เรื่อง เนื้อ-นม-ไข่: ฮาเร็มแวมไพร์สายกาว NC 25+
ตอนที่ 5
เช้าวันใหม่…ทั้งสี่คนเริ่มการเดินทางกลับจากสุดขอบแผนที่ด้วยเรือเล็ก นับเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายิ่่าการเผชิญหน้ากับโทรลล์เสียอีก นั่นเพราะคลื่นยักษ์แห่งทะเลครีกอสถาโถมใส่อยู่ตลอดเวลา
สภาพของสมาชิกปาร์ตี้นั้นดูอนาถิ่่าศพเดินได้ อริสานอนพาดตัวอยู่กราบเรือ ใบหน้าที่เคยงดงามกลายเป็นสีเขียวคล้ำราวกับซอมบี้ที่เพิ่งฟื้นคืนชีพ
เธออาเจียนเอาวิญญาณออกมาพร้อมกับอาหารเช้าจนหมดไส้หมดพุง นอนหมดสภาพความเป็นกุลสตรีโดยสิ้นเชิง
ส่วนการ์เน็ตก็วุ่นวายอยู่ท้ายเรืออย่างบ้าคลั่ง มือหนึ่งหมุนพวงมาลัยเป็นระวิงเพื่อสู้กับคลื่นยักษ์ อีกมือถือประแจไล่ฟาดเครื่องยนต์ที่ส่งเสียงไอค่อกแค่กเหมือนคนใกล้ตาย
ปากก็ตะโกนด่าทอทะเลด้วยถ้อยคำที่หยาบคายที่สุดเท่าที่จะสรรหามาได้ เพื่อประคองไม่ให้ 'สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ' ของเธอพาทุกคนดิ่งลงสู่อเวจีก่อนเวลาอันควร
แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด…ไม่ใช่คลื่นลมหรืออาการเมาเรือ แต่มันคือความตึงเครียดที่อัดแน่นอยู่ในเรือต่างหาก
จิณไม่ปริปากพูดกับเซเวียร์เลยแม้แต่คำเดียว ราวกับว่าอากาศที่ใกล้ชิดกันบนเรือคือพิษร้าย ในขณะที่เซเวียร์ก็ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการนอนหลับอย่างสบายใจเฉิบ แะเมินเฉยต่อความทุกข์ระทมของปาร์ตี้อย่างสิ้นเชิง
ในที่สุด…หลังจากการเดินทางที่ยาวนานราวนรกชัง ตั้งแต่รุ่งสางจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทิ้งไว้เพียงแสงทไวไลท์ ปาร์ตี้ก็ได้ก้าวเข้าสู่โซลาราเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ แะเป็นแหล่งที่มั่นสุดท้ายอันเปราะบางของอาณาจักรมนุษย์
แม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ แต่บาร์เบียร์แห่งหนึ่งในย่านชานเมือง ก็ถูกปกคลุมด้วยความรื่นเริงที่น่าอับอาย เสียงตะโกนเฮฮาของนักเดินทางขี้เมาปะปนไปกับเสียงแก้วกระทบกันดังกึกก้อง…
ควันบุหรี่ที่หนาทึบลอยอ้อยอิ่งผสมกับกลิ่นเหม็นอับของเบียร์ราคาถูก แสงสลัวของตะเกียงน้ำมันสาดส่องไปบนใบหน้าของผู้คน ทำให้รอยยิ้มทุกรอยดูบิดเบี้ยวแะซ่อนเร้นเจตนาบางอย่างที่มืดมิดไว้เบื้องหลัง
ทั้งสี่คนนั่งรวมกันอย่างกระอักกระอ่วนที่โต๊ะไม้เก่าๆ จิณยังคงรักษาระยะห่างจากเซเวียร์ราวกับถูกสาปแช่งด้วยเสื้อผ้าใหม่ ที่ไม่ได้ปิดบังบาดแผลทางร่างกายแะจิตใจเลย
เซเวียร์ที่เพิ่งกระดกเบียร์ขมปร่าเข้าคอไปเป็นครั้งแรกหลังตื่นจากการหลับใหลมาเกินครึ่งศตวรรษ ซัดแก้วลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดังลั่น
ปัง!!
“ข้าล่ะเหลือจะเชื่อเลยนะ…ว่าเหล่าสาวงามอย่างพวกเจ้า จะรอดจากพายุ-่าซาตานนั่นมาได้ด้วยเรือลำเล็กๆ นั่นน่ะ”
ราชาแวมไพร์กล่าวด้วยท่าทางเฮฮา ราวกับเรื่องราวความตายของคนอื่นเป็นเพียงละครตลกที่ไม่คู่ควรกับการจดจำ
การ์เน็ตที่ดูจะเมาได้ที่ สะบัดเปียคู่สีน้ำเงินอย่างไม่ยี่หระ เธอวางแก้วเบียร์ลงอย่างหนักหน่วง ก่อนจะตีศอกสะกิดเข้าที่สีข้างของเซเวียร์อย่างภูมิใจในความอัจฉริยะของตน
“นั่นเพราะวิทยาการของข้าที่ติดตั้งไว้ใต้ท้องเรือไงเล่า…ราชาแวมไพร์ ฮิๆๆ”
สาวช่างกลหัวเราะร่วน
“ไม่งั้นเรือลำแค่นั้นก็อับปางไปตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้ว…พวกเจ้าคงได้ไปฟินกับก้นทะเลครีกอสก่อนจะถึงฝั่งแน่”
อริสาซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกับเซเวียร์ ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเพราะความเขินอายหรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอกำลังจิบอยู่
จีโอแมนเซอร์สาวเอียงคอเล็กน้อย พยายามหลีกเลี่ยงการสบสายตาตรงๆ ก่อนจะกระซิบทักด้วยเสียงที่แผ่วเบา
“เอ่อ…ข้า…สงสัยว่าเจ้าไม่คิดจะใส่เสื้อผ้าสักหน่อยเลยหรือไง? ผู้คนหันมามองกันเพียบแล้วนะ”
“ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” เซเวียร์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะทำในสิ่งที่สาวน้อยอย่างอริสาไม่มีวันคาดคิด
เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว หันหมุนไปเผชิญหน้ากับฝูงชนในบาร์ที่กำลังเฮฮา เรือนร่างที่เต็มทุกสัดส่วนของราชาแวมไพร์ ถูกเปิดเผยอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าผู้คนในมหานครแห่งมนุษย์
อริสาไม่ได้มีแค่ใบหน้าที่แดงก่ำเท่านั้น นั่นเพราะตอนนี้อาการชาก็แล่นเข้าสู่กล้ามเนื้อของเธอทันทีราวกับถูกพลังอำนาจนั้นตรึงไว้
เซเวียร์เหยียดแขนยกแก้วเบียร์ขึ้นสูงจนสุด แะคำรามออกมาด้วยเสียงที่ดังก้องท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่เงียบลงชั่วขณะ
“จงชาบู!! เทพบุตรสุดหล่อเท่ ผู้มีอวัยวะที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งธารินเทีย…กลับมาแล้วจ้า!! มีสาวไหนสนใจจะรับบริการไหม? รับรองว่าพาขึ้นทะลุสวรรค์จนรุ่งสางแน่นอน!! ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
การ์เน็ตหัวเราะร่วน เธอทุบโต๊ะซ้ำๆ อย่างถูกใจในความบ้าคลั่งแะความโจ่งแจ้งของเซเวียร์ แววตาของเธอกร้าวขึ้นอย่างยั่วเย้า ราวกับจะเชื้อเชิญให้ราชาแวมไพร์ลงมาสนุกกับเธอในตอนนี้เลย
ทว่า…ปฏิกิริยาเหล่านั้นไม่ใช่สำหรับจิณผู้เคร่งขรึม ใบหน้าของเธอซีดเผือดิ่่าผิวของเซเวียร์เสียอีก มือข้างหนึ่งกำหมัดแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน ขณะที่มืออีกข้างจิกลงบนเนื้อไม้ของโต๊ะเก่าๆ จนเกือบเป็นรอย
ความสนุกไม่ได้แล่นเข้าสู่จิตวิญญาณของเธอแม้แต่น้อย มีเพียงความโกรธแค้นแะความอับอายที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ภายใน
ในสายตาของพาลาดินผู้ภาคภูมิ…สิ่งที่เธอเห็นคือความอัปยศที่ทำลายเกียรติของเธออย่างสิ้นเชิง ทรราชแห่งโลหิตผู้นี้…ไม่คู่ควรแม้แต่จะหายใจอยู่ในธารินเทีย
ทว่า…หญิงสาวำไ้เพียง้ำืความแค้นแะความอัปยศ เพราะเธอพลาดท่าเสียทีให้กับกลยุทธ์อันต่ำช้าของทรราชผู้นี้ไปแล้ว ทำให้ต้องมารับผลกรรมอันสุดแสนจะเจ็บปวด
จิณได้แต่ยกซดเบียร์แก้วแล้วแก้วเล่า น้ำสีอำพันไหลราวกับน้ำพิษ ที่หวังว่าจะพอช่วยให้เธอลืมความระทมแะร่องรอยอันเปราะบางภายในไปได้บ้าง
อย่างน้อย…ก็ขอให้ฤทธิ์ของมันช่วยปิดปากเสียงแห่งความอับอาย ที่กำลังกรีดร้องอยู่ในห้วงความคิดของเธอได้ในค่ำคืนนี้
จิณรู้ตัวอีกที…ราชาแวมไพร์เปลือยเปล่าก็หิ้วสาวแปลกหน้าสองคนหายออกไปจากบาร์ที่เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดีแล้ว
บนโต๊ะ…การ์เน็ตผู้ไร้ความกังวล หลับยิ้มคาอยู่บนพื้นผิวไม้ที่เหนียวเหนอะหนะ ส่วนอริสานั้นนั่งหน้าแดงแะตาปรือ แผ่นหลังเล็กๆ เอนพิงผนังร้านไปแล้วอย่างหมดแรง
หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างมึนงง พยายามประคองสติที่หลงเหลืออยู่เพียงริบหรี่ ร่างกายเธอสั่นเบาๆ ราวกับอากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว ภาพในดวงตาพร่ามัว…ผนังดูเหมือนจะค่อยๆ เอียงเข้ามาหา
[สงสัยจะดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยมากเกินไปแล้วจริงๆ] จิณพึมพำในห้วงความคิดที่เริ่มดับแสง
“เป็นอะไรไป…จิณ?” อริสาถามด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อย ไม่รู้ว่ามีสติมากน้อยเพียงใด
“ข้าจะออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย”
เธอตอบด้วยเสียงที่ห้วนแะติดขัด อย่างคนที่กำลังพยายามอย่างหนัก
“เดี๋ยวก็สร่างเมาเอง”
ผู้นำสาวผมสีทองกระชากตัวเองลุกขึ้นจากโต๊ะไม้ที่เหนียวเหนอะหนะอย่างทุลักทุเล โดยไม่ได้สนใจการ์เน็ตที่หลับคาโต๊ะ หรืออริสาที่กำลังตาปรือเลยแม้แต่น้อย
จิณก้าวเข้าสู่ตรอกแคบๆ ด้านหลังร้าน ที่ซึ่งแสงสลัวแะเสียงอึกทึกของบาร์ถูกกลืนกินไปด้วยความมืดมิด หญิงสาวทรุดตัวลงพิงกำแพงอิฐที่เย็นเฉียบเพื่อจะได้ตั้งสติที่กำลังลอยเคว้งคว้าง
[อะไรกัน…?]
เธอคิดในใจ ก้อนเนื้อในอกสั่นระรัว
[ร่างกายมันหนักอึ้งไปหมด ราวกับถูกทับด้วยหินผา เดินมาแค่นี้ยังยากเย็น]
ความมึนเมาที่เธอตั้งใจใช้เป็นเกราะกำบัง กำลังย้อนกลับมาจู่โจมสติสัมปชัญญะของเธออย่างรุนแรง…พาลาดินผู้ภาคภูมิรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดของตรอกนี้แล้ว
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะที่แหบแห้งก็ดังมาจากปากทางเข้าตรอก ชายสองคนกำลังเดินโซเซผ่านมา
“เบียร์วันนี้มันช่างรื่นรมย์นัก!! พวกเราซัดกันไปเยอะเลยนะ” เสียงของชายคนหนึ่งพึมพำด้วยความพึงพอใจ
“ร้านนั่น…สินค้าดีไม่ใช่เล่น สาวๆ น่ารักเยอะเลยว่ะ”
ชายอีกคนตอบกลับด้วยเสียงที่หยาบโลน
“มีเงินอีกเมื่อไหร่ต้องกลับไปใช้บริการอีกแน่นอน!!”
“เฮ้ย!! อะไรนั่น?”
ชายคนแรกพลันชี้มือไปที่ร่างของจิณที่ทรุดอยู่ในมุมมืด
“คุณหนู…ดึกดื่นป่านนี้มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ?”
ทว่า…พาลาดินผู้กำลังจมดิ่งไม่ได้สนใจแม้แต่จะเงยหน้ามอง ดวงตาของเธอว่างเปล่าราวกับว่าอันตรายที่คุกคามอยู่ตรงหน้าไม่ได้มีความหมายอะไร
“เดี๋ยวมีคนไม่ดีมาจับตัวไปนะ”
ชายคนเดิมหัวเราะแหบแห้ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แะยื่นมือสกปรกมาบีบเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของจิณอย่างถือวิสาสะ
“ถ้าน้องไม่มีที่ไป…ไปที่พักของพวกเราสิ แน่นอนว่าไม่ทำอะไรหรอก…แค่นิดหน่อย”
ทันใดนั้น…จิณก็เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาที่ว่างเปล่าเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นสายตาที่คมกริบแะเย็นชา การจ้องมองของเธอไม่ได้แสดงถึงความกลัว แต่เป็นการจ้องมองที่ดูถูก ราวกับว่าชายผู้นี้เป็นเพียงแมลง
“เฮ้ย!! นั่นมัน…จิณ…พาลาดินผู้ทรงเกียรติของราชสำนักนี่หว่า!!” ชายอีกคนพลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อได้เห็นใบหน้าเต็มๆ ของหญิงสาว
จิณปัดมือที่บีบเนื้อหัวไหล่ของเธอออกอย่างรุนแรง
“ไปให้พ้นๆ ซะ…ไอ้พวกสวะ!!”
เธอสั่งด้วยเสียงที่ต่ำแะเย็นเยียบ น้ำเสียงนั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยอำนาจแะความรังเกียจเดียดฉันท์
“รีบไปกันเถอะ”
ชายคนที่ตกตะลึงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“อยากถูกฆ่าหรือไง?”
ทว่าชายคนที่เพิ่งโดนปัดมือกลับยังยืนนิ่ง ดวงตาที่เมามัวเพ่งมองร่างของจิณอย่างสำรวจตรวจตรา ก่อนจะกล่าวต่ออย่างคนที่สบโอกาสในความอ่อนแอ
“แก้มแดงอย่างนี้…ดูจะเมาน่าดูเลยนะ…คุณพาลาดิน”
เขาเน้นคำยศตำแหน่งอย่างเยาะเย้ย พร้อมทั้งใช้ปลายรองเท้าบูตสกปรกเขี่ยเข้าที่บั้นท้ายของเธอเบาๆ อย่างถือวิสาสะ
“หรือว่าความจริงแล้ว…กำลังรอให้ใครสักคนเข้ามาช่วยให้หายเมากันแน่?”
“เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!! อย่าให้ข้าต้องเอ่ยซ้ำ!!” จิณพึมพำ
ความหงุดหงิดจากการถูกมดปลวกท้าทายในสถานการณ์ที่เธอควบคุมร่างกายไม่ได้ กำลังทำให้เธอระเบิด
แต่แล้ว…ชายหนุ่มก็กลับพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว เขาใช้มือเพียงข้างเดียวรวบข้อมือของหญิงสาวทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน ก่อนจะยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ แะกระชากร่างของเธอให้ยืนขึ้นจนสุด
การกระทำนั้นเผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวของจิณอย่างชัดเจนภายใต้ชุดบิกินีสีขาวที่แสนจะเปิดเผย
“ดูเป็นผู้หญิงที่โคตรเจ๋งเลยว่าไหม?” ชายคนนั้นกล่าวกับเพื่อนด้วยเสียงที่กระหายแะหยาบโลน โดยไม่ละสายตาไปจากจิณ
ตอนนี้จิณรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายที่หนักอึ้ง
[ไม่มีแรงเลย…] จิณคิดอย่างสิ้นหวัง
ความอัปยศที่ถูกกัดกินจิตวิญญาณนั้นยิ่งรุนแรงขึ้น
[เพียงแค่คิดว่าเจ้าพวกแมลงชั้นต่ำเหล่านี้ สามารถจับกุมร่างของข้าได้ก็แทบคลั่งแล้ว…]
“ทำแบบนี้…แน่ใจแล้วนะ?” ชายที่ตกตะลึงถามด้วยเสียงที่กระซิบแผ่ว แะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เขายังคงกลัวศักดิ์ศรีของพาลาดินอยู่
“จะกลัวอะไรหนักหนาวะ!!”
ชายที่จับจิณไว้ตวาดกลับด้วยความรำคาญใจที่เพื่อนยังขี้ขลาด
“โอกาสแบบนี้ หาไม่ได้อีกแล้วนะโว้ย!!”
“เอามือสกปรกออกไปซะ!!”
จิณไม่ทนอีกต่อไป เธอตะคอกใส่เต็มหน้าของชายผู้อหังการด้วยเสียงที่ก้องกังวานแะเด็ดขาด ราวกับเสียงของเทพเจ้าพิโรธ
ใบหน้าที่แดงซ่านจากฤทธิ์สุราอยู่แล้ว พลันเข้มขึ้นจนแทบเป็นสีเลือดด้วยความโกรธแค้นแะความอับอาย
“ไม่งั้นแกไม่ได้ตายดีแน่!!” คำขู่ของพาลาดินผู้สูงศักดิ์ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่เป็นคำสัตย์สาบานที่ออกมาจากจิตวิญญาณของพาลาดินที่กำลังถูกเหยียดหยามจนถึงขีดสุด
“น่ากลัวเสียจริง”
ชายคนที่จับจิณไว้ยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย
“พวกเราอ่อนแอกว่าเจ้ามาก เพราะฉะนั้นรีบจัดการซะเลยสิ”
“ไอ้สารเลว!!” จิณคำรามตอบ เสียงของเธอแหบแห้งแะเต็มไปด้วยโทสะ…เหงื่อกาฬผุดขึ้นทั่วใบหน้าของหญิงสาว
“เจ้ามุ่งมั่นดี” ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มน่ารังเกียจ
สายตาของเขาไม่ได้แค่ตระเวนมอง แต่จ้องตะลึงอย่างไม่ปิดบัง ไล่ตั้งแต่ร่องอกที่เปิดเผยของเธอลงไปจนถึงกึ่งกลางหว่างขาอย่างโจ่งแจ้ง
เขาเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ พลางพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ถึงว่าทำไมใครๆ ก็เรียกว่าพาลาดินที่แข็งแกร่งที่สุด…กล้ามเนื้อแน่นไปทุกสัดส่วนขนาดนี้…อยากรู้นักว่าข้างในจะ ‘ตอดรัด’ ได้รุนแรงขนาดไหน?”
“ขะ…ข้าว่าอยู่ตรงนี้นานไปไม่ดีแน่” ชายหนุ่มอีกคนยังคงมีความระแวงแะพยายามดึงสติเพื่อน
“งั้นมาช่วยกันพานางกลับห้องกันดีกว่า” ชายผู้อหังการตัดสินใจทันที รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้า
ปึ้ก!!
หมัดขวากระแทกเข้าลิ้นปี่ของจิณเต็มรัก
ร่างของหญิงสาวทรุดงอแะไอค่อกแค่ก อากาศทั้งหมดถูกขับออกจากปอดของพาลาดินสาว เรี่ยวแรงสุดท้ายที่เคยใช้ตะคอกใส่พวกเขามลายหายไปในพริบตา
บัดนี้พาลาดินผู้เกรียงไกรแห่งธารินเทียกลับถูกลากไป…ด้วยสภาพที่หางม้าสีทองแกว่งไหวไร้เรี่ยวแรง เพื่อเผชิญชะตากรรมที่โหดร้าย…ิ่่าความตาย
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??