เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก

ติดตาม
ตอนที่ 29 มุ่งท้าทาย
ตอนที่ 29 มุ่งท้าทาย
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

  ความที่ต้องปกปิด อชาตะประทับอยู่แต่ในปราสาท


หลบไม่ให้เจอแสงแดด อันอานุภาพพระสุรีย์สามารถสลายเผาไหม้ร่างได้


ลำพังแรงเทียนแท่งเล็ก จุดตอนกลางคืนในตำหนัก


อสูรไม่กังวลเท่าไร ที่ออกไปไหนมาไหนได้เพราะซ่อนในคัมภีร์ซาตาน


มังคลาพราหมณ์ หอบหิ้วใส่ย่ามขนย้ายติดตัว


เพียงเปิดสมุด ท่องมนต์เรียกวิญญาณอีกข้อสำคัญคือกรีดเลือดหยดลงไป


กรรมวิธีได้มาโดยไม่คาดคิด ขณะตอนโกรธแค้นที่ถูกชาวบ้านธรรมดาดวลคาถาจนแพ้ให้


ผีพรายบักโผนลูกกรอก มันพาไปหากะจะเอาเรื่องที่ถูกรังแก


กลับโดนสั่งสอนจากตาแก่ ที่ขลังวิชากว่าตน


ยอมที่จะถูกเหยียบหยาม แม้เป็นเพียงข้าโหรข้างบัลลังก์


เรียนที่จะรู้พ่าย ใช้เป็นแรงขับเคลื่อนเตือนใจ


บัดนี้เป็นทีของมังคลาบ้าง แค่เอื้อมอำนาจตรงหน้ามาครอบครองซะเอง


  “อยากให้ ไปฆ่าไผจักคน”


ประโยคเกริ่นพูดกับอาชตะ


ไม่ได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุที่มา ความโหดเหี้ยมของมังคลา


  “บอกมาโลด”


แต่ก็ทำตามแต่โดยดี เพราะผลประโยชน์ตกแก่ตนด้วย


ลดความกระหาย คาวเลือดมนุษย์มวลสูบมอบพลังให้อสูร


  “บักถืกขังอยู่ในคุก”


ระบุถึงคู่กรณี ซึ่งไม่จำเป็นต้องพลิกแผ่นดินค้นหา


ท้ายแล้วมาเผชิญหน้าถึงที่ ทั้งยังจะป่าวประกาศผ่านท้าวเทศ


หวังถือสิทธิ์ในฐานะเชื้อกษัตริย์ อันถูกต้องตามขนบ


  “เอาไว้ก่อน มื้ออื่นจังสิกินมัน”


อิ่มหนำกับร่างที่สิ้นลมหายใจ นอนตายอยู่ใกล้ ๆ แทบเท้า


คราวเคราะห์ของนางกำนัลชั้นน้อย พลอยถึงฆาต


  “ฮ่วย ฟ้าวนำแหน่ถ่อน”


เกิดขัดกันอีกคนหนึ่ง ขณะฝ่ายอสูรยังไม่หิวในตอนนี้


  “บ่ะ! กะว่ามื้ออื่น”


๴ั๤๸า๤ดื้อด้านไ๦่๺๬๦ลงใ๼๮ง่าย อชาตะตวาดคืน


  “กูเป็นนายมึง!”


พาลโมโหเผลอลืมตัว ขึ้นกูขึ้นมึง มังคลาตอกย้ำทวงบุญคุณ


  “คั่นบ่ได่กู มึงกะสิอยู่ในหนังสือซัมนั่น”


ด้านอชาตะก็ไม่เบา สะบัดเสียงยอกย้อน


  “กูกับมึง ไผแน่อาศัยกัน”


พอถึงจุดจวนสำเร็จ ต่างเผยธาตุแท้ออกมาชนิดปะทะคารม


ฝั่งอชาตะชักจะกำเริบถือตนสำคัญกว่า


  “คึกัน หละวะ”


มังคลารับเอาตรงนี้โต้วาที“คึดเบิ่ง บ่มีกู กะบ่มีมึง”


หลุดวาจาข่มขู่แฝงนัยนะ กล่าวถึงสิ่งควรพึงสังวร


ถึงฤทธิ์เดชสะกดผู้พบพานให้ตกใต้อำนาจ จนสามารถดูดกลืนวิญญาณ


ตรงข้ามต้องมีผู้คอยอำนวยเรื่องบางอย่าง เพราะยังคงสิงสู่ในคัมภีร์


ทั้งหมดนี้ล้วนมีมังคลาช่วยมีส่วน จึงอยู่รอดปลอดภัย


แม้เป็นเดรัจฉาน พลันสำนึกโลหิตหยาดแรกชุบชีพได้มาจากบุคคลใด


  “ซั่น ขอสาเป็นมื้ออื่น”


ลดทิฐิลงบ้าง สำหรับอสูรที่ยังคิดทันอย่างน้อยต้องพึ่งพากันอยู่


อีกประการ ปรากฏเกิดในห้วงท้องพระโรง แหวนสำแดงนพคุณต้านอาถรรพ์


จังหวะช่วงขณะเสี้ยวเดียว ขั้นสร้างทุรนทุรายมหาศาล


เหตุหลาบจำ อชาตะหวั่นไม่กล้าเข้าใกล้ ไอ้คนชื่อลายสือ


  “กะได่ ๆ”


ตัดบทข้ออันจะก่อขุ่นเคืองระหว่างกันเสียเปล่า มังคลาสะพายย่ามจะก้าวเดินหนี


ก่อนความโกรธจะบั่นทอน จวนเจียนเกือบบาดหมาง


  “จำไว้สา ผู้สิเป็นใหญ่กะคึมึง”


ถ้อยคำอชาตะบอกถึงปัจจัยในอนาคต“จังกู ขอตะมีของเลี้ยงเกียกะพอ”


เมื่อได้ยินจึงเข้าใจในขีดจำกัดอสูร เลยหมดระแวง


  “จังซั่นมื้อนั่นมาเถิง ท่านเองสิบ่อดบ่ยาก”


คล้ายเป็นคำมั่นมังคลาเบาใจ ก้าวเดินออกมายังสถานพำนักตน


ซึ่งได้อภิสิทธิ์ยกระดับชั้น แห่งเดียวกันในเขตปราสาทราชวัง


สืบเนื่องมาจากความดีความชอบ เป็นที่ประจักษ์ในพิธีสวด


ปลุกให้ราชาทรงฟื้นขึ้นมาจนได้ ใช้อวิชชานำพาสู่หนทางลัด


...ปรึกษาหารือกัน กับสิ่งชวนสงสัยในพฤติกรรมของปุโรหิต


ไม่แต่เฉพาะกลุ่มท้าวเทศ คณะท้าวรณชัยยังติดค้างช่างแตกต่างสิ้นเชิง


พ่อหลวงเลอสรวงองค์เดิม ไม่เหลือคราบทิ้งให้พระนางจามรฉงนท่าที


ครั้งอาทิตย์ตกดินเมื่อไร เป็นต้องเรียกหาใ๼๮่มาปรนเปรอ


หลังจากตื่นจากหลับไหล จามรเทวีถูกใช้งานถวายสำราญเริงรัก


บักโกรกจนร่างโทรมเพราะหักโหมเกิน กระทั่งจัดสรรสนมนางอื่นขึ้นห้องตามตาราง


เก่าก่อนไม่ได้เป็นเช่นนี้ เนื่องคำปฏิเสธจากสวามี


ทรงหน่ายแหนงจำพวกเรื่องประเภทบนเตียง


กิจหน้าที่ขยายทายาทลูกหลาน นาน ๆ เข้าพระนางเลยงดแจกงานแก่บรรดาสนม


สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง ยิ่งคดีของขุนรณชัยถูกปัดตกไปไม่ให้ฟ้องร้อง


โดยดูเหมือนเอื้อต่อมังคลาพราหมณ์เหลือเกิน เทวีจึงมีทุกข์


ข้ามวันอรุณรุ่ง จามรเทวีแต่งองค์ทรงเครื่องเข้าเฝ้ายังห้องบรรทม


ข่าวร้ายรายงานจากทหารเวรยาม ท่ามกลางดึกสงัด


ร่างนางสนมถูกหามออกมาสภาพศพสยอง พร้อมยัดเยียดข้อหาขัดพระราชหฤทัย


ถูกบัญชาให้นำไปทิ้งนอกเขต เฉกเช่นเคยทำประจำ


  “ทรงตรัสบอกน้องได่บ่ เพคะ?”


คำจากจามรเทวีในฐานะมเหสี เอ่ยต่อเลอสรวงสวามี


  “พวกมัน บ่ได่ดั่งใจกู”


กระทั่งวาจายังกระด้าง ลิบลับกับองค์เดิม


  “อาจเป็นญ้อนน้อง ลืมกำกับ”


พยายามน้อมรับ“จังซั่น น้องสิสั่งสอนให้ใหม่”


พระนางคิดจะทดสอบ เพราะอยากรู้อยู่เหมือนกันในดุลพินิจ


  “บ่ต้องมาข้อง ของจังซี่กูฆ่าถิ่มอย่างเดียว”


อชาตะตัดสินเอง“บาดหนิ เข้ามาหาฮอดม่อง”


ยังไม่ชำระกาย เครื่องทรงผ้าพันลำตัวเอกเขนกกวักใช้สอยทันที


เช้านี้อย่างแรกคือเสพสังวาส จามรเทวีระอาหนัก


หากแต่ไม่กล้าขัดขืน สตรีเยี่ยงเธอคงจะมีสิ่งพอสนองตัณหา


แก่บุรุษได้เท่านั้น อันเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัย


เนื่องชัดเจนแล้วในวินิจฉัยพระนาง ผี-่าซาตานต้องเข้าสิงองค์ราชาของแผ่นดินอย่างแน่นอน


...ปล่อยให้ล่วงผ่าน มังคลารอจนอสูรเสร็จกิจทั้งมวล


จวนบ่ายได้เวลาสังหาร ภายในคุกหลวง*หุ่นพยนต์คงรูปลายสือ


นั่งสงบนิ่งบริเวณมุมห้อง พร้อมผจญชะตากรรม


  “ไสเข้ามาใกล้ ๆ กูดู๊หละ”


วางมาดเข้ากับบทบาท อสูรหลุดมาจากคัมภีร์ไสยเวทย์อาถรรพ์


ออกคำสั่ง ยังท่าทางไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด


อชาตะทำทีสู้หน้า อย่างไรมีมังคลาอยู่ทั้งคน


  “เร็ว ๆ แหน่มึง”เห็นไม่ขยับเขยื้อน เลยเร่งเสียงดัง


อีกฝั่ง*นั่งทางในดูเหตุการณ์ สื่อจิตใช้วิจารณญาณยื้อเวลา


  “เว้ามาโลด”


หุ่นมายาพูดขึ้น ไม่ให้มีพิรุธ


เห็นจากอาการ มังคลาจึงประสงค์รู้อีกเรื่อง


  “บอกกูมา มึงเป็นไผ”


ถามเพื่อให้แน่ใจจะได้กำจัดพ้นทางซะที


  “มารดานาม คำปง”


เปิดปากเล่าถึงหนหลัง“เกิดขึ้นมา กะบ่ฮู้ว่าไผเป็นพ่อ”


  “แล้ว มึงอยากได่หยัง”โยนถามทั้งที่ฟังยังไม่จบ


ไร้ซึ่งความรู้สึกส่วนลึกจิตใจ แค่หุ่นพยนต์เอาไว้สำหรับล่อลวง


อาศัยเข้าฌานสมาธิเคยร่ำเรียนกับฤาษีไศลพรตไพร


ลายสือใช้ระยะสั้น ๆ ลองทำตามคำแนะนำของตาลุน


รวบรวมปราณ สื่อสารผ่านตัวแทนความเป็น ความตาย


ภายในห้องเงียบสงัด มีหิ้งวางศิลาแกะสลักพระพุทธรูป


มงคลวัตถุเอาไว้เป็นที่สักการะบูชา ยึดเหนี่ยวพลังความศรัทธา


เสือหาญกับตาลุนช่วยประคับประคองหนุน ให้บักลายสือใช้ดวงจิต


สวมไว้ในพยนต์จนสามารถ ตอบโต้บางส่วนได้อย่างสมจริง


  “ทันคึด บ่ออก”


ทวนสติปัญญา งัดมาต่อสู้โดยอ้างประวิง


  “อย่าสิ ขี้ตั๋วกู”


ยิ่งเป็นการอยากรู้เจตนาของบุคคลอันปรากฏกาย ชนิดคิดไว้ไม่มีวันนี้มาถึง


นอกจากท้าวรณชัยที่ระแคะระคายอยู่บ้าง ขนาดตามล่าล้างผลาญตลอดมา


สันนิษฐานจากการไม่พบศพ ขาดพยานยืนยัน


ต่างจากมังคลาปุโรหิต ในหลงผิดนึกว่าหมดศัตรูแล้วในเรื่องทายาทสืบบัลลังก์


  “จังซั่น กะฟ้าว ๆ ฆ่าสา”


ถ้อยคำเอ่ยท้าทายจากปากหุ่นพยนต์ ดุจรู้การมาในธุระนี้


สัมผัสคลื่นไม่พบรังสีรบกวน ดั่งเคยประสบคราวทีอสูรแสดงตัวตน


  “ฮ่า ๆ ๆ”


ฐานะองค์เลอสรวงภาพลวงตา เปล่งเสียงหัวเราะชอบใจ


เพิ่งเป็นครั้งแรกที่เห็น โดยส่วนมากมักขอร้องไม่อยากตายกันทั้งนั้น


  “เอาหละ บาดหนิแล้ว”อสูรบอกไว้ ก่อนจ้องสะกดจิต


หุ่นพยนต์ยืนนิ่งไม่ไหวติง ชะงักกับห้วงถูกครอบงำ


ก่อนล้มลงสิ้นเรี่ยวแรง ธาตุในกายโดนสูบจากร่าง


วูบดับประหนึ่งขาดลมหายใจฉับพลัน เป็นอย่างนี้นี่เอง


สำหรับความตายรอบสองของบักลายสือ จิตในอีกกายได้เรียกผนึกไว้


ด้วยอาคมจากตาลุนกับเสือหาญ อัน*วิชามหาอุตตะผนึกทวาร


ช่วยสกัดไม่ให้อสูรดึงเอาวิญญาณทั้งหมดออกจากร่างได้


ซึ่งสื่อผ่านพยนต์ แต่ก็มีผลต่อผู้ส่งจิตบังคับหุ่นในขณะนั้น


ย้อนให้นึกถึงพยากรณ์เปรียบเปรย ‘พ่อฆ่าลูก ทางลูกกะสิฆ่าพ่อ’


คำทำนายลวง ๆ ของปุโรหิตมังคลาโหราศาสตร์


ไฉนเหมือนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะตรงหน้าเป็นเด็กชาย


อายุกำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ถูกทารุณกรรมโดยอสูรสูบเลือดในร่างบิดาองค์เลอสรวง


แสงจุลชีพไหลออกมาจากปาก ที่ตกในภวังค์แห่งอำนาจ


สมยอมง่ายดาย มอบชีวิตปลิดปลิวแก่อสูรร้ายอาชตะ


มังคลามองดูด้วยความสะใจ ในขั้นตอนได้เห็นกับตาทุกอย่าง.


*หุ่นพยนต์


พยนต์ แปลว่า สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น


หุ่น คือ รูปจำลองของ คน สัตว์ เทวดา ยักษ์ หรืออะไรสุดแท้แต่


ตามจินตนาการของผู้สร้าง โดยอาศัยหลักอุปทาน


อยากได้รูปร่างอย่างไรให้ทำตามแบบนั้น ดูตรงความต้องการให้เหมาะกับงานที่มอบหมาย


ส่วนวัสดุที่นำมาใช้ทำ สามารถนำมาทำได้เกือบทุกอย่าง


ตั้งแต่หญ้าสาน ก้านใบไม้สาน เถาวัลย์สาน หวายสาน ใบไม้ถัก ไม้แกะสลัก เทียนไข ผ้าอิฐ หิน ดิน ทราย เงิน ทอง ฯลฯ


หุ่นพยนต์ คืออะไร ถ้าจะให้ตอบอย่างเป็นทางการ


คงต้องอธิบายว่า หุ่นพยนต์ จัดเป็นเครื่องรางไสยเวทชั้นสูงอย่างหนึ่ง


โดยทำจากวัสดุหลากหลาย และผสมมวลสารต่าง ๆ ตามแต่ผู้ทรงวิทยาคมจะกำหนด


สิ่งสำคัญของหุ่นพยนต์ คือการปลุกเสกให้วัสดุ และมวลสารนั้น ๆ


มีชีวิตจิตใจ เพื่อบรรจุพลังเข้าไว้ภายในตัวหุ่น


อุปเท่ห์ในการใช้งาน หุ่นพยนต์แบ่งเป็นสอง สาย


เรียกให้เข้าใจง่ายว่า ขาวสายเทพ ดำสายพราย


สายขาว มักเป็นหุ่นพยนต์ที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุธรรมชาติ


เน้นการปลุกเสกเพื่อใช้งานในทางปกป้องคุ้มครอง การตั้งรับ ดูแลเจ้าของ


สายดำ จะมีการบรรจุมวลสารอาถรรพ์ เพื่อให้มีฤทธิ์เดชมากกว่าปกติ


มวลสารดังกล่าวอันมีตั้งแต่ของที่เกี่ยวกับวิญญาณ ศพ ป่าช้า น้ำมันพราย ฯลฯ เป็นต้น


ตำนานหุ่นพยนต์ มีให้เห็นมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดย พระมหากัสปะเถระ


เสกหุ่นพยนต์จากการ อธิษฐานอภิญญาฤทธิ์


ให้หุ่นพยนต์เฝ้าอภิบาลพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลาย ก่อนที่พระมหากัสปะเถระจะเข้าสู่นิพพาน


จากนั้น 200 ปี พระเจ้าอโศก มหาราช ทรงเปิดสถูปพระบรมสารีริกธาตุ


เพื่ออัญเชิญลงมา แต่เจอหุ่นพยนต์มวลพิทักษ์ป้องกันอยู่


ทหารนับแสนของพระองค์ ยังเอาชนะไม่ได้ทั้งไม่สามารถเข้าถึงพระบรมสารีริกธาตุ


ร้อนถึงพระอินทร์ต้องแปลงกายมาเป็นพราหมณ์หนุ่ม


เอาศรมายิงทำลายหุ่นพยนต์ จึงคลายมนต์นำเอาพระบรมสารีริกธาตุ และมหาสมบัติออกมาได้


*นั่งทางใน คือการเข้าสมาธิเพื่อหยั่งรู้ด้วยพลังจิต


*วิชามหาอุตตะผลึกทวาร บริบทความหมาย ทวาร คือทางเข้าและทางออกแห่งอาสวะกิเลสทั้งหลาย


ซึ่งเชื่อกันว่า มนุษย์ (หรือสัตว์) มีช่องประตูแห่งการเข้าออก 9 ทาง


ได้แก่ ตา 2 จมูก 2 หู 2 ปาก 1 รวมทั้ง ช่องทางขับถ่ายด้านหน้าและด้านหลังอีก 2


องค์โดยนับรวมเป็นทวารทั้ง 9 ในอินทรีย์กายของเรานั่นเอง


(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)




















ตอนต่อไป
ตอนที่ 30 มุ่งมั่น

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา