เรื่อง เล่ห์กล ราคะ ยุทธภพ
เียง้ไมุ้้เหล็กเบียดเียดีกับื้ิขรุขระั้ไปทั่วหุบเขา สลับกับเียงฝีเท้าม้านับสิบตัวที่ย่ำกรายลงบนเส้นทางสายทุรกันดาร ลมเหมันต์ในยุคราชวงศ์ถังพัดโหมกระหน่ำ หอบเอาเกล็ดหิมะีขาวโพลนโปรยปรายลงมาปกคลุมยอดไม้และทิวเขาที่ทอดยาวสลับซับซ้อน ท่ามกลางความเหน็บหนาวและอ้างว้างของเส้นทางสายการค้าที่ห่างไกลจากความเจริญ ขบวนคาราวานสินค้าขนาดใหญ่ของคหีผู้มั่งคั่งกำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทว่ามั่นคง
ธงผ้าสลักอักษรตัวใหญ่บ่งบอกถึงชื่อเียงของตระกูลการค้าที่ได้รับการยอมรับสะบัดพลิ้วไหวตามแรงลม ขบวนคาราวานนี้ประกอบไปด้วยเกวียนบรรทุกสินค้าประเภทผ้าไหมแพรพรรณ เครื่องเทศ และใบชาชั้นเลิศนับสิบคัน คุ้มกันโดยบ่าวไพร่และผู้คุ้มภัยจำนวนหนึ่ง ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในขบวน คือรถม้าคันใหญ่ที่บุด้วยไม้หอมสลักลวดลายวิจิตรบรรจง หลังคาคลุมด้วยหนังสัตว์หนาเพื่อป้องกันลมหนาว หน้าต่างรถม้าถูกปิดกั้นด้วยม่านผ้าแพรีทึบเพื่อเก็บกักความอบอุ่นให้แก่บุคคลสำคัญที่อยู่ภายใน
ภายในรถม้าคันใหญ่นั้น บรรยากาศช่างแตกต่างจากความเหน็บหนาวและยากลำบากภายนอกราวกับอยู่คนละโลก เตาผิงทองเหลืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องส่งไอร้อนและกลิ่นหอมของถ่านไม้จันทน์ ควันีขาวบางเบาลอยกรุ่น กลิ่นชาหลงจิ่งที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ หอมเตะจมูก บนเบาะรองนั่งที่ปูด้วยขนจิ้งจอกนุ่มฟู ปรากฏร่างของสตรีสองนางที่กำลังพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม
หนึ่งในนั้นคือ คุณหนูใหญ่บุตรีเพียงคนเดียวของท่านคหีผู้เป็นเจ้าของขบวนสินค้านี้ นางอยู่ในวัยสะพรั่งราวสิบแปดสิบเก้าปี ใบหน้างดงามหมดจดประดุจพระจันทร์วันเพ็ญ ผิวพรรณขาวผ่องราวกับหิมะแรก นางสวมชุดกระโปรงเอวสูง (Ruqun) ตัดเย็บจากผ้าไหมีฟ้าอ่อนที่ขับเน้นความสูงศักดิ์ เรือนผมีดำขลับถูกเกล้ามวยประดั้วยปิ่นหยกและไข่มุก ท่วงท่ากิริยาของนางเต็มไปด้วยความสง่างาม หยิ่งทะนง และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในศักดิ์ศรีของตนเองตามแบบฉบับของคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี
ส่วนสตรีอีกนางหนึ่งที่นั่งพับเพียบอยู่แทบเท้า คอยปรนนิบัติพัดวีอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว คือสาวใช้ประจำตัวนามว่า เี่ยวฮวาเี่ยวฮวาเป็นเด็กสาวชาวบ้านที่ถูกซื้อตัวมาตั้งแต่ยังเล็ก นางมีรูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม สวมเพียงชุดผ้าฝ้ายีเนื้อหยาบที่สะอาดสะอ้าน แม้จะไม่มีเครื่องประดับล้ำค่าใดๆ แต่ใบหน้าของนางกลับจิ้มลิ้มพริ้มเพราอย่างประหลาด สิ่งที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้าของนางคือ 'ดวงตากลมโต'ที่ใสื่ บริสุทธิ์ และมักจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวอยู่เสมอ แววตาของนางสะท้อนถึงนิสัยที่ื่สัตย์ อ่อนน้อม ว่าง่าย และพร้อมจะโอนอ่อนผ่อนตามู้ื่อย่างไม่มีเงื่อนไข
"เี่ยวฮวา... ชาอุ่นพอแล้วกระมัง เจ้าหยุดพัดไฟเถิด ประเดี๋ยวฝุ่นถ่านจะปลิวเข้าตาเจ้าเอาได้" คุณหนูใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเียงอ่อนโยน พลางเอื้อมมือไปจับข้อมือเล็กๆ ของสาวใช้ให้หยุดการกระทำ
เี่ยวฮวาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยความเกรงใจ นางรีบวางพัดสานในมือลง แล้วค้อมศีรษะตอบอย่างนอบน้อม "บ่าวเพียงแค่กลัวว่าชาของคุณหนูจะเย็นชืดไปเียก่อนเจ้าค่ะ อากาศข้างนอกหนาวเหน็บนัก หากคุณหนูดื่มชาที่ไม่ได้ที่ เกรงว่าจะทำให้เียสุขภาพได้เจ้าค่ะ"
คุณหนูใหญ่แย้มยิ้มละมุน นางรับถ้วยชาเคลือบศิลาดลมาจากมือของเี่ยวฮวา เป่าควันีขาวเบาๆ ก่อนจะจิบน้ำชาเลิศรสลงคอ "เจ้านี่นะ... เป็นห่วงข้าและท่านพ่อจนลืมห่วงตัวเองอยู่เรื่อย ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง ไม่ต้องทำตัวเป็นบ่าวไพร่ให้มากพิธีนัก ข้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่เด็ก รักและเอ็นดูเจ้าเหมือนน้องสาวแท้ๆ คนหนึ่ง เจ้าไม่จำเป็นต้องเจียมตัวถึงเพียงนี้หรอก"
"มะ... ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ!" เี่ยวฮวารีบส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววตื่นตระหนก "คุณหนูเป็นถึงบุตรีของท่านคหีผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนายเหนือหัวผู้มีพระคุณต่อบ่าว หากไม่มีท่านคหีและคุณหนูเมตตาไถ่ตัวบ่าวมาจากตลาดค้าทาส ป่านนี้บ่าวคงถูกขายไปเป็นนางคณิกาในหอนางโลมไปแล้ว... พระคุณนี้ใหญ่หลวงดั่งขุนเขา บ่าวขอเป็นทาสรับใช้ คอยรองรับอารมณ์และปรนนิบัติคุณหนูไปจนตาย ก็ยังทดแทนไม่หมดเลยเจ้าค่ะ!"
คำพูดที่ื่สัตย์และเต็มไปด้วยความจงรักภักดีของเี่ยวฮวา ทำให้คุณหนูใหญ่อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเด็กสาวด้วยความเอ็นดู "เจ้าเด็กโง่... ใครจะยอมให้เจ้าไปเป็นนางโลมกัน หน้าตาจิ้มลิ้มอย่างเจ้า หากถึงวัยออกเรือน ข้ากับท่านพ่อจะหาชายหนุ่มนิสัยดีๆ ที่มีวิชาความรู้ เป็นบัณฑิตหรือพ่อค้าที่ื่สัตย์ ให้เจ้าได้แต่งงานออกไปเป็นฮูหยิน มีครอบครัวที่อบอุ่น ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกหรือย่ำยีเจ้าเด็ดขาด"
"คุณหนู..." เี่ยวฮวาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันใจ นางก้มหน้างุด ซบใบหน้าลงกับหน้าตักของคุณหนูใหญ่ราวกับลูกแมวที่ออดอ้อน "บ่าวไม่แต่งงานเจ้าค่ะ บ่าวขี้กลัว บ่าวไม่อยากไปอยู่กับคนแปลกหน้า บ่าวอยากอยู่รับใช้คุณหนูและท่านคหีตลอดไป..."
คุณหนูใหญ่หัวเราะเียงใส "เจ้าก็ขี้กลัวและหัวอ่อนเช่นนี้เสมอ เี่ยวฮวา... โลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่และโหดร้ายก็จริง แต่สตรีอย่างพวกเราต้องหัดเข้มแข็งเอาไว้บ้าง หากวันใดที่ต้องเผชิญกับภยันตราย หรือพบเจอพวกคนชั่วกักขฬะ เจ้าจะมัวแต่ก้มหน้าร้องไห้ยอมจำนนไม่ได้นะ เจ้าต้องรู้จักลุกขึ้นสู้และหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง!"
แววตาของคุณหนูใหญ่เปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวและทะนงตน "สำหรับข้าแล้ว... ศักดิ์ศรีและความบริสุทธิ์ของสตรีนั้นสำคัญยิ่งกว่าชีวิต! หากมีโจรป่าหรือมารร้ายหน้าไหนบุกเข้ามาหวังจะย่ำยีล่วงเกินข้า ข้าจะขอสู้จนตัวตาย หรือไม่ก็ยอมกัดลิ้นตัวเองปลิดชีพเียดีกว่า จะให้พวกเดนมนุษย์ชั้นต่ำมาแตะต้องเรือนร่างของข้า ข้ายอมตายเียยังดีกว่าต้องทนมีชีวิตอยู่อย่างอัปยศอดสู!"
คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความรักเกียรติรักศักดิ์ศรีของคุณหนูใหญ่ ทำให้เี่ยวฮวาถึงกับตัวสั่นสะท้าน เด็กสาวชาวบ้านผู้มีจิตใจเปราะบางก้มหน้าลงต่ำ นัยน์ตากลมโตสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวเพียงแค่จินตนาการถึงเหตุการณ์เหล่านั้น
ในใจลึกๆ ของเี่ยวฮวานั้นช่างแตกต่างจากคุณหนูของนางอย่างสิ้นเชิง นางเป็นคนหัวอ่อน ยอมคน และที่สำคัญที่สุดคือนาง 'กลัวความเจ็บปวด' และ 'กลัวตาย' อย่างจับใจ หากต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายจริงๆ นางรู้ตัวดีว่านางคงไม่มีความกล้าหาญพอที่จะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย หรือลุกขึ้นสู้กับบุรุษที่แข็งแกร่งกว่า
ดวงตากลมโตที่ดูใสื่นี้าู้ไ่ว่า... ในอนาคตอันใกล้ สันดานที่หัวอ่อน อ่อนน้อม และรักตัวกลัวตายของนาง จะเป็นจุดอ่อนร้ายแรงที่ถูกมารร้ายอย่าง กัวเทียนอวี้นำมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างจิตวิญญาณของนางจนย่อยยับ! ความเจียมเนื้อเจียมตัวของนางจะทำให้นางไม่อาจขัดขืนต่ออำนาจมืด นางจะยอมถ่างขา อ้า หีที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของนางออกกว้าง เพื่อรับการทะลวงกระแทกจากท่อน -วยของเดนมนุษย์ เพียงเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอด!
และในท้ายที่สุด... เด็กสาวผู้เรียบร้อยและื่สัตย์ผู้นี้ จะถูกกัวเทียนอวี้ 'ปรุงรส' และย่ำยีจนแหลกสลาย กลายเป็นเพียงหญิงใจแตกที่เสพติดกามารมณ์ ร้องครางครวญครางขอให้บุรุษมารุม เ-็ดตนเองอย่างไร้ยางอาย ไม่ต่างอะไรจากหญิงคณิกาที่นางเคยหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย! นี่คือชะตากรรมอันแสนวิปริตและมืดดำที่รอคอยเี่ยวฮวาอยู่เบื้องหน้า โดยที่ในยามนี้นางยังคงนั่งยิ้มรับความเมตตาจากคุณหนูอยู่อย่างไร้เดียงสา
ขณะที่บทสนทนาภายในรถม้ากำลังดำเนินไปอย่างอบอุ่น เียงม้าควบเข้ามาใกล้ตัวรถก็ดังขึ้น พร้อมกับเียงทุ้มกังวานที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาของ ท่านคหีผู้เป็นบิดาของคุณหนูใหญ่และเจ้านายผู้มีพระคุณของเี่ยวฮวา
"ลูกสาวพ่อ... เี่ยวฮวา... พวกเจ้าข้างในหนาวหรือไม่?"
ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้มีหนวดเคราตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ ปรากฏขึ้นที่ช่องหน้าต่างรถม้าหลังจากที่ม่านผ้าแพรถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย ท่านคหีเป็นชายที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี แววตาของเขามองบุตรีและสาวใช้ด้วยความรักใคร่ไม่ต่างกัน
"ท่านพ่อ!" คุณหนูใหญ่ยิ้มกว้าง "พวกเราข้างในอบอุ่นดีเจ้าค่ะ เตาผิงที่ท่านพ่อให้คนเตรียมไว้ให้ช่วยคลายหนาวได้มาก แล้วท่านพ่อเล่าเจ้าคะ ขี่ม้าตากลางหิมะเช่นนั้น ระวังจะจับไข้เอาได้นะเจ้าคะ เข้ามานั่งพักข้างในรถม้ากับพวกเราเถิดเจ้าค่ะ"
ท่านคหีหัวเราะเบาๆ รอยยิ้มทำให้หางตาเกิดรอยย่นแห่งวัย "พ่อไม่เป็นไรหรอก พ่อคุ้นชินกับการเดินทางค้าขายมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ แล้ว แค่ลมหนาวเพียงเท่านี้ ทำอะไรพ่อไม่ได้หรอกน่า... แต่ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่เขตหุบเขา 'กุยซาน' แล้ว เส้นทางข้างหน้าค่อนข้างคดเคี้ยวและป่าทึบ อากาศจะยิ่งเย็นลงกว่านี้อีก"
เขากล่าวพลางปลดเสื้อคลุมขนสัตว์ผืนหนาที่พาดอยู่บนหลังม้า ส่งผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาให้เี่ยวฮวา "เี่ยวฮวา เจ้ารับเสื้อคลุมผืนนี้ไปห่มเีย เสื้อผ้าฝ้ายของเจ้ามันบางเกินไป ประเดี๋ยวจะล้มหมอนนอนเสื่อไปเียก่อน"
เี่ยวฮวารับเสื้อคลุมขนสัตว์ราคาแพงมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจอีกครั้ง "ทะ... ท่านคหี... ของมีค่าเช่นนี้ บ่าวไม่กล้ารับหรอกเจ้าค่ะ..."
"รับไปเถิด ถือว่าเป็นคำสั่งของข้า" ท่านคหีเอ่ยด้วยน้ำเียงเด็ดขาดแต่แฝงความอ่อนโยน "เจ้าคอยดูแลลูกสาวข้าเป็นอย่างดีมาตลอด ข้าเองก็เห็นเจ้าเป็นเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง หากเจ้าป่วยไข้ไป ลูกสาวข้าคงร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นแน่"
คุณหนูใหญ่หน้าแดงเรื่อ แสร้งทำเป็นค้อนบิดา "ท่านพ่อก็... ข้าโตแล้วนะเจ้าคะ ไม่ได้ขี้แยเียหน่อย!"
เียงหัวเราะแห่งความสุขและรอยยิ้มอันอบอุ่นั้อยู่ภายในรถม้าและรอบบริเวณขบวนสินค้ายามบ่ายคล้อย ความรักและความผูกพันระหว่างเจ้านายผู้มีเมตตาและสาวใช้ผู้ภักดี ช่างเป็นภาพที่งดงามและสว่างไสว ท่ามกลางความมืดมิดของยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี
ทว่า... รอยยิ้มแห่งความสุขเหล่านั้น ช่างเปราะบางและสั้นจู๋ยิ่งนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายของยุทธภพ
เมื่อขบวนคาราวานเคลื่อนตัวลึกเข้าไปในอาณาเขตของ 'หุบเขากุยซาน' สภาพภูมิประเทศรอ้านก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่ราบกว้างใหญ่ที่พอมีแสงแดดสาดส่อง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยหน้าผาหินสูงชันที่ตั้งตระหง่านขนาบขนาบทั้งสองข้างทางราวกับกำแพงยักษ์ที่บีบแคบลงเรื่อยๆ แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยถูกบังจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงเงามืดที่ทอดตัวยาวเหยียดและบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจนบาดลึกถึงกระดูก ลมเหมันต์ที่เคยพัดผ่านทุ่งหญ้า บัดนี้เมื่อพัดกรรโชกเข้ามาในช่องเขา มันกลับส่งเียงหวีดหวิวโหยหวน ประดุจเียงร้องไห้ของดวงวิญญาณที่ถูกจองจำ
ความเงียบสงัดในหุบเขาผิดแผกไปจากธรรมชาติ ไม่มีเียงนกร้อง ไม่มีเียงสัตว์ป่า มีเพียงเียง้เกวียนและเียงฝีเท้าม้าที่ั้สะท้อนไปมาสร้างความรู้สึกกดดันอย่างประหลาด บรรดาผู้คุ้มภัยที่เคยพูดคุยหยอกล้อกันต่างพากันเงียบเียง มือของพวกเขากระชั้ามดาบและหอกในมือแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ สอดส่ายสายตามองขึ้นไปบนผาชันด้วยความระแวดระวัง
ภายในรถม้าคันใหญ่ ความอบอุ่นจากเตาผิงยังคงทำหน้าที่ของมัน ทว่าความรู้สึกอึดอัดบางอย่างกลับเริ่มก่อตัวขึ้น เี่ยวฮวากระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ที่ท่านคหีมอบให้แน่นขึ้น ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสบัดนี้ฉายแววหวาดหวั่น นางลอบมองออกไปนอกช่องหน้าต่างที่ม่านแพรเผยอออกเล็กน้อย เห็นเพียงแต่เงาทะมึนของต้นไม้ใหญ่และโขดหินที่ดูราวกับอสูรกายที่หมอบซุ่มอยู่
"คุณหนู... บ่าวรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยเจ้าค่ะ..." เี่ยวฮวากระซิบเียงสั่น แววตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปิดบัง "หุบเขาแห่งนี้เงียบเกินไป เงียบจนบ่าวรู้สึกหายใจไม่ออก..."
คุณหนูใหญ่วางม้วนตำราไม้ไผ่ในมือลง นางเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกตินี้เช่นกัน ทว่าด้วยสายเลือดของตระกูลคหีผู้ยิ่งใหญ่ นางจึงพยายามรักษากิริยาให้เยือกเย็นและสง่างามที่สุด นางเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของสาวใช้ไว้แน่น
"อย่าคิดมากไปเลยเี่ยวฮวา ท่านพ่อจ้างยอดฝีมือจากสำนักคุ้มภัยชื่อดังมาคุ้มกันขบวนสินค้าของเรามากมายนัก ไม่มีโจรป่าหน้าไหนกล้ามาตอแยพวกเราหรอก เจ้าทำใจให้สบายเถิด..."
"ฮี้! ฮี้ๆๆ!"
ยังไม่ทันที่คุณหนูใหญ่จะกล่าวจบประโยค เียงม้าเทียมรถก็ส่งเียงร้องคำรามด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!
"ครืดดดด! ปัง!"
รถม้าคันใหญ่ถูกกระชากให้หยุดกะทันหันอย่างรุนแรง! แรงเหวี่ยงอันมหาศาลทำให้ถ้วยชาเคลือบศิลาดลบนโต๊ะไม้พลัดตกแตกกระจายเต็มพื้น ร่างของเี่ยวฮวาและคุณหนูใหญ่เียหลักถลาไปกระแทกกับผนังรถม้าด้านหน้าอย่างแรง เี่ยวฮวากรีดร้องเียงหลงด้วยความตกใจ นางรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาประคองเจ้านายด้วยความตื่นตระหนก
"คุณหนู! เป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ!"
"ข้า... ข้าไม่เป็นไร..." คุณหนูใหญ่กัดริมฝีปากเพื่อข่มความเจ็บปวดที่หัวไหล่ นางรีบพยุงตัวขึ้นนั่ง มือเรียวแหวกม่านหน้าต่างออกดูสถานการณ์ภายนอก
"เกิดอันใดขึ้น!" เียงทุ้มกังวานของท่านคหีดังลั่นมาจากทางหัวขบวน เขารีบชักม้าเหงื่อโลหิตคู่กายควบขึ้นไปด้านหน้าสุดด้วยความร้อนรน
"นะ... นายท่าน! ทางข้างหน้าขอรับ!" เียงของคนขับรถม้าสั่นเครือราวกับคนจับไข้ มือที่จับสายบังเหียนสั่นเทิ้มจนแทบไม่อยู่ "ทะ... ทางถูกปิดกั้นขอรับ! มีต้นไม้ใหญ่... ต้นสนอายุนับร้อยปี โค่นลงมาขวางเส้นทางช่องเขาไว้จนมิด รถเกวียนและม้าของเราไม่สามารถผ่านไปได้เลยขอรับ!"
ท่านคหีควบม้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าอุปสรรค นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นต้นสนขนาดยักษ์ ลำต้นกว้างกว่าสามคนโอบ ล้มพาดขวางเส้นทางแคบๆ ระหว่างหน้าผาทั้งสองข้างอย่างพอดิบพอดี เมื่อเขาสังเกตไปที่รอยแยกบริเวณโคนต้นไม้ แทนที่จะเป็นรอยฉีกขาดจากการหักโค่นตามธรรมชาติ เขากลับเห็น 'รอยฟันของขวาน' และรอยเลื่อยที่ถูกบากไว้ล่วงหน้าอย่างจงใจ!
หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดขึ้นเต็มหน้าผากของพ่อค้าผู้เจนจัดประสบการณ์ เขารู้ได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญทางธรรมชาติ แต่มันคือ...
"กััก! ถอยรถม้า! ตั้งค่ายกลคุ้มกันเดี๋ยวนี้! มีโจรดักปล้น!"
ท่านคหีแผดเียงตะโกนลั่นหุบเขา มือหนาชักกระบี่ที่เอวออกมาตระเตรียมรับมือ ทว่า... การแจ้งเตือนของเขานั้น สายเกินไปเียแล้ว!
"ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฉึก! ฉึก!"
เียงลูกธนูนับสิอกแหวกอากาศพุ่งทะยานลงมาจากยอดผาและโขดหินเบื้องบนราวกับ-่าฝนีดำ! ผู้คุ้มภัยที่ยังไม่ทันตั้งตัวถูกลูกธนูเียบทะลุเกราะและร่างจนล้มลงไปนอนจมกองเลือดร้องโอดครวญอยู่บนพื้นหิมะ ม้าหลายตัวถูกยิงจนคลุ้มคลั่งเตะสะบัดข้าวของกระจัดกระจาย ความโกลาหลและเียงกรีดร้องแห่งความตายปะทุขึ้นในชั่วพริบตา!
"ฆ่าพวกมันให้หมด! ปล้นสินค้าให้เกลี้ยง! ส่วนผู้หญิง... จับเป็นเว้ย! วันนี้พวกเราจะได้มีของเล่นสนุกๆ ไปแก้หนาวในค่ายแล้ว! ฮ่าๆๆๆ!"
เียงตะโกนสั่งการที่เหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความกระหายเลือดั้มาจากหลังโขดหินก้อนใหญ่ ทันใดนั้น เงาร่างของชายฉกรรจ์นับสิบ... ไม่สิ... นับร้อยคน! ก็ปรากฏตัวขึ้นจากทุกสารทิศ พวกมันกระโดดลงมาจากต้นไม้ ปีนป่ายลงมาจากหน้าผา และกรูกันออกมาจากพุ่มไม้รกทึบ ปิดล้อมขบวนคาราวานของท่านคหีไว้ทุกทิศทางราวกับฝูงหมาป่าที่หิวโซกำลังล้อมกรอบฝูงแกะ!
พวกมันคือ 'โจรป่ากุยซาน' กองโจรที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและป่าเถื่อนที่สุดในแถบนี้! สภาพของพวกมันดูซอมซ่อ สวมเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากหนังสัตว์ที่ยังไม่ได้ฟอก กลิ่นสาบสางคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยหนวดเครา รอยแผลเป็น และคราบสกปรก ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือนัยน์ตาของพวกมัน... มันเป็นดวงตาที่แดงก่ำ เต็มไปด้วยความโลภ ความกระหายเลือด และ 'ตัณหาราคะ' อันมืดดำที่สุด! ในมือของพวกมันถืออาวุธนานาชนิด ทั้งดาบหัวตัด ขวานเล่มโต มีดสั้น และหอกยาวที่เปื้อนคราบเลือดเก่าแห้งกรัง
"ปกป้องรถม้า! ปกป้องนายท่านและคุณหนู!" หัวหน้าผู้คุ้มภัยตะโกนสั่งการ พากำลังคนที่เหลือรอดตั้งขบวนวงกลมล้อมรอบรถม้าคันใหญ่ไว้ตรงกลาง ทว่าด้วยจำนวนคนที่เียเปรียบกว่าหลายเท่าตัว การต่อต้านจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก
เียงดาบกระทบกัน เียงเนื้อถูกสับฟัน และเียงกรีดร้องแห่งความตายดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา เลือดีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมหิมะีขาวบริสุทธิ์จนกลายเป็นีแดงชาด
ภายในรถม้าคันงาม บรรยากาศแห่งความหวาดกลัวพุ่งทะลุถึงขีดสุด!
เี่ยวฮวาทรุดตัวลงไปกองกับพื้นรถม้า ร่างกายบอบบางของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับลูกนกที่ตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหูแน่นเพื่อหลีกหนีเียงการเข่นฆ่าที่ดังอยู่ภายนอก ดวงตากลมโตที่เบิกกว้างเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
"คุณหนู... คุณหนูเจ้าขา... บ่าวกลัว... ฮือๆ... พวกมัน... พวกมันจะฆ่าพวกเราใช่ไหมเจ้าคะ..." เี่ยวฮวาสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ สัญชาตญาณความขี้ขลาดและรักตัวกลัวตายของนางแสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด นางไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะมองหาอาวุธเพื่อป้องกันตัว ทำได้เพียงแค่หดตัวให้เล็กลงที่สุดด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าพวกโจรจะไม่สังเกตเห็นนาง
ในทางตรงกันข้าม คุณหนูใหญ่กลับหยัดกายลุกขึ้นนั่งหลังตรง ใบหน้างดงามของนางซีดเผือดไร้ีเลือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวไม่ต่างจากสาวใช้ ทว่า... ภายใต้ความหวาดกลัวนั้น กลับมีความเด็ดเดี่ยวและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของสายเลือดตระกูลใหญ่แฝงอยู่!
นางสูดลมหายใจลึก มือเรียวบางเอื้อมลงไปที่ข้อเท้า ก่อนจะดึงเอา 'มีดสั้น' เล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าบูทหนังสัตว์ออกมาถือไว้มั่น คมมีดสะท้อนแสงไฟจากเตาผิงเป็นประกายวาววับ
"หยุดร้องไห้เถิดเี่ยวฮวา!" คุณหนูใหญ่ตวาดเียงสั่น ทว่าแฝงความเด็ดขาด "ท่านพ่อและผู้คุ้มภัยกำลังสู้เพื่อปกป้องพวกเรา เราจะมัวมานั่งร้องไห้รอความตายไม่ได้!"
นางขยับตัวเข้าไปโอบกอดร่างที่สั่นเทาของสาวใช้เอาไว้แน่น แววตาของคุณหนูใหญ่จ้องมองไปที่ม่านประตูรถม้าที่สั่นไหวจากแรงปะทะภายนอก
"จำคำข้าไว้ให้ดี เี่ยวฮวา... หากท่านพ่อและผู้คุ้มภัยพลาดพลั้ง... หากพวกโจรชั่วมันพังประตูรถม้าเข้ามาได้... ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันหน้าไหนมาแตะต้องเรือนร่างและลบหลู่เกียรติของข้าเด็ดขาด! ข้าจะใช้มีดเล่มนี้สู้กับพวกมัน! และหากสู้ไม่ได้... ข้าก็จะใช้มีดเล่มนี้ ปลิดชีพตัวเองเียตรงนี้แหละ!"
คำประกาศที่เด็ดเดี่ยวและเต็มไปด้วยการรักษาสัจจะแห่งความบริสุทธิ์ของคุณหนูใหญ่ ทำให้เี่ยวฮวายิ่งร้องไห้หนักขึ้น เด็กสาวชาวบ้านไม่อาจเข้าใจถึงเกียรติยศที่สูงส่งปานนั้น สำหรับนางแล้ว การมีชีวิตรอดต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด... ต่อให้ต้องถูกเหยียบย่ำ ย่ำยี หรือต้องตกเป็นทาสกามรองรับอารมณ์วิปริตของชายกักขฬะ นางก็ไม่กล้าที่จะลงมือปลิดชีพตนเอง นางยอมจำนนต่อทุกสิ่ง ขอเพียงแค่ให้ยังมีลมหายใจ!
ความแตกต่างทางความคิดนี้ ช่างเป็นการตระเตรียมโชคชะตาที่แสนโหดร้าย สตรีผู้หยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรี จะต้องพบจุดจ้วยการต่อสู้จนตัวตาย ในขณะที่สตรีผู้ขี้กลัวและยอมโอนอ่อน จะต้องรอดชีวิตไปเผชิญกับ 'นรกบนดิน' ที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย... นรกที่จะถูกกัวเทียนอวี้สับเปลี่ยนจิตวิญญาณจนนางกลายเป็นหญิงร่านสวาทโดยสมบูรณ์แบบ!
"อ๊ากกก!"
เียงร้องโหยหวนของท่านคหีั้เข้ามาในรถม้า ทำลายความหวังสุดท้ายของคุณหนูใหญ่และเี่ยวฮวาจนแหลกสลาย!
ม่านประตูรถม้าถูกกระชากออกอย่างรุนแรงด้วยมือที่เปื้อนเลือด พร้อมกับใบหน้าอันเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มวิปริตของหัวหน้าโจรป่าที่โผล่พรวดเข้ามา! ดวงตาแดงก่ำของมันจ้องมองสตรีทั้งสองนางที่กอดกันกลมอยู่มุมรถม้า ราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งค้นพบเนื้อแกะอันโอชะ! มัจจุราชในคราบมนุษย์ได้บุกเข้ามาถึงตัวพวกนางแล้ว!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??