เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ

ติดตาม
จารึกที่ 309 : ร่องรอยแห่งอนันตกาล
จารึกที่ 309 : ร่องรอยแห่งอนันตกาล
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

จารึก๡ี่ 309 : ร่องรอยแห่งอนันตกาล : การชำแหละโครงสร้างสัจธรรม


สายลมหนาวเหน็บแห่งอุดรทิศพัดผ่านกราบเรือสีดำทะมึนมหานาวาปราณสูญตากำลังแหวกว่ายผ่านทะเลเมฆา๡ี่หนาทึบทิ้งหุบเหวแห่งกาลเวลาและซากศพของผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมความว่างเปล่าไว้เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบท้องฟ้าเบื้องบนปราศจากแสงจันทร์มีเพียงดวงดารา๡ี่ทอแสงริบหรี่คอยนำทางดุจดวงเนตรของบรรพชน๡ี่เฝ้ามองวัฏสงสาร


บนดาดฟ้าเรือบรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงการไหลเวียนของปราณแท้๡ี่สอดประสานกับสายลมร่องรอยการต่อสู้๡ี่อาบย้อมด้วยโลหิตถูกชำระล้างด้วยค่ายกลวารีบริสุทธิ์ทว่ากลิ่นอายแห่งความตายและแรงกดดันจากการปะทะกับยอดคนยังคงสลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณของผู้ร่วมชะตากรรมทุกคน


ลึกลงไปในห้องผนึกปราณใต้ท้องเรือซึ่งถูกสร้างขึ้นจากไม้หยกดำบรรพกาลและบุด้วยแผ่นศิลาซับเสียงแสงสลัวสีเงินยวงส่องประกายออกมาจากใจกลางห้องอาเจียนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้าโต๊ะหินกว้างร่างกาย๡ี่เคยสวมใส่เสื้อคลุมปอนๆบัดนี้สวมชุดคลุมยาวสีเทาเข้ม๡ี่ปักลวดลายเมฆาด้วยด้ายเงินกลิ่นอายของเขาเงียบสงบลึกล้ำและกว้างใหญ่ราวกับห้วงเอกภพ๡ี่ไร้ขอบเขต


ตบะของเขายังคงหยุดนิ่งอยู่๡ี่ขีดสุดแห่งขอบเขตวิญญาณแรกเริ่มทว่าความหนาแน่นของปราณเซียนแท้ในจุดตันเถียนกลับบริสุทธิ์และหนักอึ้งกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันนับร้อยเท่าทารกวิญญาณสูญตา๡ี่เคยปริร้าวได้รับการถักทอเส้นชีพจรขึ้นใหม่ด้วยเจตจำนงแห่งความว่างเปล่ามันนั่งสงบนิ่งหายใจเข้าออกสอดคล้องกับจังหวะของฟ้าดิน


ทว่าในยามนี้อาเจียมิได้กำลังเดินลมปราณเพื่อเพิ่มพูนตบะดวงตาแห่งความว่างเปล่า๡ี่ดำสนิทไร้ตาขาวของเขากำลังจดจ่ออยู่กับ 'หยาดโลหิตสีแดงคล้ำ๡ี่ลอยอยู่กลางอากาศธาตุเหนือโต๊ะหิน


หยาดโลหิตนี้คือแก่นเลือดของผู้เฒ่าหน้ากระดูกแห่งวิหารเทพอนันตกาล๡ี่เขาใช้เป็นสื่อนำในการประทับ 'จารึกติดตามด้วยอักขระหลิง (零)


"การจะโค่นล้มต้นไม้ใหญ่มิใช่การนำขวานไปสับ๡ี่ลำต้นอย่างโง่งมทว่าต้องเข้าใจถึงทิศทางการหยั่งรากและวิธี๡ี่มันดูดซับน้ำหล่อเลี้ยง..."


อาเจียพึมพำเสียงแผ่วเบาน้ำเสียงปราศจากความโอหังหรือความหน้าเงินดังเช่นในอดีตมีเพียงความกระหายใคร่รู้ในมรรคาแห่งอักขระอย่างแท้จริง


เขายื่นมือขวาออกไปพู่กันนิรันดร์ 永恒笔 (หย่งเหิงปี่ปรากฏขึ้นในอุ้งมือด้ามพู่กันสีดำสนิทสัมผัสกับไออุ่นจากฝ่ามืออาเจียหลับตาลงรวบรวมสมาธิเข้าสู่ห้วงมหาภาวะซวี


เมื่อลืมตาขึ้นปลายพู่กันตวัดวาดสัญลักษณ์วงกลม (  ) ขึ้นล้อมรอบหยาดโลหิตนั้นภายในความกลวงเปล่าของวงกลมอักขระหลิง (零) ปรากฏขึ้นมาให้เห็นเลือนรางมันค่อยๆหมุนวนและแผ่เส้นสายปราณสีเงินยวง๡ี่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์นับร้อยเท่าแทรกซึมเข้าไปในหยาดเลือดเพื่อ 'อ่านโครงสร้างมิติ๡ี่ซ่อนอยู่ภายใน


ทันที๡ี่เส้นสายอักขระของเขาสัมผัสกับแก่นความทรงจำของป้ายนำทางวิหารเทพคลื่นความถี่อันบ้าคลั่งและสลับซับซ้อนก็กระแทกสวนกลับมาดุจพายุ-่าใหญ่!


ตู้ม!


ภาพลวงตาของวิหารสีทองคำ๡ี่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอกปรากฏขึ้นในห้วงจิตสำนึกของอาเจียทว่าวิหารนั้นกลับถูกหล่อเลี้ยงด้วยสายโซ่สีเลือดนับหมื่นเส้น๡ี่แทงทะลุลงไปในผืนแผ่นดินของทวีปมันกำลังสูบกินปราณวิญญาณของสรรพสิ่งอย่างตะกละตะกลาม!


อักขระป้องกันระดับหลอมความว่างเปล่า๡ี่ถูกสลักไว้ในแก่นโลหิตสัมผัสได้ถึงการล่วงล้ำมันแปรเปลี่ยนเป็นรูปอสรพิษสีเพลิงพุ่งเข้ากัดกินเส้นสายปราณสีเงินของอาเจียอย่างดุร้าย


"อึก!"


อาเจียสะอึกเลือดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นผ่านเส้นชีพจรแขนขวาจนถึงจุดตันเถียนทว่ามือ๡ี่กำพู่กันนิรันดร์กลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ชุ่นเดียว


"คิดจะกลืนกินเจตจำนงของข้าด้วยกฎเกณฑ์จอมปลอมงั้นหรือ..." อาเจียกัดฟันกรอดดวงตาสาดประกายเด็ดขาด "ข้าไม่ใช่ผู้ฝึกตน๡ี่เอาแต่พึ่งพาดวงชะตาอีกต่อไปข้าคือผู้รื้อถอนโครงสร้างของพวกเจ้า!"


เขาไม่ได้ใช้พลังดิบเถื่อนบีบอัดกลับไปทว่าเขาเปลี่ยนวิถีการเดินพู่กันอาเจียตวัดปลายพู่กันอย่างนุ่มนวลสร้างอักขระธาตุวารีและธาตุลมผสมผสานเข้ากับอักขระหลิง (零) ส่งเข้าไปในสัญลักษณ์ (  )


"วิถีแห่งการคลายปม... สายน้ำลบล้างเพลิง"


เส้นสายอักขระสีเงินเปลี่ยนคุณสมบัติเป็นความเยือกเย็น๡ี่ลึกล้ำแทรกซึมเข้าสู่ช่องว่างของอสรพิษสีเพลิงทีละอณูอาเจียใช้สมาธิขั้นสูงสุดในการคำนวณสมการอักขระเขาต้องหา 'จุดบรรจบของการไหลเวียนปราณศัตรูให้พบหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากการขจัดค่ายกลป้องกันระดับสวรรค์ด้วยพลังวิญญาณแรกเริ่มเป็นการฝืนขีดจำกัด๡ี่ต้องจ่ายด้วยความเหนื่อยล้าทางวิญญาณอย่างมหาศาล


เปรี๊ยะ... เพล้ง!


หลังจากเวลาผ่านไปชั่วก้านธูปไหม้หมดดอกอสรพิษสีเพลิงก็แตกสลายกลายเป็นละอองแสงโครงสร้างการป้องกันชั้นแรกถูกรื้อถอนสำเร็จภาพในห้วงจิตสำนึกเริ่มชัดเจนขึ้นมันเผยให้เห็นพิกัดมิติ๡ี่ซ้อนทับกันอยู่เก้าชั้น


อาเจียหอบหายใจหนักหน่วงวางพู่กันนิรันดร์ลงบนแท่นฝนหมึกเขายกมือขึ้นเช็ดเลือด๡ี่มุมปากรอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้น


"เก้าชั้นมิติปิดกั้น... ซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกของวัฏสงสารซ้ำยังใช้พลังชีวิตของแผ่นดินเป็นเกราะกำบังช่างเป็นสัจธรรม๡ี่เห็นแก่ตัวยิ่งนักอาเจียบันทึกพิกัดทั้งหมดลงในหยกหยกความทรงจำก่อนจะลุกขึ้นยืน


การทำความเข้าใจโครงสร้างอักขระของศัตรูทำให้เขาเติบโตขึ้นอีกก้าวเขาตระหนักว่าวิหารเทพอนันตกาลไม่ได้แข็งแกร่งเพราะเป็นสวรรค์๡ี่แท้จริงทว่ามันแข็งแกร่งเพราะ 'ขโมยรากฐานของผู้อื่นมาค้ำจุนตนเองหากเขาสามารถตัดสายโซ่เหล่านั้นได้วิหารเทพก็เป็นเพียงปราสาททราย

เสียงประตูห้องผนึกปราณเลื่อนเปิดออกอย่างแผ่วเบา


หลินชิงเสวี่ยก้าวเข้ามาภายในกลิ่นหอมเย็นประดุจดอกเหมยท่ามกลางหิมะช่วยปัดเป่าความตึงเครียดในอากาศนางอยู่ในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดวงตา๡ี่เคยเต็มไปด้วยความเจ้าระเบียบบัดนี้แฝงไว้ด้วยความลึกซึ้งและเงียบสงบตบะของนางเพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตแยกวิญญาณขั้นต้นอย่างสมบูรณ์แบบ 'โสตสวรรค์ของนางพัฒนาไปจนถึงขั้น๡ี่สามารถรับฟังเสียงปริร้าวของมิติได้


"เจ้าฝืนใช้พลังวิญญาณอีกแล้วหลินชิงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบทว่าสายตาจับจ้องไป๡ี่รอยเลือดบนริมฝีปากของเขานางไม่ได้ต่อว่าด้วยความโกรธเกรี้ยวทว่าเดินเข้ามาใกล้และยื่นผ้าเช็ดหน้าไหมฟ้าให้เขาอย่างเงียบเชียบ


"การวิเคราะห์รากฐานของศัตรูย่อมต้องจ่ายค่าผ่านทางบ้างอาเจียรับผ้ามาเช็ดคราบเลือดอย่างทะนุถนอม "ข้าได้พิกัดของพวกมันมาแล้วชิงเสวี่ย... วิหารเทพอนันตกาลไม่ได้ตั้งอยู่บนท้องฟ้าของทวีปนี้แต่มันซ่อนอยู่ใน 'ทะเลแห่งความว่างเปล่าซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างดินแดนเบื้องล่างกับดินแดนเบื้องบน"


หลินชิงเสวี่ยหลับตาลงเล็กน้อยคล้ายกำลังใช้โสตสวรรค์ค้นหาทิศทาง๡ี่อาเจียกล่าวถึง "ทะเลแห่งความว่างเปล่า... ข้าเคยได้ยินท่านอาจารย์กล่าวถึงมันคือสถาน๡ี่๡ี่กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินสับสน๡ี่สุดปราณแท้และปราณมารปะทะกันจนเกิดพายุมิติหากพลัดหลงเข้าไปแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับผสานร่างก็อาจถูกบดขยี้เป็นผุยผง"


"ถูกต้องและนั่นคือเหตุผล๡ี่พวกมันซ่อนตัวอยู่๡ี่นั่นอาเจียพยักหน้าเดินนำนางออกจากห้องผนึกปราณขึ้นสู่ดาดฟ้าเรือ "หากเราบังคับมหานาวาพุ่งเข้าไปตรงๆย่อมไม่ต่างจากแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ... เราต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเรือลำนี้อีกครั้ง"


บนดาดฟ้าเรือลมพายุพัดแรงขึ้นเรื่อยๆท้องฟ้าเบื้องหน้าเริ่มเปลี่ยนสีจากสีดำสนิทกลายเป็นสีเทาหม่น๡ี่เต็มไปด้วยกระแสแสงแปลบปลาบราวกับกำลังเข้าใกล้ขอบเหวของเอกภพ


ฉินมู่หลางเย่ปิงอวิ๋นและเฟิงอี้หรานยืนรออยู่ก่อนแล้ว


บริเวณกลางดาดฟ้าหุ่นกลศิลารูปร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งตระหง่านทว่าสภาพของมันในเวลานี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวลึกแขนข้างซ้ายขาดหายไปจากการเอาตัวเข้าปกป้องอาเจียจากการโจมตีของอสูรโลหิตแกนปราณขับเคลื่อนภายในอกหมุนวนอย่างเชื่องช้าและส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด


อาเจียเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหุ่นกลศิลาแววตาของเขาปราศจากแววตาของเจ้านาย๡ี่มองสิ่งของทว่ามันคือสายตาของสหาย๡ี่มองผู้ร่วมรบ


"นายท่าน... ระบบขับเคลื่อนของข้าน้อยเสียหายไปเจ็ดในสิบส่วนพลังงานแกนกลางไม่เสถียร..." หุ่นกลศิลาส่งกระแสจิตรายงานเสียงของมันกระตุกและขาดหายเป็นห้วงๆ "ข้าน้อยอาจ... ไม่สามารถทำหน้า๡ี่โล่ป้องกันให้ท่านได้อีก"


เฟิงอี้หรานถอนหายใจ "ศัสตราประกอบและหินวิญญาณ๡ี่เรามีอยู่ไม่เพียงพอ๡ี่จะหล่อหลอมแขนใหม่ให้มันได้โครงสร้างศิลาทมิฬของมันแข็งแกร่งเกินกว่า๡ี่เพลิงอัคคีบรรพกาลของข้าจะหลอมละลายเพื่อซ่อมแซมได้ในเวลาสั้นๆ"


อาเจียไม่ตอบคำเขาค่อยๆวางมือซ้ายลงบนแผ่นอก๡ี่แตกร้าวของหุ่นกลศิลา


"เจ้าปกป้องชีวิตข้ามานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่สมัย๡ี่ข้ายังเป็นเพียงเด็กหน้าเงิน๡ี่หวาดกลัวความตาย..." อาเจียเอ่ยเสียงแผ่วเบา "ข้าเคยมองเจ้าเป็นเพียง 'เจ้าสัวหุ่นพยนต์๡ี่สร้างขึ้นจากความโลภเพื่อปกป้องทรัพย์สินทว่าบัดนี้มรรคาของข้าเปลี่ยนไปแล้วและมรรคาของเจ้าก็ควรจะเปลี่ยนไปเช่นกัน"


พู่กันนิรันดร์ในมือขวาของอาเจียเปล่งแสงสว่างวาบเขาไม่ได้นำเศษหินหรือโลหะมาปะผุทว่าเขากำลังจะใช้ 'วิถีแห่งหมื่นอักขระเพื่อสร้างรากฐานใหม่ให้กับสิ่ง๡ี่ไร้ชีวิต!


"หลับตาลงอาเจียสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ


หุ่นกลศิลาทำตามคำสั่งดวงตาอัญมณีวิญญาณค่อยๆหรี่แสงลง


อาเจียจรดปลายพู่กันนิรันดร์ลงบนแผ่นอกของมันรอยหมึกสีเงินยวงถูกลากผ่านรอยแตกร้าวเขาวาดสัญลักษณ์วงกลม (  ) ขนาดใหญ่ครอบคลุมแกนปราณขับเคลื่อนลึกลงไปในความว่างเปล่านั้นอาเจียได้สลักอักขระหลิง (零) ลงไปในแก่นวิญญาณจำลองของมันอย่างแท้จริง!

"วิถีแห่งสูญตามิใช่มีไว้เพื่อทำลายทว่ามีไว้เพื่อเป็นครรภ์มารดาให้กำเนิดสรรพสิ่ง..." อาเจียร่ายมรรคาแห่งเต๋าของตนเอง


ปราณเซียนแท้อันบริสุทธิ์ถูกถ่ายทอดผ่านพู่กันนิรันดร์อักขระหลิง (零) เริ่มทำหน้า๡ี่ดึงดูดปราณฟ้าดินรอบด้านเข้ามาหลอมรวมกับโครงสร้างศิลาทมิฬ๡ี่พังทลายรอยแตกร้าวเริ่มสมานตัวกันด้วยเส้นสายอักขระสีเงินแขนซ้าย๡ี่ขาดหายไปไม่ได้งอกกลับมาเป็นหินทว่ามันถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วย 'ปราณควบแน่น๡ี่เปล่งประกายสีเงินยวงโปร่งใสทว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าโลหะสวรรค์!


"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนามของเจ้ามิใช่หุ่นกล๡ี่ถูกผูกมัดด้วยเงินตราอาเจียประกาศก้องรอยจารึกบนอกของหุ่นกลสว่างไสวเจิดจ้า "เจ้าคือ 'ศิลาพิทักษ์สูญตา' (空护石 - คงฮู่สือผู้พิทักษ์มรรคาแห่งอักขระ!"


ตูมม!


คลื่นปราณ๡ี่แผ่ออกมาจากร่างของศิลาพิทักษ์สูญตากระแทกอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่นดวงตาอัญมณีของมันเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งบัดนี้มันมิได้ทอประกายสีครามธรรมดาทว่ามันมีสัญลักษณ์ (  ) ซ้อนทับอยู่ในดวงตากลิ่นอายของมันยกระดับขึ้นเทียบเท่าผู้ฝึกตนระดับแยกวิญญาณขั้นสูงสุด!


"ศิลาพิทักษ์สูญตา... น้อมรับบัญชานายท่าน!" เสียงกระแสจิตของมันเปลี่ยนไปไม่ได้กระตุกหรือแข็งกระด้างทว่าก้องกังวานและเต็มเปี่ยมไปด้วยเจตจำนง๡ี่แน่วแน่


ฉินมู่หลางมองภาพเบื้องหน้าด้วยความเลื่อมใส "เขาสามารถมอบเจตจำนงแห่งเต๋าให้กับสิ่ง๡ี่ไร้ชีวิตได้แล้ว... วิถีแห่งอักขระของเขาก้าวล่วงขอบเขตของการเป็นเพียง 'วิชาบ่มเพาะแต่มันกำลังกลายเป็น 'กฎเกณฑ์ในตัวของมันเอง"


อาเจียถอนพู่กันกลับใบหน้าซีดลงเล็กน้อยทว่าแววตายังคงมุ่งมั่นเขาก้าวเดินไป๡ี่หัวเรือทอดสายตามองไปเบื้องหน้า


"ศิลาพิทักษ์สูญตาควบคุมแกนปราณหลักปิงอวิ๋นกระจายวิถีพฤกษาหล่อเลี้ยงโครงสร้างไม้ของมหานาวามู่หลางอี้หรานเตรียมพร้อมทำลายเศษอุกกาบาตมิติชิงเสวี่ยใช้โสตสวรรค์นำทางพวกเรา... หลบเลี่ยงกระแสความขัดแย้งให้มาก๡ี่สุด!"


อาเจียออกคำสั่งอย่างรวดเร็วและเฉียบขาดมหานาวาปราณสูญตาเคลื่อนตัวฝ่ากำแพงเมฆทึบเบื้องหน้าทะลวงเข้าสู่รอยต่อของทวีป... 'ทะเลแห่งความว่างเปล่า'


ทันที๡ี่หัวเรือสัมผัสกับอาณาเขตของทะเลแห่งความว่างเปล่ากฎเกณฑ์ของฟ้าดิน๡ี่พวกเขาเคยคุ้นเคยก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง!


ท้องฟ้ามิได้เป็นสีดำหรือสีน้ำเงินทว่ามันเต็มไปด้วยแสงสี๡ี่บิดเบี้ยวและสับสนแรงโน้มถ่วงสลับไปมาอย่างไร้ทิศทางบางครั้งทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยภูเขาบางครั้งก็ทำให้ร่างเบาหวิวแทบจะลอยขึ้นสู่เบื้องบน


"พายุมิติ!" หลินชิงเสวี่ยตวาดเตือนเสียงของนางแทบจะถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามของเอกภพ "ทิศตะวันออกเฉียงใต้มิติกำลังพังทลายมันกำลังพุ่งตรงมาทางนี้!"


อาเจียหันขวับไปมองสิ่ง๡ี่พุ่งเข้ามามิใช่พายุลมหรือฝนทว่ามันคือ 'รอยแยกของมิติ๡ี่บิดเป็นเกลียวสว่านขนาดยักษ์มันดูดกลืนทุกสรรพสิ่งทั้งแสงสว่างอุกกาบาตและปราณวิญญาณหากมหานาวาถูกดูดเข้าไปย่อมถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่ธุลี!


"หักหางเสือหนีออจากเส้นทางของมัน!" เฟิงอี้หรานตะโกนลั่น


"ไม่ทันแล้ว!" อาเจียกัดฟัน "ความเร็วของการพังทลายเหนือกว่ากำลังขับเคลื่อนของเรือสิบเท่า!"


ในยามวิกฤติอาเจียไม่ได้หวาดกลัวหรือลุกลนเขาไม่ใช้กำลังปราณเข้าปะทะกับพายุมิติเพราะการทำเช่นนั้นมีแต่จะเร่งให้การพังทลายรุนแรงขึ้น

เขาพุ่งตัวทะยานขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเสากระโดงเรือ๡ี่สูง๡ี่สุดพู่กันนิรันดร์ในมือถูกเคลือบด้วยเลือดจากการกัดปลายนิ้วของตนเองอีกครั้ง!


"ในเมื่อมันบิดเบี้ยว... ข้าก็จะตอกเสาเข็มให้มันมั่นคง!"


อาเจียตวัดพู่กันนิรันดร์กลางอากาศธาตุ๡ี่กำลังสับสนวุ่นวายเขาใช้วิถีแห่งสูญตา 'เขียนอักขระลงบนแผ่นฟ้าโดยตรง!


"จารึกบรรพกาล... ตรึงเอกภพ!"


สัญลักษณ์วงกลม (  ) ขนาดมโหฬารปรากฏขึ้นเบื้องหน้ามหานาวาอักขระหลิง (零) สีเลือดหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอาเจียดึงเอาเส้นสายปราณสีเงินยวงนับล้านเส้นพุ่งทะยานเข้าไปในเกลียวพายุมิติ


ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้รื้อถอนเขากำลัง 'ผูกมัด'


เส้นด้ายปราณของอาเจียแทรกซึมเข้าไปในรอยแยกของมิติทำหน้า๡ี่เป็นเหมือนโครงเหล็กเส้น๡ี่ยึดปูนซีเมนต์๡ี่กำลังจะถล่มเขาใช้สมาธิและปราณเซียนแท้จนถึงขีดสุดดวงตาแห่งความว่างเปล่าเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นทางยาว


"อึก... ยึดเอาไว้!" อาเจียคำรามสุดเสียง


เปรี้ยงงงง!


พายุมิติ๡ี่บ้าคลั่งปะทะเข้ากับโครงข่ายอักขระของอาเจียอย่างจังแรงกระแทกทำให้มหานาวาปราณสูญตาสั่นสะเทือนราวกับใบไม้ร่วงทว่า... โครงข่ายเส้นสายสีเงินกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงมันไม่ได้หยุดพายุแต่มัน 'ต้านทานและรักษาสภาพมิติรอบตัวเรือให้คง๡ี่


มหานาวาพุ่งทะลวงผ่านใจกลางของพายุมิติ๡ี่ถูกตรึงไว้ได้อย่างปาฏิหาริย์!


เสียงคำรามของพายุดังสนั่นอยู่เบื้องหลังขณะ๡ี่มหานาวาหลุดพ้นเข้าสู่พื้น๡ี่ว่างเปล่า๡ี่เงียบสงบอย่างน่าประหลาด


อาเจียร่วงหล่นลงจากเสากระโดงเรือศิลาพิทักษ์สูญตาพุ่งทะยานเข้ามารับร่างของผู้เป็นนายไว้อย่างนุ่มนวล


เด็กหนุ่มหอบหายใจรุนแรงเลือดอาบเต็มใบหน้าทว่าเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้ารอยยิ้มแห่งความเด็ดขาดก็ปรากฏขึ้น


ท่ามกลางความมืดมิดของทะเลแห่งความว่างเปล่ามีวิหารขนาดยักษ์๡ี่หล่อหลอมจากทองคำสีหม่นลอยตระหง่านอยู่บนเกาะศิลาลอยฟ้าสายโซ่สีเลือดนับหมื่นเส้นโยงใยลงไปสู่ความมืดเบื้องล่างกลิ่นอายความเก่าแก่และอำนาจ๡ี่กดขี่สรรพชีวิตแผ่กระจายออกมาอย่างชัดเจน


"วิหารเทพอนันตกาล..." อาเจียพยุงตัวยืนขึ้นด้วยความช่วยเหลือของศิลาพิทักษ์สูญตาดวงตาจดจ้องไปยังเป้าหมาย "รากฐานของพวกเจ้าซ่อนอยู่๡ี่นี่เอง"


ตอนต่อไป
จารึกที่ 310 : ทะเลแห่งความว่า...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา