เรื่อง คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

ติดตาม
ตอนที่ 87: กลืนอสนีบาต
ตอนที่ 87: กลืนอสนีบาต
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ณ ๻้๦เหวอสนีบาตที่ถูกห้วงอนธการกลืนกินอย่างสมบูรณ์ ไอความตายสีหมึกพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นพิภพดุจเสาเพลิงแห่งนรกอเวจี อสนีบาตสีม่วงดำที่ฟาดฟันอยู่ทั่วหุบเหวปริแตกและละลายกลายเป็นเมือกข้นหนืดเมื่อสัมผัสเข้ากับกลุ่มควันวิปลาสนั้น ราวกับแม้แต่เจตจำนงฟ้าดินอันสูงส่ง ยังไม่อาจต้านทานการย่อยสลายของสัณฐานที่ผิดเพี้ยนนี้ได้ ๻้๦เหวแห่งนี้เคยเป็นแดนประหารที่ตัดขาดจากสวรรค์เบื้องบน ซากกระดูกบรรพกาลนับไม่ถ้วนกองสุมทับถมกันเป็นภูเขาสูงตระหง่าน ทว่าท่ามกลางเศษซากแห่งความตายและกลิ่นเถ้ากระดูกเหล่านั้น ก้อนเนื้อโสมมในคราบมนุษย์กลับนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่งราวกับเป็นนายเหนือหัวแห่งขุมนรก


เถ้าธุลีของหลิวเปา ศิษย์เอกผู้เคยเย่อหยิ่ง ถูกสายลมบาดาลพัดกระจายหายไปจนสิ้น ทว่าความหิวโหยภายในกายหยาบของเย่เฉินกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจหยุดยั้ง


ตึก... ตึก... ตึก...


กังวานเต้นกระหน่ำของเตาหลอมวิปลาสดังสะท้อนจากภายในทรวงอกของก้อนเนื้อโสมม มันมิใช่จังหวะชีพจรของมนุษยชาติอีกต่อไป แต่เป็นกังวานของกระเพาะที่ร้องหา “สารอาหาร” อย่างไร้ขอบเขต มันบีบรัดตัวอย่างบ้าคลั่งราวกับกระเพาะเดรัจฉานร้ายที่เพิ่งได้ลิ้มรสคาวโลหิตเพียงหยดเดียว มื้ออาหารเรียกน้ำย่อยจบลงไปแล้ว บัดนี้ถึงเวลาของงานเลี้ยงที่แท้จริง


ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองมวลเมฆอสนีบาตที่ลอยคว้างอยู่เหนือศีรษะ ไออาฆาตที่ตกค้างมานับหมื่นปีในหุบเหวแห่งนี้ หนาแน่นจนแทบจะจับตัวเป็นหยาดโลหิตข้นหนืด มันคือดินแดนที่ผู้ฝึกตนวิถีสวรรค์ต่างหวาดผวาและหลีกหนี ทว่าสำหรับผู้ย่อยสลาย นี่คือเตาหลอมขนาดยักษ์ที่รอคอยการกลืนกินเข้าสู่ข่ายเส้นเอ็น!


“เข้ามา...” ถ้อยคำต่ำลึกหลุดลอดจากริมฝีปากที่แสยะกว้างจนวิรูป “สัจธรรมเน่าเฟะของพวกเจ้า... จงกลายมาเป็นข่ายเส้นเอ็นของข้า!”


สิ้นคำประกาศิต รูขุมขนทั่วกายหยาบพลันเปิดอ้าออกจนสุดขีด! แรงดึงดูดมหาศาลระเบิดออกจากเตาหลอมกลางอก ก่อเกิดวังวนสีหมึกกระชากเอาไออาฆาตและอสนีบาตสีม่วงดำรอบ๻้๦เหวให้พุ่งทะยานเข้าหาสังขารของเขาราวกับพายุคลั่ง!


เปรี้ยงงงง!!!


สายฟ้าบรรพกาลนับร้อยสายฟาดกระหน่ำลงบนกายหยาบของชายหนุ่มพร้อมกัน! หากเป็นเซียนชั้นสูง สังขารย่อมถูกผ่าจนแหลกละเอียด ทว่าเย่เฉินกลับอ้าแขนรับความวิบัตินั้น ผิวหนังของเขาปริแตก โลหิตเดือดพล่านทะลักกระเซ็นย้อมผืนศิลา กระดูกทุกชิ้นลั่นกึกก้องดุจกำลังถูกบดขยี้ ทว่าในขณะเดียวกัน เตาหลอมวิปลาสก็สูบกลืนอานุภาพสายฟ้าเหล่านั้นเข้าสู่ข่ายเส้นเอ็นอย่างตะกละตะกลาม!


อานุภาพของอสนีบาตบรรพกาลมิใช่สิ่งที่จะประทานความแข็งแกร่งให้ผู้ใดโดยง่ายดาย มันคือกฎเกณฑ์ของฟ้าดินที่มุ่งหมายจะลบเลือนทุกสัณฐานที่ท้าทายสวรรค์ สายฟ้าแต่ละเส้นที่ฟาดฟันลงมาแฝงไว้ด้วยน้ำหนักที่สามารถบดขยี้ยอดเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง ทว่ากายหยาบของเย่เฉินกลับรองรับมันไว้ด้วยความหิวโหย เตาหลอมวิปลาสสูบกลืนอานุภาพเหล่านั้นเข้าไปเผาผลาญในแก่นวิญญาณ สร้างความเจ็บปวดระดับที่อาจทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรต้องหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด แต่สำหรับมัจจุราชผู้นี้ ความเจ็บปวดคือเครื่องปรุงรสชั้นเลิศที่ทำให้มื้ออาหารนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น


เกล็ดเนื้อสีดำสนิทที่ทับซ้อนกันทั่วสังขารเสียดสีกันจนเกิดกังวานคล้ายโลหะบดกระดูก มวลกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และแผ่นหลังปูดโปนวิรูปจนเสียสัณฐาน ราวกับมีเดรัจฉานร้ายกำลังดิ้นพล่านอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง เส้นเลือดสีแดงคล้ำเต้นตุบอย่างบ้าคลั่งไปทั่วลำคอและกรามที่ฉีกกว้างเกินเผ่าพันธุ์มนุษย์


ฉึก!


เนื้อบริเวณหัวไหล่ด้านขวาพลันปริแตกออกเอง โลหิตสีหมึกทะลักทะลวงออกอย่างตะกละตะกลาม ก่อนที่เกล็ดสีดำชั้นใหม่จะแทงทะลุขึ้นมาปิดรอยแผลอย่างป่าเถื่อน เกล็ดเนื้อสีหมึกงอกเงยขึ้นมาทดแทนผิวหนังที่ฉีกขาด พวกมันทับซ้อนและสานตัวกันอย่างป่าเถื่อนดุจเกราะแห่งอเวจี กายหยาบที่เคยซูบผอมบัดนี้อัดแน่นไปด้วยมวลกล้ามเนื้อวิรูปที่แผ่กลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง ท่ามกลางพายุอสนีบาตที่ถูกสูบกลืน เนตรมารบรรพกาลภายในเบ้าตาขวาพลันเกิดการกลายพันธุ์! รูม่านตาที่ซ้อนทับกันสองชั้นเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงสุด ก่อนจะฉีกขาดและก่อตัวเป็น “รูม่านตาชั้นที่สาม” ที่มีสัณฐานดุจฟันเฟืองเครื่องบดเนื้อ แสงสีเลือดสาดทะลุความมืดมิด อาบย้อม๻้๦เหวให้กลายเป็นสีของเนื้อสด


ขณะที่หุบเหวอสนีบาตกำลังถูกแปรสภาพเป็นอาณาเขตแห่งการย่อยสลายส่วนตัว ตัดกลับไป ณ ยอดเขาเร้นลับที่เสียดแทงทะลุชั้นเมฆา สถานที่ซึ่งตัดขาดจากโลกหล้าและถูกผนึกด้วยค่ายกลสวรรค์มานับร้อยปี...


เปรี้ยง—!


บานทวารศิลาที่ปิดผนึกมานับศตวรรษถูกแรงอัดกระแทกจนระเบิดออกเป็นเสี่ยง เศษหินปลิวว่อนดุจสะเก็ดกระดูกที่พังทลาย พายุปราณอันหนักอึ้งและเก่าแก่วิปริต กวาดทะลวงยอดเขาเร้นลับจนเกิดรอยปริร้าวไปทั่วผืนฟ้า ณ จุดสูงสุดที่เสียดแทงม่านเมฆ ชายชราในอาภรณ์สีขาวหม่นก้าวเดินออกมาจากห้วงอนธการภายในถ้ำผนึก ทุกย่างก้าวที่ฝ่าเท้าสัมผัสอากาศ ก่อให้เกิดระลอกคลื่นที่สูบกลืนไอชีวิตรอบด้าน เมฆหมื่นลี้ถูกผลักแหวกออกมิใช่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ แต่ด้วยสัญชาตญาณของการกดทับจากสัตว์ร้ายที่ตัวใหญ่กว่า


มันคือเจ้าสำนักเมฆาสวรรค์ ผู้สูบกลืนระดับบรรพชนผู้จำศีลปิดด่านเพื่อลอกคราบสู่สัณฐานที่เหนือกว่ามนุษยชาติ ทว่าในวันนี้... มันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นก่อนเวลาอันควร ด้วยผัสสะที่ถูกฉีกกระชากอย่างป่าเถื่อน


“สายสะดือวิญญาณ... ขาดสะบั้น?”


คิ้วสีขาวยาวของมันขมวดรั้งเข้าหากันจนผิวหนังย่น ทะเลวิญญาณที่เคยสงบนิ่งเพื่อรักษาสภาวะจำศีลเริ่มเดือดพล่าน มันชะโงกหน้ามองลงไปยังฟาร์มเนื้อเบื้องล่าง และในพริบตานั้น... ข่ายเส้นเอ็นทั่วสังขารชราพลันแข็งค้าง ลมบาดาลพัดสวนขึ้นมาปะทะใบหน้า หอบเอากลิ่นดินสุสานและคาวเลือดเก่าเก็บที่เน่าหมักหมมมาเตะจมูก มันมิใช่กลิ่นของการนองเลือดธรรมดา แต่มันคือกลิ่นของการสูบกลืนจนสูญพันธุ์


เนตรสีทองขุ่นมัวดุจไขมันศพหดแคบลงอย่างเชื่องช้า ภาพของสำนักเมฆาสวรรค์ที่มันใช้เวลาสร้างขึ้นเพื่อเป็นรังฟักตัว บันไดศิลาที่ปูทับด้วยเศษเนื้อ ลานมหาวิถีที่กลายเป็นแอ่งเลือดสีดำคล้ำ ซากเนื้อของผู้อาวุโสทั้งสิบสามที่มันแต่งตั้งด้วยมือ ถูกฉีกทึ้งและย่อยสลายจนเหลือเพียงกองกระดูกที่แหลกละเอียด บางส่วนของลานหินสลักถูกกรดโลหิตกัดกร่อนจนเป็นรูพรุนดุจรังปลวก ข่ายเส้นเอ็นของค่ายกลสิบสามเมฆาสวรรค์ที่เคยปกปักรักษายอดเขา ถูกกระชากจนขาดสะบั้นและร่วงโรยดุจใบไม้ตาย


สัจธรรมทั้งหมด... พังพินาศจนไม่เหลือชิ้นดี ค่ายกลศักดิ์สิทธิ์ถูกฉีกทึ้ง ก้อนเนื้อนับหมื่นที่มันฟูมฟักไว้เป็นเสบียงวิญญาณ ถูกเคี้ยวกลืนจนว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เศษวิญญาณหลงเหลือให้ขย้อนกิน ปลายนิ้วที่เหี่ยวย่นของเจ้าสำนักเริ่มสั่นกระตุก เพียงเสี้ยวอึดใจนั้น...


ตูม!


ยอดเขารอบด้านระเบิดพังทลายพร้อมกัน! ปราณเน่าเฟะที่รั่วไหลออกจากเจตจำนงของมัน บดขยี้มิติรอบข้างจนแตกร้าว เมฆสีเถ้าบนฟากฟ้าถูกฉีกกระชาก อสูรทั่วทั้งเทือกเขาล้วนอวัยวะภายในบีบรัดตัวจนต้องหมอบกราบจมกองโลหิต เจ้าสำนักเมฆาสวรรค์กำลังคลุ้มคลั่งเพราะถูกแย่งอาหาร


“เดรัจฉานหน้าขนตัวใด...” ถ้อยคำต่ำลึกดุจเศษกระจกบดทับกันหลุดลอดจากกรามที่ขบแน่น มันมิใช่กังวานตวาดของวีรบุรุษ แต่มันคือความแค้นของผู้ย่อยสลายที่ถูกเหยียบย่ำรัง ข่ายเส้นเอ็นบริเวณขมับปูดโปนทะลุผิวหนังดุจศพไร้เลือด เนตรสีทองปริแตกจนเส้นเลือดฝอยระเบิดเป็นสีแดงก่ำ “ผู้ใดบังอาจ... สวาปามรากฐานของข้า!”


กังวานคำรามกระชากวิญญาณระเบิดออกจากหลอดลม!


เปรี้ยงงงง—!


เจตจำนงฟ้าดินพลันตอบสนองต่อสัญชาตญาณสัตว์ตรอกของมัน เมฆาทั่วทั้งภูมิภาคหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ปราณสีทองวิรูปแปรสภาพกลายเป็นคมเขี้ยวนับหมื่นแสนซี่ลอยเกลื่อนฟากฟ้า พวกมันมิใช่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ แต่มันคือสัณฐานของฟันนรกที่พร้อมจะสับกะโหลกศัตรู ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามที่แฝงไว้ด้วยความตาย อาณาเขตแห่งความเป็นผู้ล่าถูกกางออกอย่างเต็มที่ ปลายเขี้ยวทั้งหมดชี้ดิ่งลงสู่โลกเบื้องล่าง


อุณหภูมิความร้อนที่สูบกลืนไอชีวิตแผ่กดทับทั่วทั้งขุนเขา หินผาถูกบีบอัดจนระเบิด แม่น้ำเลือดสาดกระเซ็นย้อนทิศ แม้แต่จุดชีพจรของฟ้าดินยังหยุดเต้นชั่วขณะ เจ้าสำนักหลับตาลงอย่างเยียบเย็น ส่งสัมผัสวิญญาณแผ่ซ่านออกไปดุจเส้นใยแมงมุมที่ตามล่าหาเหยื่อ มันกวาดผ่านเศษเนื้อ ผ่านกองเลือดที่แห้งกรัง ผ่านโถงมหาวิถีที่พังทลาย ก่อนจะมุ่งตรงดิ่งลงสู่จุดที่ลึกและโสมมที่สุดของหุบเขา... หุบเหวอสนีบาต


และในเสี้ยววินาทีที่เส้นใยวิญญาณของมันแตะลงไปถึง๻้๦เหว...


กร้วม!


เจ้าสำนักพลันเบิกตาโพลงพร้อมกับขย้อนลิ่มเลือดสีทองคล้ำออกมาคำโต! เส้นใยวิญญาณของมัน... ถูกกรามของบางสิ่ง “กัดขาดและกลืนกิน” อย่างป่าเถื่อน! ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาที่ไต่ชอนไชขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง เป็นครั้งแรกในรอบศตวรรษที่มันสัมผัสได้ถึงสถานะของอาหารที่กำลังถูกผู้ล่าจ้องมอง


ลึกลงไปในนรกขุมนั้น มีก้อนเนื้อวิปลาสกำลังหายใจอยู่ มันมิใช่มนุษย์ มิใช่อสูร และมิใช่สัจธรรมใดๆ ที่ควรมีอยู่บนโลก ทว่ามันกำลังเคี้ยวสัมผัสวิญญาณของเจ้าสำนักอยู่อย่างตะกละตะกลาม! เนตรสีทองขุ่นมัวสั่นระริกเล็กน้อย ก่อนจะถูกครอบงำด้วยความอำมหิตอย่างสมบูรณ์แบบ ปรัชญาจอมปลอมถูกโยนทิ้งไป เหลือเพียงกฎแห่งการกลืนกิน


“ประเสริฐ... ในเมื่อมึงกล้าปีนขึ้นมาจากกระเพาะของอเวจี... ข้าก็จะสับข่ายเส้นเอ็นของมึง... แล้วคายทิ้งลงไปใหม่ด้วยมือของข้าเอง!”


ความว่างเปล่าแห่งความตายแผ่ปกคลุมฟ้าดินอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่สายตาของทั้งสองจะปะทะกันกลางมิติ!


ตูมมมม!


ห้วงอากาศระหว่างยอดเขากับ๻้๦เหวพลันปริแตกเป็นรอยร้าวสีดำ มิติฟ้าดินสั่นสะเทือนราวกับไม่อาจรองรับความตะกละตะกลามของทั้งสองฝ่ายได้อีกต่อไป ขุนเขาหลายลูกในระยะพันลี้เริ่มแตกร้าวและทรุดตัว แม่น้ำโลหิตที่ไหลผ่านเชิงเขาหยุดนิ่งและไหลย้อนกลับดุจถูกแรงดึงดูดสูบกลืน อสูรวิญญาณในป่าลึกกระอักเลือดก่อนจะหมอบราบกับพื้น อวัยวะภายในบีบรัดตัวมันเองด้วยสัญชาตญาณสัตว์ตรอก แม้แต่ค่ายกลโบราณของสัจธรรมข้างเคียงยังสั่นสะเทือนและปริแตก ราวกับกำลังกรีดร้องเตือนถึงจุดจบของอารยธรรมเซียน


ทว่า ณ ใจกลางพายุแห่งการย่อยสลายนั้น... ก้อนเนื้อโสมมกลับอ้ากรามกว้าง เนตรมารบรรพกาลเบิกโพลง รูม่านตาชั้นที่สามซึ่งมีสัณฐานดุจฟันเฟืองบดเนื้อหมุนวนอย่างคลุ้มคลั่ง เศษเสี้ยวเส้นใยวิญญาณสีทองของเจ้าสำนักที่เพิ่งถูกกระชากขาด ยังคงห้อยต่องแต่งอยู่ตามเขี้ยวสีหมึกภายในโพรงปาก


“ศิษย์สำนักของเจ้า... ช่างจืดชืดและคาวเน่า”


ถ้อยคำเสียดสีหลอดลมที่ฉีกขาดมิได้ดังกึกก้องฟ้าดิน ทว่ามันกลับแทรกซึมผ่านพายุอสนีบาต ชอนไชผ่านรอยแยกมิติ และไปกระซิบชวนขย้อนอยู่ข้างหูของเจ้าสำนักโดยตรง


“ข่ายเส้นเอ็นของพวกมันเปื่อยยุ่ย... แก่นวิญญาณก็ไร้รสชาติ...”


กรงเล็บสีหมึกกำแน่น แกรก... แกรก... มิติรอบข้างแตกละเอียดดุจเถ้ากระดูก ชายหนุ่มแสยะยิ้มกว้างจนเห็นแนวฟันที่แหลมคมดุจใบเลื่อย โลหิตสีหมึกหยดทะลักจากการฉีกขาดของกล้ามเนื้อกราม “หวังว่าแก่นวิญญาณของก้อนเนื้อชราอย่างเจ้า... จะพอทำให้ข้าอิ่มได้บ้าง!”


สิ้นคำประกาศิตของการล่า เตาหลอมวิปลาสกลางอกพลันเต้นกระหน่ำรุนแรงจนกายหยาบแทบระเบิด! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ผิวหนังบริเวณทรวงอกปริแตกฉีกขาด เผยให้เห็นแสงสีแดงคล้ำที่เต้นเรืองอยู่ภายใน ราวกับมีปากกระเพาะอีกหนึ่งปากกำลังอ้ารอคอยการขย้ำ เจ้าสำนักเมฆาสวรรค์พลันสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่มันไม่เคยเผชิญมานับร้อยปี... สัมผัสเยียบเย็นที่สูบกลืนไอชีวิต มิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อความพ่ายแพ้ แต่เป็นสัญชาตญาณดิบของสิ่งมีชีวิต ที่กำลังรู้ตัวว่าตนเองถูกลดขั้นลงเป็นเพียงเหยื่อ เนตรสีทองพลันสั่นไหวและปริร้าวเป็นครั้งแรก


ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง—


ตูมมมม!


พื้นศิลา๻้๦เหวอสนีบาตระเบิดแหลกเป็นหลุมมรณะขนาดยักษ์! แรงดีดมหาศาลจากการเผาผลาญโลหิตส่งสังขารสีหมึกพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าดุจอุกกาบาตเน่าเฟะ! อสุรกายในคราบมนุษย์ทะลวงผ่านสายฟ้าพิฆาตนับหมื่นสาย ปล่อยให้อสนีบาตสับเนื้อจนเหวอะหวะ แต่กลับสูบกลืนพวกมันเข้าไปซ่อมแซมบาดแผลอย่างตะกละตะกลาม ฉีกกระชากม่านเมฆจนขาดสะบั้น


ควันสีหมึกพวยพุ่งออกจากรูขุมขน แปรเปลี่ยนเป็นกรามวิปลาสขนาดยักษ์อ้ากว้างกลางห้วงเวหา พร้อมบดขยี้ทุกสัจธรรมที่ขวางหน้า มันโอบล้อมกายหยาบของเขาไว้ดุจเกราะแห่งอเวจี บดบังแสงสว่างจากปราณกระบี่สีทองจนฟ้าดินกลับเข้าสู่ห้วงอนธการอีกครั้ง ปราณกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นซี่ที่เจ้าสำนักปลดปล่อยลงมาดุจ-่าฝน ถูกกรามสีหมึกงับแตกและบดเคี้ยวจนแหลกละเอียด! พวกมันถูกกัดกร่อนจนขึ้นสนิมและละลายกลายเป็นเพียงเศษโลหะเน่าเปื่อยกลางห้วงอนธการ!


กร้วม! กร้วม! กร้วม!


กังวานบดกระดูกและเคี้ยวกลืนสัจธรรมสวรรค์สะท้อนก้องไปทั่วฟ้าดิน การล้างแค้นสิ้นสุดลงไปนานแล้ว... บัดนี้ เหลือเพียงสงครามระหว่างสวรรค์จอมปลอม กับเดรัจฉานที่กำลังแทะกระดูกสวรรค์ และห่วงโซ่อาหารแห่งการหลอกลวง... กำลังสั่นสะท้านต่อการถือกำเนิดของผู้ย่อยสลายตนใหม่ บนยอดสุดของฟ้าดิน!


[จบตอนที่ 87]



ตอนต่อไป
ตอนที่ 88: เขียงเนื้อบนยอดเขาเ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา