เรื่อง ระบบสังหารโชคชะตา ข้าเกิดมาเพื่อพิฆาตตัวเอกและวายร้าย
หลังาที่ัฉีก้าวเข้าสู่วังวนมิติไปพร้อมกับชายชราเหมิงหวู่ ทิ้งไว้เพียงแค่คลื่นพลังอันเบาบางที่ยังคงหมุนวนเลือนลางอยู่ในอากาศ
บรรยากาศภายในตำหนักที่เคยเคร่งเครียดก็พลันเงียบสงัดลงอีกครั้ง เหลือเพียงแค่หลัวหยางที่ยังคงนอนแน่นิ่งไร้สติอยู่บนเตียงหยกอุ่น และร่างอรชรของต้วนเฟิงเจี๋ยที่นั่งอยู่ข้างๆ ดวงตาของนางทอดมองสามีตัวน้อยด้วยแววอ่อนโยนและแฝงความห่วงใยอันลึกล้ำ
มุมปากของนางคลี่ยิ้มอย่างยากจะบรรยายด้วยถ้อยคำใด
ต้วนเฟิงเจี๋ยนั่งคุกเข่าข้างเตียง พลางยื่นมือขึ้นลูบไล้ไรผมที่ปกปิดหน้าผากของหลัวหยางราวกลัวจะปลุกให้เขาตื่นาห้วงหลับใหล ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแบบที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน เป็นความอ่อนโยนที่มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งจะมีให้แก่คนที่ตนรักสุดหัวใจ
“ยังดีที่พี่หญิงมาทัน!”
“ผลลัพธ์ของการใช้พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ คงทำให้เจ้าต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส!”
“ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ..”
“เจ้าก็ไม่ควรใช้มันซักนิด!”
ขณะที่กล่าว นัยน์ตาของต้วนเฟิงเจี๋ยเต็มไปด้วยความเศร้าและสำนึกผิด เพราะมันเป็นความผิดของตนเอง
นางยื่นมืออีกข้างออกมาแล้วหยิบกล่องหยกสีทองอร่ามที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ กล่องนั้นดูเก่าแก่ อักขระโบราณนับสิบๆชั้นเคลื่อนไหวรอบผิวกล่องเช่นเถาวัลย์ทองคำที่พันรัดแน่นหนา กล่องนี้ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนาราวกับไม่ต้องการให้สิ่งใดเล็ดลอดออกมา
ต้วนเฟิงเจี๋ยสูดหายใจลึก ก่อนจะดีดนิ้วด้วยปลายนิ้วเรียวงาม เสียงหนึ่งกังวานขึ้นเบาๆ
อักขระชั้นแรกสลายตัวไปเป็นละอองแสง แล้วตามด้วยชั้นที่สอง ที่สาม และต่อเนื่องไปจนกระทั่งอักขระทั้งหมดค่อยๆคลายออก
เมื่อกล่องหยกเปิดออกจนหมดสิ้น สิ่งที่อยู่ภายในก็เผยสภาพให้เห็นเม็ดยาสีแดงเข้มที่เปล่งแสงดั่งเปลวเพลิง ก่อรูปลักษณ์ของมังกรบรรพกาลและฟินิกซ์สวรรค์โบยบินหมุนวนไปรอบๆตัวเม็ดยา เสียงคำรามและเสียงร้องของอสูรทั้งสองแว่วอยู่ในโสตประสาทราวกับดังก้องมาาฟากฟ้า เป็นโอสถที่มีชีวิต มีจิตวิญญาณ มีความลึกลับและทรงอำนาจเกินกว่าคำบรรยาย
ต้วนเฟิงเจี๋ยจ้องมองมันด้วยสายตาที่ซับซ้อนและเปี่ยมด้วยความทรงจำ
ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกประหนึ่งว่าหัวใจที่เคยหนักอึ้งถูกปลดเปลื้องในทันใด
“โอสถที่ไม่อาจจัดระดับได้..”
“เม็ดยาฟินิกซ์มังกรหยินหยาง”
นางกระซิบเบาๆ ขณะปลายนิ้วลูบผ่านเปลวเพลิงแห่งเม็ดยาโดยไม่สัมผัสโดยตรง
“ในช่วงเวลาหลายแสนปีจะสามารถหลอมขึ้นมาได้แค่เพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น!”
“โอสถแห่งฟ้าดินที่ก่อกำเนิดาแก่นโลหิตของฟินิกซ์อมตะ และไขกระดูกที่แท้จริงของมังกรบรรพกาล หลอมรวมด้วยเพลิงหยินหยางเก้าสวรรค์ที่เผาผลาญทวยเทพ สมดุลแห่งชีวิตและความา กระทั่งภายในวิหารเทพจักรพรรดิของพี่หญิงก็ยังมีเพียงแค่สองเม็ดเท่านั้นเอง!”
คำพูดของนางเปี่ยมด้วยความหมายและความลึกล้ำที่ยากจะเข้าใจ นางยิ้มจางๆพลางหันกลับไปมองหน้าหลัวหยางอีกครั้ง
“เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าต้องอ้อนวอนท่านพ่อและท่านแม่มากเพียงใด กว่าที่พวกท่านจะยินยอมและส่งมอบเม็ดยานี้มาให้”
“ว่ากันว่าหากดูดซับอานุภาพของเม็ดยานี้ได้โดยสมบูรณ์ จะสามารถสร้างร่างศักดิ์สิทธิ์ฟินิกซ์มังกรหยินหยางขึ้นมาได้”
“มันเป็นร่างที่เปี่ยมด้วยพลังหยินและหยางโดยสมบูรณ์ และมีพลังในการเปลี่ยนแปลงกฎสวรรค์ได้อย่างแท้จริง!”
ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เม็ดยาดังกล่าวไม่ใช่แค่ของล้ำค่า แต่คือขุมพลังที่สามารถทำให้เกิดสงครามระหว่างดินแดนได้ หากมีข่าวว่ามันปรากฏเพียงแค่เม็ดเดียว ก็สามารถทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรนับพันๆล้านล้วนบ้าคลั่ง แย่งชิง ฆ่าฟัน และก่อความโกลาหลโดยไม่สนใจสิ่งใด
ทว่าตอนนี้เม็ดยาดังกล่าวกลับอยู่ในมือของหญิงสาวผู้หนึ่ง กำลังจะใช้มันกับชายผู้ซึ่งนอนหลับใหลอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง
“แต่พี่หญิงก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าพลังอำนาจลึกลับที่ซ่อนอยู่ในตัวของเจ้าจะยอมรับมันหรือไม่”
นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความกังวล
“แต่เพียงแค่ฤทธิ์ยาพื้นฐานที่สามารถฟื้คืนทุกสิ่งได้.. มันก็คุ้มค่าแล้วที่จะใช้กับเจ้าที่อยู่ในสภาพนี้ เพราะเจ้าคือสามีตัวน้อยของข้ายังไงละ!”
สิ้นคำพูดอันเปี่ยมด้วยความรักที่ไม่มีเงื่อนไขนั้น ต้วนเฟิงเจี๋ยก็ก้มหน้าลง ในมือของนางยังคงถือเม็ดยาฟินิกซ์มังกรหยินหยางไว้แน่น
เม็ดยาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีขาวและดำที่แปรเปลี่ยนเป็นรูปของฟินิกซ์อมตะและมังกรบรรพกาลหมุนเวียนไปมาราวกับมีชีวิตนั้น เป็นของล้ำค่าที่สุดที่นางเคยถือไว้ในมือ และวันนี้มันกำลังจะถูกใช้เพื่อมอบโอกาสครั้งใหม่ให้แก่ชายที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้า
ต้วนเฟิงเจี๋ยโน้มตัวลงมาใกล้กับใบหน้าซีดเผือดของหลัวหยาง นางมองดูใบหน้าที่ตนคุ้นเคย ริมฝีปากซีดเซียวและผิวพรรณที่เคยมีประกายเปี่ยมชีวิต ตอนนี้กลับดูราวกับผู้ใกล้สิ้นลม ขอบตาของหญิงสาวสั่นไหว แต่ดวงใจของนางกลับมั่นคงกว่าเคย
ด้วยความที่ชายหนุ่มไม่ได้สติ จึงไม่สามารถกลืนกินโอสถด้วยตนเองได้
ต้วนเฟิงเจี๋ยจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด นางค่อยๆประคองศีรษะของหลัวหยางขึ้นมาให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม ก่อนจะนำเม็ดยาวางไว้บนปลายลิ้นของตนเองอย่างระมัดระวัง านั้นก็โน้มตัวลงไปอย่างช้าๆ จนริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกันในห้วงขณะอันเงียบงัน
ริมฝีปากนุ่มนวลของนางประสานกับปากของเขาในท่วงท่าที่แสนอ่อนโยน
ก่อนจะใช้แรงเพียงเล็กน้อยาปลายลิ้นของตน ผลักดันเม็ดยาเข้าสู่โพรงปากของชายหนุ่มให้ไหลลงไปในลำคออย่างสมบูรณ์
เม็ดยาฟินิกซ์มังกรหยินหยางค่อยๆไหลลงสู่ช่องท้องของหลัวหยาง
และในวินาทีที่มันสัมผัสกับศูนย์กลางพลังปราณที่ลึกที่สุด
พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวก็พลันระเบิดขึ้นาภายใน มวลพลังขนาดใหญ่เปล่งแสงออกมาผ่านผิวหนังของเขาในทันที ร่างของหลัวหยางเริ่มเปล่งแสงสลับขาวและดำออกมาาผิวของเขา ประหนึ่งหยินหยางสองขั้วที่กำลังหมุนวนและหลอมรวมเข้าหากันอย่างสมบูรณ์
ประกายแสงขาวดำล้อมรอบร่างกายเขาประหนึ่งคลื่นลมของโลกและสวรรค์บรรจบกันเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อพลังโอสถบังเกิดผล สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือขั้นชำระร่าง การผลัดเปลี่ยนร่างกายระดับแรกสุดที่เป็นรากฐานของการหลอมสรรพชีวิตใหม่
ร่างของหลัวหยางเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงกระดูกแตกร้าวทีละชิ้นดังสะท้อนออกมาเหมือน-่าฝนกระแทกแผ่นศิลา กระดูกเดิมของเขาแตกสลายทีละส่วนาภายในเหมือนถูกบดขยี้อย่างไร้ปราณี แต่ไม่มีหยดเลือดเดียวไหลออกมา
เพราะกระดูกเหล่านั้นกลับหลอมรวมขึ้นใหม่าภายในแทบจะในทันที
โครงกระดูกของเขากำลังก่อกำเนิดใหม่เป็นกระดูกมังกรหยินหยางที่เปล่งแสงสีขาวดำเรืองรอง
โลหิตเดิมของเขาถูกอุณหภูมิภายในที่สูงลิ่วเผาไหม้เป็นไอ ก่อนจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นโลหิตสีแดงทองที่เต็มไปด้วยอำนาจแห่งฟินิกซ์
ในห้วงเวลาเพียงชั่วพริบตา ชายผู้ใกล้สิ้นใจกลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดดั่งถูกฉีกกระชากร่างออกเป็นเสี่ยงๆ ทว่านั่นเป็นเพียงความเจ็บเพื่อไปสู่การเกิดใหม่ พลังของเม็ดยานั้นไม่อาจสังหารผู้กลืนกินได้
ไม่ว่าความเจ็บปวดจะรุนแรงเพียงใด ผู้ได้รับโอสถจะยังคงต้องมีชีวิตอยู่เพื่อสัมผัสผลลัพธ์แห่งการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่
ร่างกายของหลัวหยางในเวลานี้ไม่ได้เพียงแข็งแกร่งขึ้น หากทนทานเหนือสามัญสำนึก เขาจะสามารถต้านทานการโจมตีที่รุนแรงยิ่งกว่าระดับของตนได้หลายเท่า และกระดูกของเขาจะไม่หักง่ายแม้จะถูกแรงกระแทกมหาศาล
แค่หยดเลือดเพียงหยดเดียวาตัวเขา ก็สามารถเยียวยาอวัยวะที่บาดเจ็บหนักหรือกระดูกที่แหลกสลายให้กลับมาสมบูรณ์ได้
โลหิตที่มีคุณสมบัติฟื้ฟูนี้จึงไม่ใช่เพียงเลือดธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือโลหิตฟินิกซ์อมตะที่สามารถหลอมรวมกับวิญญาณได้ทันทีที่สังเวย และหากวันใดที่เลือดทั้งหยาดสุดท้ายในร่างของเขาหมดสิ้น มันก็จะสลายไปในพริบตาและปลุกชีพใหม่ให้เจ้าของอีกครา
ระหว่างที่ทุกอย่างดำเนินไปโดยไม่มีเสียงใดรบกวน ดวงตาของหลัวหยางที่หลับสนิทมานานก็เบิกขึ้น
ภายในแววตาทั้งสองข้างสะท้อนภาพของมังกรบรรพกาลและฟินิกซ์อมตะที่โบยบินสลับหมุนวนเป็นลำแสงขาวดำรอบๆร่าง
ภาพนั้นราวกับเกิดขึ้นในภวังค์แต่กลับชัดเจนประหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้า
รูปลักษณ์ของมังกรบรรพกาลแผ่พลังอำนาจแห่งธาตุหยางอันแกร่งกล้า ผสานกับฟินิกซ์อมตะที่ระริกด้วยเปลวเพลิงแห่งหยินอันสงบและเยือกเย็น บินวนรอบกายเขาดั่งเทพพิทักษ์สองขั้วที่กำลังก่อร่างสร้างสิ่งใหม่อย่างเร่งเร้า
เปลวพลังของทั้งสองกระจายสู่ร่างกายของหลัวหยาง ผ่านเส้นชีพจร พลังปราณ และไขกระดูก
เสมือนว่าร่างกายของเขาคือแหล่งหลอมโอสถแห่งสวรรค์ที่กำลังฟื้คืนาจุดา
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??