เรื่อง เล่ห์กล ราคะ ยุทธภพ

ติดตาม
บทที่ ๑๗.๑ สัตว์เลี้ยงแสนรักและการลบหลู่เกียรติ
บทที่ ๑๗.๑ สัตว์เลี้ยงแสนรักและการลบหลู่เกียรติ
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปถึงสามราตรีราตรีที่ยาวนานประดุจชั่วกัปชั่วกัลป์สำหรับวิญญูชนแต่กลับรวดเร็วปานกะพริบตาสำหรับผู้ที่จมดิ่งอยู่ในห้วงกามาภายในเรือนบุปผาโปรยกลิ่นคาวโลกีย์ที่เคยฉุนกึกบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นประจำถิ่นที่ฝังแน่นอยู่ในทุกอณูของไม้และอากาศสภาพของไป๋หย่งชิงที่ยังคงถูกตรึงอยู่กับแท่นไม้พันธนาการนั้นหากใครที่เคยรู้จักนางในฐานะ"กระบี่บุปผาหิมะหรือฮูหยินผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลไป๋มาเห็นเข้าในยามนี้คงต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเวทนาหรือไม่ก็อาเจียนออกมาด้วยความสะอิดสะเอียน

ร่างขาวผ่องดุจหยกเนื้อดีที่เคยได้รับการทะนุถนอมบัดนี้แปรเปลี่ยนสภาพจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ผิวเนียนละเอียดเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวเป็นจ้ำๆจากการถูกบีบขยำอย่างรุนแรงรอยกัดและรอยดูดสีแดงช้ำกระจายไปทั่วซอกคอและเต้าทั้งสองข้างที่ห้อยตกลงมาอย่างหมดสภาพหัวนมสีสดบวมเป่งและแตกระแหงจากการถูกดูดดึงอย่างตะกละตะกลามนับครั้งไม่ถ้วน

ทว่าสิ่งที่น่าตื่นตะลึงและแสดงถึงความเสื่อมโทรมถึงขีดสุดคือสภาพเบื้องล่างของนาง...

เรียวขาที่สั่นระริกและอ่อนแรงจนแทบพยุงกายไม่อยู่แยกกว้างเผยให้เห็นความย่อยยับที่เกิดจากการ"ปรุงรสของชายฉกรรจ์นับร้อย"ร่องสวาทและ"รูทวารของนางบัดนี้บวมเป่งจนกลีบเนื้อปลิ้นออกมาด้านนอกแดงช้ำและถลอกปอกเปิกที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือรูทั้งสองนั้น"เปิดอ้าค้างเป็นโพรงกว้างจนน่าใจหายมองเห็นผนังเนื้อภายในที่ขยับเต้นตุบๆอย่างอ่อนแรงราวกับปากที่ไม่อาจหุบลงได้อีกต่อไป

น้ำอสุจิข้นคลั่กสีขาวขุ่นและสีเหลืองจางๆไหลย้อนออกมาจากรูที่เปิดกว้างนั้นอย่างไม่ขาดสายราวกับน้ำพุที่ไม่มีวันเหือดแห้งมันไหลหยดย้อยลงมาตามง่ามขาผสมปนเปกับน้ำปัสสาวะและสิ่งปฏิกูลกองเจิ่งนองอยู่บนพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของนางส่งกลิ่นเหม็นคาวคลุ้งตลบอบอวล

ทว่า... ท่ามกลางสภาพร่างกายที่ยับเยินปานซากศพใบหน้าของไป๋หย่งชิงกลับฉายแววแห่งความสุขสมอย่างน่าขนลุกดวงตาของนางลอยคว้างเหม่อมองไปในความว่างเปล่ารอยยิ้มวิปลาสประดับอยู่ที่มุมปากที่บวมเจ่อนางพึมพำคำพูดฟังไม่ได้ศัพท์สลับกับเสียงหัวเราะคิกคักราวกับคนเสียสติที่เพิ่งค้นพบสัจธรรมแห่งชีวิต

"เอาอีก... ข้ายังไหว... ใส่เข้ามาอีก..." นางเพ้อเจ้อเบาๆแม้จะไม่มีใครเหลือแรงทำนางแล้วก็ตาม

ต้าเกอเดินเข้ามาพิจารณาผลงานชิ้นเอกด้วยความพึงพอใจมันแสยะยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปปลดสลักไม้ที่ล็อคคอนางออก

"แกร๊ก!"

สิ้นเสียงปลดล็อคร่างของไป๋หย่งชิงก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นทันทีราวกับตุ๊กตาผ้าที่ไร้กระดูก

"ตุบ!"

นางกองลงไปนอนแผ่หลาอยู่กลางกองน้ำกามและสิ่งปฏิกูลที่เจิ่งนองโดยไม่คิดจะขยับหนีหรือแสดงความรังเกียจแม้แต่น้อยร่างกายที่เปลือยเปล่านอนหายใจรวยรินหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างช้าๆรูสองรูที่หว่างขายังคงขยายกว้างและคายของเหลวออกมาเป็นจังหวะเหล่า๶๦๲า๦ชายและอันธพาลที่ยืนล้อมรอบต่างมองดูภาพนั้นด้วยสายตาหยาบโลนบางคนถึงกับถ่มน้ำลายลงบนร่างนางเป็นการทิ้งท้ายก่อนที่สติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายของนางจะดับวูบลงด้วยความอ่อนเพลียเกินต้านทาน

. . .

ตัดภาพไปยังความเงียบงันภายในหอตำราเจดีย์เจ็ดชั้น

ตรงกันข้ามกับความโสมมในเรือนบุปผาโปรยบรรยากาศในห้องศิลาของไป๋หย่งเจิ้งเต็มไปด้วยความร้อนแรงแห่งความมุ่งมั่นเด็กหนุ่มไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาตลอดสามวันเขานั่งขัดสมาธิเดินลมปราณอย่างบ้าคลั่งเหงื่อกาฬไหลอาบย้อมร่างกายที่ซูบผอมลงถนัดตาแต่แววตาของเขากลับสว่างไสวด้วยไฟแห่งความหวัง

"อีกนิดเดียว... ข้าเกือบจะควบคุมมันได้สมบูรณ์แล้วเขาพึมพำกับตัวเอง"ท่านแม่... ท่านต้องปลอดภัยข้าสัญญา"

ที่มุมมืดด้านนอกห้องศิลาชายชราเฝ้าหอยืนมองดูเด็กหนุ่มผ่านช่องลมด้วยสายตาที่ซับซ้อนมันคือความชื่นชมในพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดที่ร้อยปีจะมีสักคนแต่ก็เจือไปด้วยความเศร้าหมองและสมเพชเวทนา

"อนิจจา... ยิ่งเจ้าพยายามบินสูงเท่าไหร่แรงกระแทกเมื่อตกลงมาก็จะยิ่งรุนแรงเท่านั้นชายชราถอนหายใจยาว"เจ้ากำลังสร้างดวงตะวันเพื่อส่องสว่างให้แก่คนที่บัดนี้... ได้กลายเป็นเงามืดไปเสียแล้ว"

. . .

รุ่งเช้าวันต่อมา

ในห้วงนิทราอันมืดมิดของไป๋หย่งชิงนางรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังล่องลอยอยู่ในที่ว่างเปล่าสีขาวโพลนไร้ซึ่งความเจ็บปวดไร้ซึ่งกลิ่นคาวโลกีย์ทันใดนั้นร่างของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า... บุรุษรูปร่างสง่างามสวมชุดจอมยุทธ์สีขาวสะอาดตาใบหน้าคมคายเปี่ยมด้วยคุณธรรม

ไป๋เจิ้งฉีสามีผู้ล่วงลับของนางนั่นเอง

เขาจ้องมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรวดร้าวผิดหวังและเจ็บปวดอย่างสุดซึ้งราวกับหัวใจของเขากำลังแตกสลายซ้ำสอง

"หย่งชิง..." เสียงของเขาก้องกังวาน"เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้เหตุใดเจ้าจึงทิ้งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตระกูลไป๋ยอมลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับโคลนตมเช่นนั้นข้าอุตส่าห์ยอมตายเพื่อปกป้องเจ้า... เพื่อให้เจ้ารักษาเกียรติของข้าไว้..."

หากเป็นไป๋หย่งชิงคนเดิมนางคงจะร่ำไห้และวิ่งเข้าไปกราบขอขมาแทบเท้าสามีทว่า... ไป๋หย่งชิงในยามนี้กลับยืนนิ่งนางจ้องมองสามีด้วยสายตาที่ว่างเปล่าก่อนจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นแววตาแห่งความ"เย้ยหยัน"

"เกียรติยศศักดิ์ศรี?" นางแค่นหัวเราะออกมา"ของพรรค์นั้นมันกินได้หรือท่านพี่ท่านบอกว่าท่านยอมตายเพื่อปกป้องข้า... แต่ท่านก็ตายจริงๆตายไปแล้วทิ้งข้าไว้กับความว่างเปล่าทิ้งข้าไว้ให้เผชิญโลกที่โหดร้ายเพียงลำพัง"

นางก้าวเข้าไปหาภาพนิมิตของสามีพลางแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยว

"ข้าได้เรียนรู้แล้วท่านพี่... ว่าคุณค่าที่แท้จริงของลูกผู้ชายไม่ได้อยู่ที่เพลงดาบหรือคุณธรรมจอมปลอมอะไรนั่นหรอก... แต่มันอยู่ที่'ความแข็งแกร่งที่สามารถสยบสตรีให้อยู่แทบเท้าได้ต่างหาก"

"ดูพวกมันสิ... ท่านกัวเทียนอวี้... ต้าเกอ... แม้แต่คนเลี้ยงม้าพวกนั้น... พวกมันแข็งแกร่งกว่าท่านนักพวกมันสามารถทำให้ข้ามีความสุขจนแทบสำลักทำให้ข้ารู้สึกถึงการมีชีวิตชีวาในแบบที่ท่านไม่เคยทำได้!"

"เจ้า!" ไป๋เจิ้งฉีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

"อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นท่านมันก็แค่คนอ่อนแอที่รักษาเมียไว้ไม่ได้... ส่วนข้า... ข้าคือผู้ชนะข้าคือผู้ที่ได้รับความรักจากบุรุษนับร้อยพันนางหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง"ข้าไม่ต้องการเกียรติยศบ้าบอของท่านอีกแล้วข้าต้องการแค่..."

"เพียะ!!!"

แรงตบมหาศาลกระแทกเข้าที่ใบหน้าของนางอย่างจังจนภาพความฝันและร่างของสามีแตกสลายกลายเป็นผุยผง

ไป๋หย่งชิงสะดุ้งตื่นขึ้นสู่โลกแห่งความจริงด้วยความมึนงงความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นที่แก้มซ้ายนางกะพริบตาถี่ๆปรับโฟกัสภาพตรงหน้าพบว่าเป็นใบหน้าปรุๆของต้าเกอที่กำลังก้มลงมองนางด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

"ตื่นได้แล้วอีตัวดีนอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้!" ต้าเกอหัวเราะในลำคอพลางยกมือขึ้นลูบแก้มที่เพิ่งตบนางไปหมาดๆ

หย่งชิงไม่ได้โกรธเคืองที่ถูกตบตรงกันข้ามนางกลับส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้มันทันทีนางรีบคลานเข่าเข้าไปกอดขาของมันแล้วเอาแก้มแนบกับน่องขาที่เต็มไปด้วยขนหน้าแข้งรุงรัง

"อรุณสวัสดิ์จ้ะพี่ชาย... ข้าตื่นแล้ว... ท่านตบข้าแรงดีจังข้าชอบ"

"หึชอบก็ดีแล้วต้าเกอก้มลงขยี้หัวนางแรงๆ"ลุกขึ้นวันนี้อากาศดีข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายเสียหน่อยอุดอู้อยู่แต่ในห้องมาสามวันเดี๋ยวเนื้อตัวจะเน่าเฟะไปเสียก่อน"

"เดินเล่นหรือ?" หย่งชิงเอียงคอสงสัย"จะไปที่ไหนหรือจ๊ะ?"

นางพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงความเย็นวาบที่รอบลำคอนางก้มลงมองและพบว่าบัดนี้ที่ลำคอระหงของนางมีวัตถุสีดำสนิทรัดแน่นอยู่... มันคือ"ปลอกคอหนังเส้นหนาที่มีหมุดเหล็กแหลมคมประดับอยู่โดยรอบและที่ด้านหน้าของปลอกคอมีโซ่เหล็กเส้นใหญ่ยาวเฟื้อยล่ามติดอยู่ปลายสายโซ่นั้นอยู่ในมือของต้าเกอ

"เอ่อ... พี่ชายนี่มัน..."

"อ้าว... ก็อุปกรณ์สำหรับเดินเล่นไงต้าเกอกระตุกโซ่จนหัวของนางคะมำลงไปกับพื้น"สัตว์เลี้ยงแสนรักเวลาจะออกไปเดินเล่นก็ต้องใส่ปลอกคอไม่ใช่รึเอ้าอยู่ในท่าคลานสิฮูหยิน... วันนี้เจ้าไม่ได้เดินด้วยสองขาหรอกนะ"

คำสั่งนั้นชัดเจนและแทนที่นางจะรู้สึกอัปยศอดสูไป๋หย่งชิงกลับรู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่นเทิ้มเลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้นเมื่อรู้สถานะของตนเองชัดเจนแจ่มแจ้ง... นางไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้วแต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่กำลังจะถูกเจ้านายพาออกไปโชว์ตัว

เสียงโซ่เหล็กกระทบกันดัง"กรุ๊งกริ๊งทุกจังหวะการขยับตัวเป็นสัญญาณเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปสำหรับไป๋หย่งชิงต้าเกอกระตุกสายโซ่ในมือเบาๆเป็นเชิงออกคำสั่งให้"สัตว์เลี้ยงของเขาเริ่มออกเดินทว่าไม่ใช่การเดินด้วยสองเท้าอย่างมนุษย์แต่เป็นการเดินด้วย"สี่ขาในลักษณะคลานเข่า

"ไปได้แล้วนังตัวดี... อย่าให้ข้าต้องออกแรงลากต้าเกอพูดกลั้วหัวเราะ

ไป๋หย่งชิงในสภาพเปลือยเปล่าสวมเพียงปลอกคอหนังที่มีหมุดเหล็กแหลมคมรีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นไม้แข็งๆทันทีนางวางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนพื้นจัดท่าทางให้เหมือนสุนัขอย่างรู้งานโดยไม่ต้องมีการฝึกสอนราวกับสัญชาตญาณดิบในกายมันตื่นรู้ขึ้นมาเอง

เมื่อนางเริ่มคลานตามแรงดึงของโซ่สรีระของนางก็ปรากฏแก่สายตาในมุมมองที่น่าอับอายที่สุดแผ่นหลังขาวเนียนแอ่นโค้งลงหน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างห้อยตกลงมาแกว่งไกวไปตามจังหวะการคลานหัวนมสีแดงช้ำครูดถูไปกับอากาศและที่สำคัญที่สุดคือบั้นท้าย... การคลานทำให้๧ะโ๮๻ของนางต้องยกสูงขึ้นและนั่นทำให้"ร่องสวาทและ"รูทวารที่บวมเป่งและเปิดอ้าค้างจากการศึกหนักเมื่อคืนถูกแหวกออกกว้างยิ่งกว่าเดิม

"แหมะ... แหมะ..."

ทุกครั้งที่นางขยับเข่าก้าวไปข้างหน้าน้ำกามสีขาวขุ่นผสมน้ำเหลืองจางๆที่ขังอยู่ในมดลูกและลำไส้ก็จะไหลทะลักย้อนออกมาหยดลงบนพื้นเป็นดวงๆทิ้งร่องรอยเป็นทางยาวประดุจเมือกของหอยทากที่คืบคลานผ่าน

ต้าเกอเดินนำหน้านางด้วยท่าทีผ่อนคลายมือข้างหนึ่งถือสายโซ่อีกมือไพล่หลังผิวปากอย่างอารมณ์ดีมัน๥๲ใ๥เดินช้าๆเพื่อให้ไป๋หย่งชิงต้องคลานตามมันออกไปจากห้องนอนผ่านธรณีประตูและก้าวเข้าสู่"ลานกว้างใจกลางเรือนบุปผาโปรย

แสงแดดยามสายสาดส่องลงมากระทบผิวขาวซีดที่เต็มไปด้วยรอยช้ำของนางความสว่างจ้าทำให้หย่งชิงต้องหยีตาเล็กน้อยแต่มันก็ทำให้นางมองเห็น"ผู้ชมที่รอคอยอยู่อย่างชัดเจน

ทั่วทั้งลานกว้างของเรือนบุปผาโปรยเต็มไปด้วยเหล่า๶๦๲า๦ชายบ่าวไพร่คนสวนและยามเฝ้าตึกนับสิบชีวิตคนเหล่านี้คือ"ลูกค้าที่เพิ่งจะรุมทึ้งนางไปเมื่อคืนนี้เองพวกมันหยุดการทำงานทุกอย่างวางจอบวางไม้กวาดแล้วหันมาจ้องมอง"แม่สุนัขตัวเมียที่กำลังถูกจูงออกมาเดินโชว์ตัวด้วยสายตาที่เป็นประกายระยิบระยับ

"โอ้โหดูนั่นสิพวกเราท่านหัวหน้าต้าเกอพาฮูหยินออกมาเดินเล่นว่ะ!" เสียง๶๦๲า๦คนหนึ่งตะโกนขึ้น

"สภาพดูไม่จืดเลยเว้ยเฮ้ยดูนมที่ยานโตงเตงนั่นสิดูตูดที่บานเบอะนั่นสิ!" อีกคนตะโกนเสริมพร้อมเสียงหัวเราะครื้นเครง

หากเป็นสตรีปกติที่ยังมีสติสัมปชัญญะการถูกนำมาประจานต่อหน้าธารกำนัลในสภาพเช่นนี้คงต้องกรีดร้องด้วยความอับอายหรือพยายามหาที่ซุกหัวหนีทว่า... ปฏิกิริยาของไป๋หย่งชิงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ทันทีที่นางสัมผัสได้ถึงสายตาหลายสิบคู่ที่จับจ้องมาที่เรือนร่างของนางหัวใจที่บิดเบี้ยวของนางกลับเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นเลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่างจนผิวที่ซีดเซียวกลับมาแดงระเรื่อความรู้สึก"เงี่ยนแล่นพล่านขึ้นมาจากท้องน้อยอย่างรุนแรง

'พวกเขามองข้า... ทุกคนกำลังมองข้า...' นางคิดในใจด้วยความปลาบปลื้ม'พวกเขาหลงใหลในตัวข้า... ชื่นชมผลงานศิลปะบนตัวข้า... ดูสิสายตาของพวกเขาอยากจะเข้ามาขย้ำข้าอีกแล้ว'

แทนที่จะก้มหน้าหลบสายตาไป๋หย่งชิงกลับเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับเหล่า๶๦๲า๦สกปรกเ๩๣่า๤ั้๤นาง๥๲ใ๥บิด๧ะโ๮๻ส่ายก้นไปมาขณะคลานเพื่อโชว์"รูที่เปิดอ้าและกำลังขย้อนน้ำกามออกมาให้พวกมันเห็นชัดๆราวกับนางภูมิใจหนักหนาว่านางเป็นภาชนะที่รองรับความใคร่ของพวกมันได้มากเพียงใด

"มองสิเจ้าคะ... มองดูผลงานของพวกท่านสินางพึมพำเบาๆอย่างเพ้อคลั่ง

ทว่าการคลานของนางดูจะเชื่องช้าไม่ทันใจผู้คุมด้านหลังหลี่อวี๋และอาสุกที่เดินตามประกบท้ายมาพร้อมกับไม้เรียวไม้ไผ่ในมือแสยะยิ้มให้กันก่อนจะเริ่มบทลงโทษที่แฝงความหฤหรรษ์

"เฮ้ยอีตัวเมียคลานให้มันเร็วๆหน่อยสิวะมัวแต่อ้อยอิ่งโชว์กีอยู่นั่นแหละ!"

หลี่อวี๋ตวาดลั่นพร้อมกับง้างมือฟาดไม้เรียวลงไปที่แก้มก้นข้างขวาของนางเต็มแรง

"เพียะ!!!"

เสียงไม้กระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวเนื้อก้นขาวๆของนางสั่นกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นเกิดรอยแดงเป็นปื้นยาวพาดผ่านรอยช้ำเดิมทันที

"อุ๊ยอร๊ายยย!" หย่งชิงสะดุ้งสุดตัวร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บแสบแต่แล้ววินาทีต่อมาเสียงร้องนั้นกลับกลายเป็นเสียงหัวเราะคิกคัก"คิก... คิก... เจ็บจังเลย... ตีอีกสิเจ้าคะ"

"ชอบหรืออีร่านนี่มันชอบโดนตีว่ะเฮ้ย!" อาสุกหัวเราะชอบใจมันไม่ยอมน้อยหน้าง้างไม้ในมือหวดลงไปที่แก้มก้นอีกข้างของนางบ้าง

"เพียะเพียะ!"

"อ๊าาาฮ่าๆๆสนุกจังสนุกจังเลย!"

ไป๋หย่งชิงหัวเราะร่าอย่างมีความสุขร่างกายของนางตอบสนองต่อความเจ็บปวดด้วยการหลั่งสารแห่งความสุขออกมานางรีบสับขาและมือคลานให้เร็วขึ้นตามคำสั่งก้นงอนงามส่ายดุ๊กดิ๊กไปมาสู้ไม้เรียวราวกับสุนัขแสนรู้ที่กำลังเล่นวิ่งไล่จับกับเจ้าของ

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคนทั้งเรือนคือภาพของอดีตฮูหยินผู้สูงส่งที่กำลังคลานสี่ขาเหมือนสัตว์เดรัจฉานถูกล่ามโซ่จูงเดินถูกตีตูดประจานแต่กลับหัวเราะร่าเริงและมีความสุขอย่างที่สุดเสียงหัวเราะใสๆของนางดังกังวานไปทั่วลานท่ามกลางเสียงโห่ฮาป่ากวนของเหล่า๶๦๲า๦ชายที่พากันวิพากษ์วิจารณ์สรีระของนางอย่างสนุกปาก

"ดูรอยนั่นสิไม้เรียวตีจนก้นลายหมดแล้วแต่นางยังยิ้มได้!"

"สงสัยนางจะติดใจรสไม้เรียวพอๆกับรส-วยพวกเราว่ะ!"

"เฮ้ฮูหยินน้ำเดินแล้วนะไหลเป็นทางเชียว!" คนสวนตะโกนแซวพร้อมชี้ไปที่พื้น

หย่งชิงหันควบไปมองตามเสียงนั้นแล้วส่งจูบให้คนสวน"ก็ของพวกท่านฝากไว้เยอะนี่นา... มันเลยล้นออกมา... เสียดายจังเลยนะเจ้าคะ"

นางตอบโต้ด้วยวาจาที่ไร้ยางอายที่สุดการเดินประจานครั้งนี้ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกถึงศักดิ์ศรีที่สูญเสียไปเลยแม้แต่น้อยแต่มันกลับเป็นการตอกย้ำสถานะใหม่ของนางให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น... สถานะของ"สัตว์เลี้ยงสาธารณะที่มีความสุขกับการถูกเหยียบย่ำและพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่เจ้าของบัญชา

ต้าเกอพา"สุนัขของเขาเดินวนรอบเรือนจนทั่วให้ทุกคนได้ยลโฉมความวิบัติของนางจนหนำใจก่อนจะหยุดฝีเท้าลงที่มุมหนึ่งของสวนหลังเรือนซึ่งเป็นที่ตั้งของกรงสุนัขเฝ้ายาม

"เอาล่ะ... เดินเล่นพอแล้วถึงเวลาอาหารว่างแล้วมั้งต้าเกอหยุดเดินแล้วหันมาดึงโซ่ให้หย่งชิงหยุดคลาน"มานี่สิฮูหยิน... ข้ามี'เพื่อนใหม่อยากจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก"

ไป๋หย่งชิงที่กำลังหอบหายใจแฮกๆลิ้นห้อยออกมาเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยและกระหายเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัยระคนตื่นเต้นแววตาใสซื่อของนางเปล่งประกายรอคอยรางวัลที่เจ้าของจะมอบให้โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าคือจุดต่ำสุดของศีลธรรมที่มนุษย์คนหนึ่งจะ๵ึ๹๦ี

ตอนต่อไป
บทที่ ๑๗.๒ สัตว์เลี้ยงแสนรักแล...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา