เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก

ติดตาม
ตอนที่ 10 ยืนหมั่น ขวัญแก่น
ตอนที่ 10 ยืนหมั่น ขวัญแก่น
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

  ดวงอาทิตย์๧ั๢ขอบฟ้า๷๪๫คาราวานเ๨ิ๞๡า๫จนถึง๯ุ๨ส่งสินค้า


๧ุ๶ข้าม๮้๭๶ลำพ๧ั๢พลามาตร๠ึ้๞มาทางเข้าเขตชุมพลบุรีแหล่งต้นเรื่อง


เกวียนจอดบนลานดินรอขนเกลือ ตัวนายอนันต์ถูกเรียกพบ


ภายในห้องเสียงต่อว่าด่าทอถึงจำนวนที่ไม่ได้ดั่งใจ


จนนายอนันต์หาข้อแก้ตัวยกเอาผลงานผ่านมา๠ึ้๞มาเทียบ


  “โอ้น้อ ๆ นายท่าน ทุกเทือกะบ่ขี้ฮ้ายเด้อ”


หมอบก้มแทบเท้ารายงานเพิ่มเติม ยังไม่จบงาน


  “ถ่ายามโค้งเมือ พอสิได่อีกห้าหกอยู่คนดอก”


ทั้งแจงขาก๧ั๢ทางเดิม ยังมีโอกาส


เบิกทรัพย์สินจากสังกัดสำหรับกระทำการ เม็ดทองโปรยหว่านสมราคา


  “ขี้คุยกะว่าโลด บักกุลา”


ขุนรณชัยขึงขังใส่ เพราะยิ่งนานวันนายอนันต์เข็นผลงานไม่๠ึ้๞


ตราบใดตำแหน่งดาวมฤตยูทำมุมองศาทาบเมือง


วิธีเดียวคือลิดรอนช่วงวัยอายุ ผู้เกิดระยะเทวีคาระปงหนีหายหลบคมดาบ


รอจังหวะเหมาะดักฆ่าบรรดา ซึ่งอาศัยในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงแหล่งเบาะแส


ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ยังมีอีกสารพัดกรรมวิธีเอาชีวิตเด็กชายที่ต้องสงสัย


หากจามรเทวีมีโอรสบุตรหลวงฟ้า กับพ่อพระยาเลอสรวงคงไม่ถึงขั้นนี้


เหมือนคล้ายมีบุญแต่กรรมบัง เพราะสองท้องครรภ์เป็นธิดาทั้งสิ้น


ขนาดสรรหาสนมเสริมให้ซ้าย ขวา ยังขาดแคลนทายาท


ในเมื่อชู้รักจามรเทวียังไม่บรรลุเป้าหมายทางขุนรณชัยจึงเดือดร้อนแทน


ดุจเป็นเรื่องตัวเอง อันขบวนการทั้งหลายมี๯ุ๨ประสงค์ร้ายทั้งสิ้น


  “เหลือถ่อได๋? สมุนมึง”


ประโยคถามถึงพวกเข้าข่ายพอฆ่าได้อีก


หน่อชาติต่ำต้อยเป็นแค่สามัญ อนันต์เกรงวาสนาพนมมือกราบท่วมหัว


  “บ่หลาย นายเจ่า”


เลยประกาศกร้าวเอาอำนาจข่ม


  “เอิ้นมาให้กูเห็นแหน่”


คำสั่งจากขุนรณชัย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมีอิทธิพล


อันนายอนันต์ขัดไม่ได้“บ่โดน ดอกเด้อ”


จึงรีบถอยออกมาพ้นเขตธรณีประตูเรือน ลงบันได


ถือคบเพลิงหยุดตรงเกวียนลำของลุงสี ก่อนตัดสินใจพูด


  “เงาหัวกู เกือบขาดแล้ว”


ปักแท่งไฟเพลิงลงดินแน่น อนันต์อัดอั้นระบายต่อ


พับม้วนใบยา ลุงสีหวั่นไม่ได้ค่าแรงงวดสุดท้ายอยู่เหมือนกัน


  “กะเฮ็ดให้เเล้ว ๆ โลดซะเป็นหยัง คืนหนิหัวหน้า”


หมายไว้สองคนยังทำอะไรพวกมันไม่ได้ บักลายสือกับบักแป


สบเหมาะลุงสีจะแสดงฝีมือจึงพูด๠ึ้๞


  “ปล่อยไป มีตะเฮาสิตายแทน”


สันดานโจรปล้นชีวิตผู้อื่นมาถึงขั้นนี้ นายอนันต์ย่อมรู้ดีแก่ใจ


  “สิเฮ็ดจังได๋ กะแล้วแต่”


โดนบีบมาจึงโยนงานต่อ ก่อนก้าวยาวถึงเล่มเกวียนตน


ทุกอย่างผ่านไปเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิด๠ึ้๞ ในเมื่อจวนตัว


บทจะตัดทิ้งความเสียดาย ถึงจะเป็นบักลายสือก็ต้องทำ


...เช้าตรู่บรรดาลูกน้องรวมตัวกัน ต่างล้อมวงกินข้าว


จากนั้นนายอนันต์จึงเอ่ยถึงเรื่องเมื่อคืน โดยแจ้งจะพาสมุนเกวียน


เข้าหาผู้ว่าจ้างเพื่อตบรางวัล ลูกไม้ตื้น ๆ พลอยทำให้ดีใจ ตื่นเต้นกันใหญ่


ส่วนลายสือคิดต่างในใจ นึกระแวงเหตุใดได้รางวัลเฉพาะลูกหาบ


มวลเด็กชายจำนวนเหลือรอดจากฆาตกรรมอำพราง ตลอดเส้นทางจนส่งเกลือถึงที่


ทยอยเดินเรียงแถวตามหลังหัวหน้า นายอนันต์พาเข้ามาบริเวณเรือน


แคร่ไผ่ชายวัยกลางคนลักษณะองอาจ สักลายยันต์จามอักขระขอมเต็มแผ่นหลัง


ขุนรณชัยนุ่งโสร่งสูบยาเส้นม้วนใบตอง ควันโขมง


นั่งผึ่งแดดรอทักทาย“มาหล่ะบ้อ? สู”


กุลาอนันต์นั่งลงกับพื้นดิน หมอบต่ำนำกราบก่อน


  “ข้าน้อยเว้าเป็นคำเว้า เจ้านาย”


กวาดสายตามองจนคนสุดท้าย ขุนข้าหลวงโยนเศษก้อนทองประเดิม


  “กูให้สู เป็นแฮงหนุน”


ทิ้งประโยคชักชวน“เทียวหน้า เอิ้นกันมาหลาย ๆ เด้อ”


อารามอยากได้ วัยแตกพานลุกฮือต่างวิ่งตะครุบ


เก็บเม็ดเบี้ยลูกปัด บ้างโชคดีได้ทองคำติดมือ


  “ฮ่วยบักหนิ! ของกู”


บักตุ้ยตัวใหญ่ขู่เสียงดังกับอีกคน ที่ผอมแห้งจนเห็นซี่โครงชัด


  “กู ได่ก่อนเด้อ”


ดูท่าแล้วไม่ยอมกันง่าย บักจ่อยเถียงสู้


เกิดทะเลาะเบาะแว้งแย่งกัน ตามพื้นสันดานเดิมของแต่ละคน


  “-่า คั่วสู!”


ก่อนจะบานปลาย“ไว้หน้า กูแหน่เถิ่น”


ขั้นนายอนันต์ห้ามปรามในเรื่องมารยาท


ทะโมนทั้งหลาย จึงหัวหดคลานก๧ั๢เข้าที่เข้าทาง


แต่ไม่พ้นการสังเกต ขุนรณชัยจึงชี้นิ้วถาม


  “พวกมึง บ่อยากได่ซำเบาะ?”


เหมือนสังหรณ์รู้ชะตาอันคาดเดาไว้ ลายสือกับบักแปนิ่งจนถูกทัก


  “ข้าน้อย กะอยากได่อยู่แหล่ว”


บักแปทะเล่อทะล่าตอบตามจริง


  “แต่คึสิบ่ยาดไผดอก มะลางมีติดโตเอาคืนเมือต้อนพ่อแม่เป็นพอ”


ความใสซื่อของมัน บ่งบอกเป็นนัยว่าพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี


สำคัญก๧ั๢ถึงบ้านให้พ่อ แม่ เห็นหน้าเห็นตาต่างหาก


  “ป่ะ บักอันนี่เว้าดีคัก”


คำชมจากขุนรณชัยเห็นแวว


  “กูอยากได่มึง เป็นทาส”ขนาดออกปากความประสงค์


โอกาสที่ไม่ได้มีมากนัก ทางบักแปแบ่งรับแบ่งสู้


  “ขอโค้งเมือไปถามอีแม่ก่อนได่บ่ นายท่าน”


ลายสือเห็นความมีไหวพริบของสหาย เลยเงียบฟังอย่างเดียว


หากท่าทางสงบ ก่อเข้าตาคนผ่านประสบการณ์จึงลั่นถาม


  “มึงซือหยัง บักนั่น?”


จำต้องบอก“ข้าน้อยลายสือ ลูกแม่คำปง นายท่าน”


ขุนรณชัยกวักมือเรียก“มาให้กูเบิ่งใกล้ ๆ แหน่”


เกิดมาเพิ่งเห็นข้าหลวงแผ่นดิน ซึ่งลักษณะบุญหนักศักดิ์ใหญ่


ค่อยคลานเขยิบเข้าหา นั่งหมอบตรงหน้ามีบักแปตามประกบ


  “สูเป็นเสี่ยวกันเบาะ”เห็นความตัวติดกัน เลยซักต่อ


  “ข้าน้อย กะมีกันซำนี่”


ลายสือพนมมือกราบ ก่อนพูดภาษาท้องถิ่นไทอีสานสื่อสนทนาตอบ


พลันขุนรณชัยนึกบางอย่าง“ซั่นมีมึง กะมีมันถ่อนั่นตั๊ว”


ฝ่ายบักแปยิ้มกว้าง“แม่นแล้ว พ่อเจ้านาย”


ในใจอยากได้ชีวิตพวกมัน แต่ต้องไม่ผลีผลาม


ขุนรณชัยเหลียวมาทางกุลาอนันต์


  “บาดหนิ กูสิเว้ากับมึง”


ไม่ช้าคลานเข่าเข้ามารอคำ“ว่ามาโลดนายท่าน”


อัดยาสูบกลิ่นฉุนสูดเต็มปอด เริ่มพูดแฝงในคำ


  “เลี้ยงเกือพวกมันดี ๆ ขั่นมึงเฮ็ดบ่ได่อย่าให้กูพอหน้าอีก”


วางของถุงทองให้สำหรับแจกจ่ายทุกคน เป็นรางวัลสุดท้ายลมหายใจ


ร่างกำยำลุกจากแคร่ ดึงผ้าคาดเอวกระชับแน่นก้าวเดิน๠ึ้๞เรือน


เสมือนรู้ถึงเชิงความหมายนัยยะวาจา ทั้งเกรงบารมีขั้นระดับเจ้าขุนมูลนาย


ด้านกุลาอนันต์ขานรับพินอบพิเนา


  “ได่ ๆ ท่านขุน”


ก่อนอื่นล้วงควัก จัดแจงแบ่งให้เท่ากันตามคำบอก


พอก้าวพ้นเขตลานดินเรือนสัก ลำเสาเท่าสองคนโอบ


คำขู่ก่อให้อนันต์เหงื่อแตกพล่าน รีบรุดเดินนำสมุนก๧ั๢ยังบริเวณเกวียนจอด


...ภายนอกอาณาเขตเรือนพิกัด ซึ่งถึงวาระคาดคะเน


*ยาสั่งสำแดงอาการ ตะวันเที่ยงเหยียบเงาหัวพอดีคราวเคราะห์


  “อ๊วก!”


ประเดิมก่อน บักจ่อยพุ่งอาเจียนเลือดสด ๆ กลบปากทะลัก


มันตาเหลือกอุทาน“ข่อย หายใจบ่ออก”


ทยอยทรุดฮวบ ลงเกือกกลิ้งทุรนทุราย


เกิดอุปทานหมู่ อีกคนหงายหลังอ่อนแรงทิ้งตัวลงพื้นล้มตึง


  “โอ๊ย! อีหยัง คาคอข่อย”


หายนะหนนี้มาในกรรมวิธีสกปรก ผลงานลุงสีเขยเมืองสังฆะสุรินทร์


ได้จากพ่อตาชาวขะแมร์ มอบให้ไว้กำจัดศัตรูอันไม่ชอบขี้หน้า


มนต์ดำใช้ผ่านก้อนข้าว ที่บรรดาเกณฑ์อายุวัยกำหนดจองล้างผลาญ


หมายเอาชีวิตระยะขีดเส้นตาย เหล่าไม่รู้อิโน่อิเหน่ถูกพิษเข้าตรง ๆ


ระวังอย่างไร บักลายสือกับบักแปยังมาพลาด


เนื่องด้อยเขลาเข้าไม่ถึง เลศนัยของผู้ใหญ่ใจอำมหิต


เกลือป่นโรยปั้นข้าวเหนียว ผสมผงคราบอสรพิษสัตว์อันตรายถูกบดรวมกัน


ทาฉาบด้วยน้ำผึ้งป่ากลิ่นหอมหวาน เคลือบมวลสารสั่ง


ตามกฎห้ามแสลงเป็นทองคำบริสุทธิ์ ของล่อใจ


ระบุบักคนไหนชะตาขาด แค่มือเปื้อนสัมผัส เศษผงเม็ดทองก้อนเท่ากรวดยังถึงฆาต


อุกฉกรรจ์ล้มระเนระนาด เกลื่อนกลาดอนาถนัก


วิถีสังหารเพื่อตัดทอน ผู้จะมาแทนตนทับที่


เกลอสหายพากันขวัญกระเจิง ต่างโดนของล้มลุกคลุกคลาน


แรกคาใจฝีมือใครกันแน่ เก็บอำพรางทีละศพจวบนับรวมเกินหลายสิบ


ปลิดชีพมาเรื่อยๆตลอดระหว่างทาง ไฉนทำกันได้ขั้นนี้


กระทั่งความ๧ั๢ย่อมไม่มีในโลก ไม่ยอมต่อความกลัวใด ๆ


พร้อมเผชิญมุ่งหาฆาตกรจนเจอที่สุด แท้ทำเป็นกระบวนการ


บัญชาเถรตรงจากเบื้องบน ลำดับลดหลั่นชั้นไพร่สถุน


หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องสนองกิเลส รวมก่อวีรกรรมระยำ


หมายครอบจักรวาลยืนยาวโชติช่วง ตลอดขัยสกุลสืบทอดจักรวรรดิ


แดดส่องยาสั่งเริ่มออกฤทธิ์ ขับพิษสงออกมาทางอาการ


บักคนมีทองคำในถุงแขวนผูกเอว ดั่งต้องทรมาน


กลายร่างตะเกียกตะกาย ดิ้นรนหนีความตายจากยาพิษ


ข้าวกินลงท้องเหมือนกับทุกคน หากแต่ลุงสีเอาพรรคพวกพ้องใจบาป


ลอบแอบส่งว่านถอนแก้แก่กัน๧ั๢หลัง จึงไม่มีอันตราย


เฝ้าระแวดระวังตั้งแต่รู้ความจริงอันโหดร้าย ว่ามีการตายปริศนาในหมู่เด็กชาย


คติพจน์คำสั่งสอนพรตฤาษีไศล ฝังใจทั้งสองเคยร่ำเรียนจึงไม่ประมาท


ทั้งบทกลอนในสมุดข่อยใบลานอ่านวิเคราะห์ พอแตกฉาน


แยกแยะประเภทจิตใจคนด้วยวิธีกลั่นกรองวินิจฉัย


ครั้งจนมุมแพ้ไสยศาสตร์ลึก๧ั๢ตำราเถื่อนถ่อย


  “กูคึฆาต สิบ่ม้มแล้ว”


ใกล้สิ้นสภาพธาตุไฟจวนแตก บักแปเลือดทะลักออกทางจมูก


ลมหายใจแผ่วเจ็บแค้นผู้ทำได้ทุกอย่างแม้พรากชีวิตอื่น แลกกับทรัพย์สินเพื่อตัวเอง


  “พวกเฮาบ่เป็นหยังดอก เชื่อกูเสี่ยว”


ศรัทธาแรงกล้า ถ้อยคำลายสือมันประโลมปลุกปลอบมิตร


ที่พึ่งสุดท้ายรวบรวมสติ กุมห่อผ้ารำลึกพระคุณมารดาป้องปฐพี


อธิษฐานต่อบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองขอชีวิตรอด เผื่อแผ่ยังผู้ร่วมชะตากรรม


ก่อเกิดพิสดารมวลหมอกครึ้ม ชั่วขณะดวงสุรีย์ถูกทาบกลืน


มืดสลัวบังตาวงแหวนสาดรัศมี พุ่งเรืองรองกระจายทั่วสารทิศ


อำนาจแถนพิโรธ บันดาลป่วนกระแสลมกรรโชก แผ่นดินไหวสั่นสะเทือน


ลำแสงวิเศษอณูสสารต้านเภทภัย แทรกฉายเข้าสู่มวลกายทุกข์


ปาฏิหาริย์ที่เรี่ยราดนอนรอความตาย ฟื้นคืนก๧ั๢มายืนหมั่นขวัญแก่นดั่งเดิมปกติ


ตาไม่ได้ฝาด สัมผัสเห็นความมหัศจรรย์ทั่วหน้า


  “กูอยู่บ่ได่แล้ว เด้อสู”


ลนลานบอกกันนายอนันต์กระโจนวิ่งหนีเอาตัวรอด ปีน๠ึ้๞เกวียนหัวซุกหัวซุน


เตลิดไร้ทิศทางหอบหิ้วย่ามสมบัติสาแหรกขาด


  “ถ่าข่อยแหน่!”


ลุงสีขนลุกโกยแนบ ชุลมุนวุ่นวายตัวใครตัวมัน


เศษหญ้าแห้งกิ่งไม้หักปลิวว่อนหมู่เมฆกลั่นละอองฝน


ดินฟ้าอากาศแปรปรวน แดดเปรี้ยง ๆ อยู่ดี ๆ มีพายุโหม


วัวเทียมเกวียนระส่ำบางตัวร้องระงม วิปริตแตกตื่นสารพัด


เสียงตีเกราะเคาะไม้จากฟากเรือนบริเวณลานดินรวมกลุ่มเขย่าขวัญ


สะดมพลตะโกนก้องรัวขับไล่*กบกินเกิ้งอาถรรพ์ตอนกลางวันแสก ๆ


  “ฮิ้ว ๆ ๆ”


ธรรมชาติสื่อปฏิกิริยาฉับพลัน กระทบต่อมวลมนุษยชาติต่างขยาดถูกฟ้าลงโทษ.


*ยาสั่งอีกหนึ่งแขนงไสยศาสตร์ดำของทางเขมร


ซึ่งสามารถทำลายล้างศัตรูคู่อาฆาต ให้ถึงตายได้ตามประสงค์


ด้วยการปรุงผสมอาหารที่มีฤทธิ์เป็นพิษ แล้วนำไปให้ฝ่ายตรงข้ามกิน


ผลเล่ากันว่าหากแก้ไขไม่ทัน บุคคลนั้นจะมีอันเป็นไปจบชีวิต


*กบกินเกิ้งที่คนถิ่นอีสานเรียก คือปรากฏการณ์สุริยุปราคา.







































 



    




   

































    




ตอนต่อไป
ตอนที่ 11 จุดเริ่มต้น วิถีคนกล้า

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา