เรื่อง บุปผาโรยราแห่งคฤหาสน์ตระกูลเว่ย
ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้นในหอวิญญาณบรรพบุรุษ ร่างของ สุนเก่อถูกแบกหามอย่างเร่งรีบโดยบ่าวไพร่ชายฉกรรจ์ที่พากันแตกตื่นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของฮูหยินใหญ่ เว่ยเสวี่ยเหลียนก้าวเดินตามร่างที่แน่นิ่งนั้นไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัวอาญาแผ่นดินจากการตายของชายชู้ แต่เป็นความกลัวที่จะสูญเสีย "เจ้าชีวิต" ผู้มอบรสกามอันวิปริตให้นางอย่างบ้าคลั่ง
บ่าวไพร่พาเขามายังห้องพักส่วนตัวของพ่อบ้าน ซึ่งตั้งอยู่ในมุมสงบแต่ทว่ามิดชิดของคฤหาสน์ เมื่อก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้ามา เสวี่ยเหลียนก็ต้องชะงักนิ่งไปชั่วครู่ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เหยียบย่างเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของสุนเก่อ และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ความจริงอันน่าสยดสยองประจักษ์ชัดแจ้งยิ่งกว่าครั้งใด
ภายในห้องที่ควรจะเป็นเพียงที่พักของบ่าวไพร่ชั้นสูง กลับถูกประดับประดาด้วยข้าวของล้ำค่าที่ผิดฐานะไปไกลลิบ แสงตะเกียงน้ำมันส่องกระทบเครื่องเรือนไม้พะยูงแกะสลักอย่างประณีต ซึ่งนางจำได้แม่นยำว่าเป็นของสะสมที่หายไปจากคลังส่วนกลางของตระกูลเว่ย ผนังห้องถูกแขวนด้วยภาพวาดพู่กันจีนโบราณฝีมือปรมาจารย์ยุคถังที่ประเมินค่าไม่ได้ ม้วนกระดาษเหล่านั้นล้วนมีตราประทับของบิดานาง เว่ยจงติดอยู่เกือบทุกชิ้น
บนโต๊ะไม้ข้างเตียงมีเครื่องประดับอัญมณีวางระเกะระกะ ทั้งกำไลหยกเนื้อนวลลูกคิดเงิน และกล่องไม้มุกที่บรรจุทองคำแท่งไว้จนเต็ม แต่สิ่งที่ทำให้เสวี่ยเหลียนหยุดหายใจไปชั่วขณะ คือปิ่นปักผมทองคำลายหงส์คาบแก้วที่วางเด่นหราอยู่บนถาดไม้ ปิ่นเล่มนั้นเป็นของรักของหวงของมารดานางที่หายสาบสูญไปนานหลายปี การหายไปของปิ่นเล่มนี้เองที่ทำให้เว่ยจงเริ่มระแคะระคายและสืบสวนจนนำไปสู่ความขัดแย้ง และจบลงด้วยการถูกสุนเก่อลงมือฆาตกรรมเพื่อปิดปาก
ทว่า... แทนที่จะเกิดความแค้นเคืองหรือความโกรธแค้นต่อฆาตกรที่ขโมยทั้งชีวิตคนในตระกูลและสมบัติพัสถานไป เสวี่ยเหลียนกลับมองสิ่งเหล่านั้นด้วยสายตาที่เย็นชาและว่างเปล่า นางไม่ได้สนใจว่าบรรพบุรุษจะถูกลบหลู่เพียงใด หรือทรัพย์สินจะมลายหายไปเท่าไหร่ ในหัวของนางยามนี้มีเพียงภาพของสุนเก่อที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนเตียง ร่างกายที่เคยทรงพลังและกระแทกกระทั้น หีของนางจนสั่นสะท้าน บัดนี้กลับดูอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรงอย่างน่าใจหาย
นางเดินผ่านกองสมบัติเหล่านั้นไปโดยไม่แม้แต่จะชายตาแล แล้วทรุดกายลงนั่งข้างเตียง มือเรียวสวยลูบไล้ไปตามใบหน้าอัปลักษณ์ของสุนเก่อที่บัดนี้ซีดเซียว นางรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นในท้องน้อย หากสุนเก่อตายไป... ใครจะด่าทอนางว่าเป็นหญิงแพศยา? ใครจะลากนางไปให้ขอทานรุม เ-็ด? และใครจะทำให้ห้องบรรพบุรุษแปดเปื้อนไปด้วยน้ำกามได้สะใจเท่าชายผู้นี้อีก?
เสวี่ยเหลียนลุกขึ้นและเดินออกไปที่หน้าประตูห้องด้วยใบหน้าทมึงทึง นางเห็นเหล่าคนงานชาย ทั้ง อาซาน, อาสี่และพ่อครัวอ้วนสกปรกอย่าง อาเป่ายืนสลอนกันอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าวิตกกังวล พวกมันไม่ได้ห่วงชีวิตสุนเก่อด้วยความกตัญญู แต่ห่วง "อำนาจคุ้มกะลาหัว" ของพวกมันเอง หากสุนเก่อเป็นอะไรไป ความเสื่อมเสียที่พวกมันเคยรุม เ-็ดฮูหยินใหญ่ตระกูลเว่ยย่อมต้องถูกขุดคุ้ย และหัวของพวกมันคงจะหลุดจากบ่าเป็นแน่
"พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรกันอยู่!" เสวี่ยเหลียนแผดเสียงตวาดลั่นจนบ่าวไพร่สะดุ้งสุดตัว "ยังไม่รีบไปตามหมอที่เก่งที่สุดในหยางโจวมาอีกหรือไง! ถ้าสุนเก่อเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายก้อย ข้าจะสั่งโบยพวกเจ้าให้ตายคามือ แล้วส่งตัวไปให้ทางการจัดการเรื่องที่พวกเจ้าข่มขืนข้า!"
พวกคนงานต่างมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว เสวี่ยเหลียนก้าวเข้าไปใกล้พวกมัน แววตาฉายชัดถึงความวิปริตที่ฝังรากลึก
"จำใส่หัวพวกเจ้าไว้!" นางตะคอกใส่หน้าอาเป่าที่ยืนตัวสั่นพะเยิบ "ที่พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ได้ และยังมีโอกาสได้มุดเข้ามาใน รูหีของข้าแบบที่ผ่านมา ก็เพราะสุนเก่อกุมอำนาจในจวนนี้ไว้! ถ้าเขาตาย... พวกเจ้าก็เตรียมตัวตายตามไปได้เลย! แต่ถ้าอยากให้ข้ายังเป็นที่ระบาย -วยให้พวกเจ้าต่อไป ก็จงไปภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เขารอดชีวิต และรีบไสหัวไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!"
คำขู่ที่ตรงไปตรงมาและหยาบโลนของฮูหยินใหญ่ทำให้อาซานและอาสี่รีบวิ่งแจ้นออกไปทันทีราวกับหนีตาย นางยืนมองตามหลังพวกมันด้วยลมหายใจหอบถี่ ความหิวกระหายในรสกามทำให้ความสง่างามของกุลสตรีหายไปจนสิ้น เหลือเพียงหญิงร่านที่ต้องการรักษา "อาวุธ" ที่ใช้ย่ำยีนางเอาไว้ให้ได้นานที่สุด
เสวี่ยเหลียนเดินกลับเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา นางกลับมานั่งข้างเตียง กุมมือเหี่ยวแห่นของสุนเก่อไว้แน่น
"อย่าเป็นอะไรไปนะ... เจ้าเดรัจฉานของข้า" นางพึมพำกระซิบชิดหูสุนเก่อ "ข้ายังเขียนบันทึกราคีเล่มใหม่ไม่จบ... ข้ายังต้องการให้เจ้าลากข้าไปให้คนทั้งเมืองเห็นความร่าน... เจ้าจะทิ้งข้าไปในสภาพที่ข้ากำลังอยากขนาดนี้ไม่ได้..."
นางจ้องมองไปที่ปิ่นหงส์ของมารดาที่วางอยู่บนโต๊ะ ทรัพย์สินมหาศาลที่สุนเก่อปล้นชิงไป บัดนี้สำหรับนางมันเป็นเพียงเศษเหล็กเศษหิน หากเทียบกับท่อน -วยดำคล้ำที่เคยกระแทกมดลูกนางจนสำลักความสุข นางพร้อมจะแลกสมบัติทุกชิ้นในห้องนี้ เพียงเพื่อให้สุนเก่อฟื้นขึ้นมาฟาดฝ่ามือลงบนก้นของนาง และสั่งให้นางคุกเข่าดูดอมความอัปยศนั้นอีกครั้งต่อหน้าป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังขึ้นที่หน้าห้อง บ่งบอกว่าหมอชราที่เก่งที่สุดและเย่อหยิ่งที่สุดในหยางโจวถูกพามาถึงแล้ว เสวี่ยเหลียนที่ตอนได้เปลี่ยนกลับเป็นชุดไว้ทุกข์เรียร้อยแล้วเหลือเพียงก่อนคาวกามที่ยังคงติดตัวนางเพราะนางยังไม่ได้อาบน้ำ
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของชายชราก้าวพ้นธรณีประตูห้องเข้ามา พร้อมกับกลิ่นสมุนไพรแห้งที่ลอยโชยขัดกับกลิ่นคาวกามที่ยังตกค้างอยู่ในอากาศ ท่านหมอไป๋หมอผู้เลื่องชื่อและหยิ่งยโสที่สุดในหยางโจวเดินถือกล่องยาใบเขื่องเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่ฝ้าฟางกลับฉายแววพินิจพิจารณาทุกสรรพสิ่งรอบกาย
เขามองเห็นร่างของพ่อบ้านสุนเก่อนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง และที่สำคัญไปกว่านั้น เขาเห็นผู้นำตระกูลเว่ยอย่าง เว่ยเสวี่ยเหลียนนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์
เสวี่ยเหลียนรีบลุกขึ้นต้อนรับ ชุดผ้าฝ้ายหยาบของสาวชาวบ้านที่นางใส่ไปตะลอนตลาดถูกถอดทิ้งไปแล้ว บัดนี้นางกลับมาสวมชุดไว้ทุกข์สีขาวสะอาดตาอันเป็นสัญลักษณ์ของหญิงหม้ายผู้ถือศีลกินเจ ทว่าภายใต้ความขาวสะอาดที่หลอกตานั้น ร่างกายของนางกลับยังไม่ได้ผ่านการอาบน้ำชำระล้างคราบกามจากสมรภูมิบนรถม้าและในหอวิญญาณเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่หมอไป๋เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นสาบสางของน้ำกามที่แห้งกรังอยู่ตามง่ามขาและน้ำรักที่เปรอะเปื้อนตามซอกคอของนางก็โชยเข้าจมูกของชายชราอย่างจัง มันเป็นกลิ่นคาวข้นที่รุนแรงและดิบเถื่อน ผิดวิสัยของหญิงหม้ายที่ควรจะครองตัวให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง กลิ่นนั้นฟ้องชัดว่านางเพิ่งผ่านการถูก เ-็ดอย่างหนักหน่วงมาไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้า
หมอไป๋ชะงักไปเล็กน้อย จมูกของเขาขยับสูดดมกลิ่นนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา ในหัวของเขานึกถึงหนังสือ "บันทึกราคี"ที่กำลังเป็นข่าวฉาวไปทั่วเมืองหยางโจว เขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้แอบอ่านเรื่องราวของฮูหยินตระกูลใหญ่ที่ร่านสวาทจนต้องบันทึกไว้ และภาพตรงหน้า... กลิ่นตรงนี้... มันตอกย้ำว่าเรื่องราวลามกเหล่านั้นอาจไม่ใช่เพียงนิยายประโลมโลก
"คารวะท่านหมอไป๋" เสวี่ยเหลียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเป็นกังวลแบบกุลสตรี "รบกวนท่านแล้วที่ต้องมาถึงที่นี่ในยามวิกาล"
"ไม่เป็นไรหรอกฮูหยิน..." หมอไป๋ตอบพลางพยายามรักษาท่าที แต่สายตาของเขากลับเหลือบมองรอยแดงจาง ๆ ที่ซอกคอของนางซึ่งโผล่พ้นสาบเสื้อไว้ทุกข์ออกมา "ข้าก็แค่แปลกใจ... ที่เห็นฮูหยินให้ความสำคัญกับพ่อบ้านถึงขนาดมาเฝ้าด้วยตัวเองเช่นนี้"
"สุนเก่อเป็นคนเก่าแก่ของตระกูลเว่ย" นางมุสาหน้าตายพลางแสร้งบีบน้ำตา "เขาทำงานรับใช้ท่านพ่อและข้ามานาน ข้ามิอาจนิ่งดูดายได้"
หมอไป๋ไม่พูดอะไรต่อ เขาเดินไปที่เตียงแล้วเริ่มตรวจชีพจรของสุนเก่อ มือที่เหี่ยวย่นจับข้อมือของพ่อบ้านเฒ่าไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกแขนเสื้อและเปิดเปลือกตาดูอาการ ทันทีที่เขาตรวจตราไปได้สักพัก คิ้วหนาของหมอชราก็ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
เขาเหลือบมองไปยัง -วยยักษ์ของสุนเก่อที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม ซึ่งยังมีรอยคราบน้ำกามแห้งกรังติดอยู่ตรงปลายหัวหยักที่โผล่พ้นกางเกงออกมา หมอไป๋ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตะลึง อาการของชายผู้นี้ไม่ใช่โรคระบาดหรือถูกยาพิษ แต่มันคืออาการ "หยางพร่อง" อย่างรุนแรงจากการที่โหม เ-็ดอย่างบ้าคลั่งจนร่างกายรับไม่ไหว พูดให้ชัดก็คือสลบคาหีนางนั่นเอง
"เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ?" เสวี่ยเหลียนถามอย่างกระวนกระวาย "เขาจะหายไหม? เขาจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมหรือไม่?"
นางไม่ได้ถามว่าเขาจะรอดไหม แต่นางกังวลว่าเครื่องจักรสังหารทางกามของนางจะกลับมาทำงานได้อีกเมื่อไหร่
หมอไป๋หันมามองนาง สายตาของเขาเริ่มเปลี่ยนจากความนับถือเป็นความหิวกระหายแบบบุรุษเพศ เขาเห็นผิวพรรณที่นวลเนียนของนางเห็นความร่านที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดขาวที่เหม็นคาวน้ำกาม
"ฮูหยิน... ข้าจะพูดตรง ๆ นะ" หมอไป๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "อาการของพ่อบ้านท่าน... มันเกิดจากความผิดปกติของธาตุหยินหยาง ร่างกายของเขาถูกสูบกินพลังชีวิตไปอย่างมหาศาล... หากพูดตามภาษาชาวบ้าน ก็คือเขาร่วมรักมากเกินไปจนธาตุไฟในกายแตกซ่าน"
เสวี่ยเหลียนชะงักไปเล็กน้อย นางรู้ดีว่าคำว่า "ร่วมรักมากเกินไป" นั้นหมายถึงอะไร แต่นางก็แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ "แล้ว... แล้วต้องทำอย่างไรเจ้าคะ?"
หมอไป๋เห็นท่าทางกระวนกระวายของนาง เขาก็เริ่มสันดานพ่อค้าที่ชอบโก่งราคาคนรวย ยิ่งเขาเห็นว่านางสนใจในตัวพ่อบ้านคนนี้มากเกินปกติ เขาก็ยิ่งได้ใจ
"การรักษาให้ฟื้นน่ะไม่ยาก... แต่การจะทำให้เขากลับมามีความสามารถในการ 'ร่วมรัก' ได้ดั่งเดิมนั้น ลำบากยิ่งนัก" หมอไป๋แกล้งถอนหายใจยาว "เขาเสียพลังหยางไปมาก -วยของเขาอาจจะใช้งานไม่ได้อีกตลอดไป... เว้นเสียแต่ว่า..."
"เว้นเสียแต่อะไรเจ้าคะ! ท่านต้องรักษาเขาให้ได้นะ ไม่ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ข้าก็พร้อม!" เสวี่ยเหลียนโพล่งออกมาอย่างลืมตัว แววตาของนางแสดงออกชัดเจนว่าโหยหาท่อนเอ็นของสุนเก่อย่างถึงที่สุด
หมอไป๋แสยะยิ้มในใจ เขาอ่านเกมออกหมดแล้ว ฮูหยินคนนี้ไม่ได้แค่ห่วงบ่าว แต่นางกำลังลงแดงเพราะขาด -วย
"ต้องใช้ยาสมุนไพรลับที่สกัดจากโสมพันปีผสมกับดีงูเหลือมเขาไท่ซาน" หมอไป๋อ้างชื่อยาที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อเรียกราคา "ตัวยานี้หายากยิ่งนัก และข้าเหลืออยู่เพียงชุดเดียวที่มีลูกค้าท่านหนึ่งจองเอาไว้แล้วด้วยราคาสูงลิ่ว... หากฮูหยินต้องการ ข้าคงต้องขอค่าเสียเวลาเพิ่มเป็น ๑๐๐ ตำลึงทอง"
เสวี่ยเหลียนที่เกิดในตระกูลพ่อค้าเกลือ นางรู้ทันทีว่าหมอชราผู้นี้กำลังเล่นแง่โก่งราคาเกินจริง ยาบ้าบออะไรจะราคาถึง ๑๐๐ ตำลึงทอง ทว่าสำหรับนางในยามนี้ เงินทองทองคำเป็นเพียงเศษธุลีเทียบไม่ได้เลยกับรสกามของสุนเก่อที่นางเสพติด
"๑๐๐ ตำลึงทองไม่มีปัญหา ข้าพร้อมจ่ายทันที" นางตอบกลับอย่างรวดเร็ว
หมอไป๋ตาโตขึ้นเมื่อเห็นนางตกหลุมง่ายดายเช่นนั้น แต่ความโลภของเขามันพุ่งไปไกลกว่าแค่เรื่องเงิน เขาขยับตัวเข้าไปใกล้เสวี่ยเหลียนจนได้กลิ่นคาว หีที่โชยออกมาจากใต้กระโปรงไว้ทุกข์ของนางชัดเจนขึ้น กลิ่นนั้นมันปลุกอารมณ์ใคร่ของหมอชราจน -วยในกางเกงเริ่มแข็งขึงตามไปด้วย
"เรื่องเงินน่ะเรื่องเล็กฮูหยิน... แต่ลูกค้าที่จองยาไว้เขาเป็นขุนนางใหญ่ ข้าลำบากใจจริงๆ ที่จะผิดนัดเขา" หมอไป๋ทำสีหน้าลำบากใจจอมปลอม สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หน้าอกอวบอิ่มของเสวี่ยเหลียนที่กระเพื่อมไหวอยู่ใต้ผ้าคาดอก "หากฮูหยินอยากให้ข้าเมินเฉยต่อลูกค้าท่านนั้น... ท่านอาจจะต้องมี 'อะไรแลกเปลี่ยน' เพิ่มเติมสักเล็กน้อย เพื่อแสดงถึงความจริงใจ"
เสวี่ยเหลียนมองสบตาหมอชรา นางเห็นความกระหายในแววตานั้น และนางก็เดาได้ทันทีว่า "อะไรแลกเปลี่ยน" ที่ว่านั้นคืออะไร นางไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองที่ถูกล่วงเกินด้วยวาจา กลับกัน ความร่านในกายของนางกลับขานรับข้อเสนอนั้นอย่างรวดเร็ว นางอยากรู้ว่ารสชาติของหมอชราที่อ้างธาตุหยินหยางเก่งนักหนา จะสู้รสชาติของพ่อบ้านโฉดได้หรือไม่
นางคลี่รอยยิ้มยั่วยวนออกมา ใบหน้าที่เคยดูโศกเศร้าเปลี่ยนเป็นใบหน้าของนางแพศยาที่พร้อมจะพังทลายศีลธรรมทุกอย่าง
"ท่านหมอไป๋..." นางพูดเสียงพร่าพลางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา "อะไรกัน... เรื่องแค่นี้เอง ทำไมท่านไม่บอกข้าตั้งแต่แรกเล่าเจ้าคะ?"
มือเรียวสวยของนางยื่นออกไปปลดสายรัดเอวของชุดไว้ทุกข์สีขาวออกอย่างเชื่องช้าต่อหน้าต่อตาหมอชรา ผ้าไหมสีขาวร่วงหล่นลงไปกองที่พื้น เผยให้เห็นเพียง เอี้ยมบังทรงสีแดงสดแบบสตรีสมัยถังที่ปกปิดทรวงอกนิ่มหยุ่นไว้เพียงครึ่งเดียว ร่องรอยสีแดงจากการถูกสุนเก่อบีบเค้นยังคงเด่นหราอยู่บนผิวขาวนวล
หมอไป๋ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อฮูหยินผู้สูงศักดิ์เดินเข้ามาหาเขาในสภาพกึ่งเปลือย ท่ามกลางกลิ่นคาวกามที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
"ในเมื่อท่านอยากรู้ว่าเรื่องในหนังสือเป็นความจริงหรือไม่..." เสวี่ยเหลียนกระซิบพลางเอื้อมมือลงไปกำ -วยของหมอไป๋ผ่านเนื้อผ้ากางเกง "ข้าก็จะให้ท่านได้ 'ตรวจร่างกาย' ข้าอย่างละเอียดเองเป็นไง?"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??