เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก

ติดตาม
ตอนที่ 8 ยืนกอดคอกันไว้
ตอนที่ 8 ยืนกอดคอกันไว้
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

  กุลาอนันต์ถูกกดดันจากใบสั่งให้เพิ่มจำนวนคนตาย ระยะแวะพักยังหมู่บ้านพงแดน


บักเขียมกระวนกระวาย ยืนรอหัวหน้าใต้ต้นกระบกใหญ่


  “มีไผนำมึง มาบ่?”


นายอนันต์มองไปรอบบริเวณ


จากเด็กประจำเกวียนคอยช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ


กระทั่งวันหนึ่งเผอิญเจอกับเหตุการณ์ไม่ควรพบเห็นเข้า


จับผลัดจับผลู บักเขียมหลวมตัวเข้าเป็นพรรคพวกเดียวกันกลุ่มชั่ว


  “ข่อยเบิ่งดีแล้ว หัวหน้า”


กวาดสายตาก่อนพูด“ล่อให้พวกมัน หลงป่า”


  “อีหยัง กะข่อยเนาะ”


คำตัดพ้อบักเขียมโวยวายขึ้น


  “มึงเว้าแฮงหลาย”


จนต้องปรามกันไว้อย่าได้พูดดังไป


  “มะลางบักกุด ข่อยกะเฮ็ดให้มันจมน้ำ”


ทวนพฤติกรรมร้ายประเดิม พรากชีวิตผู้อื่นตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง


  “งวดนี่ตั๋วสองคนพาไปตายหมกป่า กูขอซำหนิ”


ยื่นคำขาดอนันต์เองก็โดนนายต่อว่ามาอีกที


อาศัยเข้ากับทุกคนได้ เพราะมันแผนกสรรหาเป้าหมายอายุ 10 ถึง 15 ปี


ตามระบุในสารส่งประสงค์กำจัดตามเส้นทางหนีรอดของเทวีคาระปง


ซึ่งอุ้มท้องพ้นคมดาบมวลเพชฌฆาตไล่ล่าเรื่องราวหนหลัง


ที่มังคลาพรตเก็บรู้ไว้เต็มอก ว่าสักวันเด็กน้อยในครรภ์เติบใหญ่


จะย้อนกลับมาทวงอภิสิทธิ์ ฐานะผู้สืบทอดปกครอง


มาตรการเด็ดขาด ขั้นฆ่าแกงให้สิ้นลมหายใจจากช่วงวัยนี้


โดยอุบายแยบยลปล้นชีวิต ขณะติดตามกองคาราวานขนเกลือทุกปีมี 3 ครั้ง


แต่ละรอบถึงฆาตไม่ต่ำกว่า 10 คน ผลผ่านมา 6 ปี นับศพได้เกือบสองร้อยคน


อันไม่นับรวมสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุอีกประการ


กุลาอนันต์ถูกมนตราอำนาจเงินทอง ชักพาจิตใจจึงตกลงทำสัญญาบาป


เหตุผลแต่ละคนไม่เหมือนกันสิ่งที่บักเขียมกระทำ คือจะยกลูกสาวให้จากปากหัวหน้า


หากคืนเดือนเพ็ญไม่เห็นกับตาว่าเด็กชายที่ตนชวนมาทำงานด้วย


โดนลักพาตัวระหว่างเดินทาง คงไม่มีเหตุสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับมัน


อากาศหนาวเย็นปวดเยี่ยวกลางคืน เลยลุกเดินหาที่ปลด กลายเป็นความพลาดจนได้


กลัวเรื่องแดงนายอนันต์ทำทียื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยน


ชนิดสมน้ำสมเนื้อจึงได้มันมาใช้งานแบบปฏิเสธไม่ลง


ถ้ามันรู้ล่วงหน้าว่าเป็นแค่การหลอกลวงคงไม่ทนต่อไป


ทั้งหมดล้วนอยู่ที่ชั้นเชิงเล่ห์กลคนหัวหน้ากำกับมันเลยสมยอม


  “กะได่ ๆ เทือนี่แล้วเป็นแล้วเด้อ”


รับเอาคำก่อนแยกจากเกรงจะมีใครเห็น


...จับตาดูมาเรื่อยไม่พบสิ่งพิรุธนอกจากข้๵๼ันนิษฐานแรก


ทุกครั้งมีเหตุลุงสีเป็นผู้เข้าถึงก่อนเสมอ จะไม่ทำให้ลายสือคิดปะติดปะต่อได้อย่างไร


ส่วนจำปายังค้างใจกับไฉนทุกรอบหนจัดขบวนส่งเกลื๵๼ินค้า


ต้องมีคำพูดนินทาเข้าหู อันเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนายอนันต์ตลอด


ตัดสินใจค้นหาด้วยตัวเอง เพราะอยากให้บิดาพ้นมลทิน กล่าวโยงถึงยามลับหลัง


  “มึงติงคิงแหน่ บักลายสือ”


ทักท้วงกิริยานั่งไม่ขยับ


  “อย่ามากวน น๊า”


กำลังประมวลนึก กลับถูกจำปาเอามือตีลงต้นแขน


  “บ่ะ! บักอันหนิ พวกเฮาเว้ากันแล้วบ่แม่นติ”


ยกเอาความสมัครใจรวมกันหาสาเหตุ


  “เป็นมึง คึดก่อนหมู่”


ย้ำตอนมันชักชวนช่วยกันหาความจริง


บักแปยืนทนดูจำปาตอแยกับคนนิ่ง ปล่อยให้พูดฝ่ายเดียว


  “เซาสา จำปาเจ่า”


จากเคยพูดมึง กู เปลี่ยนมาตั้งหน้าจีบสาวเจ้า คำบักแปเอ่ยห้าม


  “แม่นแหล่ว พวกสูมันหมู่เดียวกัน”


พลอยพาลบักแปซวยโดนจำปาด่า


  “ฟังแหน่ จังได๋กะพ่อลุงสีคัก ๆ”ลายสือโพล่งขึ้น


จนทำให้ต้องเหลียวมาปรึกษากัน


  “เคยเห็นเพิ่น คึสิเฮ็ดผิเล่อกับล้อเกวียน”


สภาพลำเกวียนแตกล้อกลิ้ง อาจเกิดจากสลักตรงข้อหลุด


ทำให้เสียการทรงตัวทั้งคนและวัวลากเลยพลาด


  “อีหลี อีหลอ”


ยืนยันลายสือขนาดโยนสรุปแก่ลุงสี ผู้มีพิรุธ


  “กูว่า บักกึม”


คิดต่างจำปาชี้เป็นอีกคน“ลุงสีขับเกวียนอยู่กับพ่อกู มะลางพวกมึงบ่ทันได่เกิด”


พยายามอ่านใจ“แล้วสิหาเฮ็ดไปซะแตกหยัง”


ได้เปิดปากพูด เลยระบายออกให้หมดกับเรื่องอุตส่าห์ตามสืบ


  “เสียงซา ว่าอ้ายกึมกับน้าสาน บ่ถืกกันตั๊ว”


บางทีคำลือตามลมก็สามารถใช้เป็นองค์ประกอบ เฉลียวใจลายสืออยู่เหมือนกัน


สำหรับบักแปทิศทางน้ำหนักเชื่อจำปา


  “ข่อยคึดจังเจ่า”


ท่าทางหามูลเหตุ“คนชังแล้ว พ๵๼ิคันแข่วกันได่”


  “แต่กะบ่เถิง กับฆ่ากันดอก”


ยังมองในแง่ดีลายสือเปรียบเทียบ


  “จังซั่น คึสิฮอดหว่างฆาตขาดเพิ่น”


บักแปขี้เกียจเถียง จึงยกให้เป็นคราวเคราะห์อุบัติเหตุ


  “บ่แม่น ๆ”คัดค้านจำปาส่ายหัว


ช่วงขณะคุยขจรเดินมาแทรก


  “สูหนิเมือ ๆ สุมตะหัวโสเหร่กัน”


ทางจำปาเลยปลีกออกทั้งยังทิ้งนิสัยขู่ไว้


  “อย่าสิหาเว้าพื้นข่อยเด้อ”


ฝั่งขจรไม่อยากให้มาคลุกคลีกันมากนัก


เนื่องท่าทีหัวหน้านายอนันต์ ขั้นเคยไล่บักแปออกห่างลูกสาวตน


  “เป็นญ่าเป็นญิง จังได๋มาลึ่งแก่นกับสูแท้”


สบเหมาะบักแปอยากอวด


  “ย้อนมักบักลายสือ หนิละเบ่อ”


ที่ถูกเล่าถึงเอามือปิดปากกันไว้แทบไม่ทัน


  “เว้าไปถัว”


ตาเบิกกว้าง ขจรเอ่ยยังเจ้าตัว


  “กูว่าแล้ว อีนี่มันส่อหล่อแส่แหล่กับมึง”


รีบปัดบ่ายเบี่ยง“มิแม้นดอก น้า”


ลั่นภาษาไทพวน ลายสือทำสีหน้าบอกบุญไม่รับ


  “เอาโลด มึงกะเดย”


คำขจรยุใส่“สมัยกูซำมึง ผู้สาวกูบ่ฮึด”


พากันมาขอพักในหมู่บ้าน ดินลานกว้างใช้เป็นที่จอดเกวียนจอดหลับนอน


พอได้มีเวลาคลายระแวงระวังภัย จับกลุ่มนั่งสนทนา


  “พวกข่อย สิฟ้าวนอน”


ลากบักแปได้ตัดบท ลายสือไม่มีเรื่องคุย


อีกฟากทุกอย่างบักเขียมลอบซุ่มดู เล็งเป้าหมายเป็นบักสองคนมาใหม่


ใช่ใครที่ไหนบักลายสือกับบักแปนั่นเอง พรุ่งนี้ยังไม่รู้ชะตา


...ดึกดื่นเที่ยงคืนนอนไม่หลับ คำปงนางลุกนั่ง


  “อยู่ดี มีแฮงบ่น้อ”


รำพึงถึงลูกชายที่เอาแรงงานเข้าแลกกับวัวคู่ เพื่อมารดาสุขสบายมีพาหนะใช้สอย


ก้อนเส้ากลางเรือน ถูกยัดท่อนฟืนเชื้อถ่านยังไม่มอดไหม้


แสงไฟระยับหรี่ความเคยชินหัวเผือก  หัวมัน ยังหมกกลบขี้เถ้า


หวังลูกชายกลับถึงบ้านได้กิน ไม่ต้องรอทนหิว


เหม่อพะวงปล่อยความคิดล่องลอย ภาวนาขอให้คืนสู่อ้อมกอดอย่างปลอดภัย


น้ำตาเจ้ากรรมพลันหยด หัวอกคนเป็นแม่ระทม


ฝืนปาดคราบร่องรอยเศร้าหมอง ทำจิตใจเข้มแข็ง ผ่านมาได้ทุกวันนี้ก็บุญหัวแล้ว


พนมมือบอกกล่าวเทวดา คำปงพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทั้งสอง


  “สาธุเจ่า เมตตาโด้ยเถิด”


ผืนผ้าห่มนางเย็บกับมือ อันพอให้ได้เห็นยามคิดถึงบุตร นำมาแนบเช็ดน้ำตาจนแห้ง


  “แม่คอยถ่าอยู่เด้อ ฮิคืนมาไว ๆ”


สะอื้นทอดถอนใจแลชะเง้อทางประตู


...ดุจสื่อจิตเชื่อมถึง บักลายสือข่มตานอนไม่ลง


หลังจากเอนสักพักพลิกขยับแหงนมองท้องฟ้า


เนื้องานขนส่งรอนแรมเดินทาง นอนกลางดินกินกลางทรายไม่ใช่ปัญหา


จุดติดตรงสิ่งแฝงเร้นก่ออันตรายมากกว่าที่ต้องคาดเดาไปต่าง ๆ นานา


ไม่ใช่แค่ตนคิดเอาคนเดียวแต่ยังมีจำปาอีกคนที่อยากรู้เงื่อนงำ


ลางสังหรณ์เหมือนกำลังถูกปองร้าย ลายสือลุกนั่งขัดตะหมาดทำสมาธิ


กระแสอุ่นจากพวงหุ้มผ้าแน่นหนา เพื่อกันไม่ให้แสงเล็ดผ่าน


ปรากฏแผ่วงรัศมีวาบ บักแปหลับอยู่ต้องได้ขยี้ตาตื่น


  “ผิเล่อน้อ?”


มันเคยรู้ถึงคุณสมบัติของวัตถุมาแล้ว จึงไม่ประหลาดใจ


แปลกตรงที่ส่องแสงขึ้นต่างหาก ขนาดห่อพันมิดชิด


  “จักละเบ่อ”


ผิดปกติลายสือกุมจับสายสร้อยเชือกร้อย แม่ถักทอให้แขวนห้อยวงแหวน


จากที่นอนหลับตื่นผวาบักแปทักท้วง


  “มันบ่แม่นแหล่ว แนวหนิ”


นอนถัดไปเป็นขจรงัวเงีย


  “ยามได๋ สูสิหลับสินอน”


เปรยพูดลักษณะรำคาญ ท่าตะแคงหันหลังแสงเลยไม่แหยงตา


  “เอาแฮงไว้ มื้ออื่นแหน่เด้อ”


เอ็ดดุสมุนทั้งสองให้เก็บแรงพักผ่อนเพื่อพรุ่งนี้


มองกันจึงพยักหน้า ลายสือจำต้องเงียบด้านบักแปคลุมโปงหัวหด


...เสียงไก่ขันขบวนจัดแจงเก็บข้าวของรวมพล


  “ทางข้างหน้า พวกสูอย่าเล่น”


พยายามมองให้เป็นเรื่องอุบัติเหตุกรณีเพิ่งผ่านมา


  “ขนาดว่าคนชำนาญ คึบักสานกะยังหงายปี้นท้องเป่งเง่งตกเกวียนตาย”


คำของหัวหน้าพากันจดจำต่างขานรับพร้อมเพรียง


  “ฮู้แล้วหัวหน้า”


กินข้าวกินน้ำเสร็จสรรพ กงล้อหมุนเคลื่อนที่


แถวยาวลำเลียงเกลือบรรดาเดินเท้ากระฉับกระเฉง


  “เอาไปเส่อ บักแป”


สังเกตรองเท้าที่สวมใส่เลยยื่นให้เพื่อน


  “กูสิเส่ออันเก่า ขาดก่อน”


รับเอามาบักแปยัดใส่ถุงย่าม


ลังเลลายสือไม่รู้จะให้ดีหรือไม่


  “น้า ๆ อะหนิ ข่อยเห้อเจ่า”


ตัดสินใจเร่งฝีเท้าถึงขจรที่ขับเกวียน


  “มึงเอามาแต่ไส”


ยิ้มบางลายสือเอ่ยบอก“ข่อยเฮ็ดเอง”


อาศัยเวลาขนเกลือมาขาย ยัดพกติดถุงย่ามไว้


เผื่อได้แลกเปลี่ยนข้าวของ สิ่งอื่นคืนฝากแม่


  “ฮ่วย! พอดีตีนกูตั๊วหละ”


เสียบแส้ไว้ข้างลองใส่ดูขจรถูกใจ


  “เมือฮอดบ้าน กูสิเอาเบี้ยให้มึงเด้อ”


จนกระทั่งได้โอกาสถาม“ข่อยคึดว่า เจ่าบ่มักเส่อเกิบ”


จึงรู้ในวันนี้“กะย้อนบ่มี เลยบ่ได่ใส่”


ที่เดินตีนเปล่าเพราะไม่มี อันไม่ได้แปลว่าไม่ชอบ


ขจรประหยัดมัธยัสถ์ สะสมเบี้ยอัฐเพื่อรักษาบิดา หนนี้มีคนให้ของมาจึงไม่รับไว้เฉยๆ


  “ข่อยบ่เอาผิเล่อ กับเจ่าดอกน้า”


รุ่นน้องของแม่ให้เรียกน้า แต่ถ้าอายุมากกว่าให้เรียกลุง


ความละเอียดอ่อนในเนื้อหาคำมารดาสั่งสอน ย่อมลึกซึ้ง


  “บ่ได่ ๆ”ขจรขัดคำ


ชะลอเท้าลายสือแบ่งปันโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เลยหาทางผ่อนผันไปเรื่อย ๆ


  “ซั่นจัง เว้ากันใหม่เนาะ”


ปล่อยให้ลำเกวียนผ่านคอยบักแปตามทัน


...ตะวันตรงหัวบักเขียมสบเหมาะ


  “หว่างแลง พากูไปดักหนูแหน่”


เข้าชวนขณะล้างมือกินข้าวเที่ยงแล้ว


  “เบิ้งก่อนละเบ่อ”


เห็นหน้าเห็นตากันมาก่อน หากไม่ได้สนิทสนมอะไรมาก


ระวังพอตัวลายสือคล้ายบ่ายเบี่ยง ไม่อยากสุงสิง


  “กูอยากฮู้ สูหากินจังได๋คึหมานแท้”


ยกยอปอปั้นบักเขียมหวังเข้าพวก


  “บ่ ๆ กูบ่ไปนำเด้อ”


ด้านบักแปออกตัวเช่นกัน


งัดเอาอุบายมาล่อ บักเขียมทำทุกวิถีทางเพราะดูออกท่าทางฝั่งตรงข้าม


  “ลูกสาวหัวหน้า เพิ่นว่าอยากกินปิ้งหนูพะนะ”


ได้ผลบักแปสนใจทันที


  “คึบ่บอก ตั้งแต่ตำอิด!”


ทำทีกระซิบพอฟังสองคน


  “ตากูบ่ได่บอดเด้อ ว่ามึงคึดหยังกับอีจำปา”


จุดประสงค์ตัดทางศัตรูคู่แข่ง บักเขียมโน้มน้าวบักแปจนได้


  “ยามแลง ๆ พ้อกัน”


เอ่ยรับปาก บักแปยิ้มกว้างหัวใจพองโต


  “มึงเว้า แล้วเด้อ”


อย่างไรอีกคนมันต้องมาด้วยกัน บักเขียมไม่จำเป็นยืดเยื้อต่อผละก้าวเดินห่าง


แลสักระยะลายสือเตือนสติ


  “บักแป มึงจังแม่นใจง่าย”


ฉับพลันเลยคิดได้ ยังไม่ลืมเมื่อคืนนี้อยู่ๆ


วงแหวนเรืองแสง ผ่านทะลุผ้าหุ้มห่๵๼าดเข้าตา


  “เออ เนาะ”


สีหน้าหงอย“กูอยากเห้๵๼าวจำปา เบิ่งเห็นกูแหน่ซำนั่น”


ปรับปรุงตัวเอง บักแปอยากดูดีในสายตาคนที่มันแอบชอบ


  “บ่เป็นผิเล่อ มึงยังมีกู”


เข้ามากอดคอ ลายสือให้กำลังใจ


  “จังซี่แมะ กูจังบ่ญ่านอันได๋”


ลายสือหยอกสหาย“สิเห้อเชื่อบ่น้อ”


  “ฮ่ะ ๆ ๆ กะตามซางมึง”


เสียงหัวเราะบักแปดัง เฉออกนอกเรื่อง


...นัดแนะกันถืออุปกรณ์สำหรับดักจับสัตว์เล็กจำพวกหนู กระรอก


เดินหาที่วางตามโคนต้นไม้ กำลังสุกเต็มต้น


ถือชูคบเพลิง บักเขียมเดินหน้าย้ำเท้าพลางพูด


  “มึงจักปีแล้ว บักแป”


คนกลางจึงนับนิ้ว มีพ่อรู้หนังสือนายผารงสอนมันวิธีนี้


  “สิบห้า ย่างสิบหกตั๊ว”


ตามประสาผู้ชาย บักเขียมชวนคุยทะลึ่ง


  “มึงเคย*เซิงหล่ะเบาะ?”


บักแปชะงักกะทันหัน จนคนข้างหลังชนอย่างจัง


  “โอ๊ย! คึหยุดญ่าง”


ปัดเศษเปื้อนดินออกจากตัว ลายสื๵๼ะดุดหัวทิ่ม


  “กู ๆ”


ประเด็นบักแปพูดไม่ออก ไม่รู้จะตอบอย่างไรกับคำถามของบักเขียม


  “อะลุก ๆ”


ทำเพื่อนล้ม บักแปดึงขึ้น


  “อย่าว่าเด้อ พวกสูบ่ทันเคย”


ยังเวียนเข้าเรื่องเดิม ด้านบักเขียมเซ้าซี้


ดูท่าจะบานปลาย ลายสือชิงเอ่ย


  “ของจังซี่ถ่าก่อนกะได่ ตอนหนิเบิ่งทางพุ่น”


ชี้มือประกอบ ตรงหน้าต้นเดื่อผลสุกร่วงเกลื่อนกลาด


กุลีกุจอบักแปดิ่งเข้าใส่“วางห้างแห้ว เถินเฮา”


ความเก่าถูกตัดบท โดยการแยกกันหามุมวางกับดัก


บรรยากาศป่าเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่รกทึบ  ฝั่งบักเขียมลอบสำรวจ


แรกพาเดินสลับตัดวนลัดเลาะ ต่อมาชักจูงเข้าดงลึกอีก


อ้างคงมีฝูงสัตว์หลายประเภทให้ดักเพิ่ม จะได้มีเสบียงตุน


กะระยะพอประมาณเริ่มออกลีลา


  “คึมาปวดขี้ ยามหนิน้อ”


บักเขียมจะวิ่งเข้าป่าบังพุ่มไม้ ต้องได้เรียกตามบักแปโวยวาย


  “เอ่า แล้วพวกกู มะสิเห็นฮุ่ง”


มันจึงตะโกนกลับมา ก่อนถือคบไฟหลบหาย


  “บัก-่ามึง ถ่าอยู่ม่องนี่หละ กูสิฟ้าวไปฟ้าวมา”


ฟ้าข้างแรมไร้แสงจันทร์ พอบักเขียมพ้นบริเวณมีแต่ความมืดปกคลุม


ยืนนิ่งอยู่สักพักใหญ่ ลายสือรู้สึกไม่ชอบมาพากล


  “ตายควมญั่วะ!”


ร้องขึ้นกับความเชื่อใจให้บักเขียม ท้ายโดนมันหลอกจนได้


  “เฮาสิเฮ็ดผิเล่อ บาดหนิ”ประโยคของบักแปลนลานถาม


  “บ่ต้องญ่าน”


มีของดีพกติดตัว ลายสือแกะผ้าพันออกพอได้แสงสว่างนำทาง


เหตุซวยถูกหมายหัวครั้งนี้ ถ้าบักแปขาดบักลายสือเกล๵๼หายคงลำบาก


ต่างพึ่งพาอาศัยกันโดยไม่มีสิ่งใดก่อภัยระคายทุกข์ร้อนนัก


...เช้าตรู่บักเขียมเดินหานายอนันต์ แอบทำสัญญาณส่งให้


  “เป็นทรงคึสิบ่รอด”


ขั้นรับประกัน“ปานนี่*สางป่าลากพวกมันเอาไปจกกินตับ กินไต แล้วหัวหน้า”


คิดว่าไม่สามารถหาทางกลับมาได้อย่างแน่นอน บักเขียมพูดรายงาน


  “ไผหล่ะ มึงล่อได่?”


เหลียวซ้ายแลขวา ปกตินายอนันต์ไม่เคยถาม แต่หนนี้พลั้งปากไปเอง


  “กะบักสองคน ลูกสมุนอ้ายขจร”


ดูภูมิใจกับผลงานนัก กำจัดคนที่มาชอบพอจำปาได้


อันบักเขียมมันหมายถึงบักแปนั่นเอง


  “อีหยังเก๊าะ!”


เผลออุทานขั้นอนันต์ขึ้นเสียงสูง


  “เจ่าเป็นหยัง?”


จนบักเขียมถามคืนกับอาการตกใจ


  “บ่ ๆ มีหยังดอก“


กลบเกลื่อนปิดการสนทนา รีบเดินก้มหน้าผละแยกย้าย


ใครจะไปรู้ช่วงตะวันพ้นขอบฟ้า กำลังถือเสียมเข้าป่าปลดทุกข์


จังหวะเดินสวนกับเจ้าสองคนเข้าพอดี หรือจะเป็นผีหลอกนายอนันต์ขนลุก.


*เซิงฆ่าของ ภาษาอีสานแปลว่า การมีเพศสัมพันธ์


*สางป่า หมายถึงเสื๵๼มิ๹.












    





















    




















  










    



    










    










ตอนต่อไป
ตอนที่ 9 ยืนหลักรวมหัว

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา