เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
ดวงอาทิตย์ัขอบฟ้าคาราวานเิาจนถึงุส่งสินค้า
ุข้าม้ลำพัพลามาตรึ้มาทางเข้าเขตชุมพลบุรีแหล่งต้นเรื่อง
เกวียนจอดบนลานดินรอขนเกลือ ตัวนายอนันต์ถูกเรียกพบ
ภายในห้องเสียงต่อว่าด่าทอถึงจำนวนที่ไม่ได้ดั่งใจ
จนนายอนันต์หาข้อแก้ตัวยกเอาผลงานผ่านมาึ้มาเทียบ
“โอ้น้อ ๆ นายท่าน ทุกเทือกะบ่ขี้ฮ้ายเด้อ”
หมอบก้มแทบเท้ารายงานเพิ่มเติม ยังไม่จบงาน
“ถ่ายามโค้งเมือ พอสิได่อีกห้าหกอยู่คนดอก”
ทั้งแจงขากัทางเดิม ยังมีโอกาส
เบิกทรัพย์สินจากสังกัดสำหรับกระทำการ เม็ดทองโปรยหว่านสมราคา
“ขี้คุยกะว่าโลด บักกุลา”
ขุนรณชัยขึงขังใส่ เพราะยิ่งนานวันนายอนันต์เข็นผลงานไม่ึ้
ตราบใดตำแหน่งดาวมฤตยูทำมุมองศาทาบเมือง
วิธีเดียวคือลิดรอนช่วงวัยอายุ ผู้เกิดระยะเทวีคาระปงหนีหายหลบคมดาบ
รอจังหวะเหมาะดักฆ่าบรรดา ซึ่งอาศัยในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงแหล่งเบาะแส
ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ยังมีอีกสารพัดกรรมวิธีเอาชีวิตเด็กชายที่ต้องสงสัย
หากจามรเทวีมีโอรสบุตรหลวงฟ้า กับพ่อพระยาเลอสรวงคงไม่ถึงขั้นนี้
เหมือนคล้ายมีบุญแต่กรรมบัง เพราะสองท้องครรภ์เป็นธิดาทั้งสิ้น
ขนาดสรรหาสนมเสริมให้ซ้าย ขวา ยังขาดแคลนทายาท
ในเมื่อชู้รักจามรเทวียังไม่บรรลุเป้าหมายทางขุนรณชัยจึงเดือดร้อนแทน
ดุจเป็นเรื่องตัวเอง อันขบวนการทั้งหลายมีุประสงค์ร้ายทั้งสิ้น
“เหลือถ่อได๋? สมุนมึง”
ประโยคถามถึงพวกเข้าข่ายพอฆ่าได้อีก
หน่อชาติต่ำต้อยเป็นแค่สามัญ อนันต์เกรงวาสนาพนมมือกราบท่วมหัว
“บ่หลาย นายเจ่า”
เลยประกาศกร้าวเอาอำนาจข่ม
“เอิ้นมาให้กูเห็นแหน่”
คำสั่งจากขุนรณชัย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมีอิทธิพล
อันนายอนันต์ขัดไม่ได้“บ่โดน ดอกเด้อ”
จึงรีบถอยออกมาพ้นเขตธรณีประตูเรือน ลงบันได
ถือคบเพลิงหยุดตรงเกวียนลำของลุงสี ก่อนตัดสินใจพูด
“เงาหัวกู เกือบขาดแล้ว”
ปักแท่งไฟเพลิงลงดินแน่น อนันต์อัดอั้นระบายต่อ
พับม้วนใบยา ลุงสีหวั่นไม่ได้ค่าแรงงวดสุดท้ายอยู่เหมือนกัน
“กะเฮ็ดให้เเล้ว ๆ โลดซะเป็นหยัง คืนหนิหัวหน้า”
หมายไว้สองคนยังทำอะไรพวกมันไม่ได้ บักลายสือกับบักแป
สบเหมาะลุงสีจะแสดงฝีมือจึงพูดึ้
“ปล่อยไป มีตะเฮาสิตายแทน”
สันดานโจรปล้นชีวิตผู้อื่นมาถึงขั้นนี้ นายอนันต์ย่อมรู้ดีแก่ใจ
“สิเฮ็ดจังได๋ กะแล้วแต่”
โดนบีบมาจึงโยนงานต่อ ก่อนก้าวยาวถึงเล่มเกวียนตน
ทุกอย่างผ่านไปเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดึ้ ในเมื่อจวนตัว
บทจะตัดทิ้งความเสียดาย ถึงจะเป็นบักลายสือก็ต้องทำ
...เช้าตรู่บรรดาลูกน้องรวมตัวกัน ต่างล้อมวงกินข้าว
จากนั้นนายอนันต์จึงเอ่ยถึงเรื่องเมื่อคืน โดยแจ้งจะพาสมุนเกวียน
เข้าหาผู้ว่าจ้างเพื่อตบรางวัล ลูกไม้ตื้น ๆ พลอยทำให้ดีใจ ตื่นเต้นกันใหญ่
ส่วนลายสือคิดต่างในใจ นึกระแวงเหตุใดได้รางวัลเฉพาะลูกหาบ
มวลเด็กชายจำนวนเหลือรอดจากฆาตกรรมอำพราง ตลอดเส้นทางจนส่งเกลือถึงที่
ทยอยเดินเรียงแถวตามหลังหัวหน้า นายอนันต์พาเข้ามาบริเวณเรือน
แคร่ไผ่ชายวัยกลางคนลักษณะองอาจ สักลายยันต์จามอักขระขอมเต็มแผ่นหลัง
ขุนรณชัยนุ่งโสร่งสูบยาเส้นม้วนใบตอง ควันโขมง
นั่งผึ่งแดดรอทักทาย“มาหล่ะบ้อ? สู”
กุลาอนันต์นั่งลงกับพื้นดิน หมอบต่ำนำกราบก่อน
“ข้าน้อยเว้าเป็นคำเว้า เจ้านาย”
กวาดสายตามองจนคนสุดท้าย ขุนข้าหลวงโยนเศษก้อนทองประเดิม
“กูให้สู เป็นแฮงหนุน”
ทิ้งประโยคชักชวน“เทียวหน้า เอิ้นกันมาหลาย ๆ เด้อ”
อารามอยากได้ วัยแตกพานลุกฮือต่างวิ่งตะครุบ
เก็บเม็ดเบี้ยลูกปัด บ้างโชคดีได้ทองคำติดมือ
“ฮ่วยบักหนิ! ของกู”
บักตุ้ยตัวใหญ่ขู่เสียงดังกับอีกคน ที่ผอมแห้งจนเห็นซี่โครงชัด
“กู ได่ก่อนเด้อ”
ดูท่าแล้วไม่ยอมกันง่าย บักจ่อยเถียงสู้
เกิดทะเลาะเบาะแว้งแย่งกัน ตามพื้นสันดานเดิมของแต่ละคน
“-่า คั่วสู!”
ก่อนจะบานปลาย“ไว้หน้า กูแหน่เถิ่น”
ขั้นนายอนันต์ห้ามปรามในเรื่องมารยาท
ทะโมนทั้งหลาย จึงหัวหดคลานกัเข้าที่เข้าทาง
แต่ไม่พ้นการสังเกต ขุนรณชัยจึงชี้นิ้วถาม
“พวกมึง บ่อยากได่ซำเบาะ?”
เหมือนสังหรณ์รู้ชะตาอันคาดเดาไว้ ลายสือกับบักแปนิ่งจนถูกทัก
“ข้าน้อย กะอยากได่อยู่แหล่ว”
บักแปทะเล่อทะล่าตอบตามจริง
“แต่คึสิบ่ยาดไผดอก มะลางมีติดโตเอาคืนเมือต้อนพ่อแม่เป็นพอ”
ความใสซื่อของมัน บ่งบอกเป็นนัยว่าพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี
สำคัญกัถึงบ้านให้พ่อ แม่ เห็นหน้าเห็นตาต่างหาก
“ป่ะ บักอันนี่เว้าดีคัก”
คำชมจากขุนรณชัยเห็นแวว
“กูอยากได่มึง เป็นทาส”ขนาดออกปากความประสงค์
โอกาสที่ไม่ได้มีมากนัก ทางบักแปแบ่งรับแบ่งสู้
“ขอโค้งเมือไปถามอีแม่ก่อนได่บ่ นายท่าน”
ลายสือเห็นความมีไหวพริบของสหาย เลยเงียบฟังอย่างเดียว
หากท่าทางสงบ ก่อเข้าตาคนผ่านประสบการณ์จึงลั่นถาม
“มึงซือหยัง บักนั่น?”
จำต้องบอก“ข้าน้อยลายสือ ลูกแม่คำปง นายท่าน”
ขุนรณชัยกวักมือเรียก“มาให้กูเบิ่งใกล้ ๆ แหน่”
เกิดมาเพิ่งเห็นข้าหลวงแผ่นดิน ซึ่งลักษณะบุญหนักศักดิ์ใหญ่
ค่อยคลานเขยิบเข้าหา นั่งหมอบตรงหน้ามีบักแปตามประกบ
“สูเป็นเสี่ยวกันเบาะ”เห็นความตัวติดกัน เลยซักต่อ
“ข้าน้อย กะมีกันซำนี่”
ลายสือพนมมือกราบ ก่อนพูดภาษาท้องถิ่นไทอีสานสื่อสนทนาตอบ
พลันขุนรณชัยนึกบางอย่าง“ซั่นมีมึง กะมีมันถ่อนั่นตั๊ว”
ฝ่ายบักแปยิ้มกว้าง“แม่นแล้ว พ่อเจ้านาย”
ในใจอยากได้ชีวิตพวกมัน แต่ต้องไม่ผลีผลาม
ขุนรณชัยเหลียวมาทางกุลาอนันต์
“บาดหนิ กูสิเว้ากับมึง”
ไม่ช้าคลานเข่าเข้ามารอคำ“ว่ามาโลดนายท่าน”
อัดยาสูบกลิ่นฉุนสูดเต็มปอด เริ่มพูดแฝงในคำ
“เลี้ยงเกือพวกมันดี ๆ ขั่นมึงเฮ็ดบ่ได่อย่าให้กูพอหน้าอีก”
วางของถุงทองให้สำหรับแจกจ่ายทุกคน เป็นรางวัลสุดท้ายลมหายใจ
ร่างกำยำลุกจากแคร่ ดึงผ้าคาดเอวกระชับแน่นก้าวเดินึ้เรือน
เสมือนรู้ถึงเชิงความหมายนัยยะวาจา ทั้งเกรงบารมีขั้นระดับเจ้าขุนมูลนาย
ด้านกุลาอนันต์ขานรับพินอบพิเนา
“ได่ ๆ ท่านขุน”
ก่อนอื่นล้วงควัก จัดแจงแบ่งให้เท่ากันตามคำบอก
พอก้าวพ้นเขตลานดินเรือนสัก ลำเสาเท่าสองคนโอบ
คำขู่ก่อให้อนันต์เหงื่อแตกพล่าน รีบรุดเดินนำสมุนกัยังบริเวณเกวียนจอด
...ภายนอกอาณาเขตเรือนพิกัด ซึ่งถึงวาระคาดคะเน
*ยาสั่งสำแดงอาการ ตะวันเที่ยงเหยียบเงาหัวพอดีคราวเคราะห์
“อ๊วก!”
ประเดิมก่อน บักจ่อยพุ่งอาเจียนเลือดสด ๆ กลบปากทะลัก
มันตาเหลือกอุทาน“ข่อย หายใจบ่ออก”
ทยอยทรุดฮวบ ลงเกือกกลิ้งทุรนทุราย
เกิดอุปทานหมู่ อีกคนหงายหลังอ่อนแรงทิ้งตัวลงพื้นล้มตึง
“โอ๊ย! อีหยัง คาคอข่อย”
หายนะหนนี้มาในกรรมวิธีสกปรก ผลงานลุงสีเขยเมืองสังฆะสุรินทร์
ได้จากพ่อตาชาวขะแมร์ มอบให้ไว้กำจัดศัตรูอันไม่ชอบขี้หน้า
มนต์ดำใช้ผ่านก้อนข้าว ที่บรรดาเกณฑ์อายุวัยกำหนดจองล้างผลาญ
หมายเอาชีวิตระยะขีดเส้นตาย เหล่าไม่รู้อิโน่อิเหน่ถูกพิษเข้าตรง ๆ
ระวังอย่างไร บักลายสือกับบักแปยังมาพลาด
เนื่องด้อยเขลาเข้าไม่ถึง เลศนัยของผู้ใหญ่ใจอำมหิต
เกลือป่นโรยปั้นข้าวเหนียว ผสมผงคราบอสรพิษสัตว์อันตรายถูกบดรวมกัน
ทาฉาบด้วยน้ำผึ้งป่ากลิ่นหอมหวาน เคลือบมวลสารสั่ง
ตามกฎห้ามแสลงเป็นทองคำบริสุทธิ์ ของล่อใจ
ระบุบักคนไหนชะตาขาด แค่มือเปื้อนสัมผัส เศษผงเม็ดทองก้อนเท่ากรวดยังถึงฆาต
อุกฉกรรจ์ล้มระเนระนาด เกลื่อนกลาดอนาถนัก
วิถีสังหารเพื่อตัดทอน ผู้จะมาแทนตนทับที่
เกลอสหายพากันขวัญกระเจิง ต่างโดนของล้มลุกคลุกคลาน
แรกคาใจฝีมือใครกันแน่ เก็บอำพรางทีละศพจวบนับรวมเกินหลายสิบ
ปลิดชีพมาเรื่อยๆตลอดระหว่างทาง ไฉนทำกันได้ขั้นนี้
กระทั่งความัย่อมไม่มีในโลก ไม่ยอมต่อความกลัวใด ๆ
พร้อมเผชิญมุ่งหาฆาตกรจนเจอที่สุด แท้ทำเป็นกระบวนการ
บัญชาเถรตรงจากเบื้องบน ลำดับลดหลั่นชั้นไพร่สถุน
หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องสนองกิเลส รวมก่อวีรกรรมระยำ
หมายครอบจักรวาลยืนยาวโชติช่วง ตลอดขัยสกุลสืบทอดจักรวรรดิ
แดดส่องยาสั่งเริ่มออกฤทธิ์ ขับพิษสงออกมาทางอาการ
บักคนมีทองคำในถุงแขวนผูกเอว ดั่งต้องทรมาน
กลายร่างตะเกียกตะกาย ดิ้นรนหนีความตายจากยาพิษ
ข้าวกินลงท้องเหมือนกับทุกคน หากแต่ลุงสีเอาพรรคพวกพ้องใจบาป
ลอบแอบส่งว่านถอนแก้แก่กันัหลัง จึงไม่มีอันตราย
เฝ้าระแวดระวังตั้งแต่รู้ความจริงอันโหดร้าย ว่ามีการตายปริศนาในหมู่เด็กชาย
คติพจน์คำสั่งสอนพรตฤาษีไศล ฝังใจทั้งสองเคยร่ำเรียนจึงไม่ประมาท
ทั้งบทกลอนในสมุดข่อยใบลานอ่านวิเคราะห์ พอแตกฉาน
แยกแยะประเภทจิตใจคนด้วยวิธีกลั่นกรองวินิจฉัย
ครั้งจนมุมแพ้ไสยศาสตร์ลึกัตำราเถื่อนถ่อย
“กูคึฆาต สิบ่ม้มแล้ว”
ใกล้สิ้นสภาพธาตุไฟจวนแตก บักแปเลือดทะลักออกทางจมูก
ลมหายใจแผ่วเจ็บแค้นผู้ทำได้ทุกอย่างแม้พรากชีวิตอื่น แลกกับทรัพย์สินเพื่อตัวเอง
“พวกเฮาบ่เป็นหยังดอก เชื่อกูเสี่ยว”
ศรัทธาแรงกล้า ถ้อยคำลายสือมันประโลมปลุกปลอบมิตร
ที่พึ่งสุดท้ายรวบรวมสติ กุมห่อผ้ารำลึกพระคุณมารดาป้องปฐพี
อธิษฐานต่อบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองขอชีวิตรอด เผื่อแผ่ยังผู้ร่วมชะตากรรม
ก่อเกิดพิสดารมวลหมอกครึ้ม ชั่วขณะดวงสุรีย์ถูกทาบกลืน
มืดสลัวบังตาวงแหวนสาดรัศมี พุ่งเรืองรองกระจายทั่วสารทิศ
อำนาจแถนพิโรธ บันดาลป่วนกระแสลมกรรโชก แผ่นดินไหวสั่นสะเทือน
ลำแสงวิเศษอณูสสารต้านเภทภัย แทรกฉายเข้าสู่มวลกายทุกข์
ปาฏิหาริย์ที่เรี่ยราดนอนรอความตาย ฟื้นคืนกัมายืนหมั่นขวัญแก่นดั่งเดิมปกติ
ตาไม่ได้ฝาด สัมผัสเห็นความมหัศจรรย์ทั่วหน้า
“กูอยู่บ่ได่แล้ว เด้อสู”
ลนลานบอกกันนายอนันต์กระโจนวิ่งหนีเอาตัวรอด ปีนึ้เกวียนหัวซุกหัวซุน
เตลิดไร้ทิศทางหอบหิ้วย่ามสมบัติสาแหรกขาด
“ถ่าข่อยแหน่!”
ลุงสีขนลุกโกยแนบ ชุลมุนวุ่นวายตัวใครตัวมัน
เศษหญ้าแห้งกิ่งไม้หักปลิวว่อนหมู่เมฆกลั่นละอองฝน
ดินฟ้าอากาศแปรปรวน แดดเปรี้ยง ๆ อยู่ดี ๆ มีพายุโหม
วัวเทียมเกวียนระส่ำบางตัวร้องระงม วิปริตแตกตื่นสารพัด
เสียงตีเกราะเคาะไม้จากฟากเรือนบริเวณลานดินรวมกลุ่มเขย่าขวัญ
สะดมพลตะโกนก้องรัวขับไล่*กบกินเกิ้งอาถรรพ์ตอนกลางวันแสก ๆ
“ฮิ้ว ๆ ๆ”
ธรรมชาติสื่อปฏิกิริยาฉับพลัน กระทบต่อมวลมนุษยชาติต่างขยาดถูกฟ้าลงโทษ.
*ยาสั่งอีกหนึ่งแขนงไสยศาสตร์ดำของทางเขมร
ซึ่งสามารถทำลายล้างศัตรูคู่อาฆาต ให้ถึงตายได้ตามประสงค์
ด้วยการปรุงผสมอาหารที่มีฤทธิ์เป็นพิษ แล้วนำไปให้ฝ่ายตรงข้ามกิน
ผลเล่ากันว่าหากแก้ไขไม่ทัน บุคคลนั้นจะมีอันเป็นไปจบชีวิต
*กบกินเกิ้งที่คนถิ่นอีสานเรียก คือปรากฏการณ์สุริยุปราคา.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??