เรื่อง อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง
จูนกับอันนารู้สึกตกใจจนแทบตั้งตัวไม่ถูก สำหรับหญิงสาวชาวบ้าน่าเขุนนางเป็นอะไรที่ไกลเกินเอื้อม ถึงแม้ว่าทุกๆ วันจะมีเจ้าชายมาอยู่กับเก็เถอะ แต่เไม่ค่อยอยากจะนับเจ้าชายที่แทบจะนอนกลางดินกินกลางทรายปะปนกับขุนนางเหล่านี้สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะขุนนางที่อยู่ตรงหน้าเนี้เป็นถึงคนที่ครบตำแหน่งแม่ทัพอยู่ด้วย
จูนกับอันนารีบทำการถอนสายบัว่าเคอะเขิน
“ “ยะยินดีที่รู้จักเช่นกันค่ะจูน(อันนา)ค่ะ” ” เต่างพูดมาพร้อมกัน
บารอนเอเดรียนยิ้มให้เก่อนจะพูดว่า
“านี้ก็ฝากด้วยนะครับอนาคตเมืองไพร์ล็อกอยู่ในมือคุณแล้ว”
จูนกับอันนาก็ยิ่งไปไม่เป็นเมื่อได้ยินเช่นนั้น อยู่ๆ อีกฝ่ายจะมาบอกว่าอนาคตเมืองอยู่ในมือเทั้งสองคนทำให้เตั้งตัวไม่ถูก
เหล่าเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่เห็นการมาแม่ทัพก็ยิ่งใจคอไม่ดี เพราะตั้งแต่ที่แม่ทัพคนนี้ปรากฏตัวก็ไม่พูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียว จนสุดท้ายก็มีคนหนึ่งก้าวมาทาบฝ่ามือที่ซ้าย
“สวัสดีครับท่านบารอนไม่ทราบว่าที่ท่านมาโรงพยาบาลในวันนี้มีอะไรให้เรารับใช้ครับ”
การกระทำเขาทำให้คนอื่นๆ พากันทำตาม
บารอนเอเดรียนหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะพูดว่า
“ที่ข้ามาเขาไม่มีอะไรหรอกเพียงแค่ได้รับสั่งาพระราชาเท่านั้นว่าให้มาดูว่าการมารับตำแหน่งเทั้งสองจะเป็นไป่าเรียบร้อย”
สิ้นคำเขาทั้งโรงพยาบาลต่างตกอยู่ในความเงียบสงบ จูนกับอันนาต่างทำหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจว่าแม่ทัพคนนี้พูดอะไร ใะี่เหล่าเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลแต่ก็รู้สึกว่าตัวเองหูฝาด จนมีคนหนึ่งาขึ้นว่า
“ถ้าแม่ทัพว่าอะไรนะครับจะมีใครมารับตำแหน่งอะไรเหรอครับท่านแม่ทัพ”
บารอนเอเดรียนยิ้มแล้วหันไปมองจูนกับอันนา
“พระราชาท่านทรงมีรับสั่งให้อันนาเป็นผู้ดูแลโรงพยาบาลแห่งนี้โดยมีจูนเป็นผู้ช่วย านี้ไปคุณจะต้องทำงานอยู่ใต้อำนาจเซึ่งแน่นอนว่าเนั้นสามารถสั่งลงโทษทุกคนได้”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นโรงพยาบาลต่างตกอยู่ในความเงียบสงบ ไม่ว่าใครต่างก็พูดไม่แม้แต่จูนกับอันนา ความจริงเทั้งสองคนได้รับคำสั่งาเ์ิว่าให้มาทำงานที่โรงพยาบาล แต่เไม่เห็นรู้เลยว่าเจะต้องมาเป็นหัวหน้าคนนี้ ตั้งแต่เล็กจนโตทั้งสองคนก็อยู่ในสลัมเติบโตมากับการถูกผู้คนเหยียบย่ำและดูถูก การที่จะเป็นหัวหน้าคนอื่นไม่เคยอยู่ในความคิดเเลยแม้แต่น้อย อันนาที่คิดว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดจึงาว่า
“เอ่อไม่ทราบว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือเปล่าคะคือว่าฉันได้รับคำสั่งมาว่าให้ทำงานที่โรงพยาบาล”
บารอนเอเดรียนยิ้มให้เก่อนจะตอบว่า
“ไม่ผิดหรอกครับผมได้รับคำสั่งมาชัดเจนเลยว่าต้องเป็นคุณกับคุณจูนเท่านั้น”
จูนที่ได้ฟังก็ตกอยู่ในอาการเหม่อลอย เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนเยังเจอปัญหาที่พ่อป่วยแล้วเไม่มีเงินซื้อยา จนถูกเจคมาทวงหนี้แล้วซ้อมพ่อเอยู่เลย แต่มาตอนนี้เจะได้กลายเป็นหัวหน้าคน ไม่นึกเลยว่าด้วยระยะเวลาเพียงแค่นี้ชีวิตเจะก้าวกระโดดมาขนาดนี้
อันนาที่ยิ่งรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นฝันตื่นนึงก็ได้เจึงลองหยิกแก้มผลที่ได้ก็คือเจ็บแต่ยังไม่ตื่น เจึงร้องหยิกอีกทีหนึ่งแรงกว่าเดิมก็ยังไม่ตื่น คราวนี้เจะหยิกอีกที บารอนเอเดรียนก็รีบร้องห้าม
“คุณอันนาครับไม่ต้องหยิกตัวเองแบบนั้นหรอกครับนี่เป็นความจริงแท้แน่นอนครับไม่ใช่ความฝัน”
“ถะถ้าถ้าไม่ใช่ความฝันนี่ก็เป็นเรื่องล้อเล่นเช่นนั้นเหรอคะ”
“นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่นอนครับเพราะนี่คือรับสั่งาพระราชาโดยตรง”
ในหมู่เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลได้มีคนหนึ่งรู้สึกว่านี่เป็นแค่เรื่องไร้สาระจึงพูดว่า
“เรียนท่านบารอนนี่เป็นเรื่องตลกอะไรกันครับ”
บารอนเอเดรียนหันมาตอบเขาว่า
“นี่ไม่ใช่เรื่องตลกครับแต่เป็นรับสั่งาพระราชาโดยตรง”
เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งก็ทำสายตาดูถูกไปทางจุนกับอันนาแล้วพูดว่า
“ถ้านี่ไม่ใช่เรื่องตลันก็คงเป็นเรื่องเหลวไหลไม่ใช่เหรอครับท่าน การจะให้เศษขยะที่มีพลังเวทย์อ่อนด้อย่าเทั้งสองคนมาเป็นหัวหน้าเราแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกันครับท่านบารอน”
ทว่าบารอนเอเดรียนที่ได้ยินคำพูดเขาแม้ัยิ้มแย้ม พร้อมกับกระแสลมอ่อนๆพักใส่คนที่พูด ทว่ากระแสลมอ่อนๆ นี้เมื่อสัมผัสร่างกายเขากลับรู้สึกเหมือนโดนใบมีดกรีดจนต้องชงักด้วยความตื่นตระหนก บารอนเอเดรียนที่ัยิ้มแย้มพูดว่า
“ระวังคำพูดด้วยนะครับเพราะานี้ไปเทั้งสองคนกลับเป็นหัวหน้าคุณ นี่คือรับสั่งพระราชาโดยตรงานี้ไปหัวหน้าคุณจะไม่ใช่ลอร์ดอาร์เทมิสกับไวเคานต์โรซาลิด์อีกต่อไปแต่เป็นคุณจูนกับอันนาครับ โดยเฉพาะคุณส่วนใหญ่ที่มีความผิดเลยต้องมาทำงานไถ่โทษเช่นนี้น่าจะเข้าใจความหมายนี้นะครับ”
เหล่าเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลต่างมองหน้ากันไปมา แววตาเขานั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเพราะเขาไม่คิดว่าคนที่มีพลังเวทอ่อนด้อย่าสองคนนี้จะทำอะไรเขาได้ แต่ในแววตาเขานั้นกลับเต็มไปด้วยความสงสัยว่าอะไรทำให้พระราชารับสั่งเช่นนี้
ที่หน้าบ้านเจค
เ์ิตอนนี้กำลังนั่งอยู่หน้าบ้านโดยมีโทมัสนั่งอยู่ข้างๆ เขา แววตาโทรมัสกำลังจ้องมองสมุดจด ในสมุดที่เขาจดนั้นมีข้อมูลหลาย่าที่เขารู้สึกว่าน่าสนใจเป็น่ามาก แม้ว่าตอนนี้เ์ิจะไม่ได้สอนอะไรเขามากเพราะต้องการทุ่มเทสมาธิทุก่ารับมือกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังต้องคิดถึงที่จะขายในเทศกาลกำแพง แต่แม้จะเป็นแบบนั้นแค่เศษเสี้ยวที่เ์ิพูดมาให้โทมัสได้รับรู้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำลายสามัญสำนึกเดิมเขาทั้งหมด
วันนี้สิ่งที่โทมัสได้เรียนก็คือเรื่องโครงสร้างร่างกาย แม้สิ่งเหล่านี้จะอยู่ตายตัวแต่สิ่งที่เขาได้รู้จักก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่นที่กินเข้าไปมีส่วนสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงร่างกาย ่าคุณสมบัติโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต วิตามินหรือแคลเซียม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ถ้าเป็นในโลกเดิมเ์ินี่เป็นเรื่องพื้นฐานที่แม้แต่เด็กประถมก็รู้ แต่สำหรับโทมัสแล้วมันคือการเปิดโลกใบใหม่
เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเ์ิมักให้เจคที่ฝึกหนักๆ และมักใช้แรงต้องกินเนื้อเยอะๆ เหตุผลก็เพราะว่ามันช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่ที่เขาเองในตอนที่มาวิ่งกับเจคใหม่ๆ ก็ได้รับการกำชับาเ์ิมื้อเย็นให้กินเนื้อเยอะๆ โดยเฉพาะเนื้อไก่ ตอนนั้นเขาก็สงสัยคิดว่าอีกฝ่ายพูดเล่นแต่ตอนนี้เขาได้รู้เหตุผลแล้ว และเหตุผลที่มักจะให้เด็กผู้หญิงที่ไม่ชอบกินผัก่าเนียกินผักหรือผลไม้ ก็ไม่ใช่เพราะเขาชอบแกล้งเแต่เพราะว่ามันมีส่วนสำคัญหลาย่าที่จำเป็นต่อร่างกายและสุขภาพ โทมัสไม่ใช่คนโง่เรื่องรูปร่างที่แตกต่างแต่ละคนเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป เดิมทีเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ แต่เมื่อได้รู้เรื่องนี้มันก็เหมือนเป็นกุญแจที่ทำให้เขาได้ค้นพบอะไรหลายๆ ่า เขาถึงได้รู้ว่าอาหารการกินมันมีส่วนสำคัญมากจริงๆ มันไม่ใช่แค่ว่ากินเข้าไปแล้วก็จบ
เ์ิตอนนี้กำลังรอคนที่จะมาและที่จะมา คนที่จะมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่นำโดยคาาิน่า และที่จะมานี้ก็เป็นที่เขาเพิ่งสั่งให้เจคทำเมื่อหลายวันก่อน ระหว่างที่รอเ์ิก็เหลือบมองไปยัง 2 คนที่มาใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนอัศวิน 2 คนัสกับไลลาที่ตอนนี้กำลังฝึกทุ่มกันแบบเก้ๆ กังๆ
ความจริงแล้วเมื่อวานนี้อยู่ๆ ทั้งสองคนครับโผล่มาในสภาพที่ดูก็รู้ว่าอดนอนมาหลายวัน แล้วบอกกับเ์ิว่า ฝากเนื้อฝากตัวด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเ์ิต้องงงว่าเขามาทำอะไรแล้วฝากเนื้อฝากตัวทำไม จนได้รู้ว่าสองคนนี้หวาดกลัวอัศวินศักดิ์สิทธิ์จนนอนไม่หลับและส่งผลกระทบต่อการทำงาน ่าัสที่หลับกลางอากาศขณะกำลังเฝ้าดูเจ้าหญิงฝึกซ้อม ส่วนไลลานี่ก็โชว์สกิลพิเศษยืนสัปหงกให้อัศวินฝึกหัดเห็น บารอนเอเดรียนที่รู้เรื่องก็เลยไล่ให้ทั้งสองคนมาฝึกกับเ์ิแทน
เ์ิที่รู้เรื่องก็ได้าเขาว่าทำไมถึงรู้สึกหวาดกลัวขนาดนั้นเพราะตอนนี้เขายังกินอิ่มนอนอุ่นอยู่เลย และคำตอบที่ได้มาก็คือ อย่าเอามาตรฐานตนเองมาเทียบกับคนทั่วไป และแน่นอนว่าเ์ิยอมหมดคำจะเถียง
ในที่สุดสิ่งที่เขารอก็าึงคาาิน่าเดินมาทางเขาข้างๆ เย่อมมี อาบิเกลเดินคู่มาด้วย สาวน้อยคนนี้นับวันยิ่งร่าเริงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่มาเล่นเกับเล่นที่บ้านเจค และสิ่งที่เ์ิสนใจที่สุดก็คือสิ่งที่เดินตามมาด้านหลังเ เป็นเดนิสที่แบกหม้อมาใหญ่ๆ กับบาสที่เดินถือมาหลายชิ้น
เมื่อเห็นคาิน่าเดินมาวิ่งก็ใช้ปลายนิ้วปิดสมุดที่โทมัสกำลังอ่านอยู่ โทมัสก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาสนใจเรื่องความรู้ เพราะเขาเองก็เข้าใจวิกฤตนี้ดีซึ่งหลังาที่เขาได้แจ้งเ์ิเรื่องที่แบรดมาาถึงตัวเลข 1 กับ 0 กับลูกน้องเจค มันหมายความว่าตอนนี้เขากำลังเพ่งเล็งและสนใจเ์ิอยู่ แต่เหมือนว่าเขาจะอยู่กับเ์ิมากเกินไป ทำให้ตอนนี้เขาัใจเย็นแม้จะเห็นการปรากฏกายอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม ซึ่งความใจเย็นเขานั้นทำเอาัสและไลลาที่ได้เห็นก็ยังต้องรู้สึกทึ่ง และสงสัยว่าคนคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาาไหน
“นี่หล่อนทำให้มันถูกหน่อยสิ” ัสพูดขึ้นขณะกำลังถูกไลลาจับทุ่ม
ไลลาก็ทำสีหน้าไม่พอใจมันจะพูดว่า
“มันเป็นเพราะเจ้าตัวหนักต่างหากล่ะ”
“ไม่เกี่ยวกันเลยเจ้าชายก็บอกอยู่ไม่ใช่หรอว่าเทคนิคการทุ่มแบบนี้สามารถใช้ได้แม้ว่าอีกฝ่ายจะหนักกว่า”
ไลลาที่เถียงไม่จึงเปลี่ยนไปเตะผ่าหมากัสจนเขาตัวงอเป็นกุ้งแล้วเก็จับัสทุ่มลงกับพื้น ไลลายิ้มเยาะเย้ยว่า
“เจ้าชายพูดถูกจริงด้วยแฮะว่าเทคนิคนี้ทำได้จับทุ่มได้แม้กระทั่งอีกฝ่ายจัดตัวหนักกว่า”
สาเหตุที่ทั้งสองคนต้องมาฝึกกับเ์ิก็เป็นเพราะคำสั่งที่ได้รับาบารอนเอเดรียน ส่วนสาเหตุนั้นก็เพราะทั้งคู่หวาดกลัวอัศวันศักดิ์สิทธิ์จนนอนไม่หลับ ทำให้กระทบกับการทำงาน จึงถูกลงโทษให้มารับการฝึกาเ์ิเพื่อที่จะได้เรียนรู้าเจ้าชายตัวน้อยคนนี้ที่เล่นเกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทุกวันแต่ก็ยังใจเย็นอยู่ได้ ในตอนที่เออไม่เห็นทั้งคู่มาหาเขาที่หน้าบ้านเจคแม้แต่ตัวเขาเองก็ตกใจไม่น้อย เพราะเดิมทีเขาตั้งใจจะฝากฝังัสกับไลลาให้ช่วยดูแลจูนในวันนี้ แต่ผลลัพธ์กลายเป็นว่าต้องให้แม่ทัพมาทำงานนี้ด้วยตัวเอง ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าเมืองนี้ไม่มีอัศวินอื่นอีก แต่เป็นเพราะเขาไม่มั่นใจว่าอัศวินที่มารับหน้าที่ดูแลจะให้ความสำคัญกับจูนและอันนาที่เป็นผู้มีพลังเวทย์อ่อนด้อยหรือไม่ต่างหาก
ขณะที่ไลลากำลังกระหยิ่มยินดีก็สังเกตรอบด้านที่เงียบไป เก็นึกถึงเหตุการณ์ในเมื่อวาน ในตอนที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์หญิงคนนั้นมาที่นี่ผู้คนรอบด้านก็เป็นแบบนี้ พากันหยุดฝึกแล้วหันไปมองเที่เดินมาด้วยแววตาหลงใหล พริบตานั้นเก็ขนลุกชี้ชันทันทีหันไปมองเจ้าชายพบว่าเด็กคนนั้น ันั่ง่าไม่รู้สึกรู้สาพิงผนังอยู่ตรงหน้าบ้าน ถึงจะบอกว่าอย่าเอาเด็กคนนี้มาเป็นมาตรฐานก็เถอะ แต่กับเที่แค่ได้ยินว่ามีอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่เได้เห็นคืนนั้นมาที่เมืองนี้ ก็ตกใจกลัวจนนอนไม่หลับก็รู้สึกละอายขึ้นมา
ไลลาก็มองัสก่อนจะก่อนจะเอาเท้าเตะที่ตัวเขาเบาๆ แล้วกระซิบบอกเขาว่า
“ลุกขึ้นสิแค่นี้ก็ทำเป็นอ่อนแอไปได้น่าสมเพช”
สิ่งที่ได้กลับมาก็คือสายตาอาฆาตัสที่ตอนนี้เขาก็ยังลุกไม่ขึ้น
เจคเดินมาหาเ์ิสายตาจ้องมองคาาิน่าที่กำลังเดินมา แต่เขารู้สึกสนใจเดนิสกับบาสที่กำลังหิ้วมามากกว่า ซึ่งนี้เป็นที่เขาสร้างตามคำสั่งเ์ิ ซึ่งแน่นอนว่าค่าจ้างในการสร้างนั้นถูกกว่าตอนที่เขาสร้างเครื่องชั่งแบบคานเลื่อน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาใส่ใจเพราะตอนนี้เจคให้ความสำคัญกับงานเหล่านี้เป็น่ายิ่ง เพราะเขาเข้าใจจุดประสงค์เ์ิดี ว่ายิ่งคนระดับล่างที่มีพลังเวทย์อ่อนด้อยมีทักษะฝีมือแรงงานมากเท่าไหร่ คุณภาพชีวิตเขาก็จะดีขึ้นและเมื่อคุณภาพชีวิตคนนี้ดีขึ้น มันจะผลักดันเมืองเล็กๆ แห่งนี้ให้เดินไปข้างหน้าได้่ารวดเร็ว และตอนนี้เขากำลังเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทดลองระบบทักษะฝีมือแรงงานโี่ไม่ต้องพลังเวทย์
และวันนี้แผนการขั้นต่อไปก็กำลังเดินหน้านั่นก็คือจูนกับอันนา เจคเข้าใจดีว่ายาที่เ์ิสร้างนั้นมีความสำคัญมากขนาดไหน ในโลกที่คนระดับล่างเข้าไม่ถึง สิทธิการรักษาขั้นพื้นฐานเพราะทุนทรัพย์ ทำให้แม้แค่การเจ็บไข้ได้ป่วยก็ทำให้เสียชีวิตได้ แต่ถ้ามียาที่ราคาถูกถึงประสิทธิภาพจะด้อยกว่ามันก็ดีกว่าการรอความตายโี่ไม่ทำอะไรเลย และเขาก็มั่นใจว่าด้วยสิ่งนี้จะช่วยชะลอสาเหตุการตายาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ แต่่านั้นก็มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่มั่นใจและรู้สึกเป็นห่วง
“อาจารย์ว่าจูนกับอันนาจะทำได้เหรอครับ” เจคาขึ้นใะี่เขาัไม่ะาาไปาคาาิน่าที่กำลังเดินเข้ามา าปฏิกิริยาโทมัสเมื่อวานก่อนที่เมื่อรู้ว่าแบรดได้นำกระดาษที่มีเลข 1 กับ 0 มาา ก็รีบขอตัวไปก่อนชั่วคราวก่อนจะกลับมากินเลี้ยงด้วยกัน เขาก็รู้แล้วว่าคนกลุ่มนี้มีปัญหา แล้วก็นึกถึงอาจารย์เขาที่ไม่แสดงความโดดเด่นอะไรมาขณะเล่นเหมาป่า มันผิดกับตอนที่เล่นกับเขาซึ่งอาจารย์คนนี้เรียกได้ว่าโกหกหน้าตาย เป็นคนประเภทจะพูดความจริงหรือโกหกหน้าก็ไม่เปลี่ยนสีหรือแสดงอาการอะไร เรียกได้ว่าถ้าไม่มีอาร์ติแฟกต์หรืออุปกรณ์เวทย์มนต์ที่มีคุณสมบัติในการจับโกหก ก็อย่าหวังว่าจะมองการโกหกคนๆ นี้ มันทำให้เขานึกถึงสิ่งที่อาจารย์คนนี้เคยพูดว่าการโกหกหลอกลวงก็เป็นอาวุธได้เหมือนกัน
“ถ้าเป็นคุณจูนกับคุณอันนาไม่ต้องห่วงหรอกครับ” เ์ิตอบ่าไม่ใส่ใจโี่สายตาเขาัมองไปที่คาาิน่า เช่นกันหรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาสนใจในสิ่งที่เดนิสกับบาสเอามามากกว่า
เจคหันมามองเ์ิ
“อาจารย์ไม่กลัวว่าเจะถูกคนที่นั่นรังแกเหรอครับ”
เ์ิหันมาตอบด้วยแววตาที่ใสซื่อ
“ทำไมต้องกลัวด้วยล่ะครับคุณคิดว่าคนนั้นจะรังแกอะไรทั้งสองคนเหรอ”
เจคที่รู้จักเ์ิมาสักระยะหนึ่งจนพอจะรู้ว่าอย่าโดนความใสซื่อคือความโง่งมที่เด็กคนนี้แสดงมาหลอก
“อย่าลืมสิครับว่าเเป็นแค่ผู้มีพลังเวทย์อ่อนด้อยเหมือนผม และที่สำคัญคือทั้งสองคนก็ไม่ใช่คนที่จะตอบโต้อะไรใครด้วย”
ทว่าเ์ิกลับตอบไปว่า
“ถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับเพราะที่ทั้งสองคนไปนั้นเไปในฐานะหัวหน้าคนนั้น”
เจคที่ได้ยินถึงกับร้องมา
“ฮะ?”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??