เรื่อง อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง
เอ็นวี่หันซ้ายหันขวาเลิ่กลั่กไปมาก่อนจะพบว่าโซ่ี่มัดตนได้หายไปแล้วแะได้ยินริคพูดว่า
“เวทย์เทเลพอร์ต”
เอ็นวี่เข้าใจว่าี่พูดนั้นหมายถึงเวทย์ี่อยู่ในจารึกมนตรานั่น
“เราจะตามมันไปมั้ยริค”
ริคส่ายหน้าก่อนจะตอบว่า
“ไม่ต้องสิ่งี่เราต้องทำตอนนี้คือออมกำลังไว้”แล้วเขาก็หยิบโพชั่นออกมาขวดหนึ่งส่งให้ “กินนี่ซะเพราะเราอาจต้องปะทะเข้ากับศาสนจักร”
เอ็นวี่รับโพชั่นมาอย่างงงๆ ทวนคำด้วยความสงสัยว่า
“ปะทะเข้ากับศาสนจักร?”
ริคตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เป้าหมายของเราหนีไปได้แะตอนนี้มันก็คงเช้าไปในป้อมปราการแอสทราวินแล้วซึ่งเป็นไปได้สูงมากี่คนของศาสนจักรจะได้ตัวไปแล้ว”
เอ็นวี่ี่ได้ฟังก็นิ่งค้างทันที
‘ริคเนี่ยนะปล่อยให้เป้าหมายหนีไปได้’เอ็นวี่แทบไม่เชื่อกับสิ่งี่ได้ยิน ริคยังพูดต่อว่า
“ตอนนี้ข้าได้ขอกำลังเสริมไปแล้วี่เราทำได้แค่รอแล้วเตรียมปะทะกับคนของศาสนจักรเตรียมใจไว้ได้เลยว่าเจอศึกหนักแน่แะอาจต้องทำศึกถ่วงเวลา”
ริคพูดพลางรูดนิ้วชี้ข้างขวาแล้วแบมือขึ้นมาดูด้วยสีหน้าี่หนักอึ้ง ในมือของเขายามนี้คือแหวนวงหนึ่งลักษณะของแหวนวงนี้ดูเรียบๆ ไม่ีอะไรเด่นนอกจากอัญมณีสีเหลืองี่ประดับอยู่บนแหวนรอยร้าวบนตัวอัญมณีปรากฏขึ้นเด่นชัด
เอ็นวี่ตอบอย่างไม่กลัวเกรงว่า
“จะศึกไหนข้าก็พร้อมลุยเสมอนั่นแหละโดยเฉพาะกับไอ้ขี้ตอแหลอย่าศาสนจักร ข้าอยากจะขยี้มันมาตั้งแต่ี่ได้พลังนี้แล้ว”
ริคได้ฟังดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร
นครไร้ราตรีภายในป้อมปราการ
เออร์วินตอนนี้กำลังหลบอยู่ตรงมุมหนึ่งในเงามืดในมือของเขากำของสิ่งหนึ่งไว้เป็นของี่คนี่ีปีกนั่นได้ปล่อยมาออกมาเป็น-่าฝนใส่เขาในตอนี่สู้กันด้วยความสงสัยี่ีต่ออีกฝ่ายเขาจึงเก็บของชิ้นนี้มา ตอนี่เก็บมาเขายังไม่ีโอกาสดูว่ามันคืออะไรแต่จำความสัมผัสได้ว่ามันีคล้ายกับหิน จนเมื่อลอบเข้ามาในป้อมปราการแอสทราวินได้สำเร็จเขาก็ได้สังเกตดูถึงพบว่ามันีลักษณะเป็นขนนกี่ทำจากหิน
เออร์วินลองนึกถึงข้อมูลี่เกี่ยวกับคนี่ีปีกคนนั้นี่ตั้งแต่เมื่อยิงปืนใส่ปีกแล้วได้ยินเสียงเหมือนกระทบก้อนหิน หรือการโจมตีี่สามารถปล่อยขนนกี่ีลักษณะเหมือนหินใส่ศัตรูได้
“ปีกเป็นหิน...ปล่อยขนนกหินใส่ศัตรู...”
เขาพึมพำออกมาพลางนึกถึงสัตว์อสูรชนิดหนึ่งขึ้นมา ด้วยความี่ต้องการศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้ทำให้เออร์วินมักจะอ่านหนังสือทุกเล่มี่ีในห้องสมุดในพระราชวัง แะหนึ่งในหนังสือเหล่านั้นก็ีหนังสือี่เกี่ยวกับสัตว์อสูรอยู่ด้วย แะสัตว์อสูรี่เออร์วินนึกถึงก็คือ
“กริฟฟินศิลา?”
กริฟฟินศิลาเป็นกริฟฟินชนิดหนึ่งี่ดูเผินอาจจะเหมือนกับกริฟฟินทั่วๆ ไป เพียงแต่ว่าีปีกจะงอยปากแะกงเล็บเป็นศิลา ซึ่งส่วนี่เป็นศิลานี้จะแข็งมากแะทนทานต่อการโจมตีทางกายภาพ ีความสามารถโจมตีระยะไกลโดยการปล่อยขนนกใส่ศัตรูซึ่งขนนกจะงอกใหม่ทันทีี่พุ่งออกไป
“เวทย์จำแลงอสูรของกริฟฟินศิลางั้นเหรอ?”เขาพึมพำข้อสันนิษฐานของตนออกมาแต่เขาก็ไม่มั่นใจในเรื่องนี้นัก เพราะในโลกนี้ยังีสิ่งี่เขาไม่รู้อีกมายมายจึงยังไม่อยากด่วนสรุป
ส่วนเรื่องระดับความสามารถของอีกฝ่ายนั้นเออร์วินก็ไม่กังวลมากนักเพราะจากการปะทะกันนั้นเขามั่นใจว่าสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ แต่ี่เลือกจะปล่อยอีกฝ่ายไปเพราะว่าอาจจะต้องใช้ประโยชน์จากคนๆ นี้ ซึ่งจากการี่พูดถึงเรื่องี่ว่าเขาได้ครอบครองของี่อีกฝ่ายต้องการ เออร์วินก็พอเดาได้ว่าคนี่ปีกนั้นเป็นคนี่ทำการล่านักล่าค่าหัวเพียงเพื่อตามล่าเขา จากการวิเคราะห์ของเออร์วินเขาค่อนข้างมั่นใจว่าคนคนนี้หรืออาจจะคนกลุ่มนี้ีความเป็นไปได้สูงี่จะเป็นศัตรูกับศาสนจักร สังเกตได้จากปัจจัยสองอย่างอย่างแรกคือคนกลุ่มนี้เลือกี่จะล่านักล่าค่าหัวแทนี่จะปักหลักรออยู่ี่นครไร้ราตรี แสดงว่าไม่รู้เรื่องี่เขาต้องมาเอาของี่จ้างไว้กับช่างตีเหล็กแกรี่ ด้วยอำนาจของศาสนจักรีหรือี่จะไม่รู้เรื่องนี้แต่การี่คนี่ีปีกนั่นไม่รออยู่ในนครไร้ราตรีก็แปลว่าเขาไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วย แะปัจจัยี่สองก็คือการี่เขาเลือกี่จะล่านักล่าค่าหัวเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ิี่จะเข้าเมืองเลยสักนิด จึงนำไปสู่ข้อสันนิษฐานอีกอย่างหนึ่งของเออร์วินนั่นก็คือคนี่ีปีกนั่นอาจจะีเบื้องหลังี่เป็นปฎิปั์กับศาสนจักร แะการี่เขาไม่ได้ิจะเข้าเมืองก็เป็นไปได้สูงว่าต้องการเลี่ยงการปะทะ
เมื่อรวมปัจจัยทั้งสองข้อนี้ก็พอจะมองออกว่าสองกลุ่มนี้เป็นศัตรูกันแะต่างก็มาี่นี่เพื่อของี่เขาได้มาจากกลุ่มโจรี่ชื่อแสนจะเห่ยอย่างกลุ่มโจรเพลิงอสูรแะในเมื่อศัตรูทั้งสองต่างก็ีเป้าหมายเดียวกันก็หมายความว่าต่างก็จะไม่ีทางยอมให้เออร์วินตกไปอยู่ในมือของอีกฝ่ายเด็ดขาดดีไม่ดีป่านนี้เจ้าคนี่ีปีกนั่นคงกำลังติดต่อขอกำลังเสริมแน่ เออร์วินไม่ได้ิเพ้อฝันว่าต่อหน้าการปะทะกันของระหว่างศาสนจักรองค์กรี่ีอิทธิพลมากี่สุดในทวีปอาร์เคนัสกับองค์กรี่กล้าตั้วตัวเป็นศัตรูกับศาสนจักรี่แสนยิ่งใหญ่นั้นจะีท่าว่างให้เขาเข้าไปแทรก ต่อหน้าองค์กรทั้งสองสิ่งี่เขาควรทำก็คือหนีทว่าการหนีไม่ใช่ประเด็นแต่ประเด็นมันอยู่ี่จะหนียังไงไม่ให้อีกฝ่ายตามไปจนถึงไพร์ล็อกต่างหากี่สำคัญ เออร์วินก็ิได้วิธีหนึ่งแต่ว่าจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากความเป็นศัตรูกันทั้งสองฝ่าย แะนั่นคือเหตุผลี่เออร์วินเลือกี่จะไม่ฆ่าเจ้าคนี่ีปีกนั่น ดังนั้นปัญหาเพียงหนึ่งเดียวตอนนี้ก็คือการเข้าไปเอาชิ้นส่วนปืนลูกโม่จากแกรี่ี่ตอนนี้ีคนหลายคนยืนอยู่หน้าโรงตีเหล็กนั่น
เออร์วินสังเกตว่าีคนสองคนคล้ายขี้เมานั่งคุยกันแต่เออร์วินสังเกตจากหน่วยก้านแล้วเดาว่าน่าจะเป็นทหาร ด้วยความี่ดราโกวิชเป็นอาณาจักรี่มุ่งมั่นในการขยายอาณาเขตจึงทำให้มักก่อสงครามอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นทหารนี้จึงดูแตกต่างจากทหารของไพร์ล็อกอย่างเห็นได้ชัด แะหนึ่งในจุดี่สังเกตได้ก็คือร่างกายี่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก
ทันทีี่เห็นทหารทั้งสองเออร์วินก็เดาได้ว่าป้อมปราการแอสทราวินได้ให้ความร่วมมือกับศาสนจักรซึ่งเป็นสิ่งี่เขาเดาไว้อยู่แล้ว เออร์วินไม่รู้ว่ายังีคนเฝ้าดูี่จุดอื่นอีกไหมเขาจึงลองย้ายตำแหน่งโดยยังคงทำอย่างเงียบเชียบแะแะระมัดระวังตัวโดยให้ตัวเองอยู่ในเงามืดอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเออร์วินก็สังเกตว่ามักจะีทหารมาป้วนเปี้ยนบริเวณโรงตีเหล็กอยู่เสมอซึ่งเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ เออร์วินลองย้ายตำแหน่งไปเรื่อยๆ จนพบมุมหนึ่งี่อยู่ไกลทางเข้าโรงตีเหล็กเขาเลือกเข้าไปหลบตรงเงามืดี่มุมนี้พลางย่อตัวลงแล้วสอดส่ายสายตาออกไป จึงพบสิ่งี่แปลกอีกอย่างก็คือเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนพิงผนังร้านค้าอะไรสักอย่างี่อยู่ตรงข้ามกับโรงตีเหล็ก เดิมทีเออร์วินิว่าคงเป็นหญิงคณิกาี่มายืนขายบริการเพราะจากการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าี่น้อยชิ้นของเธอแต่เมื่อีชายคนหนึ่งเข้าไปหาเธอคล้ายกับว่าต้องการซื้อบริการแต่กลับถูกปฏิเสธเสียอย่างนั้น ซึ่งนั่นกลับทำให้เออร์วินเอะใจขึ้นมาจนเมื่อเห็นผู้ชายคนอื่นๆ คล้ายจะเข้าไปซื้อบริการจากเธอแต่ก็เหมือนว่าเธอจะปฏิเสธทั้งหมด เออร์วินจึงมั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้ก็คงมาเพื่อจับตาดูเขาเช่นกัน แะนั่นกลับทำให้เออร์วินรู้สึกกดดันขึ้นเ็้เมื่อพบว่าแม้แต่หญิงคณิกาก็ยังให้ความร่วมมือด้วย
“ศาสนจักรจะีอำนาจมากเกินไปแล้ว”เออร์วินพึมพำออกมาพลางสงสัยว่าในโรงตีเหล็กีใครเฝ้ารอเขาบ้าง แะแกรี่ได้ให้ความร่วมมือกับศาสนจักรหรือไม่ ไม่สิแทงไว้เลยดีกว่าว่าคงต้องร่วมมือด้วยแน่ๆ เพราะในทวีปอาร์เคนัสคงไม่ีใครขัดขืนต่ออำนาจของศาสนจักรี่แสนจะเกรียงไกรได้หรอก
เท่ากับว่าตอนนี้ีปัจจัยี่ไม่แน่ชัดอยู่เต็มไปหมดเออร์วินเรียบเรียบความิในหัวิว่าจะเข้าไปในโรงตีเหล็กยังไงดี เมื่อเข้าไปแล้วจะไปเอาชิ้นส่วนปืนลูกโม่ยังไง แะี่สำคัญก็คือเมื่อได้ของแล้วจะออกมายังไงโดยี่ไม่ถูกจับ ปัญหาีแค่นี้ี่เขาต้องิเพราะเมื่อได้ของมาเขาก็พร้อมจะชิ่งหนีออกจากเมืองนี้ทันทีความิหนึ่งของเขาก็คือจะเบี่ยงเบนความสนใจคนเหล่านี้ด้วยปะทัดแต่ก็พบว่าหากเขาทำแบบนั้นอาจเป็นการจุดความสงสัยแะเดาได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ี่เมืองนี้ดังนั้นความินี้จึงยกเลิกไป เออร์วินตัดสินใจรอเวลาสักระยะหนึ่งพลางิหาวิธีอย่างใจเย็น เพราะถึงยังไงเออร์วินก็ตั้งใจจะใช้เวลา KGB ในการบุกเข้าไปอยู่แล้ว เวลาี่ KGB ก็คือเวลาี่ KBG มักเลือกี่จะทำภารกิจซึ่งก็คือเวลาหลังเี่ยงคืนเหตุผลก็เพราะเวลานี้เป็นช่วงี่ร่างกายมักจะอ่อนเพลียเป็นพิเศษ ยิ่งถ้านอนหลับอยู่ก็จะเข้าสู่สภาวะหลับลึกต่อให้ตื่นขึ้นมาการตอบสนองทุกอย่างก็จะช้าไปพักหนึ่งต้องใช้เวลากว่าทุกอย่างจะเข้าี่
ขณะี่เออร์วินกำลังิอะไรบางอย่างในหัวพร้อมกับรอเวลาอยู่นั้นเขาก็รู้สึกเหมือนถูกใครบางคนจ้องมองจนหันกลับไปมองแล้วกลับต้องชาไปทั้งหนังศีรษะขนลุกไปทั่วร่าง เมื่อพบว่าหญิงคณิกานางนั้นมองมาี่เขา เออร์วินรู้สึกคล้ายกับว่าสายตาของเธอจ้องมองมาี่เขาในเงามืด
‘เธอมองเห็นเรา?’
เออร์วินสงสัยแต่ยังคงหลบอยู่ในเงามืดนั้นไม่รีบหนีไปไหนเพราะเขายังไม่อยากรีบด่วนสรุปไปเอง ในขณะี่เออร์วินกำลังเฝ้ารออยู่ี่เดิมสายตาของผู้หญิงคนนั้นก็คล้ายจ้องมองมาี่เขาไม่ละสายตาไปไหน ภายในใจของเขากลับเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าบางทีผู้หญิงคนนี้อาจะมองเห็นเขาอยู่ มือทั้งสองของเออร์วินตอนนี้เริ่มกุมด้ามปืนกล่องพริกตรงหน้าอก สมธิทั้งหมดของเขาเพ่งเล็งไปี่หญิงคณิกาคนนั้นหากว่าเธอคนนี้ทำอะไรี่ผิดสังเกตขึ้นมาเขาจะชิงเล่นงานเธอก่อน
ขณะี่เออร์วินกำลังเฝ้ารอดูว่าผู้หญิงคนนี้จะทำอะไรต่อไปแะสงสัยว่าเธอเห็นเขาจริงหรือไม่ ผู้หญิงคนนี้กลับทำสิ่งี่ไม่คาดิเธอผินหน้าไปทางอื่นก่อนจะทัดผมกับหลังหู เออร์วินี่ได้เห็นการกระทำของเธอก็สงสัยแต่ยังไม่คลายการระวังตัว สักพักก็เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนีคนเดินไปมาเออร์วินเห็นว่าคล้ายจะีผู้หญิงสองคนเดินคู่กันไปหาทหารสองคนี่กำลังเดินลาดตะเวน จากนั้นเขาก็คุยแะหยอกล้อกันก่อนี่พาทหารเหล่านั้นเข้าไปในตรอกใกล้ๆ เออร์วินมองภาพเหล่านั้นด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่าภาพเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นตามี่อื่นๆ เช่นกันจนแถบนี้ไม่เหลือทหารลาดตะเวนอยู่อีกเลย แม้แต่ทหารสองคนี่ดูเป็นขี้เมาก็ไม่เว้น เขาเอะใจอะไรบางอย่างขึ้นมารีบหันไปมองหญิงคณิกาคนนั้นตอนนี้พบว่าเธอหันกลับมามองเขาอีกครั้งทั้งยังยิ้มเ็้อีกต่างหาก
‘หรือว่าี่เธอคนนี้เอาผมทัดหลังหูก็คือการส่งสัญญาณแะี่ผู้หญิงเหล่านี้มาชวนทหารเหล่านี้คุยก็เพราะสัญญาณนั้น แต่ถ้าเป็นแบบนั้นเธอจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน’
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มเ็้พลางามือเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปในโรงตีเหล็ก เออร์วินลังเลเ็้ก่อนจะก้าวเดินออกมาจากเงามืดเผยให้เห็นร่างเตี้ยเล็กี่แต่งตัวมิดชิดของเขา ในเมื่ออีกฝ่ายมองเห็นเขาแล้วก็ไม่ีเหตุผลี่จะหลบซ่อนต่อ เออร์วินจ้องมองหญิงคณิกานางนี้พบว่าเธอเป็นคนี่สวยใช้ได้ผมสีเหลืองี่มัดรวบไว้ี่ด้านหลังของเธอบวกกับแววตาสีน้ำทะเลช่างดูโดดเด่น เธอจ้องมองมาี่เออร์วินก่อนจะพูดว่า
“ฉันชื่อซิลวี่ได้รับคำสั่งจากนายหญิงให้มาช่วยเหลือเธอไม่ให้ถูกศาสนจักรจับไป”
เออร์วินี่ได้ยินคำตอบก็ได้แต่ยืนอึ้งเขาไม่รู้ว่านายหญิงี่ผู้หญิงคนนี้พูดถึงเป็นใคร แะก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมถึงต้องช่วยเขา เมื่อไม่เข้าใจถึงเจตนาของอีกฝ่ายจึงช่วยไม่ได้ี่จะต้องระแวงไว้ก่อน ซิลวี่ไม่รู้ว่าเออร์ิอะไรในใจแต่พูดกับเขาว่า
“รีบไปรับของข้างในเถอะจะได้ไปพบนายหญิงเพื่อให้นายหญิงพาเธอออกไปจากเมืองนี้”
ยิ่งอีกฝ่ายพูดเออร์วินก็ยิ่งงงเพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยินยอมช่วยเขา สมองของเออร์วินพยายามนึกหาเหตุผลมากมายมาอธิบาย ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทองเพราะเขาเป็นนักล่าค่าหัวแะทรัพย์สมบัติก็ีไม่น้อย หรือจะเป็นจับตัวเขาไปส่งศาสนจักรเพื่อรับของรางวัลแะความดีความชอบหรือจะเป็นไปได้ว่าคนนี้เองก็ต้องการของี่เขาได้มาจากโจรกลุ่มอสูรเพลิง ความิมากมายในหัวเขาแล่นไปมาไม่หยุดจนเมื่อเห็นซิลวี่ดินนำเข้าไปในโรงตีเหล็กเขาก็ได้แต่จำใจเดินตามเข้าไป
เออร์วินเดินตามซิลวี่ในโรงตีเหล็กในขณะี่สายตาของเขาก็เอาแต่สอดส่ายไปมาตลอดทำีเหมือนมองสิ่งต่างๆ ด้วยความสนอกสนใจแต่แท้จริงแล้วเขากำลังหาสิ่งผิดปกติในโรงตีเหล็กนี้ต่างหากแต่สุดท้ายทุกสิ่งก็ยังคงเหมือนเดิมเช่นทุกครั้งี่เขาเคยมา เหล่าคนงานต่างก็พากันทำงานตามี่ได้รับคำสั่งมาไม่ีต่างไปจากี่เคยเขาพยายามมองหาคนี่ดูแปลกปลอมแต่ก็ไม่พบ
ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องออฟฟิศของแกรี่เห็นีคนสองคนยืนเฝ้าี่หน้าประตูเขาตากระจ่างทันทีี่ได้เห็นซิลวี่เดินมาแต่เมื่อสังเกตเห็นเออร์วินเดินตามเธอมาคนหนึ่งก็เปิดประตูออฟิศเดินนำเข้าไปข้างในในขณะี่อีกคนหนึ่งยังคงยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูสักพักประตูก็เปิดออกเป็นคนี่ทำหน้าี่คุ้มกันเดินกลับออกมา เขาบอกว่า
“คุณแกรี่รออยู่ข้างในแล้ว”
ซิลวี่พยักหน้าก่อนหลีกทางให้เออร์วินเข้าไปก่อนเมื่อเออร์วินเปิดประตูเข้าไปในออฟฟิศก็พบแกรี่นั่งอยู่หลังโต๊ะเพียงคนเดียว บนโต๊ะีห่อผ้าห่อใหญ่วางอยู่แกรี่หันมายิ้มให้เออร์วินพร้อมชี้ไปี่ห่อผ้านั้นบอกว่า
“มาได้เสียทีงานี่เจ้าสั่งให้ข้าทำเรียบร้อยแล้วทั้งหมดอย่างละสามสิบชิ้นตรวจดูสินค้าก่อนได้เลย”
เออร์วินเดินเข้าไปพลางล้วงเหรียญทองออกมาสามสิบเหรียญวางบนโต๊ะของแกรี่ก่อนจะหยิบห่อผ้าบนโต๊ะโดยไม่ิจะตรวจสอบ ในสถานการณ์ี่ไม่รู้ว่าีใครเป็นศัตรูบ้างนี้เขาจึงไม่ต้องการอยู่ี่นี่นาน แต่แกรี่กลับจับแขนของเขารั้งเขาไว้ไม่ให้หยิบห่อผ้าไปแล้วพูดด้วยรอยยิ้มี่เป็นมิตรว่า
“ข้าว่าเจ้าตรวจดูสินค้าในห่อผ้าก่อนดีมั้ยจะได้รู้ว่างานี่เจ้าสั่งถูกต้องเรียบร้อยดีหรือเปล่า”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??