เรื่อง เกิดใหม่เป็นเซียนทั้งที ขอประเดิมด้วยการรีดไถปีศาจหมู
"หูหยาง?"
เจียงรั่วหลินหน้าถอดสี
"แก... แกกลับมาทำไม?"
"หือ?"
ชายชราเห็นเจียงรั่วหลิน นัยน์ตาลุกวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่าเห็นเหยื่อ
"กายาหยินบริสุทธิ์? เยี่ยม! เยี่ยมมาก! ไม่นึกเลยว่าวันนี้ลาภจะหล่นทับข้าขนาดนี้ ได้เจอเตาหลอมชั้นเลิศที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี! ศิษย์รัก..."
เขาหันไปมองหูหยาง
"ดูท่าเจ้าจะปิดบังอาจารย์ไว้หลายเรื่องเลยนะ!"
"อาจารย์!" หูหยางกัดฟันตอบ "ศิษย์ตั้งใจจะจับนางมาถวายท่านอยู่แล้วขอรับ..."
พูดไปใจก็เจ็บไป หญิงสาวที่เขาหมายปองมานาน พอตกถึงมืออาจารย์... สภาพนางคงไม่เหลือชิ้นดีแน่!
"ช่างเถอะ!"
ชายชราตัดบท หันมามองเจียงรั่วหลิน แววตาสีเลือดน่าขนลุก
"แม่หนู สนใจมาฝึกวิชากับปู่ไหม?"
"แกเป็นใคร?"
เจียงรั่วหลินขยะแขยงสายตานั้นจนขนลุก "แกกับหูหยาง... กรี๊ด!"
พูดยังไม่ทันจบ มือใหญ่ของใครบางคนก็คว้าแขนนาง กระชากไปหลบด้านหลัง
"ไม่อยากตายก็หุบปาก"
สีหน้าเจี้ยนชีเคร่งเครียด
"ไอ้แก่หนังเหนียวนี่... เก่งกว่าไอ้หูหยางเป็นร้อยเท่า!"
ด้วยสายตาของเขา เขามองออกทันทีว่าตาแก่นี่มีตบะระดับ ‘สร้างฐานราก’ ซึ่งเทียบเท่าระดับ 'ผลัดเปลี่ยนกายา' ในพหุสวรรค์
ถ้าเป็นเมื่อก่อน มดปลวกระดับนี้เขาดีดนิ้วก็ตาย แต่ตอนนี้... แค่ไอ้แก่นี่จามใส่ เขาก็อาจจะตัวแตกได้!
ช่องว่างระหว่างผู้ฝึกตนกับคนธรรมดา... มันห่างกันราวฟ้ากับเหว!
"ศิษย์รัก"
ชายชรามองเจี้ยนชี เห็นเป็นแค่คนธรรมดาไร้พิษสง ก็ทำหน้าดูแคลน
"ไอ้นี่น่ะเหรอที่ทำเจ้าเจ็บ?"
"...ขอรับ"
"สวะ! เจ้าก้าวขาเข้าสู่โลกผู้ฝึกตนไปครึ่งตัวแล้วแท้ๆ ดันมาเสียท่าให้มดปลวกตัวเดียว... ข้าคงจะตาถั่วจริงๆ ที่รับเจ้าเป็นศิษย์!"
"อาจารย์ไว้ชีวิตด้วย!"
หูหยางตัวสั่น คุกเข่าโขกหัว
"ศิษย์สาบาน... จะไม่ทำให้ท่านขายหน้าอีกแล้วขอรับ!"
ชายชราเมินเฉย กวาดสายตาโลภมากไปหยุดที่กองภูเขาผลึกวิญญาณบนโต๊ะ
'โอ้แม่เจ้า! หินวิญญาณเยอะขนาดนี้!'
ขนาดเขาสะสมมาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยเห็นหินวิญญาณกองรวมกันเยอะขนาดนี้มาก่อน! หูหยางพูดถูก! นี่มัน... วาสนาหล่นทับระดับพลิกชีวิตชัดๆ!
"ไอ้แก่!"
เสี่ยวถงทำหน้าไม่พอใจ
"มองอะไร? ของแกเรอะ?"
"ใช่!" เสี่ยวอินขมวดคิ้วเรียวสวย หันไปมองหูหยางที่คุกเข่าอยู่ "ไหนล่ะไอศกรีม? ยังไม่เอามาอีกเหรอ? ไม่อยากได้แล้วใช่มะหินวิญญาณเนี่ย!"
"ใช่ๆๆ!" เสี่ยวถงผสมโรง "ข้ากับเสี่ยวอินรอจนเหงือกแห้งแล้วนะ ไม่เห็นแม้แต่เงา! เจ้ามันคนขี้โกง นิสัยไม่ดี!"
"ฮ่าๆๆๆ..."
จู่ๆ ชายชราก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นห้อง
"เอ๊ะ? เสี่ยวอิน ไอ้แก่นี่มันขำอะไรอะ?"
"ไม่รู้สิ แต่หน้าตามันตอนขำอุบาทว์ชะมัด!"
"ไอ้หนู!"
ชายชราหยุดหัวเราะ เชิดหน้าขึ้นอย่างโอหัง
"คนโบราณว่าไว้ 'คนมิผิด ผิดที่ครอบครองหยก' ผู้ใหญ่บ้านเจ้าไม่เคยสอนรึไงว่าอย่าเอาของมีค่าออกมาโชว์พร่ำเพรื่อ? หรือว่าพวกเจ้าเพิ่งเข้าวงการ เลยไม่รู้กฎข้อนี้?"
"ของมีค่า?"
เสี่ยวถงเกาหัวแกรกๆ
"ไหน? ไหนของมีค่า?"
"ไอ้โง่!" เสี่ยวอินกรอกตา "ไม่เข้าใจเหรอ มันหมายถึงไอ้เศษหินพวกนี้ไง!"
"หา?"
เสี่ยวถงสตั๊นไปสามวิ ก่อนจะระเบิดหัวเราะ "ก๊าก" จนตัวงอ
"ก๊ากกก! ฮ่าๆๆๆ... โอ๊ย... ขำท้องแข็ง! ไอ้... ไอ้ก้อนหินขยะพวกนี้เนี่ยนะ... คือสมบัติล้ำค่า? ฮ่าๆๆๆ!"
"ไม่แปลกหรอก"
ข้างๆ กัน เจี้ยนชีดึงเจียงรั่วหลินถอยไปอยู่ข้างเสี่ยวถงอย่างแนบเนียน แล้วกระซิบ
"ตบะแค่นี้ จะไปเคยเห็นโลกกว้างอะไร? ก็ต้องมองว่าขยะพวกนี้เป็นของวิเศษอยู่แล้ว อย่ามัวแต่อึ้งสิ!"
เจี้ยนชีใช้ศอกสะกิดเสี่ยวถง
"งัดของดีออกมาโชว์หน่อยซิ ให้ไอ้แก่บ้านนอกนี่มันเปิดหูเปิดตาหน่อย!"
"เอ๊ะ? ความคิดดี!" เสี่ยวถงตาเป็นประกาย "เอานี่ไปดู! อันนี้ด้วย! อ๊ะ! อันนี้ก็เจ๋ง!"
พูดไปก็โยนของออกมา
สมุนไพรวิญญาณหายาก ผลไม้วิเศษที่ส่องแสงระยิบระยับ เม็ดยาโอสถระดับตำนาน... ของล้ำค่าจาก 'พหุสวรรค์' ถูกเสี่ยวถงรื้อออกมาวางกองเต็มโต๊ะในพริบตา!
วูบ!
ทันใดนั้น ความเข้มข้นของพลังวิญญาณในห้องพุ่งสูงขึ้นเป็นร้อยเท่า!
ไอวิญญาณหนาแน่นจนกลั่นตัวเป็นหมอกจางๆ ลอยฟุ้ง เจียงรั่วหลินที่เป็นคนธรรมดาถึงกับหายใจติดขัดเพราะสำลักความบริสุทธิ์ของอากาศ!
"วางไม่พอแล้วแฮะ"
เสี่ยวถงเกาหัว ทำหน้าลำบากใจ
"พวกนั้นยัดเยียดมาให้เยอะเกิน ข้าก็ขี้เกรงใจไม่กล้าปฏิเสธ เฮ้อ... กลุ้มใจจริงๆ!"
ของพวกนี้ แน่นอนว่าเป็นของกำนัลที่เหล่าผู้ฝึกตนใน 'อี้เย่เทียน' เอามาประจบเอาใจ หญ้าเซียน ผลไม้เทพ อาวุธวิเศษ โอสถทิพย์... หยิบชิ้นไหนออกมาก็เป็นระดับแรร์ไอเทมทั้งนั้น ของเกรดต่ำๆ ใครจะกล้าเอามาเสนอหน้า?
ส่วนหินวิญญาณ... ไม่มีใครกล้าเอามาให้หรอก! มันดูถูกกันเกินไป! มีแต่เสี่ยวถงนี่แหละที่เห็นว่ามันวิบวับสวยดี เลยพกติดตัวมาเล่นๆ
ฝั่งตรงข้าม ชายชราตาถลนจนแทบหลุดออกมานอกเบ้า!
ของพวกนี้... เขาไม่รู้จักสักอย่าง! แต่เขาไม่ใช่คนตาบอด ถึงไม่รู้จักชื่อ แต่สัมผัสได้ถึงอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ของมัน! อย่าว่าแต่สมบัติประจำสำนักเขาเลย ต่อให้เอาสมบัติทั้งโลกรวมกัน ก็เทียบกับของชิ้นเดียวบนโต๊ะนี้ไม่ได้!
เมื่อเทียบกับของพวกนี้ หินวิญญาณที่เขาอยากได้... มันก็แค่ก้อนกรวดตามข้างทางจริงๆ!
"เป็นไง?" เจี้ยนชีเลิกคิ้วกวนๆ "แหกตาดูชัดหรือยัง?"
ชายชราเผลอพยักหน้าแบบลืมตัว
"งั้นก็ดี! เก็บได้!" เจี้ยนชีพยักหน้าพอใจ
"จัดไป!"
เสี่ยวถงปาดมือวูบเดียว กองภูเขาสมบัติหายวับไปกับตา!
"พี่ยิ้มสวย!"
เขาหันไปหาเจียงรั่วหลินที่ยืนแข็งทื่อ แล้วทำท่าป๋า
"ถึงจะเพิ่งเจอกัน แต่ข้าถูกชะตากับพี่สาวมาก เอ้านี่! รับไป! ของเด็กเล่นไม่กี่ชิ้น ถือเป็นของขวัญวันเจอหน้าละกัน! ถ้าไม่พอ มาขอข้าได้ตลอด!"
กริ๊ง!
แหวนสีเงินเกลี้ยงเกลาวงหนึ่ง ลอยละลิ่วมาตกใส่มือเจียงรั่วหลินอย่างนิ่มนวล
แหวนมิติ!
"หา? นี่... ให้ฉันเหรอ?" นางรับมาอย่างงงๆ
"รับไว้เถอะ" เจี้ยนชีโบกมือ "ก็แค่ของกระจอก เมื่อก่อนของพรรค์นี้ บิดาไม่ชายตามองด้วยซ้ำ!"
"พวกแกทำอะไรลงไป!"
ทันใดนั้น เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวก็ดังขึ้น
"ของพวกนั้นมันเป็นของข้า!"
ชายชราตาแดงก่ำเส้นเลือดขึ้นตา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภจนดูน่ากลัว "ใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้!"
"ของแก?"
เจี้ยนชีแค่นเสียง แล้วพยักพเยิดหน้าไปทางเสี่ยวถง
"งัดไพ่ตายออกมาซิ ให้ไอ้แก่หนังเหนียวตานี่มันรู้สำนึกหน่อย!"
"ไพ่ตาย?" เสี่ยวถงงง "ไพ่ตายอะไร?"
"ก็ไม้ตายก้นหีบที่เอาไว้รักษาชีวิตไงเล่า!"
"ไม่มีอะ!"
"..."
เจี้ยนชีหมดคำจะพูด
"ไอ้แซ่ซู... ไอ้แซ่ซูนี่มันใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว ปล่อยให้เด็กกระโปโลสองคนที่ยังไม่เข้าวิถีแห่งเต๋ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ ไม่กลัวจะเกิดเรื่องรึไง?"
"ไม่กลัว!" เสี่ยวถงตอบหน้าตาเฉย "ก็เจ้านายอยู่นี่ไง!"
"อะไรนะ?" คราวนี้เจี้ยนชีเป็นฝ่ายชะงัก "มัน... อยู่ที่นี่?"
"ใช่จ้ะ เขาบอกว่าจะไปทำธุระนิดหน่อย ให้พวกเราเล่นรอไปก่อน แต่เขามองเห็นทุกอย่างที่พวกเราทำนะ!"
"งั้นเหรอ..."
เจี้ยนชีลูบคาง จู่ๆ ก็หัวเราะร่าออกมา "สมกับเป็นมันจริงๆ งั้นก็..."
เขาหันไปฉีกยิ้มให้ชายชรา
"รีบเลือกวิธีตายไว้ซะนะ เดี๋ยวจะไม่ทันการ!"
"สามหาว!"
หูหยางที่คุกเข่าอยู่ ฉวยโอกาสลุกพรวดขึ้นมา
"พวกแกรู้ไหมว่าอาจารย์ข้าเป็นใคร! ท่านคือยอดคนผู้ฝึกตนขั้นสูงสุด! บนดาวดวงนี้ไม่มีใครสู้ท่านได้! อย่าว่าแต่พวกแกเลย ต่อให้บรรพชนตระกูลลับโผล่หัวมา ก็ต้องก้มหัวเรียกท่านว่า 'ผู้อาวุโส' อย่างนอบน้อม!"
"สร้างฐานราก?" เสี่ยวถงเกาหัว "มันคือระดับไหนอะ?"
"ไม่รู้สิ" เจี้ยนชียักไหล่ "ก็น่าจะพวกปลายแถวนั่นแหละ"
ตูม!
พลัน! กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง!
"ที่นี่..." โลหิตลมปราณในกายชายชราเดือดพล่าน "คือถิ่นของข้า! คำพูดข้าคือประกาศิต! เป็นมังกรเจ้าต้องขด! เป็นพยัคฆ์เจ้าต้องหมอบ!"
"โอ๊ะ? งั้นรึ?"
แอ๊ดดด!
ทันใดนั้น ประตูห้องถูกผลักออกอีกครั้ง ชายหนุ่มชุดคลุมสีดำ ใบหน้าประดับรอยยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ เดินเข้ามาอย่างสบายอารมณ์
"ทำไม... ข้าถึงไม่ยักกะเชื่อน้ำหน้าอย่างเอ็งเลยวะ?"
ไม่ใช่ซูหยุน แล้วจะเป็นใคร?
"เจ้านาย!"
เสี่ยวถงกับเสี่ยวอินตาเป็นประกาย "มาแล้วเหรอ!"
"ไอ้แซ่ซู?"
ตอนแรกนึกว่าเกิดใหม่แล้วชาตินี้คงไม่ได้เจอคนจากพหุสวรรค์อีก แต่แค่ครึ่งวันก็ได้เจอทั้งเสี่ยวถง ทั้งซูหยุน ต่อให้เจี้ยนชีจิตใจเข้มแข็งแค่ไหน ก็อดน้ำตาซึมไม่ได้
"ไม่นึกเลย... ว่าจะได้เจอเจ้าเร็วขนาดนี้!"
"นั่นสิ!" ซูหยุนถอนหายใจด้วยความซาบซึ้ง "จนถึงเมื่อกี้... บิดาก็นึกว่าเจ้าม่องเท่งไปแล้ว!"
"คนอย่างเจี้ยนชีหนังเหนียวโว้ย ไม่ตายง่ายๆ หรอก!"
"ไม่ตายก็ดี เจ้าไม่ตาย... ความเสียใจในใจข้าก็ลดไปอีกหนึ่งเรื่อง!"
"เขา..." ข้างๆ กัน เจียงรั่วหลินมองซูหยุนแล้วยิ่งงงหนักเข้าไปอีก "คนนี้... นายก็รู้จักเหรอ?"
"รู้จักสิ!" เจี้ยนชีหัวเราะร่า "มันเป็นพี่น้องข้าเอง!"
"ข้ารู้สึกว่า... นายยิ่งดูยิ่งลึกลับเข้าไปทุกทีแล้วนะ"
"แม่หนูน้อย" ซูหยุนยิ้มละไม "ถ้าไม่รังเกียจ จะเรียกข้าว่า 'พี่รอง' ก็ได้นะ!"
'หนูน้อย? หน้าตายังดูเด็กกว่าฉันอีก มาทำพูดจาแก่แดด... คนประหลาดชัดๆ!'
"ไอ้แซ่ซู!" เจี้ยนชีหน้าเปลี่ยนสี "อย่าพูดจามั่วซั่วนะโว้ย ข้ากับนาง... ไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย!"
ซูหยุนทำหน้าเหม็นเบื่อ
'ตอแหล! คิดว่าข้าตาบอดเรอะ?'
"พวกแก!"
จังหวะนั้น หูหยางเห็นพวกนี้คุยกันข้ามหัวเขาไปมา ก็ทนไม่ไหว
"เห็นหัวอาจารย์ข้าบ้างไหม! แล้วแกเป็นใคร โผล่มาจากไหน..."
"ข้าว่านะ"
ซูหยุนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง
"เอ็งคุกเข่าอยู่เงียบๆ จะดีกว่า!"
ตุบ!
เข่าของหูหยางพับลง กระแทกพื้นดังสนั่น! เขาหน้าเหวอ
'ใคร! ใครลอบกัดกู!'
"บังอาจ!" ชายชราโกรธจนหนวดกระดิก "ไอ้หนู เจ้ารู้ไหมว่า..."
"เอ็งก็คุกเข่าด้วย!"
ตุบ!
พูดยังไม่ทันจบ ชายชราก็ลงไปกองท่าเดียวกับลูกศิษย์!
สี่ตาจ้องมองกัน งงเป็นไก่ตาแตก
นี่... มันเกิดอะไรขึ้น?
"แก..." เขาเร่งเร้าพลังตบะสุดชีวิต แต่เข่าเหมือนถูกทากาวตราช้างติดกับพื้น ขยับไม่ได้แม้แต่จะมิลลิเมตรเดียว! "แกเป็นใครกันแน่?"
"โอ๊ะ?"
ซูหยุนไม่สนใจ มองออกไปข้างนอก "มีคนมาอีกแล้ว ดูท่า... จะมาหาเจ้า?"
"หาข้า? ข้าไม่รู้จัก..."
ปัง!
พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องถูกถีบเปิดออก!
"หูหยาง!"
ชายหนุ่มท่าทางเกรี้ยวกราดเดินด่ากราดเข้ามา "ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้! แกขวางไม่ให้น้องสาวฉันหย่ากับไอ้ขยะนั่น ดูสิ น้องฉันโดนซ้อมจน... หือ?"
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ชะงักกึก
บนพื้น... หูหยางที่เขาเรียกหากำลังนั่งคุกเข่าสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่กระดุกกระดิก
"พี่คะ หลบหน่อย!"
ด้านหลัง เสียงอู้อี้ดังมาพร้อมกับหญิงสาวสองคนเดินเข้ามา คนหนึ่งแก้มบวมเป่ง... สุ่ยฟาง! อีกคนหัวพันผ้ากอซหนาเตอะเป็นมัมมี่... สุ่ยโหรว!
"หูหยาง ทำไมคุณ... เอ๊ะ?"
สุ่ยฟางกวาดสายตามาเจอเจี้ยนชี "ไอ้ขยะ! แกกล้าเสนอหน้ามาที่นี่อีกเหรอ?"
"พี่!" สุ่ยโหรวพูดไม่ชัด แต่ความอาฆาตชัดเจน "มันนี่แหละที่ตบฉัน! ฉันจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด! ฉันจะให้มันตายคาคุก!"
"ซี๊ด!"
ซูหยุนสูดปาก หันไปมองเจี้ยนชีด้วยสายตาทึ่งๆ "ฝีมือเอ็ง?"
"เออ!" เจี้ยนชียอมรับหน้าชื่นตาบาน "สะใจชิบหาย! เสียอย่างเดียวหน้านังนี่หนาไปหน่อย ตบทีมือบิดาบวมเลย!"
"พรืด!"
เจียงรั่วหลินกลั้นไม่อยู่ หลุดขำออกมา "ฮ่าๆๆ นาย... นายมันตลกชะมัด!"
"นังแพศยา! ขำอะไรยะ!" สุ่ยโหรวกรีดร้อง
"ไม่ได้ขำเธอนี่ ฉันขำหัวหมูต่างหาก!"
"กรี๊ดดด! นังบ้า! ฉันจะตบแก! ฉันจะฉีกปากแก!"
"พอๆๆ!"
ซูหยุนโบกมือรำคาญ
"มาแล้วก็ถือเป็นแขก... คุกเข่าคุยกันดีกว่า!"
'เอ๊ะ?'
ตุบ ตุบ ตุบ!
สามคนพี่น้องยังไม่ทันตั้งตัว ก็ร่วงลงไปคุกเข่าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย!
"สุดยอด!"
ซูหยุนมองดูคนห้าคนที่คุกเข่าเรียงหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ แล้วถอนหายใจ
"เอ็งเพิ่งมาอยู่ร่างนี้ไม่นาน ไปสร้างศัตรูไว้เยอะขนาดนี้เชียว?"
"อย่าให้เซ่ด!" เจี้ยนชีทำหน้าเซ็ง "คราวนี้บิดาซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ!"
แล้วเขาก็เล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟังแบบใส่อารมณ์
"..."
ซูหยุนฟังแล้วพูดไม่ออก เทียบกันแล้ว ตอนเขาเกิดใหม่ ถือว่าโชคดีกว่าไอ้หมอนี่เยอะ!
"ก๊ากกก!"
เสี่ยวถงลงไปนอนกลิ้งกับพื้น หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
"เขยแต่งเข้าบ้านเจี้ยนชี... โอ๊ย... ขำจะตายแล้ว..."
"หุบปาก!" เจี้ยนชีแยกเขี้ยว "ถ้าเอ็งเอาไปเม้าท์ต่อ บิดาจะคิดบัญชีทบต้นทบดอก!"
ข้างๆ กัน เจียงรั่วหลินฟังจนมึน เรื่องที่เจี้ยนชีเล่ามันแฟนตาซีเกินไป สำหรับคนธรรมดาอย่างนาง สมองรับข้อมูลไม่ทัน
"ทีนี้"
หัวเราะพอแล้ว ซูหยุนกวาดตามองเชลยทั้งห้า
"จะเอายังไงต่อ?"
"เอายังไง?" เจี้ยนชีแสยะยิ้มเย็น "ไอ้พวกสวะพวกนี้ เอะอะก็เอาฐานะมาข่ม เอาแบ็คมาขู่ เอาพลังมาอวด! คิดว่าบิดารังแกง่ายนักเรอะ? วันนี้บิดาจะสอนให้พวกมันรู้ซึ้งว่า... การใช้อำนาจบาตรใหญ่ที่แท้จริง มันเป็นยังไง!"
"เข้าใจละ" ซูหยุนพยักหน้า "งั้นก็... เล่นกับพวกมันหน่อยไหม?"
"เล่น! ไม่เล่นธรรมดาด้วย ต้องเล่นใหญ่! เฮ้ย แกอะ..."
เขาหันไปหาชายชรา
"มีแบ็คไหม? มีใครหนุนหลังไหม? เรียกออกมาให้หมด!"
"สามหาว!"
ชายชราตบะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ดูไม่ออกว่าซูหยุนลึกล้ำแค่ไหน พอโดนท้าทายก็ของขึ้น
"ข้าคือศิษย์ 'สำนักโลหิตวิญญาณ'! สำนักข้ายอดยุทธ์เพียบ! ท่านเจ้าสำนักมีตบะถึงระดับ 'หยวนอิง' ขั้นปลายเชียวนะโว้ย!"
"โห?" ซูหยุนเลิกคิ้ว "หยวนอิงเลยเรอะ? ยอดฝีมือจริงๆ ด้วยแฮะ"
ระดับพลังของโลกใบนี้ เขาอ่านทะลุหมดแล้ว เริ่มจาก กลั่นลมปราณ -> สร้างฐานราก -> จินตาน -> หยวนอิง -> ฮว่าเสิน -> เหลียนซู -> ตู้เจี๋ย -> ต้าเฉิง
เทียบกับพหุสวรรค์ โลกนี้มีระดับย่อยเยอะกว่าขั้นหนึ่ง
"รู้แล้วก็เจียมตัวซะ! รีบปล่อยพวกเรา..."
วูบ!
พูดยังไม่ทันจบ กลางห้องพลันปรากฏร่างชายวัยกลางคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง!
หน้าตาเคร่งขรึมดูมีอำนาจ รอบตัวมีไอปราณฆ่าฟันหมุนวน พลังเหนือกว่าชายชราคนละเรื่อง!
"ท่านเจ้าสำนัก?"
ชายชราดีใจจนเนื้อเต้น "ท่านช่างหยั่งรู้ฟ้าดิน! ข้ายังไม่ทันส่งสัญญาณ ท่านก็รู้ว่าข้ามีภัย!"
'ช่วย? ช่วยอะไร? ที่นี่ที่ไหน?'
ชายวัยกลางคนยืนงงในดงตีน เมื่อกี้เขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ดีๆ ไหงโผล่มาอยู่ที่นี่ได้?
"อย่ามัวยืนบื้อ" ซูหยุนกวักมือ "มาแล้วก็ต้องเท่าเทียมกัน เอ็งก็คุกเข่าด้วย"
ตุบ!
ท่านเจ้าสำนักยังไม่ทันประมวลผล เข่าก็กระแทกพื้นไปเรียบร้อย!
เฮ้ย? ชายชราอ้าปากค้าง! ท่านเจ้าสำนัก... ไม่ได้มาช่วยข้าหรอกเรอะ? คุกเข่าแบบนี้... จะช่วยยังไงไหว?
ตอนนั้นเอง เจ้าสำนักเริ่มได้สติ เขาเงยหน้ามองซูหยุน
หือ? คนธรรมดา?
"ไม่ทราบว่าเป็นผู้อาวุโสท่านใด?" สมกับเป็นเจ้าสำนัก ยังพอมีความสุขุมอยู่บ้าง
"ล้อข้าเล่นแบบนี้ไม่สนุกนะขอรับ?"
เงียบกริบ ไม่มีใครตอบ มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจของซูหยุน
"ท่านผู้อาวุโส!" เห็นอีกฝ่ายเงียบ เจ้าสำนักเริ่มหน้าตึง "สำนักโลหิตวิญญาณของข้า ก่อตั้งโดยท่านบรรพชน 'โลหิตวิญญาณ' ไม่ทราบว่าท่าน..."
วูบ!
เหมือนเดจาวู พูดยังไม่ทันจบ ร่างของใครอีกคนก็โผล่พรวดขึ้นมากลางวง!
รูปร่างผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูก หน้าตาอัปลักษณ์ราวกับผี-่าซาตาน แต่ทว่า... กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมา ข่มสองคนแรกจนมิด!
ระดับเหลียนซูขั้นสูงสุด! อีกก้าวเดียวก็จะผ่านด่านเคราะห์ เข้าสู่ระดับถัดไป!
"ข้า..." มันมองมือตัวเองอย่างงุนงง "ข้าจำได้ว่า... ข้ากำลังจำศีลอยู่นี่หว่า..."
กึก!
ท่านเจ้าสำนักเห็นสภาพบรรพชน ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลางสังหรณ์ความฉิบหายมาเยือน! และแล้ว...
"คิดไม่ออกเหรอ?" ซูหยุนยิ้มแฉ่ง "งั้นคุกเข่าคิดไปพลางๆ ก่อนนะ"
ตุบ!
เข่าอ่อนยวบ ลงไปกองกับพื้นอีกราย!
เห็นภาพนี้ เจ้าสำนักและชายชราสิ้นหวังจนหน้ามืด
กระทั่ง... กระทั่งท่านบรรพชนยังต้องคุกเข่า?!
"นี่มัน..." บรรพชนโลหิตวิญญาณตบะแก่กล้ากว่า ตั้งสติได้เร็วกว่าเพื่อน "พวกแกไปก่อเรื่องอะไรไว้?"
"บรรพชนขอรับ" เจ้าสำนักหน้าซีดเผือด "ข้าขอโทษ... ข้าทำท่านซวยไปด้วยแล้ว..."
"ไอ้เวรเอ๊ย!"
บรรพชนอยากจะตบกบาลไอ้ศิษย์โง่เง่าสองตัวข้างๆ ให้สมองไหล! ตาบอดรึไง! คนไหนแตะได้ คนไหนแตะไม่ได้ ดูไม่ออกเรอะ!
"สหายเต๋า!"
มันไม่ลังเล หันไปหาซูหยุนและเจี้ยนชีที่ยืนชิลอยู่
"นี่... ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ!"
ถึงซูหยุนจะดูไม่มีพลังตบะเลยสักนิด แต่มันรู้ดีที่สุด... บางครั้ง... คนที่ดูไม่ออกว่าเก่งแค่ไหน นั่นแหละคือน่ากลัวที่สุด!
"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ" เจี้ยนชีมองมันอย่างสนใจ "เอ็งมีแบ็คไหม?"
"แบ็ค?" บรรพชนโลหิตวิญญาณงงเป็นไก่ตาแตก "แบ็คคืออะไร?"
"ปัดโธ่!" เสี่ยวถงทนไม่ไหว ช่วยอธิบายเป็นวิทยาทาน "แบ็คก็ไม่รู้จัก? ก็คนที่คอยหนุนหลัง คนที่ทำให้เอ็งกร่างได้เต็มที่ไงเล่า!"
"..."
มันยังคงงงงวย หนุนหลัง? ตัวมันนี่แหละคือแบ็คที่ใหญ่ที่สุดของสำนัก! แค่ได้ยินชื่อมัน ใครๆ ก็เยี่ยวราดแล้ว จะต้องไปหาแบ็คที่ไหนอีก?
"ไม่มีเหรอ?"
เจี้ยนชีส่ายหน้า ผิดหวังอย่างรุนแรง
"ไอ้แซ่ซู... ไอ้หมอนี่แม่งกระจอกว่ะ แบ็คสักคนก็ไม่มี"
"นั่นสิ" ซูหยุนพยักหน้าเห็นด้วย "งั้นเก็บไว้ก็เปลืองข้าวสุก"
สิ้นคำ ร่างของบรรพชนสั่นสะท้านเฮือก! มันสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตที่อุตส่าห์ปิดผนึกไว้เพื่อยืดอายุขัย กำลังรั่วไหลออกไปเหมือนเขื่อนแตก!
"เดี๋ยว!" มันกลัวจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง "สหายธรรม! เข้าใจผิด! เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว!"
"ผิดพ่อง!" เจี้ยนชีถลึงตา "พวกมารนอกรีตอย่างพวกมึง ฆ่าทิ้งให้หมดยังไม่หายแค้นเลย!"
"ถูกต้อง!" ซูหยุนพยักหน้า "แบ็คก็ไม่มี ที่พึ่งก็ไม่หา ใช้ชีวิตประมาทแบบนี้ มนุษยสัมพันธ์แย่แน่นอน!"
"แบ็ค... แบ็ค..."
บรรพชนเหงื่อแตกพลั่ก ปากพึมพำคำนี้ซ้ำไปซ้ำมา
"มี... มีแล้ว!"
ทันใดนั้น เหมือนสมองแล่น มันรีบเงยหน้าขึ้น
"มีๆๆ! ข้ามีแบ็ค! ข้านึกออกแล้ว! สหายธรรมทั้งสอง... โปรดเมตตาด้วย!"
"มีเหรอ?"
ซูหยุนยิ้มแป้น แลดูใจดีเป็นที่สุด
"งั้นก็รีบเรียกมาเลย... ข้ารออยู่!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??