เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ
จารึกที่ 249 : ตระหนักรู้มรรคาหลิง : ดอกบัวสูญตาและเจตจำนงตัดวิญญาณ
บรรยากาศภายในซากมหานครแห่งสำนักหัตถ์กลที่เคยดุเดือดด้วยการเข่นฆ่าของสองกองทัพบัดนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวประหนึ่งสุสานที่ถูกแช่แข็งกลิ่นอายแห่งความตายที่เคยคละคลุ้งถูกกดทับด้วยเจตจำนงที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่กว่าหลายสิบเท่า
บนท้องฟ้าจำลองใต้พิภพรอยแยกขนาดมหึมาที่ถูกทะลวงเปิดออกบัดนี้ปรากฏร่างที่ใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าภูเขาทั้งลูกกำลังหย่อนกายลงมาอย่างเชื่องช้าทว่าทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของมันกลับทำให้กฎเกณฑ์ฟ้าดินในรัศมีร้อยลี้เกิดการบิดเบี้ยวรอยปริแตกของมิติอากาศปรากฏขึ้นล้อมรอบร่างของมันราวกับกระจกที่ทนรับน้ำหนักไม่ไหว
มันมิได้ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงทว่ามันกำลัง 'เหยียบย่ำ' ลงบนความว่างเปล่า! สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรในวิถีเซียนการก้าวเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำคือการตัดขาดจากพันธนาการของพื้นดินสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ดั่งใจนึกทว่าการก้าวเดินบนมิติที่ว่างเปล่าจนทำให้มิติเกิดการสั่นสะเทือนเช่นนี้เป็นสัญลักษณ์ของตัวตนที่ก้าวล่วงขอบเขตของวิญญาณแรกเริ่ม... มันคือก้าวที่เหยียบย่างเข้าสู่ระดับหลอมความว่างเปล่า 炼虚 (เลี่ยนซวี)!
'ราชาอสูรศิลาบรรพกาล'ผู้นำสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์ที่ถือกำเนิดจากแก่นแท้แห่งปฐพีบริสุทธิ์ปรากฏกายขึ้นแล้วร่างของมันถูกห่อหุ้มด้วยผลึกสีอำพันที่ส่องประกายเจิดจ้าทว่าภายในกลับอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความพินาศดวงตาสีเลือดที่ใหญ่โตดุจทะเลสาบกวาดมองลงมาเบื้องล่างก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ค่ายกลพรางตาของอาเจีย
"มดปลวกที่โง่เขลา... พวกเจ้าบังอาจช่วงชิงแก่นแท้แห่งผลึกปฐพีอันเป็นสายเลือดของข้า... กลิ่นอายของพวกเจ้าแม้จะซ่อนเร้นในกฎเกณฑ์ภาพลวงตาทว่าในสายตาของข้ามันช่างเหม็นสาบยิ่งนัก!"
เสียงกระแสจิตของมันก้องกังวานประหนึ่งระฆังมรณะที่ตีดังก้องในห้วงวิญญาณของคณะวิปลาสม่านค่ายกลพรางตาที่อาเจียเพียรสร้างขึ้นจากอักขระหลิงพลันแตกสลายราวกับฟองสบู่ที่ถูกเข็มทิ่มแทงเจตจำนงแห่งการลบเลือนตัวตนไม่อาจต้านทานการจ้องมองจากตัวตนระดับกึ่งหลอมความว่างเปล่าได้
พริบตานั้นราชาอสูรศิลาเงื้อง้างฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ห่อหุ้มด้วยกฎเกณฑ์แห่งปฐพีมันมิได้โจมตีด้วยความรวดเร็วทว่าฝ่ามือนั้นกลับบีบอัดมิติอากาศรอบด้านให้หดตัวลงบล็อกการหลบหนีของนาวาทะลวงเมฆาอย่างสมบูรณ์แบบท้องฟ้าเบื้องบนมืดมิดลงทันทีเมื่อเงาฝ่ามือมรณะทาบทับลงมา
"แย่แล้ว! กฎเกณฑ์รอบด้านถูกล็อค! เรือเหาะขยับไม่ได้!" เฟิงอี้หรานตะโกนลั่นใบหน้าของศิษย์เอกสำนักพู่กันเพลิงซีดเผือดทว่าในดวงตาของเขากลับลุกโชนด้วยความบ้าบิ่น
"ในเมื่อหนีไม่ได้ก็มีแต่ต้องสู้ตาย!"
เฟิงอี้หรานก้าวออกมายืนจังก้าเบื้องหน้าสหายเขากัดปลายลิ้นของตนเองพ่น 'โลหิตแก่นแท้' ซึ่งเป็นรากฐานของการบำเพ็ญเพียรออกมาอาบลงบนพัดขนนกสีเพลิงการสูญเสียโลหิตแก่นแท้นี้ย่อมหมายถึงการบั่นทอนอายุขัยและระดับพลังของตนทว่าในยามวิกฤตินี้เขาไม่อาจลังเล!
"มรรคาวิถีแห่งอัคคี... เผาผลาญสวรรค์เก้าตะวันกลืนโลกา!"
ปราณธาตุไฟในร่างของเฟิงอี้หรานระเบิดออกจนถึงขีดสุดเปลวเพลิงสีทองอมแดงเก้าสายพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนถักทอกันเป็นตาข่ายเพลิงขนาดยักษ์ที่แผดเผาจนมิติอากาศหลอมละลายหวังจะต้านทานฝ่ามือของราชาอสูรศิลา
ในเวลาเดียวกันฉินมู่หลางผู้หยิ่งทะนงก็พุ่งทะยานขึ้นจากดาดฟ้าเรือเจตจำนงกระบี่นิรันดร์ที่ถูกบ่มเพาะมาทั้งชีวิตถูกรีดเค้นออกมาจนหมดสิ้นกระบี่ในมือของเขาเปล่งเสียงร้องกังวานประหนึ่งมังกรที่กำลังจะแตกดับ
"วิถีกระบี่ไร้พ่าย... หนึ่งกระบี่ตัดวัฏจักร!"
แสงกระบี่สีเงินที่คมกริบที่สุดเท่าที่ฉินมู่หลางเคยฟาดฟันผ่าทะลวงฝ่าความว่างเปล่าพุ่งตรงเข้าใส่ใจกลางฝ่ามือของราชาอสูรศิลาหวังจะใช้เจตจำนงแห่งความคมกล้าทำลายสัจธรรมแห่งความแข็งแกร่ง!
เบื้องล่างหลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นประสานพลังกันอย่างสุดกำลังปราณเหมันต์และวิญญาณพฤกษาถูกปลดปล่อยออกมาสร้างเป็นม่านพฤกษาน้ำแข็งเจ็ดชั้นเพื่อปกป้องนาวาทะลวงเมฆาและอาเจียที่อยู่เบื้องหลัง
"เปรี้ยงงงงงง!!!"
เสียงปะทะที่ดังกึกก้องจนแก้วหูแทบฉีกขาดอุบัติขึ้นทว่าภาพที่ปรากฏกลับทำให้ความหวังของทุกคนแหลกสลาย
ตาข่ายเพลิงเก้าตะวันของเฟิงอี้หรานเมื่อสัมผัสกับฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยกฎเกณฑ์แห่งปฐพีบริสุทธิ์กลับถูกบดขยี้ดับมอดไปในพริบตาประหนึ่งเทียนไขที่ถูกพายุพัดรังสีกระบี่ตัดวัฏจักรของฉินมู่หลางสามารถฝากรอยขีดข่วนบางๆไว้บนฝ่ามือหินได้เพียงเล็กน้อยก่อนที่กระบี่แสงนั้นจะแตกสลายกลายเป็นละอองวิญญาณ
แรงกระแทกที่เหลือล้นทะลวงผ่านการป้องกันทั้งหมดลงมาปะทะกับม่านพฤกษาน้ำแข็งของสองสตรี!
"อั้ก!"
ม่านป้องกันแตกสลายในเสี้ยววินาทีหลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นกระเด็นกระแทกกับดาดฟ้าเรือกระอักเลือดสีแดงฉานออกมาคำโตใบหน้าของพวกนางซีดเผือดไร้สีเลือดปราณวิญญาณในร่างสับสนวุ่นวายจนเส้นชีพจรแทบฉีกขาด
เฟิงอี้หรานที่อยู่ใกล้จุดปะทะที่สุดถูกคลื่นกระแทกซัดจนกระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่ร่างของเขาร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเรืออย่างแรงโลหิตไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ดขณะที่ฉินมู่หลางร่วงตกลงมาคุกเข่าใช้กระบี่ยันพื้นไว้มือที่กำด้ามกระบี่สั่นระริกและชุ่มไปด้วยเลือด
การโจมตีเพียงครั้งเดียวจากตัวตนระดับกึ่งหลอมความว่างเปล่าสามารถบดขยี้ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดให้ตกอยู่ในสภาพปางตายได้อย่างง่ายดาย!
"ศิษย์ชิงเสวี่ย! ศิษย์ปิงอวิ๋น! เฟิงอี้หราน! พี่ใหญ่ฉิน!"
อาเจียที่เพิ่งดึงสติกลับมาจากการนับสมบัติเบิกตากว้างเมื่อเห็นสหายและอิสตรีต้องหลั่งเลือดและบาดเจ็บสาหัส
สัญชาตญาณแรกของเขาคือความหวาดกลัวทว่าเมื่อสายตาของเขาประสานเข้ากับกองเลือดที่เจิ่งนองบนพื้นไม้หอมและสภาพปางตายของสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา... ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเขากลับบีบรัดอย่างรุนแรง
ความเจ็บปวดจากการเสียศิลาปราณหมื่นก้อนเมื่อครู่เทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่เห็นสหายต้องตกตายต่อหน้าต่อตา!
'ค่ารักษาพยาบาล... ยาโอสถระดับสูงที่จะต้องใช้ฟื้นฟูพวกเส้นชีพจรพวกนี้... มันต้องใช้ศิลาปราณกี่แสนก้อนกัน! ไอ้ก้อนหินเวรตะไลนี่! มันกล้าทำให้ข้าต้องเสียทรัพย์สินมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ! ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!'
ความตระหนี่และความโกรธแค้นที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดของอาเจียมิได้ทำให้เขาสติแตกหลงระเริงไปกับการใช้กำลังเข้าปะทะอย่างโง่เขลาทว่ามันกลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่น่าสะพรึงกลัว! ในชั่วเสี้ยวลมหายใจแห่งความเป็นความตายนั้นเองจิตสำนึกของอาเจียพลันถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเขาถูกดึงดูดเข้าสู่สภาวะที่ผู้บำเพ็ญเพียรนับล้านคนใฝ่ฝันหามาทั้งชีวิต... สภาวะ 'ตระหนักรู้'!
รอบกายของอาเจียพลันเงียบสงัดเสียงคำรามของราชาอสูรศิลาเสียงลั่นของมิติอากาศทุกอย่างดูเชื่องช้าลงจนแทบหยุดนิ่งเขาดิ่งลึกเข้าสู่สัมผัสเทวะของตนเองก้าวเข้าสู่มิติสีขาวโพลนภายในพู่กันนิรันดร์
ภายในมิติแห่งนั้นมู่เฉินและเจ้าหญิงตัวน้อยกำลังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอย่างหาที่สุดไม่ได้ร่างจิตของอาเจียที่ปรากฏขึ้นบัดนี้มิได้มีท่าทีลุกลี้ลุกลนหรือหวาดกลัวทว่ารอบกายของเขากลับแผ่ซ่านกลิ่นอายที่ลุ่มลึกสงบนิ่งและน่าสะพรึงกลัวประหนึ่งบ่อน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง
"นี่เขา... กำลังเข้าสู่การตระหนักรู้แห่งมรรคาเต๋าในสภาวะความเป็นความตายงั้นหรือ!" มู่เฉินลูบเคราขาวด้วยมือที่สั่นเทา "อัจฉริยะ... ไม่สิ! นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ! การหลอมรวมความโกรธและความโลภให้กลายเป็นความสงบนิ่งเพื่อเข้าถึงแก่นแท้ของกฎเกณฑ์... มันไม่มีและข้าไม่เคยพบเห็นผู้ใดทำได้มาก่อน!"
เจ้าหญิงตัวน้อยมิได้เอ่ยปากกวนประสาทดังเช่นเคยนางจ้องมองอาเจียด้วยดวงตาที่ทอประกายลึกล้ำ "นายท่านขี้งกของข้า... ในที่สุดท่านก็ตระหนักเห็น 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริงแล้วสินะ"
อาเจียยืนหลับตาพริ้มทบทวนสิ่งที่เจ้าหญิงตัวน้อยเคยชี้แนะ
'การที่ท่านพยายามใช้อักขระสูญตาเพื่อกดข่มธรรมชาตินั่นคือการสร้างทวิลักษณ์ขึ้นมาต่อต้านกันเองซึ่งนั่นคือวิถีของผู้เขลา... วิถีแห่งสูญตาที่แท้จริงคือการคืนสรรพสิ่งสู่ปฐมกำเนิด...'
'ใช่แล้ว...' อาเจียรำพึงในจิต 'การต่อสู้กับกฎเกณฑ์แห่งดินของมันหากข้าใช้ความแข็งแกร่งเข้าปะทะข้าย่อมพ่ายแพ้ต่อตัวตนที่อยู่เหนือกว่า... หากมันคือตัวแทนของการก่อกำเนิดและการฟื้นฟูอันไร้ที่สิ้นสุด... ข้าก็เพียงแค่ต้องลบล้างกฎเกณฑ์แห่งการคงอยู่ของมัน! หากปราศจากความมีอยู่ย่อมไม่มีสิ่งใดให้ฟื้นฟู!'
สัมผัสเทวะของอาเจียขยายอาณาเขตออกไปอย่างบ้าคลั่งมันทะลวงผ่านห้วงมิติทะลุผ่านเกราะผลึกปฐพีของราชาอสูรศิลาลึกลงไปถึงแก่นแท้ของวิญญาณมันเขาตระหนักรู้ในวินาทีนั้นเองว่าอักขระหลิง 零 มิใช่เพียงรูปทรงจตุรทิศเพื่อการกักขัง ◈ ทว่ามันสามารถเบ่งบานและกลืนกินได้!
เบื้องนอกห้วงจิตเวลาผ่านไปเพียงเสี้ยวลมหายใจราชาอสูรศิลาที่กำลังจะกดฝ่ามือลงมาบดขยี้คณะวิปลาสให้เป็นผุยผงพลันชะงักงัน! สัญชาตญาณแห่งความตายที่มันไม่เคยสัมผัสมานับพันปีร้องเตือนดังก้องในแก่นวิญญาณ
มันก้มลงมองไปยังมดปลวกบนเรือเหาะบัดนี้ร่างของชายหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมสีดำกำลังลอยตัวขึ้นจากพื้นดาดฟ้าเรืออย่างช้าๆร่างกายของเขามิได้ปลดปล่อยปราณวิญญาณที่เกรี้ยวกราดทว่ากลับเงียบสงบจนน่าขนลุก!
อาเจียค่อยๆลืมตาขึ้นนัยน์ตาสีเงินยวงของเขาบัดนี้ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆมันว่างเปล่าเย็นเยียบและสะท้อนให้เห็นเพียงความตายอันเป็นนิรันดร์เขายกพู่กันนิรันดร์ขึ้นระดับสายตาก่อนจะจรดปลายพู่กันลงบนอากาศธาตุที่ว่างเปล่า
"เจ้าบังอาจทำให้เพื่อนข้าต้องเสียเลือด... บังอาจทำให้ข้าต้องเสียค่าหมอ... โทษทัณฑ์ของเจ้ามีเพียงการถูกลบเลือนออกจากวัฏจักรสงสารนี้เท่านั้น!"
เสียงของอาเจียราบเรียบทว่าก้องกังวานไปทั่วซากมหานครใต้ดินเขาตวัดพู่กันวาดเส้นสายที่นุ่มนวลและเชื่องช้าที่สุดเท่าที่เคยจารึกมาอักขระหลิง 零 ถูกวาดขึ้นมากลางอากาศทว่าครานี้มันมิได้ก่อตัวเป็นเส้นตรงหรือทรงสี่หน้า... แต่มันกำลังหมุนวนถักทอเส้นสายเข้าด้วยกันอย่างวิจิตรพิสดาร!
"มรรคาวิถีแห่งสูญตา... ตัดขาดกฎเกณฑ์... ดอกบัวสูญตา!"
พริบตานั้นอักขระหลิงกลางอากาศพลันผลิบานออก! มันแปรสภาพเป็นดอกบัวสีเงินยวงที่โปร่งแสงและบริสุทธิ์ที่สุดกลีบบัวแต่ละกลีบคือการสะท้อนของเจตจำนงแห่งการดับสูญมันไม่มีอุณหภูมิไม่มีน้ำหนักและไม่มีปราณทำลายล้างที่บ้าคลั่งทว่าทันทีที่มันเบ่งบานมิติอากาศรอบด้านกลับ 'หายวับ' ไปอย่างไร้ร่องรอยเกิดเป็นหลุมดำขนาดย่อมที่กลืนกินกฎเกณฑ์ฟ้าดินในบริเวณนั้นจนหมดสิ้น
ดอกบัวสูญตาลอยล่องขึ้นไปเบื้องบนอย่างเชื่องช้าประหนึ่งปุยนุ่นทว่าความเร็วนั้นกลับข้ามผ่านกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและมิติพุ่งตรงเข้าหาหน้าอกของราชาอสูรศิลา!
"สิ่งประดิษฐ์จอมปลอม! แหลกไปซะ!"
ราชาอสูรศิลาแผดเสียงคำรามมันรับรู้ถึงอันตรายที่แฝงอยู่ในดอกบัวนั้นมันระดมปราณปฐพีทั้งหมดในร่างสร้างเป็นโล่ผลึกที่แข็งแกร่งที่สุดนับร้อยชั้นซ้อนทับกันเบื้องหน้าพร้อมกับง้างหมัดศิลาหมายจะบดขยี้ดอกบัวให้สิ้นซาก
ทว่า... เหตุการณ์ที่ทำให้เจตจำนงของราชาอสูรต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวก็เกิดขึ้น!
เมื่อหมัดศิลาของมันปะทะเข้ากับดอกบัวสูญตามันมิได้เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทมิได้มีคลื่นกระแทกใดๆทว่าหมัดที่ห่อหุ้มด้วยกฎเกณฑ์แห่งปฐพีนั้น... กลับ 'จม'หายเข้าไปในดอกบัวอย่างเงียบเชียบ!
กฎเกณฑ์ความแข็งแกร่งปราณผลึกปฐพีและมวลหินอัคนี... ทุกสิ่งที่สัมผัสกับดอกบัวล้วนถูก 'ลบล้างการมีอยู่' ไปจากสารบบของจักรวาล! แขนขวาของราชาอสูรศิลาแหว่งหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่มีแม้แต่เลือดหรือเศษหินร่วงหล่นลงมา
"อ๊ากกกก! นี่มันวิถีเต๋าอันใดกัน! เหตุใดข้าจึงไม่อาจฟื้นฟูร่างกายได้!"
ราชาอสูรศิลาแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความตื่นตระหนกมันพยายามดึงแก่นแท้จากผืนดินมาสมานแผลทว่าจุดที่ถูกดอกบัวสูญตาสัมผัสกลับกลายเป็นพื้นที่ที่ 'กฎแห่งการฟื้นฟู' ถูกลบเลือนไปอย่างสมบูรณ์แบบ!
ดอกบัวสูญตามิได้หยุดยั้งมันลอยทะลุผ่านม่านผลึกป้องกันนับร้อยชั้นไปอย่างง่ายดายประหนึ่งเดินผ่านอากาศธาตุก่อนจะพุ่งเข้าไปฝังตัวอยู่ในอกของราชาอสูรศิลาทะลวงลึกเข้าไปถึง 'แก่นปราณผลึกปฐพีบริสุทธิ์' อันเป็นหัวใจของมัน!
"เจตจำนงตัดวิญญาณ... ดับสูญ!" อาเจียกำมือแน่น
"ซูมมมม..."
ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้องมีเพียงเสียงคล้ายสายลมที่พัดผ่านความว่างเปล่าดอกบัวสูญตาเบ่งบานเต็มที่ภายในร่างของราชาอสูรศิลากฎเกณฑ์การก่อกำเนิดกฎเกณฑ์การดำรงอยู่และเจตจำนงวิญญาณของยอดอสูรระดับกึ่งหลอมความว่างเปล่า... ถูกกลืนกินและลบล้างอย่างหมดจดในเสี้ยวลมหายใจ!
แสงทับทิมในดวงตาของราชาอสูรศิลาดับวูบลงร่างกายที่ใหญ่โตดุจภูเขาพลันสูญเสียพันธะยึดเหนี่ยวแห่งสสารมันเริ่มแตกร้าวและสลายกลายเป็นผุยผงสีเทาละเอียดร่วงหล่นลงมาประหนึ่งสายฝนแห่งความตายทับถมลงบนซากมหานครแห่งสำนักหัตถ์กล
เพียงการตวัดพู่กันสร้างดอกบัวดอกเดียวตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดของหุบเขาเพลิงผลาญ... กลับถูกลบเลือนไปจากโลกผู้ฝึกตนอย่างเงียบเชียบและโหดเหี้ยมที่สุด!
ท่ามกลาง-่าฝนเถ้าธุลีสิ่งเดียวที่มิได้ถูกดอกบัวสูญตาทำลายทว่ากลับลอยคว้างลงมาอย่างช้าๆคือ 'แก่นปราณผลึกปฐพีบริสุทธิ์'ขนาดเท่างาช้างที่ส่องประกายสีอำพันเจิดจรัสที่สุดมันคือมรดกล้ำค่าที่แฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์ฟ้าดินอันสมบูรณ์แบบ
อาเจียร่อนลงยืนบนดาดฟ้าเรือใบหน้าของเขาซีดเซียวราวกับกระดาษปราณวิญญาณและสัมผัสเทวะในร่างถูกสูบออกไปจนแทบจะหมดสิ้นการฝืนใช้วิชาที่ก้าวล่วงกฎเกณฑ์สวรรค์ทำให้เขาแทบจะยืนไม่อยู่ทว่าสองมือของเขากลับสั่นระริกด้วยความปีติเขายื่นมือออกไปรับแก่นปราณผลึกปฐพีบริสุทธิ์นั้นไว้แน่น
"ฮ่าฮ่าฮ่า... รวยแล้ว... ข้าได้มันมาแล้ว!" อาเจียหัวเราะเสียงแหบแห้งก่อนจะกระอักเลือดสีเข้มออกมาคำโตทรุดตัวลงคุกเข่าทว่ามือก็ยังกอดก้อนผลึกไว้แน่นประหนึ่งมารดาหวงแหนบุตร
"อาเจีย!" หลินชิงเสวี่ยและทุกคนที่บาดเจ็บต่างพยายามพยุงตัวลุกขึ้นมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงและหวาดหวั่นวิถีเต๋าที่เขาแสดงออกมาเมื่อครู่มันลึกล้ำและน่ากลัวเกินกว่าที่พวกเขาจะทำความเข้าใจได้
ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่...
"ครืนนนน!!!"
การตายของราชาอสูรศิลาและการสูญเสียแก่นปราณผลึกปฐพีทำให้สมดุลของหุบเขาเพลิงผลาญพังทลายลงอย่างสมบูรณ์! ซากมหานครใต้พิภพเริ่มถล่มทลายเพดานถ้ำแตกร้าวอย่างรุนแรงลาวาเดือดพล่านนับล้านตันกำลังทะลักล้นลงมาดุจน้ำป่าไหลหลากขุมนรกแห่งนี้กำลังจะถูกฝังกลบไปตลอดกาล!
"มหานครกำลังจะถล่ม! พวกเราต้องหนีเดี๋ยวนี้!" ฉินมู่หลางคำรามลั่น
บัดนี้อาเจียที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและสหายที่บาดเจ็บสาหัสกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติครั้งสุดท้ายการทะยานฝ่าขุมนรกเพื่อกลับคืนสู่แสงตะวันและหนี้แค้นที่รอการชำระเบื้องนอกกำลังจะเปิดฉากขึ้นในไม่ช้า!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??