เรื่อง เล่ห์กล ราคะ ยุทธภพ
ลมเหมันต์ยามวิกาลพัดกรรโชกแรง หอบเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนปลิวว่อนไปทั่วบริเวณลานกว้างของสำนักดาบวายุคลั่งี่บัดนี้กลายเป็นเพียงสถานี่ร้างไร้ผู้คน หลังจากี่ไป๋หย่งเจิ้งแะสองสตรีผู้งดงามได้แยกย้ายกันตรวจสอบค้นหาช่องลับหรือเบาะแสเพิ่มเติมจนทั่วทุกซอกทุกมุมของสำนัก ทว่าผลลัพธ์ี่ได้กลับว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของกลไก ค่ายกล หรือห้องใต้ดินใดๆ ี่บ่งบอกว่ามีคนซ่อนตัวอยู่เแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าการรั้งอยู่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ทั้งสามคนจึงตัดสินใจลอบเร้นกายออกจากแนวกำแพงหินของสำนักดาบวายุคลั่ง กลับออกมาสู่ตรอกแคบๆ ี่มืดมิดด้านนอก
ทันทีี่ฝ่าเท้าแตะลงบนพื้นหิมะี่เย็นเฉียบ หานฉู่ฉู่ คุณหนูใหญ่แห่งสำนักกระบี่ทักษิณในชุดพรางกายสีดำรัดรูป ก็รีบขยับตัวเข้าไปยืนประชิดซ้อนอยู่ด้านข้างของไป๋หย่งเจิ้งทันที นางเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตี่แฝงความดื้อรั้นตวัดมองไปยัง ‘ยวี่ยั่นฉาน’ นางเซียนจันทร์กระจ่างฟ้าี่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวด้วยสายตาี่ไม่เป็นมิตรนัก ความหึงหวงี่ปะทุขึ้นในใจทำให้นางแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของบุรุษหนุ่มข้างกายอย่างออกนอกหน้า
"เอาล่ะ ในเมื่อการตรวจสอบี่นี่เสร็จสิ้นลงแล้ว ก็ถึงเวลาี่เราต้องแยกย้ายกันเสียที" หานฉู่ฉู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแะวางอำนาจประดุจเป็นนายหญิง "แม่นางยวี่... รบกวนท่านเดินทางกลับไปี่พักของท่านด้วยเส้นทางอื่นเถิดนะ การี่เราสามคนเดินรวมกลุ่มกันไปตามท้องถนนในยามวิกาลเช่นนี้ มันจะกลายเป็นเป้าสายตาแะจุดเด่นให้พวกทหารยามของทางการนครฉางอันสงสัยเอาได้... ข้ากับคุณชายไป๋จะไปทางนี้เอง"
กล่าวจบนางก็ไม่รอช้าให้ยวี่ยั่นฉานได้เอ่ยปากตอบโต้ หานฉู่ฉู่ถือวิสาสะยื่นมือเรียวบางี่สวมถุงมือหนังสีดำ เอื้อมไปคว้าหมับเข้าี่ข้อมือแกร่งของไป๋หย่งเจิ้ง แล้วออกแรงกระตุกจูงมือเขาให้เดินตามนาง หันหลังเดินจากไปในความมืดของตรอกหินกรวดทันที!
ไป๋หย่งเจิ้งี่ยังคงครุ่นคิดเรื่องคดีอยู่ถึงกับผงะไปเล็กน้อย เขาผู้ซึ่งทึ่มทื่อในเรื่องอิสตรี ไม่เข้าใจเว่าเหตุใดคุณหนูหานถึงต้องรีบร้อนแะแสดงกิริยาหมางเมินใส่นางเซียนผู้นั้นถึงเพียงนี้ แต่ด้วยมารยาทแะไม่ต้องการขัดใจสตรีี่อุตส่าห์มาช่วยงาน เขาจึงทำได้เพียงหันกลับมาค้อมศีรษะให้ยวี่ยั่นฉานเล็กน้อยเป็นเชิงบอกลา ก่อนจะถูกหานฉู่ฉู่กึ่งลากกึ่งจูงกลืนหายไปกับเงามืด
ยวี่ยั่นฉานในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ยืนนิ่งงันอยู่กับี่พักใหญ่ นัยน์ตาดอกท้อี่มักจะสงบนิ่งลึกล้ำประดุจผิวน้ำ กะพริบปริบๆ ด้วยความงุนงงกับกิริยาปั้นปึ่งของคุณหนูแห่งแดนใต้ นางทบทวนสิ่งี่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ก่อนี่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดจะค่อยๆ คลี่ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างขบขัน
"ี่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง..." ยวี่ยั่นฉานพึมพำกับตนเองแผ่วเบา ส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างเอ็นดู "อาการหวงก้างแะสายตาี่พร้อมจะทิ่มแทงสตรีทุกคนี่เข้าใกล้เขา... หรือว่าคุณหนูหานผู้นี้ จะมีความรักเสียแล้ว?"
ในยุทธภพเป็นี่รู้กันดีว่า เจ้าสำนักกระบี่ทักษิณผู้เป็นมารดาของหานฉู่ฉู่นั้น ครองตัวเป็นหม้ายแะเข้มงวดกับศิษย์สตรีในสำนักเป็นอย่างยิ่ง การี่บุตรีหัวแก้วหัวแหวนผู้เย่อหยิ่งแะไม่เคยชายตามองบุรุษใด จะมาตกหลุมรักจอมยุทธพเนจรอย่างรวดเร็วปานนี้ ถือเป็นเรื่องี่น่าประหลาดใจนัก ทว่าเมื่อยวี่ยั่นฉานนึกย้อนไปถึงกิริยาท่าทางของไป๋หย่งเจิ้ง นางก็กลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดเ
แม้มังกรหนุ่มผู้นี้จะแต่งกายซอมซ่อราวกับคนบ้านนอก ท่าทีการปีนกำแพงเมื่อครู่ก็ทื่อมะลื่อไร้ความสง่างาม ทว่าในความหยาบกระด้างนั้น กลับแฝงไปด้วยความองอาจ แข็งแกร่ง แะอำนาจี่มองไม่เห็น นัยน์ตาสีดำสนิทของเขามีความเี่ยงธรรมแะยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างแรงกล้า ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ล้วนประกอบกันเป็น 'เสน่ห์' ดึงดูดอันลึกล้ำ ี่สามารถหลอมะลายหัวใจของสตรีเพศได้อย่างง่ายดาย
"วิถีแห่งความรักช่างซับซ้อนนัก... หวังว่าคุณชายไป๋จะสามารถเอาชีวิตรอดจากพายุลูกนี้ไปได้" ยวี่ยั่นฉานถอนหายใจแผ่วเบา รวบรวมลมปราณไว้ี่ปลายเท้า ก่อนี่ร่างอรชรในชุดขาวจะเหินทะยานขึ้นสู่หลังคาบ้านเรือนด้วยวิชาตัวเบาี่ล้ำเลิศไร้ร่องรอย กลืนหายไปกับเกล็ดหิมะยามราตรี ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมบริสุทธิ์จางๆ
ทว่า... สิ่งี่พวกเขาทั้งสามคนไม่เคยล่วงรู้เก็คือ ตลอดระยะเวลาี่พวกเขาปีนข้ามกำแพงออกมาแะยืนสนทนากันอยู่นั้น ได้มี 'ดวงตาคู่หนึ่ง' จับจ้องพวกเขาทุกฝีก้าวจากในเงามืดของซอกตึกฝั่งตรงข้าม!
มันคือดวงตาี่แดงก่ำแะเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นปานจะกินเลือดกินเนื้อ!
เจ้าของดวงตาคู่นั้นคือ 'หวังหู่' หัวหน้าโจรป่ากุยซานี่รอดชีวิตจากการถูกไป๋หย่งเจิ้งใช้ดาบทลายบรรพตฟาดฟันจนต้องสาดผงพรางตาหนีตายมาอย่างหมาจรจัดนั่นเอง! ร่างกายี่กำยำของมันสวมเพียงชุดหนังสัตว์ขาดรุ่งริ่ง ใบหน้ามีรอยแผลเป็นทางยาวจากการต่อสู้ มันลอบแฝงตัวเข้ามาในนครฉางอันเพื่อหาทางกบดานแะรอคอยโอกาสล้างแค้น
"ไอ้เด็กเวรแซ่ไป๋..." หวังหู่กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหยาบกร้านกำด้ามดาบหัวกุยี่บิ่นงอไว้แน่น ภาพความตายของลูกน้องนับร้อยในหุบเขาแะภาพี่คุณหนูใหญ่ตระกูลคหบดีฆ่าตัวตายหนีการถูกรุมโทรมยังคงตามหลอกหลอนมัน มันแอบตามรอยของหย่งเจิ้งมาตั้งแต่ช่วงค่ำ หวังจะลอบซุ่มโจมตีในยามี่อีกฝ่ายเผลอ
ทว่า ขณะี่มันกำลังเตรียมจะกระโจนออกไปสับร่างของไอ้เด็กจองหองผู้นี้ มันกลับต้องตกตะลึงจนเบิกตาถลน เมื่อเห็นว่า จู่ๆ ข้างกายของไอ้เด็กเปรตผู้นี้ กลับมีสตรีี่งดงามเหนือล้ำจินตนาการปรากฏตัวขึ้นถึงสองนาง! โเฉพาะสตรีในชุดขาวี่เพิ่งจะเหาะเหินจากไปเป็นคนสุดท้าย...
ความงดงามี่บริสุทธิ์แะสูงส่งของ 'ยวี่ยั่นฉาน' กระแทกเข้าตากลางใจของหัวหน้าโจรป่าอย่างจัง! สันดานดิบเถื่อนแะความชั่วช้าวิปริตี่ฝังลึกอยู่ในกมลสันดานของมันถูกปลุกเร้าขึ้นมาจนถึงขีดสุด ท่อน '-วย' ขนาดเขื่องใต้กางเกงหนังสัตว์ของมันแข็งขืนปูดโปนขึ้นมาทันทีอย่างไม่อาจห้ามได้ เมื่อมันจินตนาการไปถึงการได้ฉีกทึ้งอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์นั้นออกจนหมดสิ้น แล้วจับเรือนร่างอันงดงามของนางเทพธิดามากระแทก เ-็ด อย่างป่าเถื่อน!
"สวรรค์... สตรีอะไรจะงดงามน่า เ-็ด ปานนี้!" หวังหู่เลียริมฝีปากี่แห้งผาก ลมหายใจหอบกระเส่าด้วยตัณหาราคะี่บดบังความแค้นไปชั่วขณะ สมองของมันจินตนาการไปถึงภาพี่มันกดร่างอรชรนั้นลงกับพื้นหิมะ ถ่างขาของนางออกกว้าง แล้วสอดท่อน -วย เหม็นสาบของมันทะลวงเข้าสู่ รูหี ี่บริสุทธิ์ผุดผ่องของนาง ย่ำยีให้แปดเปื้อนคาวโลกีย์เหมือนี่มันเคยทำกับสตรีสูงศักดิ์นับไม่ถ้วน! "หากกูได้จับนางถ่างขาแล้วแทง -วย ใส่ รูหี ของนาง กูยอมตายก็ไม่เสียดายชีวิต!"
แต่มันก็ไม่ได้โง่เขลาจนปล่อยให้ไฟราคะชักนำไปสู่ความตาย! แค่เห็นท่วงท่าการทะยานตัวขึ้นสู่หลังคาด้วยวิชาตัวเบาี่ลื่นไหลไร้ร่องรอยของยวี่ยั่นฉาน หวังหู่ก็ประเมินได้ทันทีว่า ระดับวรยุทธของสตรีชุดขาวนางนี้ 'เหนือกว่ามันหลายขุมนัก' หากมันบุ่มบ่ามเอาตัวเข้าไปเสี่ยงหรือลอบโจมตีนางซึ่งๆ หน้า มีหวังคงได้กลายเป็นศพเฝ้าถนนในเมืองหลวงเป็นแน่
หวังหู่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ มันสูดลมหายใจระงับความหงุดหงิดี่ท่อนเนื้อกำลังปวดหนึบ ในวินาทีนั้น มันตัดสินใจี่จะ 'ะทิ้ง' การตามล่าไป๋หย่งเจิ้งเอาไว้ชั่วคราว! ความแค้นของไอ้เด็กแซ่ไป๋รอชำระวันหลังได้... แต่สตรีี่งดงามปานเทพธิดาี่กระตุ้นความหื่นกระหายของมันจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่ได้หาเจอกันง่ายๆ มันเปลี่ยนเป้าหมาย หันมาให้ความสนใจแะหมายตานางเซียนจันทร์กระจ่างฟ้าแทน มันตั้งใจจะลอบติดตามร่องรอยของนาง สืบหาี่พัก แะรอคอยจังหวะี่นางพลาดพลั้ง เพื่อลากตัวนางมาบำเรอกามให้จงได้!
.............................................
ตัดสลับกลับมาี่โรงเตี๊ยมหลิวหน้าเลือด
หลังจากี่ไป๋หย่งเจิ้งแยกทางกับหานฉู่ฉู่ี่หน้าโรงเตี๊ยมของนางแล้ว เขาก็เดินฝ่าความหนาวเย็นกลับมายังห้องพักของตนเอง เมื่อเขาผลักบานประตูไม้เข้าไป สิ่งแรกี่ปรากฏแก่สายตาคือร่างบอบบางของ 'เสี่ยวฮวา' สาวใช้ของเขาี่กำลังนอนฟุบหน้าหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนโต๊ะไม้กลางห้อง แสงตะเกียงสลัวส่องให้เห็นแผ่นหลังี่สั่นสะท้านตามจังหวะหายใจ
มังกรหนุ่มเห็นดังนั้นก็เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความเอ็นดู เขาเข้าใจไปเองอย่างซื่อๆ ว่า เด็กสาวคงจะนั่งรอการกลับมาของเขาด้วยความห่วงใย จนกระทั่งความง่วงงุนเข้าครอบงำแะเผลอม่อยหลับไปโไม่รู้ตัว เขาไม่รู้เว่าแท้จริงแล้ว นางเพิ่งจะถูก 'ยาสลบนิทราไร้กลิ่น' แะถูกเถ้าแก่หลิวหน้าเลือดลวนลามเรือนร่างไปเมื่อไม่นานมานี้เอง!
"เสี่ยวฮวา... เสี่ยวฮวา ตื่นเถิด ข้ากลับมาแล้ว" หย่งเจิ้งเดินเข้าไปใกล้ วางมือแกร่งลงบนหัวไหล่บอบบางของนางแล้วออกแรงเขย่าเบาๆ
เสี่ยวฮวาี่ฤทธิ์ยาสลบเริ่มเจือจางลง ค่อยๆ ปรือตากลมโตขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ทว่าทันทีี่จิตใต้สำนึกเริ่มทำงานแะประสาทสัมผัสตื่นตัว ร่างกายของนางก็รับรู้ได้ถึง 'ความผิดปกติ' ี่ยังคงหลงเหลืออยู่อย่างรุนแรง!
แม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า... ยอดอกี่ซ่อนอยู่ใต้เอี๊ยมบังทรงสีขาวของนางกำลังแข็งชูชันแะปวดแปลบเล็กน้อย ราวกับเพิ่งถูกมือหยาบๆ บีบขยำแะดึงทึ้งอย่างรุนแรง แะี่น่าอับอายี่สุดคือ บริเวณร่อง 'หี' ของนางี่หว่างขา กลับเปียกชุ่มแะแฉะเยิ้มไปด้วยน้ำหล่อลื่นี่เปรอะเปื้อนกางเกงตัวใน! ความรู้สึกเสียวซ่านวาบหวามจากการถูกรุกล้ำแะลูบคลำติ่งเกสร ยังคงเต้นตุบๆ ตกค้างอยู่ในสรีระของนาง ทำให้ร่างกายของเด็กสาวร้อนรุ่มไปทุกอณู
เมื่อนางกะพริบตาแะลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าหล่อเหลาของ 'ไป๋หย่งเจิ้ง' ี่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เด็กสาวก็หน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหูแะลำคอประดุจลูกตำลึงสุก! สมองอันบริสุทธิ์ของนางปะติดปะต่อเรื่องราวอย่างผิดพลาด นางนึกว่าสัมผัสอันน่าะอายแะร่านสวาทเหล่านั้น... คือสิ่งี่เกิดขึ้นใน 'ความฝัน' ของนาง! นางฝันลามกเกี่ยวกับเจ้านายหนุ่มของตนนั่นเอง! นางคิดว่าในความฝัน เขาเป็นคนกอบกุมหน้าอกแะสัมผัสความอ่อนนุ่มี่หว่างขาของนาง!
"นะ... นายท่าน! บะ... บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ! บ่าวเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้!" เสี่ยวฮวารีบกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนด้วยความลุกลี้ลุกลน นางพยายามหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นเพื่อซ่อนความเปียกแฉะี่ง่ามขา ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาเขาด้วยความรู้สึกผิดบาปแะอับอายอย่างรุนแรง
"ไม่เป็นไรหรอก ดึกป่านนี้แล้วเจ้าจะง่วงก็ไม่แปลก" หย่งเจิ้งยิ้มรับอย่างอ่อนโยน หาได้จับสังเกตถึงความผิดปกติทางร่างกายของนางไม่ "ข้าสืบข่าวเสร็จแล้ว เจ้าไปนอนพักผ่อนี่เตียงเถิด พรุ่งนี้เรายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก"
เมื่อความตกใจเริ่มทุเลา เสี่ยวฮวาก็เริ่มตั้งสติได้ นางตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าสิ่งี่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน (ี่นางเข้าใจผิดไปเอง) เจ้านายหนุ่มผู้สูงส่งแะมีคุณธรรมเช่นเขา ย่อมไม่มีทางมาล่วงเกินสาวใช้ต่ำต้อยเช่นนางแน่ๆ เมื่อคิดได้ดังนั้น ความเจียมตัวของบ่าวไพร่ก็กลับมาแทนี่
เสี่ยวฮวาส่ายหน้าพรืด "มะ... ไม่ได้เจ้าค่ะ! คืนนี้บ่าวจะนอนี่พื้น! บ่าวเป็นแค่สาวใช้ จะให้นอนบนเตียงทุกคืนได้อย่างไรกัน เมื่อคืนนายท่านก็กรุณาบ่าวมากพอแล้ว คืนนี้นายท่านต้องไปนอนบนเตียงนะเจ้าคะ!"
นางพูดพลางทำท่าจะเดินไปหยิบผ้าห่มมาปูี่พื้นไม้กระดาน ทว่าไป๋หย่งเจิ้งี่รู้ทันนิสัยดื้อรั้นแบบผิดๆ ในเรื่องธรรมเนียมชนชั้นของนาง ก็ถอนหายใจยาว เขาสืบเท้าเข้าไปประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วกว่าี่นางจะขยับตัวหนีทัน ก่อนจะใช้นิ้วชี้แะนิ้วกลางี่อัดแน่นด้วยลมปราณ พุ่งเข้าสกัดจุดี่หัวไหล่แะสีข้างของนางอีกครั้ง!
"ฟุ่บ! ฟุ่บ!"
ร่างกายของเสี่ยวฮวาแข็งทื่อขยับไม่ได้อีกตามเคย นางได้แต่อ้าปากค้างทำตาปริบๆ มองบุรุษตรงหน้าด้วยความจนใจ
"ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ว่าข้าบอกให้นอนบนเตียง ก็ต้องนอนบนเตียง" หย่งเจิ้งดุเสียงเรียบ ทว่าแววตาแฝงความขบขัน เขาก้มลงช้อนร่างบางของนางขึ้นมาในท่าอุ้มแตงอย่างง่ายดายอีกครั้ง กลิ่นหอมของสาวแรกรุ่นโชยเข้าจมูก แต่เขาก็หาได้คิดเกินเไม่ ชายหนุ่มวางร่างี่แข็งทื่อของนางลงบนฟูกนุ่ม ห่มผ้าให้อย่างมิดชิดจนถึงคาง ก่อนจะหอบผ้าห่มอีกผืนทิ้งตัวลงนอนี่พื้นกระดานข้างเตียงอย่างไม่ไยดีต่อความหนาวเย็น
ปล่อยให้เสี่ยวฮวานอนตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าของนางร้อนผ่าว หัวใจเต้นตึกตักๆ อย่างไม่อาจควบคุม นางได้แต่นอนขมิบ รูหี ี่เปียกแฉะของตนเองเบาๆ ด้วยความรู้สึกเอียงอายแะหวั่นไหวกับความอบอุ่นแะเกียรติยศี่เขาิื่ให้ โไม่รู้เแม้แต่น้อยว่า ร่างกายบริสุทธิ์ของนาง ได้ถูกมารร้ายแห่งเครือข่ายตระกูลกัวหมายตา แะเตรียมส่งส่วยให้ไปเป็นของเล่นชิ้นใหม่เพื่อเบิกพรหมจรรย์เป็นี่เรียบร้อยแล้ว!
รุ่งอรุณแห่งนครฉางอันมาเยือนพร้อมกับลมเหมันต์ี่พัดพาดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษ แสงแดดอ่อนๆ สีทองทาบทับลงบนพื้นไม้กระดานของโรงเตี๊ยมหลิวหน้าเลือด เสียงจอแจของพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ แะเสียงฝีเท้าม้าบนถนนหินสลัก เริ่มปลุกเมืองหลวงแห่งราชวงศ์ถังให้ตื่นจากหลับใหล
ไป๋หย่งเจิ้งลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิโคจรลมปราณบ่มตะวัน แม้จะใช้เวลาทั้งคืนไปกับการนอนบนพื้นกระดานแข็งๆ แะแฝงตัวสืบข่าวจนดึกดื่น ทว่าพลังปราณอันร้อนแรงในจุดตันเถียนก็ช่วยฟื้นฟูพะกำลังของมังกรหนุ่มให้กลับมาเต็มเปี่ยมได้อย่างรวดเร็ว เขายันกายลุกขึ้นนั่ง ก็พบว่า ‘เสี่ยวฮวา’ ได้ตื่นขึ้นก่อนเขาแล้ว
สาวใช้ร่างเล็กในชุดผ้าฝ้ายี่ถูกจัดระเบียบอย่างเรียบร้อย กำลังยกอ่างทองเหลืองใส่น้ำอุ่นลอยด้วยกลีบดอกมู่หลานเข้ามาวางบนโต๊ะ เพื่อเตรียมให้เจ้านายหนุ่มได้ล้างหน้าแะบ้วนปาก ทว่ากิริยาของนางในเช้าวันนี้กลับดูประหม่าแะขวยเขินผิดปกติ นางเอาแต่ก้มหน้างุด พวงแก้มี่เคยซีดเซียวกลับแดงปลั่งประดุจลูกพีชสุก แะทุกครั้งี่เผลอสบตากับเขา นางก็จะรีบหลบสายตาราวกับทำความผิดร้ายแรงมา
แน่นอนว่ามังกรหนุ่มผู้ทึ่มทื่อ ย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้เว่า ภายใต้ท่าทีเอียงอายนั้น เสี่ยวฮวากำลังนึกถึง ‘ความฝัน’ อันแสนวาบหวามเมื่อคืน ี่นางคิดเป็นตุเป็นตะไปเองว่าเขาแอบมาล่วงเกินลูบคลำเต้าถันแะร่อง หี ของนางจนเปียกแฉะคาชุดชั้นใน!
ขณะี่ไป๋หย่งเจิ้งกำลังรับการปรนนิบัติ ใช้เกลือแะใบข่อยสีฟันบ้วนปากอยู่นั้นเอง...
"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก..."
เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นเบาๆ หย่งเจิ้งพยักหน้าให้เสี่ยวฮวาเดินไปเปิดประตู ผู้ี่ยืนอยู่หน้าห้องคือเสี่ยวเอ้อร่างผอมของโรงเตี๊ยม ในมือของมันถือถาดไม้ี่วางป้านน้ำชาแะซาลาเปาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสีหน้าของเสี่ยวเอ้อผู้นี้กลับดูซีดเซียวแะล่อกแล่กชอบกล
"คุณชายไป๋ขอรับ... เถ้าแก่หลิวให้ข้าน้อยยกมื้อเช้ามาส่งขอรับ" เสี่ยวเอ้อก้าวเข้ามาในห้อง วางถาดลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาปั้นยิ้มแหยๆ "เอ่อ... เมื่อคืนนี้ คุณชายกับแม่นางน้อย หลับสนิทดีหรือไม่ขอรับ?"
หย่งเจิ้งใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหยดน้ำ แววตาคมกริบตวัดมองคนถามเล็กน้อย "ข้าก็หลับสนิทดี มีเรื่องอันใดรึ? หรือว่าเมื่อคืนมีโจรผู้ร้ายลอบเข้ามาในโรงเตี๊ยม?"
"มะ... ไม่ใช่โจรผู้ร้ายหรอกขอรับคุณชาย! แต่เป็น... เป็น 'ผี' ต่างหากเล่าขอรับ!" เสี่ยวเอ้อลดเสียงลงจนแทบจะกลายเป็นกระซิบ ร่างกายของมันสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ "เมื่อเช้ามืดนี้ แขกในโรงเตี๊ยมหลายห้องพากันจับกลุ่มคุยกันให้แซ่ดไปหมด ว่าเมื่อคืนพวกเขานอนไม่หลับเพราะได้ยินเสียงหมาหอนระงมไปทั้งถนน หนำซ้ำ... มีพ่อค้าเร่สองสามคนี่ออกไปดื่มสุราจนดึกดื่น วิ่งหน้าตั้งกลับมาบอกว่า พวกเขาโดนผีหลอกเข้าให้แล้วขอรับ!"
ไป๋หย่งเจิ้งซึ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ ย่อมไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ เขาวางผ้าเช็ดหน้าลงแล้วแค่นเสียงถาม "ผีหลอก? กลางเมืองหลวงี่ผู้คนพลุกพล่านแะมีไอหยางแข็งแกร่งเช่นนี้น่ะรึ? พวกพ่อค้าขี้เมานั่นคงจะตาฝาดเพราะฤทธิ์สุราเสียมากกว่ากระมัง ผีี่พวกมันสาบานว่าเห็น หน้าตาเป็นอย่างไรเล่า?"
เสี่ยวเอ้อกลืนน้ำลายลงคอ "พวกเขาไม่ได้ตาฝาดแน่ขอรับคุณชาย! เพราะผีี่พวกเขาสาบานว่าเห็นกับตา... คือ 'ผีเจ้าสำนักดาบวายุคลั่ง' ี่เพิ่งถูกฆ่าล้างสำนักไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่แหะขอรับ!"
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนประกายไฟี่จุดชนวนความคิดในสมองของไป๋หย่งเจิ้งทันที! มังกรหนุ่มชะงักงัน นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ท่าทีเย้ยหยันเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น
"เจ้าสำนักดาบวายุคลั่งงั้นรึ? เล่ามาให้ะเอียดสิ" หย่งเจิ้งซักไซ้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ขอรับ! พ่อค้าพวกนั้นเล่าว่า เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมของเจ้าสำนักดาบวายุคลั่ง เดินเตร็ดเตร่ไปมาด้วยท่าทีเลื่อนลอย หน้าตาซีดขาวราวกับกระดาษ ไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อย เดินวนเวียนอยู่กลางดึก... ผู้คนต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านเจ้าสำนักคงจะตายโหง ตายตาไม่หลับ เพราะถูกฆ่าล้างสำนักอย่างอยุติธรรม วิญญาณจึงไม่ยอมไปผุดไปเกิด ต้องออกมาเดินเพ่นพ่านหลอกหลอนผู้คนเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม... เถ้าแก่หลิวเห็นว่าช่วงนี้มีเรื่องประหลาด จึงให้ข้าน้อยมาถามไถ่ว่าคุณชายโดนผีหลอกด้วยหรือไม่ เผื่อจะต้องไปนิมนต์หลวงจีนมาปัดเป่ารังควานขอรับ"
ไป๋หย่งเจิ้งรับคำอย่างขอไปที "ข้าไม่โดนหลอกหรอก เจ้าเอาอาหารวางไว้แล้วออกไปทำงานต่อเถิด"
เมื่อเสี่ยวเอ้อเดินพ้นประตูแะปิดห้องลง ไป๋หย่งเจิ้งก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ สมองอันชาญฉลาดของเขาเริ่มนำจิ๊กซอว์ชิ้นใหม่มาปะติดปะต่อกับเบาะแสี่ได้จาก 'ยวี่ยั่นฉาน' เมื่อคืนนี้อย่างรวดเร็ว
'วิญญาณคนตายงั้นรึ? ไร้สาระสิ้นดี!' หย่งเจิ้งเยาะหยันในใจ 'ศพทั้งหนึ่งร้อยสามสิบสองศพในสำนักดาบวายุคลั่ง ล้วนถูกทำลายใบหน้าจนเะเทะทั้งหมดเพื่ออำพรางตัวตน... ในยามนี้ หากจะมีใครสักคนี่สวมชุดเจ้าสำนักแะเดินเตร็ดเตร่ในเมืองหลวง... มันผู้นั้นย่อมไม่ใช่ผี! แต่เป็นเจ้าสำนักดาบวายุคลั่งตัวจริง ี่ใช้วิชาหนีจั๊กจั่นลอกคราบ แกล้งตายแล้วเอาศพของฟงอู๋จี้มาสวมรอยทำลายหน้าแทนตนเองต่างหาก!'
ทฤษฎีคนเป็นตายแทนี่เขาเพิ่งจะวิเคราะห์ให้สองสตรีฟังเมื่อคืน บัดนี้ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนแล้ว! เจ้าสำนักดาบวายุคลั่งยังมีชีวิตอยู่ แะน่าจะเป็นผู้ครอบครองชิ้นส่วนจี้หยกตัวจริง ี่กำลังซ่อนตัวอยู่ในนครฉางอันแห่งนี้!
ทว่า... ยิ่งคิด มังกรหนุ่มก็ยิ่งพบเจอกับ 'ความขัดแย้ง' ี่ไม่สมเหตุสมผล
'หากเจ้าสำนักผู้นี้เป็นคนวางแผนจัดฉากฆ่าลูกศิษย์ตัวเองเพื่อจี้หยก แะต้องการโยนความผิดให้ฟงอู๋จี้... เหตุใดมันถึงไม่อยู่กบดานเงียบๆ เล่า? เหตุใดคนหนีคดีี่ควรจะซ่อนตัวให้ลึกี่สุด ถึงได้กล้าออกมาเดินเพ่นพ่านกลางดึกจนมีชาวบ้านพบเห็น? มันต้องการอะไรกันแน่? หรือว่ามีสิ่งใดผิดพลาดในแผนการของมัน?'
ข้อสงสัยนี้ทำให้ไป๋หย่งเจิ้งนั่งไม่ติดเก้าอี้ เขาต้องรีบไปตรวจสอบสถานี่ี่ชาวบ้านอ้างว่าพบเห็นผีเจ้าสำนักผู้นั้น เผื่อจะได้เบาะแสหรือร่องรอยอันใดเพิ่มเติม!
เขาผุดลุกขึ้นยืน พรวดพราดเปิดประตูห้องออกไปตะโกนเรียกเสี่ยวเอ้อี่กำลังเดินลงบันได "เดี๋ยวก่อนเสี่ยวเอ้อ! กลับมานี่ก่อน!"
เสี่ยวเอ้อวิ่งหน้าตื่นกลับมา "มีอะไรให้รับใช้หรือขอรับคุณชาย?"
"สถานี่ี่พวกพ่อค้าบอกว่าเห็นผีเจ้าสำนัก... มันอยู่ี่ไหน?" หย่งเจิ้งถามเสียงเข้ม
"เอ่อ... พวกเขาบอกว่าเห็นวิญญาณดวงนั้น เดินวนเวียนไปมาอยู่แถวหน้า 'โรงรับจำนำไท่ผิง' ขอรับ... แต่ตรอกแถวนั้นเปลี่ยวแะมืดมากในยามวิกาล คุณชายอย่าได้คิดไปพิสูจน์ความกล้าเนะขอรับ!"
"ขอบใจมาก" หย่งเจิ้งพยักหน้ารับ โยนเศษเงินเหรียญทองแดงให้เป็นรางวัล แล้วหันกลับเข้ามาในห้อง
"เสี่ยวฮวา" เขาหันไปสั่งการสาวใช้ี่กำลังยืนบีบมือตัวเอง "ข้ามีธุระด่วนต้องออกไปจัดการข้างนอก เจ้าจงรอข้าอยู่ี่นี่ ล็อกประตูให้แน่นหนาแะอย่าออกไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมา เข้าใจหรือไม่?"
เสี่ยวฮวาพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย "บะ... บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ นายท่านระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ"
หย่งเจิ้งไม่ได้มุ่งหน้าไปี่โรงรับจำนำไท่ผิงในทันที แต่เขากลับสาวเท้ายาวๆ เดินฝ่าฝูงชนในยามเช้า มุ่งตรงไปยังโรงเตี๊ยมหรูหราทางฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นสถานี่พักของ 'หานฉู่ฉู่'
แม้ว่ามังกรหนุ่มจะเก่งกาจแะดุดันเพียงใด แต่เขาเพิ่งเคยมาเยือนนครฉางอันเป็นครั้งแรก การจะไปสืบข่าวหรือดักซุ่มในสถานี่ี่ไม่คุ้นเคย ย่อมต้องอาศัย 'หูตา' แะคนในพื้นี่ี่ชำนาญทางมากกว่า แะี่สำคัญ... เขาได้ลั่นปากรับคำกับหานฉู่ฉู่ไว้แล้วว่า จะไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตรายเพียงลำพัง หากเขาไปสืบเรื่องนี้คนเดียวแล้วนางมารู้ทีหลัง คงได้เกิดพายุความหึงหวงแะงอนตุบป่องใส่เขาอีกเป็นแน่
เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมฝั่งตะวันออก หย่งเจิ้งก็แจ้งนามให้เสี่ยวเอ้อไปตามคุณหนูหานลงมา เพียงไม่นาน ร่างอรชรในชุดกระโปรงไหมสีฟ้าอ่อนี่ดูงดงามแะสดใสประดุจดอกบัวแรกแย้ม ก็ก้าวเดินลงบันไดมาหาเขา รอยยิ้มหวานหยดย้อยประดับอยู่บนริมฝีปากอวบอิ่ม ทว่าเมื่อนางเห็นสีหน้าจริงจังของเขา รอยยิ้มนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจฟัง
หย่งเจิ้งดึงนางไปี่มุมสงบของโรงเตี๊ยม ก่อนจะเล่าเรื่องราวข่าวลือเรื่อง 'ผีเจ้าสำนัก' แะพิกัดโรงรับจำนำไท่ผิงี่เขาได้ยินมาจากเสี่ยวเอ้อให้คุณหนูหานฟังอย่างะเอียดไม่มีปิดบัง
"จากข้อมูลนี้ ข้ามั่นใจว่าวิญญาณคนเป็นผู้นั้นคือเจ้าสำนักี่ยังมีชีวิตอยู่" หย่งเจิ้งสรุปความ "ข้าจึงอยากจะไปตรวจสอบแะดักซุ่มดูลาดเลาแถวโรงรับจำนำไท่ผิงในวันนี้... แะข้าต้องการความร่วมมือจากท่าน คุณหนูหาน ท่านยินดีจะไปกับข้าหรือไม่?"
หานฉู่ฉู่ฟังจบก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ นางมองใบหน้าคมคายของบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาี่ซับซ้อน คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนี่นางจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงี่จริงจังแะเจือปนไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"คุณชายไป๋... ข้าขอถามท่านตามตรงเถิดนะ" นางประสานสายตากับเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "ชิ้นส่วนจี้หยกี่กำลังเป็นี่ต้องการของคนทั้งยุทธภพ หากรวบรวมครบทั้งสี่ชิ้น มันคือลายแทงี่นำไปสู่ 'สุดยอดวิชาในตำนาน' ี่สามารถสั่นคลอนได้ทั้งแผ่นดิน... ของล้ำค่าแะมีอำนาจดึงดูดความโลภถึงเพียงนี้... เหตุใดท่านจึงนำเบาะแสสำคัญมาบอกข้าอย่างง่ายดายเล่า?"
นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมของดอกเหมยจากกายสตรีลอยแตะจมูก "ท่านไม่กลัวหรือ... ว่าข้าจะหักหลังท่าน? หากข้าร่วมมือกับศิษย์สำนักกระบี่ทักษิณ ลอบแย่งชิงชิ้นส่วนจี้หยกมาจากเจ้าสำนักนั่นเพื่อเอาไปเป็นสมบัติของสำนักข้าเอง... ท่านจะทำเช่นไร? เหตุใดท่านถึงกล้าเปิดเผยความลับกับสตรีี่เพิ่งรู้จักกันไม่นานเช่นข้า?"
คำถามี่แทงใจดำแะเต็มไปด้วยการทดสอบ ทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงไปชั่วขณะ
ไป๋หย่งเจิ้งไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก หรือหวาดระแวงในคำพูดของนางเแม้แต่น้อย มังกรหนุ่มเพียงแค่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตี่สั่นไหวของคุณหนูแห่งแดนใต้ นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว หนักแน่น แะความจริงใจี่หาไม่ง่ายในยุทธภพอันจอมปลอมนี้
เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ี่ดูอบอุ่นแะทรงเสน่ห์ยิ่งนัก ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงี่กังวานทุ้มแะหนักแน่นประดุจขุนเขา
"ในยุทธภพี่เต็มไปด้วยการหลอกลวงแะการสวมหน้ากากเข้าหากัน... คนี่ข้าสามารถไว้วางใจได้นั้น มีอยู่น้อยยิ่งกว่าน้อยนัก" หย่งเจิ้งกล่าวช้าๆ ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ทว่า... หากคนผู้นั้นคือท่าน... คุณหนูหานฉู่ฉู่... ข้าก็พร้อมี่จะมอบความไว้ใจทั้งหมดให้"
ประโยคสั้นๆ ทว่าทรงพลังประดุจอสนีบาตฟาดลงกลางดวงใจ!
"ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!"
หัวใจของหานฉู่ฉู่กระตุกวูบแะเต้นกระหน่ำรัวเร็วอย่างบ้าคลั่ง! ประโยคี่ว่า 'หากคนผู้นั้นคือท่าน ข้าไว้ใจ' มันดังก้องกังวานซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาทของนาง ทำนบความเย่อหยิ่งแะมาดคุณหนูผู้สูงส่งพังทลายลงอย่างราบคาบภายในเสี้ยววินาที!
ใบหน้าี่เคยขาวผ่องประดุจหิมะ บัดนี้แดงซ่านลามไปถึงใบหูแะลำคอ เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึก 'ถูกรัก' แะ 'ถูกให้ความสำคัญ' อย่างถึงี่สุด นางไม่เคยพบเจอบุรุษใดี่ซื่อตรง เด็ดเดี่ยว แะมอบเกียรติให้แก่นางด้วยความจริงใจถึงเพียงนี้มาก่อน
ความหวั่นไหวี่เคยก่อตัวขึ้น บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความรักี่หยั่งรากลึกจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว! หานฉู่ฉู่รู้ตัวดีว่า นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตแะจิตวิญญาณของนาง ได้ตกเป็นของบุรุษแซ่ไป๋ผู้นี้อย่างสมบูรณ์!
"ทะ... ท่านมัน... คนบ้า..." หานฉู่ฉู่ก้มหน้างุด ซ่อนใบหน้าี่แดงก่ำเอาไว้ น้ำเสียงของนางสั่นพร่าแะเต็มไปด้วยความเอียงอายอย่างี่ไม่ได้เสแสร้ง "มาพูดจาเลี่ยนๆ เช่นนี้แต่เช้า... ใครเขาจะไปกล้าหักหลังท่านลงกันเล่า!"
นางเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอีกครั้ง แววตาี่เคยดื้อรั้นบัดนี้อ่อนโยนแะฉ่ำเยิ้มไปด้วยเสน่หา "ก็ได้... ในเมื่อท่านกล้าี่จะมอบความไว้ใจให้ข้า ข้าหานฉู่ฉู่ ก็ขอสาบานด้วยเกียรติของสำนักกระบี่ทักษิณ ว่าข้าจะไม่มีวันทรยศต่อความเชื่อใจของท่านเป็นอันขาด! เราจะไปตรวจสอบโรงรับจำนำไท่ผิงด้วยกัน!"
ไป๋หย่งเจิ้งพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ โี่ชายหนุ่มผู้โง่เขลาในเรื่องความรัก ไม่ได้ล่วงรู้เแม้แต่น้อย ว่าถ้อยคำี่ตนเองกล่าวออกไปเพื่อแสดงจุดยืนเรื่องความซื่อสัตย์ ได้กลายเป็นการ 'พิชิตใจ' คุณหนูใหญ่แห่งสำนักกระบี่ทักษิณ จนทำให้นางพร้อมี่จะะทิ้งทุกสิ่งแะกระโดดลงไปในกองไฟเคียงข้างเขาอย่างหมดหัวใจ!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??