เรื่อง เนื้อ-นม-ไข่: ฮาเร็มแวมไพร์สายกาว NC 25+

ติดตาม
ความจริงอันวิปริต
ความจริงอันวิปริต
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 23

ภายหลังจากมหันตภัยปฐพีพิโรธสิ้นฤทธิ์ลง พื้นดินที่เคยสั่นไหวระดับวินาศสันตะโรก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทิ้งไว้เพียงซากศพแหลกเละของฝูงไลแคนที่กลายเป็นกองเศษกาก

อริสาและโฮมูระมุ่งหน้าไปยังใจกลางแท่นหอนาฬิกาเพื่อจัดการกับพันธนาการของการ์เน็ต

ชิโนบิสาวล้วงเข็มลับสะเดาะกลอนออกมาจากจุดซ่อนเร้นบริเวณโคนผมหางม้าที่มัดรวบสูง แล้วลงมือสะเดาะโซ่ตรวนที่ขึงพืดร่างสาวช่างกลไว้ออกในทันที โดยมีอริสาคอยขยับเข้าไปประคองรองรับร่างกายที่บอบช้ำหนักจนเกือบไร้สติเอาไว้ในอ้อมแขน

ผิวพรรณนวลเนียนถูกแทนที่ด้วยรอยเขียวช้ำและแผลเหวอะหวะไปทั่วตัว ทว่าเธอกลับแสยะยิ้มกว้างออกมาอย่างบ้าคลั่ง พลางพึมพำน้ำเสียงแหบพร่าว่า

“ไอ้หมาพวกนั้น…ร้องได้ไพเราะดีเนอะ”

คำพูดนั้นทำเอาโฮมูระถึงกับเสียวสันหลังวาบ เมื่อได้สัมผัสถึงความ ‘จิต’ ของสหายร่วมตี้ที่เพิ่งจะได้รับการช่วยเหลือออกมา

ห่างออกไปที่ฟากถนนอีกฝั่งหนึ่ง เซเวียร์ในร่างที่เปลือยเปล่าท้าทายสายตาฟ้าดินราวกับเทพเจ้าผู้จองหอง กำลังลุยเดี่ยวสังหารพวกไลแคนที่เหลืออย่างบ้าคลั่ง จนโลหิตสีข้นคลั่กสาดกระเซ็นไปทั่วทุกตารางนิ้วของพื้นถนน

ในจังหวะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับการไล่เช็กบิลทำหมันพวกหมาขยะทีละตัวอยู่นั้น เสียงโทรจิตของจิณก็ดังก้องกังวานขึ้นมาในหัว ถามไถ่ถึงชะตากรรมของการ์เน็ตด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดดุจเจ้าหน้าที่หน่วยล่าปีศาจ

[เซเวียร์!! เจ้าเจอการ์เน็ตหรือยัง?]

ราชาแวมไพร์แสยะยิ้มอย่างโอหังพลางตวัดลูกถีบใส่ไลแคนตัวหนึ่งจนกระเด็น…หัวหลุดออกจากบ่า ก่อนจะตอบกลับในใจด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระตามสไตล์คนมั่นหน้า

[ยัยหนูช่างกลตัวแสบตอนนี้ปลอดภัยดีอยู่กับสาวน้อยจีโอแมนเซอร์และแม่นินจาสาวเรียบร้อยแล้ว]

คำตอบนั้นทำเอาพาลาดินสาวถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะซักไซ้ด้วยความสงสัยตามสัญชาตญาณความเด็ดขาดของเธอ

[เดี๋ยวนะ!! โฮมูระไปโผล่ที่นั่นได้ยังไง? อธิบายมาเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!!]

[ข้าอัญเชิญนางมาเองยังไงล่ะ!! ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ] เซเวียร์ตอบหน้าตาเฉย พลางแค่นเสียงหัวเราะอย่างน่าหมั่นไส้ในลำคอ

คำพูดของเขาทำให้จิณที่พยายามรักษาความเยือกเย็นเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ เธอสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงเข้มที่แฝงไปด้วยความเดือดดาล

[นี่พวกเจ้าทั้งคู่ไปแอบ ‘เริงสวาท’ กันตั้งแต่เมื่อไหร่? ตอบมานะ!!]

ทว่าแทนที่จะตอบให้หายสงสัย เซเวียร์กลับหัวเราะร่าอย่างโอหังพลางเย้าแหย่กลับไปอย่างหื่นกระหายและกวนประสาท

[ถามไถ่เช่นนี้…เจ้ากำลังริษยาอยู่หรือไร? หรืออยากจะเช็กดูให้แน่ใจว่าใครกันคือผู้โชคดีรายล่าสุดที่ได้รับ ‘เมตตา’ อันเร่าร้อนจากราชาผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้า!! ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ]

[อย่ามานอกเรื่อง!!]

จิณรีบปฏิเสธพัลวันด้วยเสียงแข็งกร้าวปานจะกินเลือดกินเนื้อ

[เจ้าอัญเชิญนางไปทำไม? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…รายงานมาซะ!!]

[เออๆ ไว้มาถึงก็รู้เอง…ตอนนี้ข้ากำลังยุ่งอยู่นิดหน่อย]

เซเวียร์ตัดบทอย่างไม่ใยดีเมื่อเริ่มเบื่อหน่ายในความเถรตรงราวกับไม้บรรทัดของพาลาดินสาว ก่อนที่มือหนาจะตวัดออกไปคว้าหมับเข้าที่พวงอัณฑะอันเน่าเฟะของไลแคนโชคร้ายตัวหนึ่งอย่างแม่นยำ

เขาส่งแรงบีบจนมันเละคามือแล้วออกแรงกระชาก ‘พวงสวรรค์’ ทั้งยวงนั้นให้หลุดกระเด็นออกมาในคราวเดียวจนเส้นเอ็นและหลอดเลือดดีดตัวเปรี๊ยะ!! ราวกับสายป่านที่ขาดสะบั้น

โลหิตสีเข้มข้นสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าจองหอง ที่กำลังแสยะยิ้มสุนทรีไปกับเสียงโหยหวนแหลมสูงเจียนขาดใจของเดรัจฉาน ที่กำลังลงไปนอนชักดิ้นชักงออย่างหมดสภาพอยู่แทบเท้า…

ทว่าคำพูดที่เมินเฉยนั้นกลับทำให้พาลาดินสาวถึงกับปรี๊ดแตก คาดโทษเขาด้วยน้ำเสียงเขียวปั๊ดตามสไตล์สาวแกร่งที่ไม่ยอมคน

[อัญเชิญข้าไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้า…ไปถึงเมื่อไหร่เจ้าโดนหนักแน่!] อัศวินสาววางประกาศิตทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่แฝงไปด้วยไอสังหารสไตล์ตัวแม่

ทั้งคู่ยังคงลับฝีปากกันในหัวอย่างเผ็ดร้อนจนเซเวียร์เริ่มเสียสมาธิ ทำให้เขาเกือบถูกคมเขี้ยวของไลแคนลอบกัดเข้าที่จุดสำคัญไปหลายครา

ท่าทางการสู้ไปสบถไปและทำปากขมุบขมิบราวกับกำลังทะเลาะกับวิญญาณที่ไม่มีตัวตน ทำให้ในสายตาของศัตรูตอนนี้ ราชาแวมไพร์ดูไม่ต่างจากคนบ้าวิปริตที่ยืนสู้ไปคุยกับตัวเองไปอย่างน่าขนลุก

ในขณะที่เซเวียร์กำลังยืนเถียงกับอากาศจนสติ ‘หลุด’ และเปิดช่องโหว่ให้พวกไลแคนที่เหลือรอดฉวยโอกาสกรูเข้ามา หมายจะขย้ำเขาจากรอบทิศทาง

ทันใดนั้น…เงาร่างสีแดงเพลิงอันว่องไวก็พุ่งทะยานเข้ามาแทรกกลางวงล้อมอย่างสง่างาม

โฮมูระทิ้งตัวลงยืนขวางหน้าเซเวียร์ สะบัดพัดกระดาษในมือดัง พรึ่บ!! พร้อมกับส่งยิ้มยั่วยวนที่มุมปาก ราวกับไม่ได้ยืนอยู่ท่ามกลางดงศัตรูแต่อย่างใด

“แหมๆ ผู้ชายนี่ละก็ เผลอเป็นไม่ได้เลยนะ เดี๋ยวแม่จะสอนให้รู้สำนึกเองว่า ‘เล่นกับไฟ’ มันร้อนแรงแค่ไหน!!”

สิ้นเสียงหวานที่แฝงความดุดัน นินจาสาวก็เริ่มร่ายรำท่วงท่าสังหาร

เธอหมุนตัวอย่างรวดเร็วจนชายผ้าสีแดงพลิ้วไหวราวกับดอกไม้ไฟที่กำลังเบ่งบาน ปลดปล่อยคลื่นความร้อนมหาศาลออกมาจากเรือนร่างสุดเซ็กซี่

“วิชาลับนินจา…ระบำพายุอัคคีผลาญ!!”

สิ้นเสียงตะโกนก้อง พายุหมุนแห่งเปลวเพลิงสีแดงส้มที่ร้อนแรงยิ่งกว่านรกก็ระเบิดออกรอบตัวเธอ กวาดล้างแผดเผาร่างของพวกไลแคนที่ดาหน้าเข้ามาจนมอดไหม้ในพริบตา

เสียงโหยหวนด้วยความทรมานดังระงมก่อนจะเงียบหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงซากตอตะโกสีดำทมิฬที่ส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง

ภาพการสังหารหมู่ด้วยเปลวเพลิงอันน่าสยดสยอง ทำให้พวกมนุษย์หมาป่าที่เหลืออยู่ไม่กี่ตัวถึงกับขวัญหนีดีฝ่อจนฉี่ราด

จบสิ้นแล้ว…ภาพลักษณ์อสูรกายผู้ทรงอำนาจ

พวกที่เหลือรอดต่างร้องเอ๋งพลางวิ่งพล่านหางจุกตูดออกนอกเมืองไปอย่างน่าอเนจอนาถ บ้างก็คลานสี่ขาหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต

ทิ้งให้สมรภูมิแห่งนี้ตกอยู่ในความสงัดเงียบ ที่มีเพียงเสียงไฟแผดเผากองซากกากเนื้อจนดัง เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!! เป็นเสียงไว้อาลัยให้แก่ศักดิ์ศรีของพวกมันที่ถูกป่นปี้คาส้น-ีนในวันนี้

ท่ามกลางเขม่าควันสีดำที่เริ่มจางลงเซเวียร์ในร่างเปลือยเปล่าที่ชโลมไปด้วยเลือดอสูร และโฮมูระที่เพิ่งสะบัดพัดดับไฟสังหาร ต่างก้าวเดินกลับมารวมกลุ่ม

อริสาที่โอบประคองร่างของการ์เน็ตเอาไว้ในอ้อมแขน รีบเพื่อตรวจดูบาดแผลของสหายสาวอย่างละเอียด ทันทีที่สัมผัสถูกชีพจรที่แผ่วเบาจนแทบจะขาดห้วง และร่องรอยการถูกทำลายจากภายในที่หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่ตาเห็น

ใบหน้าของจีโอแมนเซอร์สาวก็ซีดเผือดจนหน้าถอดสี เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าเซเวียร์และโฮมูระด้วยแววตาที่สั่นระริกและเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด

“เซเวียร์!! การ์เน็ตอาการหนักมาก…อวัยวะภายในแหลกเหลวไปหมดแล้ว ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่าง…อาจจะไม่รอดนะ!!”

เซเวียร์ไม่ได้เอ่ยปากตอบคำถามหรือแสดงอาการตระหนกแม้แต่น้อย ดวงเนตรสีโลหิตของเขายังคงนิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่เยือกเย็น

โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง…เซเวียร์ขยับกายเข้าไปช้อนร่างที่บอบช้ำจนร่อแร่เจียนตายของการ์เน็ตขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแนบอกอย่างทะนุถนอม แต่ก็แฝงไปด้วยความเผด็จการในที

เขาพาร่างผอมบางที่ไร้เรี่ยวแรงเดินตรงไปยังอาคารไม้หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนโดยไม่รอช้า หรือเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาให้เสียเวลา

ทันทีที่ถึงเบื้องหน้าอาคารเป้าหมาย ราชันแวมไพร์ผู้อยู่เหนือพันธนาการทั้งปวงก็ตวัดลูกถีบอันหนักหน่วง ซัดเข้าใส่ประตูไม้หนาจนมันพังพินาศเป็นชิ้นๆ

สภาพภายในที่เผยให้เห็นคือโรงเตี๊ยมเก่าแก่ที่รกร้างไร้ผู้คน เซเวียร์ก้าวเดินด้วยจังหวะที่มั่นคงหายลับเข้าไปชั้นบนของอาคารไม้ที่โยกคลอนจากการจู่โจมเมื่อครู่ทันที

อริสาและโฮมูระยืนนิ่งอึ้งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ใบหน้าของหญิงสาวทั้งสองเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อพาดผ่านโหนกแก้มจนลามไปถึงใบหู

หัวใจของพวกเธอเต้นโครมครามอย่างไม่อาจควบคุม เพราะต่างก็รู้ดีจากประสบการณ์ตรงว่าการ์เน็ตกำลังจะได้รับ ‘วิธีการรักษา’ ในแบบฉบับเฉพาะตัวของราชาแวมไพร์จอมโอหัง

มันไม่ใช่การปรุงยาหรือการร่ายมนตร์เยียวยาทั่วไป…แต่คือการมอบ ‘น้ำทิพย์วิเศษ’ ผ่านพิธีกรรมทางกายที่เร่าร้อนและรุนแรง ซึ่งมีเพียงพวกเธอเท่านั้นที่ซาบซึ้งถึงอานุภาพอันซ่านสยิวของมันดีกว่าใคร

เพี๊ยะ!!

เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่น อริสารีบตบหน้าตัวเองเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องบนเตียงของราชาแวมไพร์กับช่างกลสาว

จากนั้นจีโอแมนเซอร์สาวก็รีบถลันเข้าไปเขย่าร่างของโฮมูระที่ยังคงยืนหน้าแดงเหม่อลอยให้ตื่นจากภวังค์เช่นกัน

“เป้าหมายสำคัญตอนนี้คือการตามหาเหยื่อที่ถูกพวกมันฉุดคร่ามาให้พบก่อน”

อริสากำชับถึงภารกิจเร่งด่วน ซึ่งโฮมูระก็พยักหน้าขานรับด้วยความเข้าใจในทันที

เมื่อทั้งคู่ตั้งสติได้ เป้าหมายถัดไปคือร่างที่ไร้สติและชุ่มไปด้วยเลือดเน่าๆ ของวอล์ฟกัง จ่าฝูงไลแคนที่ถูกเซเวียร์อัดขยี้กล่องดวงใจจนแตกสลาย

โฮมูระอาศัยพละกำลังของนินจาสาวลากคอเจ้าหมาขยะตัวนี้ไปที่เสาไฟถนนที่หักงอใจกลางเมือง เธอใช้เชือกโซ่ตรวนที่เคยตรึงร่างของการ์เน็ต มัดข้อเท้าของมันแล้วเหวี่ยงขึ้นแขวนห้อยหัวตระหง่านอยู่กลางสมรภูมิ

น้ำเย็นจัดถังใหญ่ถูกสาดเข้าใส่หน้าของวอล์ฟกังจนมันสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง ทันทีที่ลืมตาขึ้น…มันก็พบกับสองสาวที่ยืนยิ้มเย็นอยู่เบื้องหน้า

โฮมูระเริ่มบรรเลงท่วงทำนองแห่งความทรมาน ในแบบที่มันไม่เคยคาดคิด นินจาสาวและอริสาจงใจลากปลายนิ้วผ่านมัดกล้ามเนื้อที่เขม็งเกร็งด้วยความอัปยศของวอล์ฟกังอย่างแผ่วเบาแต่จงใจยั่วยวน

“ชอบใช่ไหมล่ะ? จุดนี้คงจะไวต่อสัมผัสไม่น้อยเลยสินะ…”

คุโนะอิจิสาวหยอกเย้าด้วยการกรีดปลายนิ้วไปตามแนวพับในของต้นขาอย่างเชื่องช้า กระตุ้นให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นตัวจนถึงขีดสุด

การถูกปลุกปั่นอารมณ์หื่นกระหายในสภาพที่ร่างกายถูกตรึงห้อยหัวและไร้ทางปลดปล่อยเช่นนี้ คือความรันทดที่แสนสาหัสยิ่งกว่าการโดนมีดกรีดหนัง…เพราะมันคือการทรมานจากภายในที่ไม่มีวันสิ้นสุด

วอล์ฟกังส่งเสียงคำรามฮึดฮัดในลำคออย่างบ้าคลั่ง ร่างยักษ์ที่ห้อยหัวอยู่สั่นกระตุกเร้าสยิวกายอย่างแสนสาหัสเมื่อสัมผัสแผ่วเบานั้นปลุกเร้าสัญชาตญาณกามราคะให้พุ่งพล่าน

ทว่าความซ่านสยิวที่ควรจะเป็นสุขกลับกลายเป็นเข็มพิษที่กรีดแทงจิตใจ เพราะในจุดยุทธศาสตร์ที่เคยเป็นความภาคภูมิใจ บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าที่แสบร้อนและชุ่มไปด้วยเลือดเน่าๆ

มันเจ็บปวดเจียนบ้าเมื่อตัณหาที่ถูกจุดขึ้นกลับไม่มี ‘แกนกาย’ และ ‘กล่องดวงใจ’ มารองรับเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ดิบนั้นออกมาได้อีกต่อไป

ความอัดอั้นที่ไร้ทางออกบีบคั้นประสาทจนวอล์ฟกังตาเหลือกค้าง ร่างสั่นระริกพลางพ่นน้ำลายสีขุ่นไหลฟูมปาก ราวกับสุนัขบ้าที่กำลังทุรนทุรายเจียนสิ้นใจด้วยเปลวตัณหาที่ไม่อาจมอดดับได้อีกต่อไป

“บอกมา…พวกแกซ่อนผู้หญิงที่ลักพาตัวมาไว้ที่ไหน?” อริสาเค้นถามด้วยเสียงเย็นเยียบ

วอล์ฟกังทนต่อความปั่นป่วนของสัญชาตญาณสัตว์ป่าไม่ไหว มันยอมคายความจริงออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางชี้เป้าไปยัง ‘ห้องลับใต้ดิน’ ของโรงเหล้าฝั่งตรงข้าม

อริสาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจและระแวงว่าอาจจะเป็นกับดัก ทว่าโฮมูระกลับสะบัดพัดในมืออย่างมั่นใจ

“เดี๋ยวข้าไปดูเอง หากภายในครึ่งชั่วโมงข้าไม่กลับมา เจ้าจะจัดการทรมานเจ้าหมานี่ให้ตายทั้งเป็นยังไงก็ได้ตามใจเจ้าเลย”

สิ้นคำ…นินจาสาวก็ตรงไปยังจุดที่วอล์ฟกังบอกและพบกับประตูลับที่ซ่อนอยู่ใต้พรมเก่าๆ เธอใช้วิชาสะเดาะกุญแจเปิดมันออกอย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาเมื่อบานประตูเปิดออกกลับทำให้เธอถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว

เบื้องหน้าของเธอคือห้องโถงใต้ดินที่มืดสลัวและชื้นแฉะ หญิงสาววัยรุ่นนับสิบชีวิตอยู่ในสภาพอิดโรย ท้องของพวกเธอโย้โตจากการถูกกระทำชำเราอย่างทารุณ แววตาแต่ละคู่ที่จ้องมองมานั้นว่างเปล่าและมืดบอดราวกับคนไร้วิญญาณ

พวกเธอขยับกายอย่างเซื่องซึมเหมือนซากศพที่ยังหายใจ ไม่เหลือแม้แต่ความหวังหรือความกลัวต่อสิ่งใดในชีวิตอีกต่อไป

ชิโนบิสาวก้าวเข้าไปท่ามกลางกลุ่มผู้ถูกจองจำด้วยความรู้สึกจุกในอก เธอกวาดสายตามองภาพอันหดหู่ตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงกังวานใสแต่แฝงด้วยอำนาจเด็ดขาดเพื่อกระชากวิญญาณของทุกคนกลับมา

“ไม่ต้องกลัว…ข้ามาที่นี่เพื่อพาพวกเจ้าออกไปจากขุมนรก!!”

เสียงกังวานใสนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องลงไปในหลุมดำที่ลึกที่สุด มันสั่นคลอนหัวใจที่ตายด้านของเหล่าหญิงสาวให้เริ่มมีความรู้สึกขึ้นมาอีกครั้ง

แววตาที่เคยหม่นแสงและไร้จุดหมายเริ่มสั่นไหวด้วยประกายเล็กๆ แห่งความหวังที่จวนจะดับมอด โฮมูระขยับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจพลางสั่งการต่ออย่างรวดเร็ว

“ใครที่ยังพอมีแรงเหลือ รีบช่วยกันพยุงคนข้างๆ ขึ้นมาเดี๋ยวนี้!! ไอ้พวกเดรัจฉาน…ถูกพวกข้าบดขยี้จนสิ้นซากไปหมดแล้ว!!”

เหล่าหญิงสาวต่างร่ำไห้ด้วยความตื้นตันเมื่อสัมผัสถึงแสงสว่างแห่งการรอดชีวิต

“พวกเจ้ามีกันแค่นี้ใช่ไหม?” โฮมูระถามต่อพลางกวาดสายตามอง

หญิงสาวคนหนึ่งส่ายหน้าทั้งน้ำตา พลางชี้ไปยังประตูที่อยู่ลึกเข้าไป

“ยังมีอีกห้องค่ะ…ถูกขังอยู่ที่นั่น”

โฮมูระพยักหน้าด้วยแววตาที่เย็นเยียบลงจนดูน่าเกรงขาม เธอกระชับพัดในมือแน่นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องที่ได้รับคำบอกเล่า เพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิมทันที

เมื่อก้าวเข้าไปในห้องนั้น…เธอพบกับภาพของเหล่าแม่ลูกอ่อนที่กอดทารกในอ้อมอกไว้ด้วยความหวาดกลัว แต่สิ่งที่น่าสังเกตจนชวนให้ขนลุกคือ ทารกทุกคนเหล่านั้นกลับเป็นเพศชายทั้งหมด

“หากใครคลอดออกมาเป็นลูกสาว…ทั้งแม่และเด็กจะถูกกำจัดทิ้งและกลายเป็นอาหารให้พวกมัน” หญิงสาวคนหนึ่งเล่าความจริงอันมืดมนด้วยเสียงสั่นเครือ

คำบอกเล่านั้นจุดชนวนโทสะให้โฮมูระจนถึงขีดสุด ดวงตาของนินจาสาววาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นต่อความวิปริตของเผ่าพันธุ์ไลแคน

เธอไม่รอช้ารีบพาทุกคนออกจากขุมนรกบนดิน และนำขบวนหญิงสาวกลับไปรวมกลุ่มกับอริสาที่กำลังรออยู่เบื้องบนด้วยจิตใจที่พร้อมจะบดขยี้วอล์ฟกังให้สิ้นซาก!!

ในขณะที่ความโกรธแค้นเบื้องล่างกำลังเดือดพล่าน ภายในห้องนอนที่เงียบสงัดของโรงเตี๊ยมกลับอบอุ่นไปด้วยแสงแดดยามสายที่สาดลงมาอย่างละเมียดละไม

แสงนั้นกระทบลงบนผิวพรรณที่เต็มไปด้วยรอยแผลของการ์เน็ต ราวกับจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดก่อนที่ ‘บทรักษา’ อันหนักหน่วงจะเริ่มขึ้น

เซเวียร์ไม่ได้รอช้า…โน้มกายลงไปหาสาวในปกครองด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยไออำนาจอันลุ่มลึก ทว่าแผ่วเบากว่าทุกครั้ง

บทเล้าโลมของราชันแวมไพร์เริ่มต้นขึ้นด้วยความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความดุดันอย่างร้ายกาจ…!!

มันคือปฐมบทแห่งการเยียวยาด้วยรสสวาท…ที่จะกระชากวิญญาณของการ์เน็ตให้ฟื้นคืนกลับมาจากความตายอีกครั้ง

ตอนต่อไป
หยาดอมฤตแผ่ซ่านปลุกวิญญาณให้กล...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา