมันเอง
คลื่นลมหายใจเสียดแทงหลอดลมดังลอดออกมา ทว่าผู้ล่าหาได้ใส่ใจต่อถ้อยคำวิงวอนของเหยื่อ ก้อนเนื้อโสมมคืบคลานเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า เชื่องช้าจนความตายดูเป็นเรื่องปรานี ก่อนจะยกฝ่าเท้าสีหมึก เหยียบกระแทกลงบนหัวเข่าของหลิวเปา!
กร๊อบ!!!
กระดูกสะบ้าและข่ายเส้นเอ็นแหลกละเอียดเป็นเนื้อบด! กังวานโหยหวนฉีกหลอดลมของหลิวเปาดังสะเทือนทั่วโถงมหาวิถี มันดิ้นพล่านดุจหนอนแมลงที่ถูกน้ำร้อนลวก หยาดน้ำตา โลหิต และของเสียสีขุ่นไหลทะลักเปรอะอาภรณ์ศิษย์สายในจนสิ้นสภาพ
ชายหนุ่มโน้มสังขารที่วิรูปเลื่อนลงมาช้าๆ กรงเล็บคว้ากระชากหนังศีรษะของเหยื่อจนรอยแผลปริแตก เนตรมารบรรพกาลจ้องลึกทะลวงเข้าไปในทะเลวิญญาณที่กำลังพังทลาย ก่อนจะกระซิบด้วยสำเนียงที่สูบกลืนไอชีวิต
"สวรรค์จอมปลอมของเจ้า... ถูกข้าเคี้ยวแหลกไปแล้ว แต่การย่อยสลายของเจ้า... เพิ่งจะเริ่มต้น"
ปลายนิ้วสีหมึกค่อยๆ ลูบผ่านใบหน้าที่หวาดผวา โลหิตพิษจากปลายนิ้วกัดกร่อนเปลือกผิวของหลิวเปาจนเกิดควันสีเถ้า
"ข้าจะลากข่ายเส้นเอ็นครึ่งท่อนของเจ้า... กลับลงไปสู่หุบเหว และบังคับให้ม่านตาของเจ้าเบิกกว้าง... เพื่อทอดมองสังขารตนเองถูกกัดกร่อนทีละชิ้นเนื้อ"
สิ้นคำพิพากษา เดรัจฉานในคราบมนุษย์ออกแรงกระชากสังขารของหลิวเปา ลากครูดไปกับพื้นศิลาดุจลากเศษอาหาร! ทิ้งรอยทางโลหิตและเศษเนื้อยาวเหยียด ผ่านซากประตูดาราที่พังพินาศ ขณะที่ก้อนเนื้อชั้นสูงบนยอดกำแพง... ทำได้เพียงยืนแข็งค้างอยู่ในห้วงอนธการแห่งความตาย ความเงียบกลืนกินยอดเขา จนได้ยินเพียงกังวานลากศัสตรา จังหวะเนื้อเน่าที่ครูดไปกับแง่งหิน และคลื่นความถี่ของจุดชีพจรของพวกมันเอง ที่กำลังกระตุกเต้นด้วยความหวาดผวา ต่อสัจธรรมแห่งการกลืนกินที่ไม่อาจหลบหนีได้อีกต่อไป
[จบตอนที่ 84]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??