เรื่อง เนื้อ-นม-ไข่: ฮาเร็มแวมไพร์สายกาว NC 25+
ตอนที่ 22
ณ ประตูเมืองอิกนิเซีย…บรรยากาศรอบตัวถูกปกคลุมด้วยเขม่าควันสีดำหนาทึบ กลิ่นกำมะถันที่รุนแรงคละคลุ้งไปกับกลิ่นไหม้ของเขม่าเหล็ก และไอร้อนระอุจากเตาหลอมที่พวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา
เซเวียร์ควบอาชาทมิฬพุ่งทะยานเข้าสู่ตัวเมืองในสภาพที่เปลือยเปล่าล้านเปอร์เซ็นต์อย่างไม่สะทกสะท้าน ผิวกายที่ขาวซีดและมัดกล้ามเนื้ออันกำยำของเขาสะท้อนกับแสงแดดที่ดูมัวหมองจากม่านควัน
เนตรสีโลหิตกวาดมองไปรอบๆ ถนนหนทางที่เงียบสงัดราวกับสุสานร้าง…สิ่งที่ทำให้ราชันแวมไพร์ต้องขมวดคิ้วคือการที่เขาไม่พบเห็นผู้คนอยู่ในเมืองนี้เลยแม้แต่คนเดียว
เซเวียร์ตัดสินใจรั้งบังเหียนอาชาทมิฬให้ชะลอความเร็วลง ก่อนจะโจนทะยานลงมาจูงม้าด้วยมือเปล่า ปล่อยให้อริสานั่งอยู่บนหลังม้าในอ้อมกอดของสายลมที่ร้อนระอุ
ผิวพรรณของจีโอแมนเซอร์สาวบัดนี้เปล่งปลั่งนวลเนียนเป็นประกาย ซึ่งเป็นผลจากการถูกอัดฉีดน้ำทิพย์วิเศษจากเซเวียร์เข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมา
“อริสา…เตรียมความพร้อมของเจ้าซะ!!” เซเวียร์ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
สัญชาตญาณนักล่าของเขากำลังเตือนถึงภัยร้ายที่อยู่รอบตัว
“ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นสาบเน่าของพวกหมาป่าที่กำลังกระหายเลือด”
อริสารีบรวบรวมสติที่ัคงเคลิบเคลิ้มแล้วคว้าเอาบิกินีสีชมพูตัวโปรดขึ้นมา สวมใส่เข้ากับเรือนร่างที่ร้อนผ่าวอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมรับการจู่โจมจากฝูงไลแที่อาจจะกระโจนออกมาจากเงามืดได้ในทุกวินาทีต่อจากนี้
“นี่เจ้าว่า…เมืองนี้มันดูเงียบจนน่าแปลกใจไปหน่อยไหม? เหมือนกับทุกคนกำลังกลั้นหายใจแอบมองพวกเราอยู่เลย…หรือว่าข้าจะคิดมากไปเองน้า?” อริสาเองก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
ทว่าเมื่อยิ่งมุ่งหน้าลึกเข้าไปจนใกล้ถึงใจกลางเมือง เสียงอึกทึกโวยวายของฝูงชนที่ฟังดูวุ่นวายและโกลาหลก็เริ่มดังแผ่ซ่านออกมาหนาหูขึ้นทุกขณะ
ทันทีที่เซเวียร์เยื้องกรายพ้นหัวมุมถนนหลัก…ภาพที่ปรากฏแก่สายตา คือฝูงไลแขนาดใหญ่นับร้อย กำลังแผดเสียงโห่ร้องอย่างวิปริต
พวกมันยืนเบียดเสียดล้อมวงกันหนาตาด้วยท่าทางกระหายเลือด ราวกับกำลังรุมทึ้งมหรสพบางอย่างที่น่าสมเพชอยู่ใจกลางวงล้อมนั้นอย่างบ้าคลั่ง
“นังสารเลว…ต่อให้โดนทรมานเจียนตาย มันก็ัไม่สาสมกับสิ่งที่แกทำลงไป!!” ไลแขนสีเทาหม่น…ท่าทางคล้ายจ่าฝูง ตะคอกคำรามลั่นด้วยโทสะอันคลุ้มคลั่ง
แววตาของมันเต็มไปด้วยความแค้นฝังลึก ที่พร้อมจะฉีกเหยื่อตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆ โดยไม่คิดจะปรานีหรือให้อภัยเลยแม้แต่นิดเดียว
[หือ…นั่นมันยัยหนูช่างกลจอมแสบนี่นา!!] เซเวียร์หรี่เนตรสีโลหิตเพ่งมองผ่านม่านเขม่าจนเห็นร่างของเหยื่อผมสีน้ำเงิน ที่กำลังถูกมัดตรึงไว้ใจกลางวงล้อมนั้นได้อย่างถนัดตา
การ์เน็ตในสภาพเปลือยเปล่า…ถูกมัดตรึงขึงพืดกางแขนกางขาไว้กับแท่นหอนาฬิกาอย่างน่าอเนจอนาถ สภาพร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผลไปทั่วทั้งร่างราวกับผ่านศึกหนัก
แต่สิ่งที่ดูสยดสยองและชวนขนลุกที่สุด คือบริเวณกึ่งกลางหว่างขาที่มีคราบเลือดสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนจนแดงโชกไปทั่วโคนขาอย่างน่าสยองขวัญ
ทว่าบนใบหน้าที่บวมช้ำจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้นั้น กลับแสยะรอยยิ้มออกมาอย่างวิปริตผิดมนุษย์ มันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงถึงความสิ้นหวังของผู้พ่ายแพ้ที่กำลังถูกกระทำ แต่เป็นรอยยิ้มที่ฉายแววแห่งความสุขสมและความสะใจในชัยชนะอันบ้าคลั่ง
“วอล์ฟกัง!! ปลิดชีพมันซะทีเถอะ!!” ไลแตัวหนึ่งแผดเสียงตะโกนเร่งเร้าด้วยความรำคาญใจ
“ไม่…แบบนั้นมันัง่ายเกินไปสำหรับนังนี่!! ในเมื่อมันบังอาจทำแก่นกายบุรุษของข้าจนขาดกระจุย…มันก็ต้องชดใช้ให้สาสมยิ่งกว่าความตาย!!” จ่าฝูงขนสีเทาหม่นคำรามสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะอันบ้าคลั่ง
“ถ้าแน่จริงก็เรียกให้ลูกสมุนของแกดาหน้าเข้ามารุมทึ้งข้าสิ…แกจะได้ไม่ต้องเหงาเวลาที่ต้องกลายเป็น ‘ไอ้หน้าตัวเมีย’ อยู่เพียงลำพังัไงล่ะ ฮิๆๆ” การ์เน็ตเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยอันวิปริต
“โฮกกก…!!” เสียงคำรามที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดและอัปยศดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
วอล์ฟกังแผดเสียงยาวจนลำคอแทบฉีกขาด เส้นเลือดที่ลำคอปูดโปนออกมาอย่างน่าสยดสยอง
มันไม่ใช่เสียงคำรามของผู้ล่าที่ทรงอำนาจอีกต่อไป แต่เป็นเสียงโหยหวนของสัตว์ร้ายที่กำลังดิ้นพล่านด้วยโทสะอันคลั่งแค้นจากการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนป่นปี้
จ่าฝูงชี้กรงเล็บที่สั่นเทิ้มไปัหญิงสาว…ฝูงไลแนับร้อยต่างพากันแยกเขี้ยวขู่คำรามจนน้ำลายกระเซ็น ดวงตาสีอำพันนับไม่ถ้วนวาวโรจน์ด้วยความคลุ้มคลั่ง ขณะพากันก้าวเท้ากระชับวงล้อมเข้าหาการ์เน็ตตามคำบัญชาของจ่าฝูงที่ไร้น้ำยา
ทว่าเสียงคำรามโหยหวนของฝูงมนุษย์หมาป่ากลับถูกสะบั้นให้เงียบกริบลงในทันที
“เฮ้ย!! ไอ้พวกลูกแมวขี้เรื้อน!! แค่จะรุมรังแกผู้หญิงคนเดียว พวกแกัต้องแหกปากเห่าหอนเรียกความกล้ากันทั้งฝูงเลยรึไงวะ?”
เสียงของเซเวียร์แผดคำรามกึกก้องกัมปนาทจนกลบทุกสุ้มเสียงของพวกสุนัขขยะ…สะกดให้ไลแทั้งฝูงต้องหยุดนิ่งและหันมาจับจ้องัร่างของเขาเป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึง
“ไอ้มนุษย์ล่อนจ้อนนี่มันเป็นใครกันวะ?” ไลแตัวหนึ่งโพล่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฉงนสงสัย พลางจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเซเวียร์อย่างไม่เชื่อสายตา
ทว่าทันทีที่สิ้นสุ้มเสียงโง่เขลาของมัน แทนที่จะได้คำตอบตามที่ถาม กำปั้นแกร่งของเซเวียร์ก็เสยเข้ากลางปลายคางของมันด้วยความเร็วเหนือแสงที่ไม่มีสายตาคู่ไหนมองทัน
ร่างมหึมาของไลแโชคร้ายปลิวลิ่วขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะร่วงลงกระแทกหลังคาอาคารที่อยู่อีกฟากถนนจนทะลุพังพินาศ
“จงจำใส่กะโหลกหนาๆ ของพวกแกไว้ซะ!! ข้าคือราชาแวมไพร์…ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์เหนือสาวงามทุกนางทั่วทั้งทวีปแห่งนี้!! ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
เซเวียร์ประกาศศักดาเสียงดังลั่นพร้อมเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความโอหัง ขณะที่เข้าไล่สอยพวกมนุษย์หมาป่าร่วงลงไปกองทีละตัวด้วยกำปั้นที่หนักหน่วงและลูกถีบส้น-ีนที่แม่นยำ
แทบทุกการลงทัณฑ์ล้วนพุ่งเป้าไปที่จุดกำเนิดสายเลือดเพื่อ 'ล้างเผ่าพันธุ์' พวกขยะในคราบหมาป่าให้หมดสิ้น
เสียงโหยหวนที่ดังระงมจึงไม่ใช่เสียงร้องของคนใกล้ตาย แต่เป็นเสียงกรีดร้องจากการถูกถอดถอนรากเหง้าแห่งเพศสภาพให้ดับสูญ
“ไอ้ระยำ…กล้าดีัไงมาเหยียดหยามเกียรติแห่งพงศ์พันธุ์ไลแถึงเพียงนี้!!” วอล์ฟกังแผดคำรามด้วยโทสะที่เดือดพล่านจนลืมสิ้นความตาย
มันทะยานร่างเข้าใส่เซเวียร์จากมุมอับสายตาด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าอันดุดัน หวังจะฝังคมเขี้ยวลงบนลำคอของแวมไพร์จอมโอหัง เพื่อสังเวยความอัปยศที่เผ่าพันธุ์ของมันถูก 'ตอน' จนสิ้นชื่อ
ทว่าคมเขี้ยวที่หมายจะฉีกกระชากลำคอของเซเวียร์ กลับไม่อาจฝังลึกลงไปในเนื้อหนังได้แม้แต่เศษเสี้ยว ราวกับมีม่านพลังเวทอันมหาศาลห่อหุ้มกายเขาไว้เป็นเกราะล่องหนที่ไร้ช่องโหว่
“ไอ้สุนัขลอบกัดขี้ขลาด!! สัตว์เดรัจฉานชั้นต่ำอย่างแกน่ะรึ จะมาร้องเรียกหาเกียรติจากข้า!!”
เซเวียร์ตอกกลับด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม พลางสะบัดหลังมือฟาดเข้ากลางลำตัววอล์ฟกังอย่างไม่ยี่หระ
แรงปะทะมหาศาลส่งร่างของจ่าฝูงไลแปลิวลิ่วแหวกอากาศไปกระแทกกับประตูเหล็กหน้าร้านค้าจนบุบยุบพังพินาศ …เสียงซี่โครงหักดังลั่นสะท้านไปทั่วทุกตรอกซอกซอย
“ไอ้ลูกหมา…ในเมื่อแกสูญเสีย ‘แท่งเนื้อแห่งความภาคภูมิ’ ไปแล้ว ก็อย่าริอาจมาเสนอหน้าซ่ากับราชาอย่างข้า!!”
เซเวียร์ปราดเข้าไปเย้ยหยันเหยื่อที่นอนหายใจรวยริน ก่อนจะยกเท้าบดขยี้ลงบนต้นตอแห่งสายเลือดที่เน่าเฟะของมันอย่างโหดเหี้ยม
แรงกดมหาศาลบดเค้นจุดยุทธศาสตร์ที่เหลืออยู่จนแหลกละเอียดคาส้น-ีน วอล์ฟกังดวงตาเหลือกโพลง แผดเสียงร้องโหยหวนที่ขาดห้วงไปพร้อมกับสติที่ดับวูบ
“เซเวียร์...!!” เสียงใสกังวานดุจระฆังแก้วของอริสาแผดร้องเรียกชื่อปีศาจร้ายดังสนั่น ในจังหวะที่ฝูงไลแที่เหลือเริ่มตั้งสติได้ และพากันขยับกรงเล็บกระชับวงล้อมจากทุกทิศทางด้วยแววตาที่อาฆาตแค้น
ฝูงมนุษย์หมาป่าแตกขบวนออกเป็นสองฝั่งด้วยสัญชาตญาณสัตว์ร้าย กลุ่มใหญ่กรูเข้าโถมทับพัวพันเซเวียร์ที่เพิ่งแผลงฤทธิ์อาละวาดฟาดส้น-ีนถลุงพวกมันอย่างบ้าคลั่ง จนบัดนี้เขาอยู่ห่างจากตำแหน่งของอริสาไปไกลโข
ในขณะที่อีกกลุ่มย่อยกลับอาศัยจังหวะนี้เคลื่อนพลปราดเข้าไปหาอริสาที่อยู่อีกฟากฝั่งถนน หมายจะขย้ำเหยื่อสาวที่กำลังยืนโดดเดี่ยวไร้คนคุ้มกันในทันที
แวมไพร์หนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าทางข้างหน้าถูกปิดตายด้วยฝูงหมาขี้เรื้อนที่โถมเข้าขวางกั้นราวกับคลื่นมนุษย์
ระยะห่างเพียงไม่กี่สิบก้าวกลับดูไกลแสนไกล เพราะกำแพงศัตรูที่คอยสกัดกั้น ทำให้เขาไม่อาจพุ่งเข้าไปช่วยจีโอแมนเซอร์สาวได้ทันวินาทีความเป็นตาย
“ดวงดาวหกแฉกที่สถิตอยู่ภายใต้วงเวทสีทมิฬ…ตราประทับแห่งอสูรร้ายจอมราชัน ข้าขออัญเชิญ ‘โฮมูระ’ ออกมา ณ บัดนี้!!” เซเวียร์คำรามกึกก้องท่ามกลางวงล้อมของศัตรู
ทันใดนั้น ร่างอันเปลือยเปล่าของเขาก็ถูกโอบล้อมด้วยไอเวทสีดำสนิทที่แผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
ื้ดินเบื้องล่างพลันปรากฏวงเวทอัญเชิญสีดำทมิฬ ที่ส่องประกายแสงสีม่วงอาถรรพ์เจิดจ้าออกมากลืนกินทุกสรรพสิ่ง ราวกับมิติกำลังถูกฉีกกระชากออกด้วยอำนาจอันป่าเถื่อนของราชัน
วงเวทสีม่วงระเบิดออกพร้อมการปรากฏกายของโฮมูระในชุดบิกินีสีแดงเพลิงสุดหวาบหวิว ชายผ้าสีแดงยาวพริ้วไหวจากเบื้องหลังสะบัดวนไปมาดุจหางอสูร
นินจาสาวผู้เย้ายวนยืนนิ่งทำหน้าเหวอด้วยความมึนงงท่ามกลางสมรภูมิ เพราะนี่คือครั้งแรกที่ชีวิตเธอถูกดึงข้ามมิติออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมข้าถึงมาโผล่ที่นี่?” คุโนะอิจิสาวโพล่งถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกพลางกวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างไม่เชื่อสายตา
“โฮมูระ!! มัวแต่ยืนทำหน้ามึนอะไรอยู่!?”
เซเวียร์แผดเสียงเรียกสติ พลางซัดพวกไลแกระเด็นไปพ้นทาง
“ใช้ทักษะนินจาของเจ้าคุ้มกันอริสาที!!”
“ห๊า…!!” เสียงอุทานสั้นๆ ดังลอดจากปากของชิโนบิสาว แต่ความสับสนนั้นก็ถูกลบหายไปแทนที่ด้วยจิตสังหาร เมื่อเห็นอริสากำลังตกเป็นเป้าโจมตี
โฮมูระพุ่งร่างผ่านมวลอากาศราวกับประกายไฟแดงฉาน ชายผ้าที่ยาวดุจหางอสูรสะบัดวนรอบกายพลางเรียกใช้ทักษะลับ
“วิชาเพลิงโลกันตร์…ระบำเพลิงจิ้งจอกสะบัดหาง!!”
ชายผ้าสีแดงยาวที่บัดนี้ลุกโชนด้วยเพลิงกัลป์ถูกสะบัดตวัดฟาด กวาดร่างของพวกไลแสามตัวจนกระเด็นลิ่วไปพ้นทาง
ในจังหวะที่ร่างเพรียวระหงหมุนตัวกลางอากาศ โฮมูระก็ซัดพัดกระดาษสังหารออกไปอีกชุดใหญ่ราวกับ-่าฝน เปลวเพลิงจากอาวุธลับระเบิดออกทันทีที่สัมผัสเป้าหมาย แผดเผาร่างของพวกมนุษย์หมาป่าที่เหลือให้ดิ้นเร่าท่ามกลางกองไฟ
นินจาสาวม้วนตัวตีลังกาถอยหลังอย่างต่อเนื่องดุจพายุสีแดง ก่อนจะทะยานกลับเข้าไปปักศอกเข้ากลางแผ่นหลังของไลแ ที่เงื้อมือหมายจะทำร้ายพรรคพวกของเธอ
แรงปะทะนิ่งสนิทแต่รุนแรงจนมันหน้าคว่ำคะมำจูบดิน…ถลารูดไปกับื้อย่างน่าอัปยศ
และนั่นก็เป็นโอกาสทองที่มากพอจะเปิดช่องให้จีโอแมนเซอร์รวบรวมสมาธิ แล้วร่ายมนตราปิดฉากออกมาได้จนจบ
“เควค!!”
สิ้นเสียงกัมปนาทของอริสา…มหาเวทบททำลายล้างก็ถูกปลดปล่อยออกมา ในจังหวะที่โฮมูระกำลังเพลิดเพลินกับการไล่ยำฝูงหมาน้อย
ทันใดนั้น ื้ดินทั่วทั้งบริเวณพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นระดับวินาศสันตะโร แผ่นดินแยกตัวและโยกไหวรุนแรงจนเหล่ามนุษย์หมาป่าล้มระเนระนาดหมดสิ้นซึ่งหนทางทรงตัว
ก่อนที่แท่งศิลามรณะนับร้อยจะพุ่งทะยานแทงสลับขึ้นลงดุจกรงเขี้ยวนรก บดขยี้ร่างของพวกมันจนกระดูกแตกละเอียด เนื้อหนังแหลกเหลวกลายเป็นเพียงกองเศษกากที่กระจายเกลื่อนื้อย่างน่าสยดสยอง!!
“อ๊าย…!!” โฮมูระหวีดร้องลั่นเสียงหลง
นินจาสาวถึงกับขวัญกระเจิงจนฉี่แทบเล็ดด้วยความหวาดวิตก เธอหลับตาปี๋พลันเข้าใจไปเองว่าตนเองกำลังจะถูกปฐพีสูบลงไปบดขยี้จนแหลกเหลวเหมือนพวกมนุษย์หมาป่า
ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นตายนั้น ความเจ็บปวดกลับไม่มาถึงอย่างที่คิด เพราะร่างระหงของเธอกลับได้รับการปกป้องไว้ด้วยม่านออร่าสีเขียวมรกตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอริสา
“ฮูเร…ปลอดภัยกันดีใช่ไหมทุกคน?” อริสาเป่าปากถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก พลางยื่นมือไปลูบปลอบประโลมที่ลำคอของอาชาทมิฬ ซึ่งบัดนี้กำลังยืนตัวสั่นพ่นลมหายใจฟืดฟาดด้วยความตื่นตระหนกจากแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่
ดูไปแล้วก็น่าสมเพชไม่แพ้นินจาสาวที่ัยืนขาสั่นพั่บๆ อยู่ข้างๆ เลยสักนิด
“ข้ารอด…ข้าัไม่ตาย รอดมาได้ไงเนี่ย!?” โฮมูระโพล่งออกมาอย่างลืมตัวพลางตาเหลือกโพลง
ทันทีที่ฝุ่นจางเธอก็รีบใช้สองมือไล่จับไปตามแขนขา ลำตัว และส่วนโค้งเว้าของตัวเองราวกับคนเสียสติ…ลูบคลำสำรวจทุกตารางนิ้วเพื่อให้มั่นใจว่าอวัยวะทุกส่วนัอยู่ดีมีสุขครบสามสิบสอง และไม่มีส่วนไหนหลุดหายไปในขุมนรกเมื่อครู่
ห่างออกไปที่ฟากถนนอีกฝั่ง เสียงกรีดร้องด้วยความโหยหวนและควันาเืจากฝูงไลแกลุ่มใหญ่ัคงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าไม่หยุดหย่อน
เซเวียร์ัคงจมอยู่ในวังวนของการสังหารหมู่ ร่างเปลือยเปล่าของราชันแวมไพร์อาบโชกไปด้วยเลือด พลางกวาดลวดลายส้นเท้าและกรงเล็บเข้าใส่ศัตรูที่กรูเข้ามาเหมือนไม่มีวันหมดอย่างบ้าคลั่ง
สมรภูมิเลือดัไม่ิ้ แม้าเืไลแจะท่วมื้ที่แล้ว็า
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??