เรื่อง บุปผาโรยราแห่งคฤหาสน์ตระกูลเว่ย
แสงำไของาเ้าลอดผ่าน้า่ากระดาษสาเข้ามาภายในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวาจางๆเว่ยเสวี่ยเหลียนเริ่มรู้สึัวตื่นขึ้นจากนิทราความรู้สึกแรกที่นางรับรู้ไม่ใช่ความหนาวเย็นของอากาศาเ้าแต่กลับเป็นไออุ่นจากบางสิ่งที่อยู่ในอุ้งมือ
นางก้มลงมองด้วยความงัวเงียก่อนจะเบิากว้างด้วยความตะลึงเมื่อพบว่ามือเรียวสวยของตนเกำลังกอบกุมท่อนเอ็นที่อ่อนตัวของสุนเก่อเอาไว้แน่นราวกับเด็กน้อยหวงของเล่นนิ้วของนางสอดประสานและวางทาบอยู่บนส่วนหัวหยักอย่างคุ้นเคยราวกับว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจิตใต้สำนึกของนางโหยหาและไม่อาจปล่อยวางจากความเป็นชายของฆาตกรผู้นี้ได้
"นี่ข้า... ทำบ้าอะไรลงไป?"
นางสบถในใจด้วยความตื่นตระหนกีชักมือกลับราวกับต้องของร้อนใบหน้าสวยแดงซ่านด้วยความอับอายระคนสับสนนางีตะเกียะกายลงจากเตียงด้วยร่างเปลือยเปล่าหันกลับไปมองสุนเก่อที่ยังคงนอนกรนเบาๆอย่างสบายอารมณ์นางกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะีดึงม่านเตียงปิดลงอย่างมิดชิดเพื่ออำพรางร่างของชายชู้และร่องรอยสงครามาเมื่อคืนไม่ให้ใครเห็น
แต่ทว่าความรู้สึกวูบวาบที่ฝ่ามือและความร้อนรุ่มในกายกลับยังไม่จางหายแทนที่นางจะีไปล้างหน้าเสวี่ยเหลียนกลับเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานหยิบเอาหนังสือภาพ'คัมภีร์วสันตลีลา' และนิยาย'บันทึกสวาทหอแดง' ที่ซ่อนไว้ขึ้นมาเปิดอ่านต่อนางไล่สายตาดูภาพวาดบุรุษสตรีที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างถึงพริกถึงขิงยิ่งดูนานเข้าลมหายใจของนางก็ยิ่งติดขัดความเงี่ยนง่านที่สะสมมาตลอดคืนเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งร่องสวาทของนางเริ่มขมิบตอดรัดอากาศธาตุและเริ่มมีน้ำหวานซึมออกมา
ก๊อกก๊อกก๊อก...
"ฮูหยินเจ้าคะบ่าวขอนำน้ำล้างหน้าเข้าไปนะเจ้าคะ"
เสียงสาวใช้หน้าห้องทำให้อารมณ์าของนางสะดุดกึกเสวี่ยเหลียนีหุบหนังสือฉับแล้วยัดมันกลับไปซ่อนใต้กองสมุดบัญชีอย่างรวดเร็วนางสูดหายใจลึกปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมก่อนเอ่ยอนุญาต
"เข้ามาได้"
เมื่อประตูเปิดออกเหล่าสาวใช้ยกอ่างล้างหน้าและเสื้อผ้าเข้ามาพวกนางทำท่าจะเดินตรงไปที่เตียงเพื่อเก็บกวาดและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนตามกิจวัตรแต่เสวี่ยเหลียนียกมือห้ามเสียงแข็ง
"หยุด! วันนี้ไม่ต้องยุ่งกับเตียงนอนห้ามใครเปิดม่านหรือแตะต้องมันเด็ดขาดข้า... ข้ายังอยากได้กลิ่นธูปที่ข้าจุดไหว้สามีเมื่อคืนข้าจะจัดามันเทีหลัง"
สาวใช้ต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งนายหญิงพวกนางีเข้ามาปรนนิบัติเสวี่ยเหลียนชำระล้างร่างกายและสวมใส่เครื่องแต่งกาย
นางยืนหน้ากระจกปล่อยให้สาวใช้สวมชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ทับลงบนร่างกายที่เพิ่งผ่านมือชายและยังคงมีความกระสันคุกรุ่นอยู่ภายในผ้าไหมสีขาวที่สื่อถึงความโศกเศร้าและความบริสุทธิ์กลับห่อหุ้มจิตใจที่เริ่มบิดเบี้ยวและร่างกายที่พร้อมจะอ้าขาให้ชายอื่นได้ทุกเมื่อเสวี่ยเหลียนมองเงาสะท้อนของตนเในกระจกแววตาของนางดูสับสนระหว่างสตรีผู้สูงศักดิ์กับนางแพศยาที่ซ่อนอยู่ภายใน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหาราเ้านี้ดูจะอึมครึมและน่าอึดอัดยิ่งกว่าวันใดเว่ยเสวี่ยเหลียนนั่งทานข้าวต้มด้วยท่าทีที่พยายามสงวนกิริยาที่สุดแต่นางกลับรู้สึกเหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่กลางหลังเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของเว่ยเฉิงที่จ้องมองมาด้วยความวิตกกังวลเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีผู้นี้เริ่มมีความคิดอ่านที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหลอกได้ง่ายๆเหมือนเด็กเล็ก
"ท่านแม่ขอรับ..." เว่ยเฉิงวางตะเกียบลงก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจ"เมื่อคืน... ข้าได้ยินเสียงร้องของท่านแม่ดังมาจากในห้องอีกแล้วเสียงมันฟังดู... ทรมานและขาดห้วงยิ่งนักท่านแม่แน่ใจหรือขอรับว่าไม่ได้ป่วยไข้หรือมีใคร... เข้าไปรบกวนท่าน?"
คำถามนั้นทำให้ช้อนกระเบื้องในมือของเสวี่ยเหลียนกระทบกับขอบชามเสียงดัง'กริ๊ก' หัวใจของนางกระตุกวูบความหวาดกลัวว่าลูกชายจะล่วงรู้ความลับเรื่องที่นางเริงรักกับชายชู้ทำให้แผ่นหลังของนางชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
"เหลวไหลน่าเฉิงเอ๋อร์" เสวี่ยเหลียนีปรับสีหน้าให้ดูดุเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อน"แม่บอกเจ้าแล้วว่าช่วงนี้แม่ฝันร้ายบ่อยครั้งพ่อเจ้าเพิ่งจากไปแม่ย่อมโศกเศร้าจนเก็บไปละเมอใครเล่าจะกล้าเข้ามารบกวนแม่ในห้องนอน? เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่านไปเีทานข้าวเถอะจะได้ไปเรียนหนังสือ"
เว่ยเฉิงก้มหน้าลงรับคำ"ขอรับท่านแม่..." แม้ปากจะรับคำแต่แววตาของเขากลับยังเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยความเป็นห่วงแม่ทำให้เขาเริ่มจับสังเสิ่งผิดปิรอบตัวได้มากขึ้น
เมื่อมื้อเช้าจบลงเสวี่ยเหลียนีปลีัวหนีมายังห้องทำงานทันทีนางพยายามใช้ตัวเลขในสมุดบัญชีมาช่วยสงบจิตใจที่ว้าวุ่นทว่านั่งลงได้เพียงไม่นานประตูห้องทำงานที่ควรจะสงวนไว้สำหรับผู้นำตระกูลก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีสัญญาณเตือน
สุนเก่อเดินอาดๆเข้ามาด้วยท่าทางอุกอาจมันปรายตามองสาวใช้สองคนที่ยืนฝนหมึกอยู่อย่างรำคาญใจ
"พวกเจ้าออกไปให้หมดข้ามีเรื่องสำคัญต้องหารือกับฮูหยินเป็นาส่วนตัว"
เหล่าสาวใช้ต่างมองหน้ากันด้วยความลังเลเพราะตามธรรมเนียมแล้วชายหญิงไม่ควรอยู่กันตามลำพังในที่ลับตาโดยเฉพาะกับฮูหยินหม้ายที่เพิ่งเสียสามีแต่เมื่อเสวี่ยเหลียนไม่เอ่ยคัดค้านและพยักหน้าให้เบาๆพวกนางจึงจำต้องถอยออกไปและปิดประตูลง
ทันทีที่ลับหลังคนนอกเสวี่ยเหลียนก็ีลุกขึ้นยืนจ้องหน้าชายชู้"เจ้าเข้ามาทำอะไรที่นี่สุนเก่อ? ที่นี่คือห้องทำงานเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับดูแลกิจาตระกูลเว่ยไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะเข้ามาทำรุ่มร่ามได้ตามใจชอบนะ!"
สุนเก่อแค่นหัวเราะมันเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหานางช้าๆราวกับราชสีห์ต้อนเหยื่อ"ศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ? ฮูหยิน... เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าอ้าขาให้ข้ากระแทกจนน้ำแตกมาแล้วที่ไหนบ้าง? หน้าโลงศพผัวเก่าเจ้าก็ทำมาแล้วหน้าป้ายวิญญาณบรรพชนเจ้าก็ครางลั่นมาแล้ว... แล้วนับประสาอะไรกับห้องทำงานแคบๆนี่?"
คำพูดหยาบโลนที่ขุดเอาความร่านในอดีตขึ้นมาตอกย้ำทำเอาเสวี่ยเหลียนเถียงไม่ออกริมฝีปากที่เตรียมจะด่าทอกลับเม้มแน่นทว่าสิ่งที่น่าละอายที่สุดคือร่างกายของนางกลับตอบสนองต่อวาจาสามหาวนั้นอย่างรุนแรงเพียงแค่ได้ยินคำว่า'เ-็ดหน้าโลงศพ' ร่องสวาทภายใต้กางเกงชั้นในของนางก็ขมิบตัวและหลั่งน้ำหวานออกมาจนแฉะเยิ้มทันที
สุนเก่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของนางก็รู้ทันทีว่าเหยื่อติดกับมันรวบเอวบางของนางเข้ามาแนบชิดแล้วก้มลงบดจูบอย่างเร่าร้อนเสวี่ยเหลียนแทนที่จะผลักไสกลับเผยอปากรับลิ้นสากของมันเข้ามาดูดดึงอย่างกระหายมือเรียวที่เคยถือพู่กันบัดนี้เลื่อนลงไปที่เอวของตนเแล้วจัดาปลดสายรัดเอวของชุดไว้ทุกข์ออกด้วยมือของนางเอย่างรวดเร็วพร้อมที่จะเปลี่ยนห้องทำงานอันทรงเกียรติให้าเป็สังเวียนาในิา
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??