เรื่อง เล่ห์กล ราคะ ยุทธภพ
กาลเวลา่เผ่านไปหลายเื ฤดูเั์อันาเ็ได้มาเืเมืองาโอย่างเ็ั หิมะีขาวโพลน่่ลงาาฟากฟ้าี่มืดครึ้ม ปุหลังคากระเบื้องดินเผาของตำราเี์เจ็ดั้จนขาวโพลนไปั่บริเวณ าพัดโแรง บเอาาเย็นยะเยือกี่าาบาดลึกถึงกระดูกเข้าปะทะทุกสรรพสิ่ง ทว่า ณ ใจกลางของาาเ็นั้น ภายในเี์ั้บนสุด กลับมีไอร้อนสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมาอย่างประหลาด
"ครืนนน..."
เียงกลไกศิลาและบานประตูหินสลักี่ปิดตายมานานหลายเืค่อยๆ ขยับเปิดออกอย่างเชื่องช้า ฝุ่นผงี่เกาะอยู่ตามขอบประตู่่ลงมาพร้อมกับไอร้อนระอุี่พวยพุ่งออกมาปะทะกับอากาศเย็นจัดภายนอกจนเกิดเป็นกลุ่มควันีขาวลอยคลุ้ง ท่ามกลางม่านหมอกนั้น ปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาด้วยจังหวะฝีเท้าี่หนักแน่นและมั่นคง
ไป๋่เจิ้งในวัยสิบแปดปี บัดนี้มีสภาพี่ดูไม่ได้นัก ผมยาวสลวยี่เคยูรวบมัดอย่างเรียบร้อยบัดนี้หลุดลุ่ยรุงรังยาวสยายไปถึงกลางหลัง หนวดเคราขึ้นครึ้มรอบกรอบหน้า เสื้อผ้าชุดเดิมี่สวมใส่เข้าไปบัดนี้ขาดวิ่นและเต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลี่แห้งกรังจนแข็งกระด้าง สภาพของเขามองเผินๆ ไม่ต่างอะไรจากขอทานข้างถนน ทว่าสิ่งี่ทำให้เขาดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงคือ "นัยน์ตา"และ "กลิ่นอาย"ี่แผ่ออกาาร่าง
ดวงตาของ่เจิ้งสาดประกายีทองวาวโรจน์ราวกับมีดวงตะวันขนาดย่อมซุกซ่อนอยู่ภายใน ร่างกายี่เคยดูผอมบางแบบบัณฑิตหนุ่ม บัดนี้อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อี่สมบูรณ์แบบ ผิวพรรณของเขาเปล่งปลั่งและแผ่าร้อนออกมาตลอดเวลา หิมะี่่่ลงมาโดนตัวเขาพลันละลายกลายเป็นหยดน้ำและระเหยกลายเป็นไอในพริบตา นี่คือผลลัพธ์ของการเคี่ยวกรำตนเองอย่างหนักหน่วงจนาาบรรลุ "ลมปราณบ่มตะวัน"ไปได้ถึงครึ่งเล่ม!
ชายชราผู้ทำหน้าี่ดูแลตำรา ซึ่งนั่งผิงไฟอยู่มุมระเบียง ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองชายหนุ่มี่เพิ่งก้าวออกาาห้องศิลา นัยน์ตาี่ฝ้าฟางของชายชราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยาตกตะลึงระคนเหลือเชื่อ แม้เขาจะเคยประเมินไว้ตั้งแต่แรกพบแล้วว่า เด็กหนุ่มผู้นี้ครอบครองพรสวรรค์ "กระดูกมังกรซ่อนกาย"ี่หาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปี แต่การี่าาฝึกฝนยอดวิชาี่กินกำลังธาตุหยางอย่างลมปราณบ่มตะวันให้สำเร็จไปถึงครึ่งเล่มภายในเวลาเพียงไม่กี่เืนั้น มันอยู่นอกเหนือสามัญสำนึกของมนุษย์ไปไกลโข
"สวรรค์... เด็กคนนี้คือสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์โดยแท้..." ชายชรารำพึงในใจ พลังลมปราณี่แผ่ออกาาตัวของ่เจิ้งนั้นบริสุทธิ์และรุนแรงจนแม้แต่ยอดฝีมือรุ่นเก่ายังต้องรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง
ไป๋่เจิ้งสูดอากาศเย็นเยียบของฤดูเั์เข้าปอดลึกๆ เพื่อดับาร้อนรุ่มในกาย ก่อนจะหันไปเห็นชายชราี่นั่งอยู่ เขารีบก้าวเท้าเข้าไปหา พร้อมกับประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมตามธรรมเนียมของวิญญูชนสมัยราชวงศ์ถัง
"ผู้อาวุโส... ข้าไป๋่เจิ้ง ขอขอบพระคุณ่ามากี่คอยส่งข้าวส่งน้ำ และคอยดูแลาสะดวกให้ข้าตลอดหลายเืี่ผ่านมา หากไม่ได้่า ข้าคงไม่อาจทุ่มเทสมาธิให้กับการฝึกวิชาจนสำเร็จลุล่วงมาได้ถึงเพียงนี้" น้ำเียงของ่เจิ้งเต็มไปด้วยาหนักแน่นและจริงใจ
ชายชรามองดูใบหน้าี่ซูบตอบแต่เปี่ยมไปด้วยพลังของเด็กหนุ่ม แล้วลอบถอนหายใจยาว เขารับคำขอบคุณด้วยการพยักหน้าเบาๆ "นายน้อยไป๋ช่างถ่อมตัวเกินไปแล้ว พรสวรรค์และามุมานะของ่าต่างหากี่ำพา่ามาถึงจุดนี้ ข้ามีชีวิตอยู่มาจนปูนนี้ เพิ่งเคยเห็นผู้ี่าาควบแน่นลมปราณบ่มตะวันได้รวดเร็วปาน่าเป็นคนแรก ่าคือมังกรี่กำลังจะผงาดขึ้นสู่ท้องนภาอย่างแท้จริง"
คำชมนั้นออกาาใจจริง ทว่าลึกๆ ลงไปในแววตาของชายชรากลับซ่อนารู้สึกปวดร้าวและเวทนาเอาไว้อย่างมิดชิด ยิ่งเห็นากตัญญูและาตั้งใจของ่เจิ้ง ชายชราก็ยิ่งทนไม่ได้ี่จะนึกถึงชะตากรรมอันน่าบัดซบี่กำลังเกิดขึ้นกับ ไป๋่ชิงมารดาบังเกิดเกล้าของเด็กหนุ่มผู้นี้
ตลอดหลายเืี่่เจิ้งูขังอยู่ในห้องศิลาเพื่อฝึกวิชา ชายชรารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นี่เรือนบุปผาโปรย อดีตฮูหยินผู้เลอโฉมและทรงเกียรติ บัดนีู้พวกเดรัจฉานตระกูลกัวย่ำยีจนไม่เหลือาเป็นคน นางูปลดเปลื้องอาภรณ์ ูล่ามโซ่ และูบังคับให้สวมขื่อคาคาดคอในท่าโก้งโค้ง เพื่อรอรับการรุมโทรมจากชายกักขฬะนับสิบคน นางูลดทอนศักดิ์ศรีให้กลายเป็นเพียงกระโถนรองรับาใคร่ เป็นหญิงแพศยาีู่รุมกระหน่ำด้วย -วยของพวกบ่าวไพร่และอันธพาล ร่างกายของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำกาม กลิ่นคาวโลกีย์ และร่องรอยของการู เ-็ดอย่างป่าเถื่อนทุกวี่ทุกวัน... ซ้ำร้าย นางยังูล้างสมองและูมอมเมาด้วยรสสวาทจนกลายเป็นทาสกามี่ซื่อสัตย์ของกัวฉงเฟิงและกัวเทียนอวี้ไปเียแล้ว
ชายชราเม้มริมฝีปากแน่น ารู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เขาไม่อาจทนเห็นเด็กหนุ่มี่เปี่ยมไปด้วยอนาคตผู้นี้ต้องตกเป็นเครื่องมือของคนชั่ว เขาจึงตัดสินใจเอ่ยปากตักเตือนด้วยาหวังดีสูงสุดเท่าี่ฐานะผู้เฝ้าตำราจะทำได้
"นายน้อยไป๋... บัดนี้่าก็ฝึกวิชาสำเร็จไปถึงครึ่งเล่มแล้ว พละกำลังของ่าในยามนี้มากพอี่จะปกป้องตนเองและคนี่่ารัก เชื่อคำเตือนของคนแก่คนนี้เถิด... รีบพามารดาของ่าออกจากสำนักเจิ้นเหว่ยไปเีย ไปให้ไกลี่สุดเท่าี่จะทำได้ อย่าได้รั้งอยู่ี่นี่อีกเลย สถานี่แห่งนี้หาใช่วิมานอย่างี่่าคิด แต่มันคือถ้ำเสือรังมังกรี่เต็มไปด้วยอันตราย"
ไป๋่เจิ้งชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยาสับสน เขาไม่เข้าใจานัยี่ชายชราต้องการจะสื่อ สำนักเจิ้นเหว่ยแห่งนี้คือผู้มีพระคุณี่ให้ี่พักพิงแก่เขากับมารดาในยามตกทุกข์ได้ยาก ทั้งยังเปิดตำราอันล้ำค่าให้เขาเข้ามาฝึกวิชา กัวฉงเฟิงคือสหายรักของบิดาี่ตายไป แล้วเหตุใดชายชราผู้นี้จึงบอกให้เขาหนี?
"ผู้อาวุโส... ่ากล่าวหนักเกินไปแล้ว ประมุขกัวคือผู้มีพระคุณของตระกูลไป๋ ข้ากับ่าแม่ล้วนติดค้างน้ำใจพวกเขามหาศาล ข้าไม่อาจจากไปโดยไม่ตอบแทนบุญคุณได้..." ่เจิ้งตอบด้วยน้ำเียงซื่อตรง "แต่ข้าจะลองำคำเตือนของ่าไปพิจารณาดู ตอนนี้ข้าเป็นห่วง่าแม่เหลือเกิน ไม่ได้พบหน้านางมาหลายเืแล้ว ข้าจะไปหานางี่เรือนบุปผาโปรยเดี๋ยวนี้เลย นางจะต้องดีใจมากแน่ๆ ี่เห็นข้าฝึกวิชาสำเร็จ"
กล่าวจบ ่เจิ้งก็ขยับเท้าเตรียมจะพุ่งทะยานออกจากระเบียงตำรา
"ช้าก่อน! นายน้อยไป๋!"
ชายชราร้องห้ามเียงหลง หัวใจของเขาร่วงไปอยู่ี่ตาตุ่ม หากปล่อยให้่เจิ้งวิ่งไปี่เรือนบุปผาโปรยในเวลานี้ เด็กหนุ่มอาจจะเปิดประตูเข้าไปเจอภาพบาดตาบาดใจ... ภาพี่มารดาของตนกำลังแก้ผ้านอนถ่างขาให้คนตระกูลกัวหรือพวกอันธพาลกำลังแทง -วยเข้าออกใน รูหีของนางอย่างเมามัน หาก่เจิ้งเห็นภาพนั้นเข้า จิตใจของเขาจะต้องแตกสลาย และอาจำไปสู่การบันดาลโทสะจนูยอดฝีมือของตระกูลกัวรุมสังหารได้
ชายชราต้องรีบหาข้ออ้างมาหยุดยั้งาใจร้อนของเด็กหนุ่มให้จงได้ เขาสูดลมหายใจลึก พยายามปั้นหน้าให้ดูเคร่งขรึมตามแบบฉบับผู้อาวุโสี่ยึดมั่นในธรรมเนียมประเพณี
"นายน้อยไป๋ ่าโปรดหยุดคิดสักนิด! ่าลองก้มดูสภาพของตนเองในยามนี้สิ เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ารุงรัง เนื้อตัวเหม็นสาบไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคล ราวกับขอทานี่เพิ่งคลานออกาากองขยะ หาก่าไปพบมารดาในสภาพเช่นนี้ มีแต่จะทำให้นางต้องตกใจและเป็นห่วง่าเปล่าๆ"
่เจิ้งชะงักฝีเท้า ก้มลงมองสภาพอันน่าสมเพชของตนเองแล้วก็ต้องยอมรับาจริง "่าพูดมีเหตุผล... สภาพของข้าในตอนนี้ดูไม่ได้จริงๆ"
"อีกอย่างหนึ่ง..." ชายชรารีบพูดเสริม "ธรรมเนียมของวิญญูชนสมัยถัง การี่่าออกาาการเก็บตัวฝึกวิชาในอาณาเขตของผู้อื่น สิ่งแรกี่่าควรทำหาใช่การไปพบมารดา แต่่าควรจะต้องไปแสดงาเคารพและขอบคุณ่าประมุขกัวฉงเฟิงี่ห้องโถงหลักเียก่อน เพื่อแสดงให้เห็นถึงมารยาทและากตัญญูรู้คุณ หาก่าละเลยธรรมเนียมข้อนี้ไป คนเขาจะครหาเอาได้ว่าตระกูลไป๋ไร้สิ้นการอบรมสั่งสอน"
คำว่า 'ตระกูลไป๋ไร้สิ้นการอบรม' เป็นจุดอ่อนี่จี้ใจดำของ่เจิ้งอย่างจัง ในฐานะบุตรชายคนเดียวของตระกูลี่ล่มสลาย เขาตั้งปณิธานไว้ว่าจะต้องกอบกู้ชื่อเียงของบิดาให้จงได้ การเียมารยาทต่อผู้มีพระคุณจึงเป็นสิ่งี่เขายอมรับไม่ได้
"ผู้อาวุโสกล่าวเตือนสติไดู้ต้องยิ่งนัก ข้ามันช่างโง่เขลาและใจร้อนเกินไป" ่เจิ้งประสานมือโค้งคำนับอีกครั้ง "เช่นนั้นข้าจะไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย โกนหนวดเครา และผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะไปเข้าพบ่าประมุขกัวและนายน้อยกัวี่ห้องโถงใหญ่ รบกวนผู้อาวุโสช่วยำทางข้าที"
ชายชราลอบถอนหายใจด้วยาโล่งอกี่าาเบี่ยงเบนาสนใจของเด็กหนุ่มได้สำเร็จ "ได้... ตามข้ามาเถิด ทางสำนักได้เตรียมเรือนพักและน้ำอุ่นไว้รอรับรอง่าแล้ว"
ร่างของชายชราเดินำหน้าไป๋่เจิ้งลงจากบันไดตำราไปอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเียงาี่พัดหวีดหวิว นัยน์ตาของชายชราี่มองตรงไปเบื้องหน้านั้นเต็มไปด้วยาซับซ้อนี่ยากจะอธิบาย มันมีทั้งาโกรธแค้นต่อาชั่วช้าของตระกูลกัว าเห็นอกเห็นใจต่อชะตากรรมของเด็กหนุ่มี่ใสซื่อ และารู้สึกจนปัญญาี่ไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้มากกว่านี้
เขาทำได้เพียงแค่ช่วยยืดเวลาออกไป เพื่อไม่ให้มังกรหนุ่มตัวนี้ต้องเผชิญกับาจริงี่โหดร้ายและสกปรกโสมมเร็วเกินไปเ่าั้น... าจริงี่ว่ามารดาี่เขารักและเทิดทูน บัดนี้ได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงแต่ "หญิงร่านราคะ" ี่ยินดีอ้าขาให้ศัตรูเย็ดเพื่อแลกกับาสุขทางกายเ่าั้นเอง.
ในขณะี่พายุหิมะโหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอก ทว่าภายในห้องโถงใหญ่ของเรือนบุปผาโปรยกลับอบอวลไปด้วยไอร้อนจากเตาผิงสำริดขนาดใหญ่ี่สุมด้วยถ่านไม้ม กลิ่นสุราเลิศรสผสานกับกลิ่นเครื่องมราคาแพงลอยคลุ้งไปั่บริเวณ บรรยากาศภายในห้องโถงแห่งนี้ช่างหรูหราและเต็มไปด้วยาฟอนเฟะทางกามารมณ์อย่างถึงี่สุด
กลางห้องโถง เหล่าสาวใช้หน้าตางดงามกำลังร่ายรำไปตามจังหวะเียงพิณและขลุ่ย พวกนางสวมชุดกระโปรงผ้าไหมี่บางเบาและนุ่งน้อยห่มน้อย ท่วงท่าการร่ายรำนั้นจงใจเลียนแบบนางอัปสรบนสรวงสวรรค์ ทว่าแฝงไปด้วยจริตจะก้านี่ยั่วยวนและเชิญชวนให้บุรุษเข้าไปลิ้มลอง
บนตั่งไม้บุผ้านุ่มตัวใหญ่ี่ตั้งอยู่ตำแหน่งประธาน กัวเทียนอวี้นายน้อยแห่งสำนักเจิ้นเหว่ย กำลังนั่งเอนกายชมการร่ายรำด้วยท่าทีเกียจคร้านและสำราญใจ บนหน้าตักกว้างของเขามีร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งนั่งพับเพียบอิงแอบอยู่อย่างแนบชิด สตรีผู้นั้นคือ ไป๋่ชิงอดีตฮูหยินเอกแห่งตระกูลไป๋ ผู้ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็น "สมบัติสาธารณะ" และสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องของตระกูลกัวไปเียแล้ว
การแต่งกายของนางในวันนี้ช่างขัดแย้งกับสถานะทาสกามอย่างสิ้นเชิง นางไม่ได้สวมชุดไว้ทุกข์ีขาวผ้าดิบเนื้อหยาบเหมือนอย่างเคย แต่นางูจับแต่งกายด้วยชุดกระโปรงเกาะอกเอวสูง (Qixiong Ruqun) แบบฉบับสตรีั้สูงสมัยราชวงศ์ถัง เรือนผมีำัี่เคยูกระชากึ้จากการูรุมโทรม บัดนีู้สางและเกล้ามวยขึ้นอย่างประณีตงดงามตามแบบฉบับของสตรีี่ออกเรือนแล้ว ประดับประดาด้วยปิ่นทองคำระย้าี่สั่นไหวทุกครั้งี่นางขยับตัว
มองผิวเผิน นางดูงดงาม บริสุทธิ์ และสูงส่งราวกับเทพธิดา ทว่าหากเพ่งมองให้ดีจะพบาวิปริตี่ซ่อนอยู่ ชุดผ้าแพรไหมีชมพูอ่อนี่นางสวมใส่นั้นตัดเย็บจากเนื้อผ้าี่บางเฉียบจนแทบจะโปร่งแสง แขนเสื้อกว้างใหญ่และชายกระโปรงยาวกรุยกราย ทว่าช่วงอกี่รัดรึงนั้นกลับจงใจคว้านลึกและดันเต้าถันคู่งามให้ล้นทะลักออกมาอวดสายตา ยอดอกีเข้มี่แข็งเป็นไตดันเนื้อผ้าแพรจนเห็นเป็นตุ่มไตชัดเจน และี่สำคัญี่สุดคือ... ภายใต้ชุดี่ดูงดงามบริสุทธิ์นั้น นางไม่ได้สวมใส่อาภรณ์ั้ในใดๆ เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทุกสัดส่วนของร่างกายพร้อมี่จะเผยเนื้อหนังและเปิดรับการรุกล้ำได้ทุกเมื่อ
ไป๋่ชิงยกจอกสุราทองคำขึ้นด้วยสองมือี่สั่นน้อยๆ นางเผยอปากอวบอิ่ม 머อมจอกสุราไว้ ก่อนจะโน้มตัวลงไปป้อนสุรานั้นเข้าสู่ริมฝีปากของกัวเทียนอวี้อย่างเอาใจ หยดสุราบางส่วนไหลย้อยลงมาตามมุมปากของนาง หยดแหมะลงบนร่องอกี่ขาวผ่องและเบียดชิดกัน กัวเทียนอวี้กลืนสุราลงคอพลางหัวเราะในลำคอ มือหนาของเขาไม่เคยอยู่นิ่ง มันล้วงเข้าไปใต้ชายกระโปรงผ้าไหมี่บางเบา ลูบไล้ไปตามเรียวขาขาวเนียนของนาง ก่อนจะลากเลื้อยขึ้นไปกอบกุม เนินหีี่ไร้สิ่งปกปิด นิ้วหยาบกร้านของเขาแหวกว่ายเข้าไปในร่องสวาที่เปียกแฉะ บดขยี้ติ่งเนื้อี่ไวต่อารู้สึกสลับกับล้วงลึกเข้าไปใน รูหีี่ตอดรัดนิ้วของเขาอย่างร่านสวาท
"อ๊ะ... อ๊า... นายน้อย... ่าแกล้งข้าอีกแล้ว..." ไป๋่ชิงครางเียงหวานหยาดเยิ้ม ใบหน้าของนางแดงซ่านด้วยาเียวซ่าน ทว่านางไม่ได้ขัดขืนหรือปัดป้องเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งแอ่นสะโพกรับสัมผัสจากนิ้วของเขาอย่างเต็มใจ ปล่อยให้ชายหนุ่มรุ่นราวคราวลูกล้วงแคะแกะเกาของสงวนของตนเองต่อหน้าธารกำนัลอย่างหน้าไม่อาย
ในขณะี่สถานการณ์าใคร่กำลังดำเนินไปอย่างถึงพริกถึงขิง บานประตูห้องโถงก็ูผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายฉกรรจ์สามคน ต้าเกอพี่ใหญ่หน้าปรุ หลี่อวี๋ชายร่างหนา และ อาสุกไอ้แห้งจอมวิปริต ทั้งสามคือกลุ่มอันธพาลี่เคยฝากฝังรอยแค้นและน้ำกามไว้ในร่างกายของไป๋่ชิงมานับครั้งไม่ถ้วน
พวกมันเดินอาดๆ เข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าตั่งไม้ สายตาหยาบโลนของพวกมันกวาดมองเรือนร่างกึ่งเปลือยของไป๋่ชิงี่นั่งถ่างขาอยู่บนตักนายน้อยอย่างไม่เกรงใจ ต้าเกอแสยะยิ้มกริ่ม ก่อนจะประสานมือรายงานเียงดังลั่น
"เรียนนายน้อย! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน... ลูกชายของนางหญิงร่านแซ่ไป๋ มันออกจากฝึกวิชาแล้วขอรับ! ตอนนี้มันกำลังเดินทางไปพบ่าประมุขี่ห้องโถงรับรองหลัก!"
คำเรียกขานว่า "นางหญิงร่านแซ่ไป๋" ดังสะท้อนไปั่ห้องโถง ทว่าไป๋่ชิงี่นั่งอยู่บนตักของกัวเทียนอวี้กลับไม่มีท่าทีโกรธเคือง ขัดเขิน หรือรู้สึกรู้สาต่อคำดููเหยียดหยามนั้นแม้แต่น้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของนางไม่ได้จางหายไป กลับยิ่งทวีาหยาดเยิ้มและวิปริตมากยิ่งขึ้น นางค่อยๆ หันใบหน้าี่แดงระเรื่อไปมองกัวเทียนอวี้ แววตาของนางเต็มไปด้วยาเทิดทูนและศิโรราบ
"ขอแสดงายินดีด้วยเจ้าค่ะ นายน้อย..." นางเอ่ยเียงหวานเจื้อยแจ้ว ราวกับนกแก้วนกขุนทองีู่ฝึกมาอย่างดี "ในี่สุด... ลูกชายของข้าก็ออกจากฝึกวิชาเียที บัดนี้เขาก็พร้อมี่จะเป็น 'เครื่องมือ' ชิ้นเยี่ยม ในการออกไปเี่ยงตายรวบรวมจี้หยก และเสาะหายอดวิชาลับมาประเคนแทบเท้า่าแล้วเจ้าค่ะ"
กัวเทียนอวี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาประหลาดใจระคนขบขันพาดผ่านใบหน้าหล่อเหลาี่แฝงไปด้วยาชั่วร้าย เขาดึงนิ้วี่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำรักออกจาก รูหีของนาง แล้วเช็ดคราบน้ำกามีใสลงบนผ้าไหมราคาแพงี่อกเสื้อของนางอย่างจาบจ้วง
"โอ้? เจ้าพูดออกมาได้หน้าตาเฉยเชียวนะ ฮูหยินไป๋..." กัวเทียนอวี้แค่นยิ้มเยาะ "เจ้าไม่โกรธเคืองพวกข้าหรอกหรือ? ี่หลอกใช้ลูกชายสุดี่รักของเจ้าให้ไปเี่ยงตาย หนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยยอดฝีมือและอันตรายนานัปการ หากมันพลาดพลั้ง... ลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าอาจจะตายกลายเป็นผีเฝ้าป่า ไม่มีแม้แต่ศพให้ฝังเชียวนะ"
ไป๋่ชิงส่ายหน้าช้าๆ เส้นผมี่เกล้ามวยไว้อย่างดีสั่นไหว นางยกมือขึ้นลูบไล้แผงอกของกัวเทียนอวี้อย่างออดอ้อน "ทำไมข้าจะต้องโกรธด้วยล่ะเจ้าคะ? ในเมื่อชีวิตของเขา... หากาาทำประโยชน์และสร้างาพึงพอใจให้กับนายน้อยได้ นั่นก็ถือเป็นเกียรติสูงสุดของตระกูลไป๋แล้ว..."
นางหยุดพูดชั่วครู่ ดวงตาฉ่ำปรือช้อนขึ้นมองชายหนุ่มด้วยไฟราคะี่ลุกโชน "และอีกอย่าง... เรื่องลูกน่ะ... หากไอ้เด็กโง่นั่นตายไป ข้าก็แค่ขอให้นายน้อย หรือ่าประมุข... ช่วยกระแทก -วยเข้ามาใน หีของข้าแรงๆ แล้วปล่อยน้ำเชื้อให้ข้าตั้งท้อง มอบลูกคนใหม่ให้ข้าเมื่อไหร่ก็ได้นี่เจ้าคะ... ข้าเป็นแม่พันธุ์ของพวก่าอยู่แล้ว"
คำพูดี่ไร้ซึ่งยางอายและผิดเพี้ยนไปจากาเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิงของมารดาผู้หลงผิด ทำเอาเหล่าอันธพาลทั้งสามี่ยืนฟังอยู่ถึงกับลอบกลืนน้ำลายและส่งเียงซี๊ดปากด้วยาตื่นตัวทางเพศ าร่านสวาทของนางช่างรุนแรงจนาาทำให้บุรุษรอบข้างเกิดอารมณ์กำหนัดได้ในพริบตา
"ฮ่าๆๆๆ! ประเสริฐ! ประเสริฐมาก!" กัวเทียนอวี้ระเบิดเียงหัวเราะลั่นห้องโถงด้วยาชอบใจอย่างถึงี่สุด เขาออกแรงตะปบขยำหน้าอกคู่โตของไป๋่ชิงผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างรุนแรง บีบเค้นจนเนื้อปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว "ดีมาก! เจ้ารู้ฐานะ 'สัตว์เลี้ยง' ของตัวเองดีเยี่ยม ไม่เียแรงี่ข้ากับ่าพ่อเียเวลาอบรมและ 'ปรุงรส' เจ้ามาหลายเื เจ้าเรียนรู้ได้รวดเร็วจนไม่ต้องสั่งสอนอะไรกันให้มากาอีกต่อไป!"
ไป๋่ชิงยิ้มรับคำชมอันน่ารังเกียจนั้นอย่างปลาบปลื้มยินดี ราวกับได้รับรางวัลชิ้นใหญ่ นางถูไถแก้มลงบนฝ่ามือของเขาอย่างประจบประแจง
"เอาล่ะ ฟังให้ดีนังตัวดี..." กัวเทียนอวี้บีบปลายคางของนางแน่นจนนางต้องเชิดหน้าขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและอำมหิต "จำแผนการี่พวกเราตกลงกันไว้ให้แม่นยำ เจ้าต้องคอยอยู่ใกล้ชิดมัน คอยจับตามองการเคลื่อนไหวของลูกชายเจ้าให้ดีี่สุด ทุกฝีก้าว ทุกาลับี่มันล่วงรู้เกี่ยวกับจี้หยกและวิชาลับ เจ้าจะต้องคาบข่าวมาบอกข้ากับ่าพ่อให้หมดสิ้น ห้ามปิดบังแม้แต่ครึ่งคำ!"
ไป๋่ชิงพยักหน้ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน สายตาของนางไม่มีแววลังเลเลยแม้แต่น้อย "ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ นายน้อยโปรดวางใจ ข้าจะไม่ทำให้่าต้องผิดหวัง..." นางแย้มยิ้มวิปริต พลางกระซิบด้วยน้ำเียงี่เย็นเยียบ "หากวันใดนายน้อยต้องการให้มันตาย... ขอเพียง่าเอ่ยปากมาคำเดียว ข้าก็พร้อมี่จะเป็นคนผสม 'ยาพิษ' ลงในข้าวให้มันกินด้วยมือของข้าเองเจ้าค่ะ"
กัวเทียนอวี้ี่ได้ฟังคำสัตย์สาบานอันโหดเหี้ยมจากปากของคนเป็นแม่ ก็อดไม่ได้ี่จะหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า เขาก้มลงไปขบกัดซอกคอขาวเนียนของนางอย่างแรงจนเกิดรอยช้ำีเลือด
"ยอดเยี่ยม! เจ้านี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ นังแพศยาั้ต่ำ! นังตัวไร้ยางอาย!" กัวเทียนอวี้สบถด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย พลางเลื่อนมือลงไปตบฝ่ามือลงบนบั้นท้ายของนางเียงดังลั่น "เพี๊ยะ!""นับเป็นเคราะห์กรรมอันหนักหนาของบรรพชนตระกูลไป๋โดยแท้ ี่ตาบอดรับสตรีเช่นเจ้ามาเป็นสะใภ้! และนับเป็นาโชคร้ายบัดซบี่สุดในชีวิตของลูกชายเจ้า ี่เกิดมามีแม่ี่ร่านและเลวทรามอย่างเจ้า! ฮ่าๆๆๆ!"
เียงด่าทอและเียงหัวเราะเยาะเย้ยของกัวเทียนอวี้ดังก้องกังวาน ส่วนไป๋่ชิงนั้น แม้จะูด่าทอด้วยถ้อยคำี่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีาเป็นมนุษย์และผู้เป็นแม่จนจมดิน แต่นางกลับยิ้มรับคำพูดเหล่านั้นด้วยใบหน้าี่เปี่ยมไปด้วยาสุขเียว ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหรือสำนึกเียใจแต่อย่างใด คำด่าทอเหล่านั้นเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงั้ดีี่สาดรดลงบนกองไฟแห่งราคะในใจนาง ยิ่งูเหยียดหยาม นางก็ยิ่งตื่นตัว ยิ่งรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า นางก็ยิ่งมีาสุขี่ได้ตกเป็นทาสของพวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบ... เครื่องมือชิ้นสำคัญีู่ลับจนคมกริบ พร้อมี่จะกรีดแทงหัวใจของลูกชายตนเองทุกเมื่อ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??