เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
คราวหนนี้คงเลี่ยงไม่ได้เสือหาญสื่อกระแสจิตตอบโต้
“มื้อนี่ บ่มึงกะกูสิอยู่ค้ำฟ้า”
ทางตาลุนไม่แปลกใจใยศิษย์อาจารย์เดียวกัน คนนี้ถึงขยันทำแต่เรื่องอัปปรีย์
กมลสันดานใฝ่ต่ำมองออกตั้งนานแล้ว จึงคอยตักเตือนสติตลอด
ไม่ถือสาช่างเถอะเพราะสันดอนขุดยากจริง ๆ กับพฤติกรรม อันส่อแววชีวิตไม่เจริญ
“บ่มีไผอยู่ค้ำฟ้าดอก บักหาญ”
ทดสอบอารมณ์ตาลุนยียวน“มึงกับกูซำพอปานกัน”
บอกไม่มีใครเหนือกว่าใคร ประเภทดี เลว ชั่วล้วนต่างผ่านมาหมด
“บ่ต้องเว้าหลาย แพงคิงมึงไว้โลด”สมิงพรายประกาศศักดา
ก่อนพุ่งจะฉีกร่างด้วยกรงเล็บคมกริบตวัดฉาด
“สวบ!”
อาวุธแหลมดุจใบมีดเฉียดกาย ตาลุนหลบท่วงทัน
ตั้งรับเสกตัวเองเป็นพยัคฆ์ลายพาดกลอน เข้าประชิดตะปบสู้กลับ
นิ่งเงียบบักลายสือปล่อยให้สะสาง โดยยืนดูฤทธิ์เดชซึ่งนำมาพิชิตระหว่างสองคน
ที่ขณะนี้แปลงกายเป็นเสือสมิงพรายตัวเขื่อง กำลังห้ำหั่นกัดกันเอง
ลี้ลับเหนือธรรมชาติ บักแปตื่นตาบรรดาสิบสองคนอ้าปากค้าง
มองภาพดุจหลุดเข้าไปอีกมิติ ซึ่งไม่เคยพบเคยเห็นชนิดตะลึง
ว่องไวเหาะเหินกลางอากาศสนามสู้รบ เสือสองตัวเลือดอาบ
“แค๊วก!”
เศษริ้วเนื้อติดปลายเล็บ ตาลุนแค่จะสั่งสอน
ต่างอีกคนหวังปลิดชีวิตจึงไม่ยั้งกะเอาถึงตาย
“โฮก์ ๆ ๆ”คำรามแยกเขี้ยวตะครุบว่องไวรุกฆาต
“โอ๊ย!”
เพลี่ยงพล้ำช่วงโรมรันพันตู ตาลุนได้แผลเหวอะทางยาว
“จังได๋มึง บักเฒ่า”
หยามใจเสือหาญเหยียดสมิงพรายแก่เงอะงะ เชื่องช้า
“อรหันต์บารมีครอบเศียร ครูบาอาจารย์ยึดถือ สาหัสม่องได๋ทุเลา”
บริกรรมเป่ารดตรงเจ็บ ปาฏิหาริย์ร่องรอยหายวับ
ตาลุนน้อมรำลึกถึงฤาษีอมตะ ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้
เพื่อใช้ป้องกันตัวไม่ใช่รังแก ข่มเหงผู้อื่นบัญญัติควรคำนึง
“มึงบ่รอดแน่”กร่างตราหน้า
ด้านเสือหาญสาดพลังเวทย์ทั้งหมด แผดเผ่นมุ่งกำจัดไม่เหลือคู่แข่ง
แม้เอกอุสมความทะเยอทะยาน หากแต่ไร้ซึ่งคุณธรรม
คาถาวิเศษปานใด ย่อมไม่หนุนนำส่งเสริมให้บรรลุ
“โอมเพี้ยง!”
เกราะเสือคาบดาบพิทักษ์กันคุณไสย ถูกตาลุนร่ายคุ้มภัย
ยอดยันต์เก้าแก้ว ปลิวว่อนเสียบปักยังลำตัวลายพาดกลอนคุกคาม
แท่งอักขระทะลุกายเนรมิต โลหิตหลั่งแผ่วหายใจกระอัก
ลิบลับฝ่ายอคติหมายทำร้ายพ่ายต่อฝั่งเจตนาป้องกัน ประจักษ์แล้ว
“ฆ่ากูสา อย่าปล่อยไว้ให้หงำกัน”
น้ำเสียงรันทดร้องขอจากปากเสือหาญ เมื่อหมดสิ้นขบวน
ชนะใจตนประโยคตาลุนกล่าวละเว้น
“คนอย่างมึง ยังมีดีอยู่ว่าเก่งกาจ”
คำชมเจือกระแสปราณี“หันมาสร้างคุณ ควมดีใส่โตก่อนตายกะได่”
คืนร่างจริง ลูกศิษย์ร่วมสำนักเจรจากันเปิดอก
“ลุก ๆ บัก-่า อย่าสำออยหลาย”
เดินเข้าหาตรงนอนจมกองอาคมทับ ตาลุนเอื้อมมือฉุดขึ้น
เบื้องลึกบริสุทธิ์ใจ สิ่งเสือหาญสัมผัสได้ในเชิงสัพยอกแกมหยอก
“ข่อยแจ้งแล้ว ไผผู้ควรสักการะ”
ทรุดเข่าลงนั่งเสือหาญก้มกราบ ละอายต่อจิตใจอันสูงส่งอภัยต่อกัน
นอกจากอาจารย์ก็มีศิษย์พี่ ที่บอกกล่าวไม่ให้เกินขอบเขต
“อย่าเฮ็ด จังซี่แมะ”
ถลาดึงตาลุนรีบเฉไฉชวนคุยเรื่องใหม่
“ฮ่วย ๆ กูสิถืกอาจารย์เขกบักกอกเอา”
อันความหมายให้เคารพเพียงฤาษีอมตะเท่านั้น
สำหรับตนเทียบไม่ได้เลยกับสายธารเมตตา มหาศาลของพระอาจารย์
เรื่องร้ายกลายเป็นดี พอถึงที่สุดแล้วเสือหาญยอมปรับนิสัย
...ทางเรือนกระดานตอนเช้า บักโจกลูกน้องคนสนิทผลักบานประตู
“หัวหน้า ๆ”มันเหลียวหาไม่เจอจึงลั่นเรียก
รู้เห็นเมื่อคืนเสือหาญปิดประตู นั่งทำพิธีกรรมไสยศาสตร์
จวนยามสายแดดแรงยังไม่ปรากฏตัว บักโจกใจคอไม่ดี
“เป็นจังได๋น้อ หัวหน้ากู”นึกหวั่นเกิดอันตราย
ตะลอนร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ใช้ชีวิตโลดโผนมิจฉาชีพโจรปล้นสะดม
คมหอก คมดาบไม่ต้องผิวเสือหาญให้มันเห็นสักครั้ง
“คึสิดับแนวหละบ้อ”
สันนิษฐานไปเรื่อย ค้นทุกซอกทุกมุมดั่งทำสิ่งมีค่าหล่นหาย
ผองสมุนใต้ถุนเรือน ขั้นถามกับมันที่ลุกลน เดินพล่าน
“มึงเป็นหยัง บักหนิ?”
สมีขามเคยบวชเป็นพระโดนจับสึก เนื่องหลงเล่นของสกปรก
แอบขุดศพเด็กมาทำกุมารทอง ผิดอาบัติปาราชิก
“ไผเห็นหัวหน้าแหน่”บักโจกเก็บอาการไม่ไหว
“อยู่ทางพุ่น”
พลางชี้มือไปทางเพิงหมาแหงนมุงหญ้าคา ใต้ต้นกระบกร่มครึ้ม
ก้าวเร็วบักโจกตรงดิ่งมันปรี่เข้าตัดพ้อลูกพี่
“โอ๊ยน้อ! ข่อยญ่างนำหาจนเมื่อย”
สุขุมขึ้นมาก เสือหาญยกขันยาแก้ดื่มอึกใหญ่
“กูยังอยู่ดี มีแฮง”ตอบเหมือนรู้ความคิดบักโจก
มันยิ้มประจบ“ว่าแม้น สิบ่ได่เห็นกันอีก”
คืนกระชุ่มกระชวยกับน้ำมนต์ ที่ตาลุนถอนอาถรรพ์ให้
“ฮั่นนี่ อ้ายกูซื่อลุน”
พูดพร้อมหันไปทางคนนั่งข้าง ๆ ทางเสือหาญเอ่ยบอกกับบักโจก
คิ้วขมวดเลยโพล่งกลางวง
“เอ้า เจ่ามีพี่น้องตั้งแต่มะลางได๋”
ตัวบักโจกพอจำได้“คึว่าเป็นลูกกำพร้า พ่อกับแม่ตายถิ่มเหมิดแล้ว”
ชักจะโมโห เสือหาญถีบเข้าให้ในท่ามันใกล้ฝ่าเท้า
“บักพากตำปอดมึง! ฟังกูเว้าจบก่อน”
ผองเด็ก ๆ นั่งดูอยู่พลอยหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่า ๆ ๆ”
ลูบหลังก้นจ้ำเบ้าบักโจกหน้าเสีย คลานมาใหม่
“โทษเด้อ ผู้ข้าคนปึก”
มันยอมรับตรง ๆ“อัน อ้ายหรือลุง”
เนื่องตัดสินที่วัยของตาลุนนั่นเอง มันจึงปากพล่อย
“เคยเป็นศิษย์ฮ่วมสำนัก”
จนเสือหาญขยายความ“กูกับอ้ายเพิ่น นับถือกัน”
“บ่แม่นผู้อื่น ผู้ไกลตั๊วหนิ”
ลู่ตามลมทันที บักโจกอยู่เป็น
“บาดนี่ มึงหาข้าวน้ำ เลี้ยงเกือต้อนฮับเด้อ”
เอ่ยสั่งงานเสือหาญส่งต่อลูกน้องอีกกำชับ
“เบิ่งม่องเซา จนครบถ้วนอย่าให้ขาด”
รับเอาคำ บักโจกลุกเดินก่อนพาผู้มาเยือนเคลื่อนขยับ
“จังซั่น นำข่อยมาโลด”
ห่วงใยตาลุนยังหันบอกขั้นตอนรักษาฟื้นฟู
“กินน้ำมนต์แล้ว ฟ้าวเข้าฌานสมาธิสาเด้อหาญเอ้ย”
น้ำตาจะไหลถ้อยคำซาบซึ้งใจ เสือหาญพยักหน้า
“กะได่ อ้าย”
อาภัพตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร ตั้งแต่ลืมตาเกิดไม่รู้กำพืดตัวเอง
อาศัยขอข้าวขอน้ำจากบรรดาที่อดสงสารไม่ได้
บางครั้งลักเล็กขโมยน้อย เพื่อให้ได้มาอาหารประทัง
อัตคัดภูมิหลังอดอยาก ปากกัดตีนถีบกว่าจะเติบใหญ่เลยกร้านชีวิต
เนื้อแท้นพคุณของตาลุนเผื่อแผ่ถึง เสือหาญจึงกลับตัว
...กำหนดวันคืนนครหัวเมือง ท้าวเทศชะเง้อคอยคนเดียว
“เว้ามาดู๊ มึงเฮ็ดจังได๋?”
พอเสือหาญหมอบเข้าถึง นั่งคุกเข่ารายงาน คำแรกซักถามร้อนใจ
“ข้าน้อยปราบ ราบคาบเหมิดแล้วท้าวท่าน”
สีหน้ายิ้มออก ท้าวเทศปลอดโปร่งโล่งขึ้นเมื่อฟังคำตอบ
“ดี กูสิได่เมือ อย่างซำบายใจ”
วางนโยบายทำคู หนอง ถมดินล้อมกู่ กั้นไม่ให้น้ำหลากกัดเซาะศิลาแลงส่วนใน
จากนั้นมอบเวชภัณฑ์จำพวกยารากไม้สารพัดประเภท *หินเหล็กไฟ
บรรจุถุงพระราชทานให้ยังชาวบ้านแบ่งปันตามสัดส่วน ชุมชนซึ่งขาดแคลน
“บ่ต้องห่วงดอก ทางพี้มีข่อยเบิ่งแงง”
พูดเพื่อคลายกังวล เสือหาญหลอกตาท้าวเทศ
“เอาหละเด้อ กูสิทูลขอตราตั้งให้มึงบ่เกินเดือนห้า”
ส่วนท้าวเทศก็พูดยื้อเวลาไปอย่างนั้น เพราะไม่มีวันที่เสือหาญ
ชนชั้นล่างเขยิบฐานะใกล้ตำแหน่งใด ในราชการแผ่นดิน
“เป็นพระคุณหลาย ๆ”
ก้มกราบกราน เสือหาญรู้แล้วแค่คำลวงเนื่องถ้าจะให้ก็ได้ตั้งนานแล้ว
สัมพันธ์อันคล้ายสวมหน้ากากเข้าหากัน เพื่อผลประโยชน์
ลุล่วงผ่านไปแถวเกวียนยาว เตรียมตัวออกเดินทาง
กองอารักขาไม่เอะใจ มีกลุ่มสะกดรอยตามกงล้อกระชั้นชิด
จำนวนเด็กสิบสองกับผู้ใหญ่สอง รวมทั้งหมดสิบสี่คน
คอยเฝ้าประกบขบวน ชนิดไม่คลาดสายตาช่วงขณะเดินดง
...ได้แนวร่วมเพิ่มตัวฉกาจ เสือหาญพาเกาะติด
ชะตาที่ก่อให้ได้มาลงเอยเข้ากับคณะต่างถิ่น
คือแหวนซึ่งสวมใส่ สัญลักษณ์ผู้มีบุญขนานนามพ่อเทวดา
เล่าย้อนหลังโดยตาลุน จุดเริ่มต้นท้าทายต่อแถนท่าน
ผลพวงต้องปวารณาตน เป็นคนอุปถัมภ์ตัวแทนองค์ผีฟ้า
พิสดารมากกว่า เป็นคดีฆ่าอำพรางเด็กชายภายในวัยแตกพาน
อุกฉกรรจ์เกินสามัญชนบงการ บาปกรรมสังหารหมู่
ขนลุกเกรียวเสือหาญแทบไม่อยากเชื่อ ถ้าผู้เล่าสู่ฟังไม่ใช่ตาลุน
“อีกบ่โดนน้า เจ่าสิฮู้ขั่นนำเบิ่งเถิงโตพ่อหลวง”
แทรกประโยคชวนค้นหาจากบักลายสือ รับประกันว่าเรื่องอัปยศไม่ได้มดเท็จขึ้นมา
เพื่อสร้างเสื่อมเสียยังผู้ทรงอำนาจปกครองบ้านเมือง
หลายคนพยานแต่ให้ปากคำเดียวกันในจำนวนประสบภัย
กระตุ้นเสือหาญสงสัย พร้อมพิสูจน์ความจริงซึ่งตนคลุกคลีเกี่ยวข้อง
กรณีลักพาตามใบสั่งของฝั่งคุ้มลำปาวฟากทาง*เมืองฟ้าแดดสงยาง
ระบุเงื่อนไขพิรุธเฉพาะเจาะจงเป็นเด็กชาย ไต่ระดับสิบปีขึ้นไป
จนถึงหนุ่มน้อยกระทงรุ่นใหม่ได้ยิ่งดี มีราคางามตามเกณฑ์
จุดเปลี่ยนทัศนะ จะสืบถึงและหาทางต่อต้านไม่ได้ริเริ่มจากเสือหาญ
หากเป็นบักลายสือ ที่ก้าวย่างริเริ่มประเดิมตัวอย่างแรก
...“ยามได๋ สิฮอดน้อ”จำปาแพล่มบ่นปวดแข้งปวดขา
ระยะเข้าเขตประทาย ทางสัญจรป้อมค่ายกองพลพักแรม
“เบิ่งทรง คึสิค้างแฮมม่องนี่”
รู้หนึ่งข้อจำปาไม่ใช่เพศชาย ตาลุนจึงผ่อนปรนเพราะกะคร่าว ๆ
วัยคงเท่ากับหลานหญิงอยู่บ้าน ลูกสาวของบักข่วงลูกชายคนโตตน
ไม่ให้เสียเปล่า บักแปวิสาสะดึงขามานวดเอาใจ
“มานี่ ข่อยสิบีบให้จำปา”
บนขอนไม้จำปาสบายขึ้น
“อือ! มึงกะเฮ็ดดีเด้หละ”
ได้หน้าประสาเคยเห็น พ่อกับแม่ดูแลกันบักแปมันพูดอวด
“ยามแม่ข่อยจ่มเจ็บเอ็น อีพ่อฟ้าวคั้นให้ตั๊ว”
จนเกิดคำถาม“ขั่นพ่อมึงปวด ไผขิดเส้นให้ซั่นหน่ะ?”
มือที่กดน่องบรรจงลงจังหวะเบา หนักสลับ บักแปพูดชัดภูมิใจ
“กะข่อย นั่นแหล่ว”
พลอยได้ชมเปาะ“ค่องแม่น มึงเฮ็ดเป็น”
ลายสือกำลังถือคันปล่องบ่วง จะหาที่วางดักสัตว์ไว้สำหรับเป็นเสบียงกิน
บักสิมอาสาพาเดิน ตีคู่กันมาข้ามผ่านตรงขอนไม้ผุ
“ถ่ากู แหน่”ตาไวบักแปกวักมือเรียก
ส่วนจำปาขอไปด้วยอีกคน ถูกบักแปบอกให้รออยู่เฉย ๆ
เหน็ดเหนื่อยพอประมาณ จำปาเลยได้แต่มองตามหลัง
ช่วงสำรวจแหล่งวางกับดัก บักสิมมีเรื่องอยากคุย
“เฮ็ดจังได๋ฮึ จังสิได่วิชากับเสือหาญ”
ท่าทางมันสนใจเรียนรู้ เปรยปรึกษา
สอดส่องบริเวณพุ่มพงหวาย หน่ออ่อนถูกจิกคุ้ยเขี่ยแสดงว่ามีไก่ป่า
“บ่ยากดอก โตมึงกะขอกับเพิ่นเบิ่งตี้”
สำเนียงไทอีสานชัด ลายสือออกความคิดเห็น
“เฒ่าพ่อลุนสักสิดกั่ว บักสิม”
พลันบักแปสวนขึ้น ว่าเลือกเรียนวิชากับตาลุนขลังกว่าเยอะ
“ถ่อกันเหมิดนั่นหละ”
ด้านลายสือค้าน“ขั่นฮู้จักไซ่ บ่เฮ็ดไผก่อน”
คิดบางอย่างได้ บักสิมหลุดถามอีก
“มึงได่แหวนมาแต่ไส บักลายสือ”
คนที่ให้ความกระจ่างแก่มัน กลับเป็นบักแป
“โพนปลวกสูงท่วมหัวมึง ในสถูปร้าง แฮก ๆ กูคึดเป็นผีเป้าออกแสง”
ฟังแล้วบักสิมนึกว่าบักแปโกหก
“แม่นอีหลีเบาะ?”
พลางมันหันมาหาคำตอบกับเจ้าของแหวน
“พวกกู พ้อพร้อมกันตั๊ว”
ไม่ปฏิเสธเหตุการณ์ เจอมหัศจรรย์ตอนแรก
“ย้อนกูขี้ญ่าน กะเลยบ่เป็นก้าว”
สหายบักแปออกตัวในความกลัว จนไม่คู่ควร
“มึงใส่ เบิ่งบ่”
บักลายสือคนใจอยู่แล้ว ถอดแหวนให้สวม
“หื่อ ๆ กูบ่อยากเป็นคึเฒ่าพ่อลุน”
ผวาบักแปส่ายหน้าปฏิเสธ ภาพจำตอนลองของกัน
“ขอจับได่บ่ จั๊กน่อยแหน่”โอกาสบักสิมมาถึง
“เอาซั่น”
ไม่ได้หวงแหน บักลายสือยื่นต่อ
กล้า ๆ กลัว ๆ บักสิมหยั่งคะเน คว้ามาเพ่งดูเต็มตา
“โอ้ เป็นจังซี่ตั๊ว”
อุ่นวาบตัวเบารู้สึกหายใจสะดวก ลมปราณไหลเวียนคล่อง
ทันใดละโมบครอบงำ เพียงมโนนึกอกุศลดั่งโดนลงโทษ
“อ๊า! ฮ้อน ๆ ๆ”มันสะบัดทิ้งเหมือนถูกเผา
ลนลานเข้าไปอีก เพราะวงแหวนหมุนลอย สวมคืนนิ้วเจ้าของเดิมบักลายสือ
“ป๊าดโธ่เห็นคัก ๆ แล้ว”บักสิมอุทาน
“มึงจื่อบ่ บาดหนิ”
คำสมน้ำหน้าของบักแป ต่อว่าบักสิมอันบารมีไม่เสมอวัตถุมงคล
ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน จะครอบครองได้โดยง่ายนอกจากผู้มีบุญ.
*หินเหล็กไฟ เป็นหินที่มีส่วนผสมของแร่ซิลิกา มากกว่า 60 เปอร์เซ็น
เมื่อเอาแท่งเหล็กที่มีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ มาตีกระทบจะทำให้เกิดประกายไฟขึ้น
ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญา นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน
ทั้งการให้แสงสว่างเพื่อความปลอดภัย และใช้ไฟในการหุง ต้ม ประกอบอาหาร
มนุษย์สมัยโบราณนั้นใช้หินทำอาวุธ สำหรับล่าสัตว์มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
โดยการนำหินมาเคาะ กะเทาะ จนได้รูปทรงตามต้องการ
กรรมวิธีในการเคาะนั้นบังเอิญว่าหินบางชนิดมีประกายไฟ เช่น หินเหล็กไฟ (Flint Stone) จึงนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์
*เมืองฟ้าแดดสงยาง คือชื่อเก่าจังหวัดกาฬสินธุ์.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??