เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ

ติดตาม
จารึกที่ 341 : เตาหลอมกฎเกณฑ์
จารึกที่ 341 : เตาหลอมกฎเกณฑ์
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

จารึกที่ 341 : เตาหลอมกฎเกณฑ์ : จารึกย้อนศรสวรรค์รับศึกใหญ่


รอยแยกกว้างใหญ่บนผืนนภาเหนือสำนักหมื่นอักขระ 万符宗 (วั่นฝูจง) ยังคงขยายตัวอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง แรงกดดันที่แผ่ทะลักออกมาจากรอยแตกนั้นหนาหนักจนทำให้อากาศธาตุรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นระลอก คลื่นสายฟ้าสีทองสลับม่วงแลบแปลบปลาบส่งเสียงครืนครั่นประดุจมังกรสวรรค์ครางขู่ ม่านหมอกมงคลห้าสีที่เคยอบอวลอยู่รอบตำหนักต่างๆ ถูกแรงลมปราณอันป่าเถื่อนจากเบื้องบนพัดกระจัดกระจายหายไปในพริบตา หลงเหลือไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่กดทับลงบนจิตวิญญาณของสรรพชีวิต


ผิวน้ำในทะเลสาบหมึกวารีที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาเงินยวงเนื่องจากแรงหนุนของ แก่นภพปฐมกาล 原始界核 (หยวนสื่อเจี้ยเหอ) ยุบตัวลงไปลึกกว่าสามคืบ แรงกดดันมหาศาลบีบอัดจนมวลน้ำนิ่งสนิทราวกับแผ่นเหล็กกล้า ศิษย์รุ่นเยาว์นับหมื่นคนที่นั่งบำเพ็ญอยู่ตามริมฝั่งต่างรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มในอก ราวกับมีขุนเขาลูกยักษ์ทับอยู่บนบ่า ทว่าไม่มีผู้ใดลุกหนี แววตาของพวกเขายังคงทอประกายแห่งศรัทธาอันแรงกล้าที่ได้รับสืบทอดมาจากวาจาของอาเจียก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างตระหนักดีว่า ศึกครั้งนี้คือศึกตัดสินชะตากรรม ข้ามพ้นย่อมเป็นมหาเซียน หยัดยืนเหนือนภา หากพ่ายแพ้ย่อมกลายเป็นผุยผงจมดิ่งสู่วัฏสงสาร


บนโขดหินที่สูงที่สุดริมทะเลสาบ อาเจียหยัดยืนอย่างสง่างาม อาภรณ์สีครามเข้มของเขาสะบัดพลิ้วตามแรงลมกรรโชก สองมือไพล่หลังอย่างสุขุมลึกล้ำ ใบหน้าอันหล่อเหลาสลักเสลาเรียบเฉยประดุจศิลาพันปี ดวงตาทั้งคู่ลึกล้ำราวกับห้วงอวกาศอันมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง จับจ้องไปยังขอบฟ้าที่กำลังปริแตกอย่างไม่กะพริบตา พู่กันนิรันดร์ 永恒笔 (หย่งเหิงปี่) ลอยวนเวียนอยู่ข้างกาย แผ่รังสีหมึกจางๆ ออกมาเป็นข่ายมนต์ป้องกัน คอยกรองแรงกดดันจากเบื้องบนไม่ให้กระทบถึงตัวเขา


ข้างกายของเขา มู่เฉินในร่างเนื้ออักขระบรรพกาล 远古符肉身 (หย่วนกู่ฝูร่วเซิน) ยืนนิ่งประดุจขุนเขาเฒ่า กลิ่นอายปราณเซียนแท้ดั้งเดิมที่หนาหนักและเก่าแก่หลั่งไหลออกจากร่างของท่านอย่างต่อเนื่อง ช่วยแผ่ขยายม่านพลังโอบอุ้มศิษย์สำนักรุ่นหลังเบื้องล่างเอาไว้ ในขณะที่สหายร่วมรบทั้งสี่อย่าง ฉินมู่หลาง, เฟิงอี้หราน, หลินชิงเสวี่ย และเย่ปิงอวิ๋น ต่างประจำตำแหน่งล้อมรอบในทิศทั้งสี่ เจตจำนงกระบี่ เจตจำนงเพลิง พลังมิติ และปราณพฤกษาตื่นตัวถึงขีดสุด พร้อมที่จะปะทุออกมาในเสี้ยววินาที


*ครืนนนนน!*


เสียงแตรสวรรค์ดังกังวานลึกยาวเป็นคราที่สอง รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดกว้างออกอย่างสมบูรณ์ เผยให้เห็นภาพทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจของวิหารเทพอนันตกาล 无尽神殿 (อู๋จิ้นเสินเตี้ยน) ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังม่านเมฆสีทอง มหานาวาสวรรค์สีทองคำขนาดยักษ์นับสิบลำค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากรอยแยก บนกราบเรือแต่ละลำเต็มไปด้วยเหล่านักรบสวรรค์ในชุดเกราะสีเงินวาววับ ถือหอกและโล่ศักดิ์สิทธิ์ แผ่รังสีฆ่าฟันอันเยือกเย็นออกมากดข่มโลกเบื้องล่าง


ผู้นำทัพในครั้งนี้คือบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง สวมชุดเกราะมังกรทองคำ ร่างกายสูงใหญ่กำยำ นั่งอยู่บนหลังของสัตว์อสูรบรรพกาล กิเลนฟ้าเนตรเพลิง ดวงตาทั้งคู่ของเขาถือกำเนิดขึ้นจากสายฟ้า แผ่กลิ่นอายขอบเขตเซียนปฐมพี (Earth Immortal) ขั้นสูงสุดออกมาอย่างน่ากลัว ตัวตนระดับนี้ในโลกเซียนด้านบนก็นับว่าเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกร มีนามว่า 'เซินตู่เหยียน'


เซินตู่เหยียนกวาดสายตาอันเย็นชาลงมามองสำนักหมื่นอักขระ ทันทีที่สายตาของเขาปะทะกับมหานาวาปราณสูญตาและร่างเนื้อของมู่เฉิน คิ้วหนาของเขาพลันขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าความหยิ่งยโสในฐานะตัวแทนของสวรรค์ทำให้เขามิได้ใส่ใจมากนัก เขาชี้หอกทองคำในมือลงมาเบื้องล่าง น้ำเสียงดังกึกก้องกังวานดุจเสียงอสนีบาตฟาด


"สำนักหมื่นอักขระบังอาจฝ่าฝืนลิขิตฟ้า! ทำลายเนตรทัณฑ์สวรรค์ บดขยี้ม้วนราชโองการศักดิ์สิทธิ์ ยอมรับคนบาปบรรพชนที่สวรรค์สั่งกักขัง ความผิดของพวกเจ้าหนาหนักดุจขุนเขา ไม่อาจอภัยได้! วันนี้ วิหารเทพอนันตกาลน้อมรับบัญชาสวรรค์ ลงมากวาดล้างสิ่งปฏิกูลและทวงคืนกฎเกณฑ์อันเที่ยงธรรม! เจ้าพวกมดปลวกเบื้องล่าง หากยังพอมีปัญญา จงยอมสยบจำนน ส่งตัวคนบาปและส่งมอบพู่กันศักดิ์สิทธิ์ออกมา บิดาผู้นี้อาจจะเหลือวิญญาณให้พวกเจ้าได้ไปเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร!"


คำประกาศอันดุดันและโอหังของเซินตู่เหยียน ผสานเข้ากับจิตสัมผัสระดับเซียนปฐมพี กดทับลงมาจนสิ่งก่อสร้างรอบนอกของสำนักเริ่มเกิดรอยร้าว เสียงแตกเปรี๊ยะของศิลาค่ายกลป้องกันดังขึ้นเป็นระยะ ศิษย์หลายคนเริ่มกระอักเลือดจากแรงกดดันอันมหาศาลนี้


ทว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด... อาเจียกลับก้าวเดินออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ใบหน้าอันสงบนิ่งของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความโศกเศร้ารันทดใจอย่างลึกซึ้ง ดวงตาทั้งคู่ทอประกายความผิดหวังและรันทดใจจนถึงที่สุด ชายหนุ่มทอดถอนใจยาวเหยียด เสียงถอนหายใจของเขาแฝงไว้ด้วยพลังอักขระสูญตา ผสานเข้ากับสมอแห่งเต๋า 道锚 (เต้าเหมา) ดังกังวานแทรกผ่านเสียงสายฟ้าของสวรรค์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขาตีหน้าเศร้าเล่าความชอบธรรมอย่างเชี่ยวชาญ เอื้อนเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือทว่าเปี่ยมด้วยความสัตย์จริง


"ช่างน่าเวทนาและรันทดใจยิ่งนัก..." อาเจียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงความโศกเศร้าประดุจนักปราชญ์ผู้เห็นโลกหลงทาง "วิหารเทพอนันตกาลตั้งตนเป็นตัวแทนแห่งสวรรค์ เสวยสุขบนเครื่องบูชาของสรรพชีวิต ทว่าจิตใจกลับมืดบอดและตระหนี่ถี่เหนียวปานนี้... สำนักหมื่นอักขระของพวกเราบ่มเพาะตบะอย่างสงบ เสาะแสวงหาสัจธรรมแห่งเต๋าเพื่อจรรโลงโลกใบนี้ ทว่าพวกท่านกลับส่งเนตรทัณฑ์สวรรค์มาขูดรีด ส่งราชโองการมาบีบคั้น นำเอาดวงวิญญาณบรรพชนของพวกเราไปจองจำทรมานใต้ผืนดินเพื่อสูบพลังงานมาสร้างความมั่งคั่งให้ตนเอง นี่หรือคือกฎเกณฑ์อันเที่ยงธรรมที่พวกท่านกล่าวอ้าง?"


ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น สบตากับเซินตู่เหยียนอย่างสัตย์ซื่อ แววตาไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความสมเพช "พวกท่านเรียกพวกเราว่าคนบาป ทว่าแท้จริงแล้ว ผู้ใดกันแน่ที่เป็นคนบาปที่แท้จริง? ผู้ที่ปกป้องบ้านเกิดและทวงคืนอิสรภาพให้บรรพชน หรือผู้ที่ถืออำนาจบาตรใหญ่ ถือศัสตราลงมารังแกผู้ที่ต่ำต้อยกว่าเพื่อปิดปากความจริง? วันนี้สวรรค์เบื้องบนช่างไร้ความเมตตา บีบคั้นจนพวกเราไม่มีหนทางให้ถอยร่น หากพวกท่านต้องการโลหิตของพวกเราเพื่อสังเวยความหยิ่งยโส สำนักหมื่นอักขระก็น้อมรับความทุกข์ยากนี้ ทว่าเจตจำนงแห่งมรรคาอักขระอันเที่ยงแท้จะไม่มีวันก้มหัวให้แก่ทรราชในคราบเซียน!"


วาจาอันเปี่ยมด้วยความชอบธรรมและน่าเวทนาของอาเจีย ดังกังวานไปทั่วทั้งขอบฟ้านับพันลี้! มันไม่ใช่เพียงคำพูดธรรมดา ทว่าอาเจียใช้คุณสมบัติของอักขระสูญตา ลอกเลียน คัดลอก และดัดแปลงคลื่นความถี่ของจิตสัมผัส แผ่ขยายอารมณ์ความโศกเศร้าและเจตจำนงอันเที่ยงธรรมนี้ออกไปกระทบต่อจิตวิญญาณของเหล่านักรบสวรรค์เบื้องบนโดยตรง


เหล่านักรบสวรรค์บนมหานาวานับแสนเมื่อได้ฟังวาจานี้ ต่างพากันชะงักงัน จิตใจสั่นไหว รังสีฆ่าฟันอันหนาหนักพลันลดทอนลงไปสองส่วน เพราะในโลกเซียนโบราณ "วิถีแห่งเต๋า" และ "ความชอบธรรม" คือรากฐานของตบะบ่มเพาะ การที่พวกเขาถูกชี้หน้าว่าเป็นทรราชผู้ขูดรีดและทำลายธรรมะ ย่อมส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจและวิญญาณเต๋าของพวกเขาโดยตรง เกิดเป็นช่องว่างในค่ายกลพลังงานของกองทัพสวรรค์ทันที


"บังอาจ! เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! กล้าดีอย่างไรมาบิดเบือนสัจธรรมและวิจารณ์เบื้องบน!" เซินตู่เหยียนเดือดดาลทันทีเมื่อเห็นจิตใจของกองทัพสั่นไหว ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "วันนี้บิดาจะฉีกปากเจ้า และบดขยี้สำนักของเจ้าให้กลายเป็นเถ้าถ่าน! ทหารทหาร... เปิดใช้ค่ายกลบังคับ มหาเวทสวรรค์ทลายหล้า ล้างบางพวกมันซะ!"


*ครืนนนนน!*


เหล่านักรบสวรรค์ได้สติกลับคืนมา รีบสลัดความลังเลทิ้ง ประสานมือสร้าง ค่ายกลบังคับ 阵法控制 (เจิ้นฝ่าค่งจื้อ) ขนาดยักษ์บนชั้นฟ้า วงแหวนเวทสีทองคำขนาดยักษ์นับร้อยวงซ้อนทับกัน ปรากฏเป็นหอกแสงศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นเล่มเล็งตรงลงมายังสำนัก แรงกดดันจากค่ายกลรวมศูนย์ทำให้อากาศรอบด้านเริ่มลุกไหม้เป็นไฟสวรรค์


"องค์หญิงน้อย เริ่มกระบวนการวิเคราะห์และถอดรหัสรหัสลับค่ายกลสวรรค์!" อาเจียสื่อสารทางจิต น้ำเสียงกลับคืนสู่ความเยือกเย็นและเจ้าเล่ห์ดุจเดิม สลัดภาพความโศกเศร้าเมื่อครู่ออกไปจนหมดสิ้น


"รับทราบแล้วเจ้าค่ะเจ้านาย!" องค์หญิงน้อยตอบรับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ร่างเล็กจ้อยส่องแสงสีหมึกเข้ม พู่กันนิรันดร์สะบัดวาดในห้วงมิติภายในแกนพู่กันอย่างรวดเร็ว "ค่ายกลของพวกมันใช้กฎเกณฑ์ 'การทำลายล้างตามธาตุทองและสายฟ้า' โครงสร้างสมการมีความหนาแน่นระดับแปดส่วน ทว่ามีจุดเชื่อมต่อสายพลังงานหลักอยู่ที่เรือธงลำกลาง ตัวแปรความถี่พลังงานอยู่ที่เก้าหมื่นแปดพันรอบต่อเสี้ยววินาที!"


"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก" อาเจียยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย แววตาฉายประกายความเจ้าเล่ห์อันลึกล้ำ "พวกมันคิดจะใช้พลังทำลายล้างที่รุนแรงที่สุดเพื่อสยบพวกเรา ทว่าพวกมันหารู้ไม่ว่า ยิ่งพลังรุนแรงเพียงใด เมื่อถูกย้อนศรกลับไป ผลลัพธ์ย่อมสะท้อนกลับไปทำลายรากฐานของพวกมันหนักหน่วงเพียงนั้น... พี่มู่หลาง อี้หราน เตรียมพร้อม!"


ฉินมู่หลางและเฟิงอี้หรานก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างอาเจีย ทั้งสองคนแผ่ขยายพลังตบะขีดสุด


"อาเจีย เจ้าต้องการให้พวกเราทำอย่างไร?" ฉินมู่หลางเอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งสนิททว่าแฝงรังสีอำมหิต


"พี่มู่หลาง ปล่อยเจตจำนงกระบี่หยกเย็นของท่านเข้าสู่รากฐานเตาหลอมใต้ทะเลสาบ แฝงความสามารถในการ 'ตัดขาดพิกัดมิติ' ไว้ที่ประตูค่ายกลทิศเหนือ ส่วนอี้หราน... จงจุดไฟเพลิงอัคคีบรรพกาลของเจ้าผสานเข้ากับกลวิธานฟ้า 机关天 (จีกวนเทียน) ของ หุ่นกลศิลา 石傀儡 (สือขุยเหล่ย) ทุกตัวในสำนัก เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นเตารับพลังงานเคลื่อนที่!" อาเจียสั่งการอย่างฉะฉานและแม่นยำ


"ได้เลย! บิดาผู้นี้อยากรู้จำเถอะว่า ไฟสวรรค์ของพวกมันกับเพลิงบรรพกาลของข้า สิ่งใดจะหลอมละลายได้เร็วกว่ากัน!" เฟิงอี้หรานตะโกนกึกก้อง สะบัดฝ่ามือทั้งสองลงสู่ผืนดิน ปล่อยสายเปลวเพลิงสีชาดพุ่งทะยานลงใต้ดินดุจมังกรไฟ


ในเวลาเดียวกัน ฉินมู่หลางตวัดกระบี่หยกเย็นชี้ลงสู่ทะเลสาบหมึกวารี ปราณกระบี่สีขาวราวกับหิมะแผ่ขยายออกไปแช่แข็งผิวน้ำบางส่วน ทว่าลึกลงไปเบื้องล่าง มันคือเส้นสายเจตจำนงที่เฉียบคมจนสามารถตัดขาดการเชื่อมโยงของพลังงาน


อาเจียยกพู่กันนิรันดร์ขึ้นมา สูดลมหายใจลึก โคจรวิถีแห่งสูญญตา 空之道 (คง-จือ-เต้า) ในร่างขีดสุด สมอแห่งเต๋า 道锚 (เต้าเหมา) ในแก่นวิญญาณหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เพื่อเป็นแกนกลางในการแบกรับน้ำหนักของค่ายกลทั้งหมด ชายหนุ่มตตวัดพู่กันวาด อักขระสูญญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ขนาดยักษ์ขึ้นกลางอากาศ อักขระหลิง 零 เปล่งรัศมีสีเทาเงินยวงแผ่ขยายออกไปครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของสำนักหมื่นอักขระ นำพาสำนักเข้าสู่สภาวะ 'ความว่างเปล่าที่ดำรงอยู่'


"เปิดเตาหลอมกฎเกณฑ์ ย้อนศรสวรรค์!" อาเจียแผดเสียงสั่งการ สองมือประสานอินมุทราบัญชาอักขระอย่างรวดเร็ว


*เปรี้ยงงงงงงงง!*


พริบตานั้นเอง เซินตู่เหยียนที่อยู่บนฟ้าตวัดหอกลงมา หอกแสงศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นเล่มผสานกับสายฟ้าสวรรค์สีทองคำพุ่งทะยานลงมาประดุจ-่าฝนดาวตก ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า แรงกดดันอันมหาศาลทำให้มิติโดยรอบฉีกขาดเป็นรอยแผลสีดำ


ทว่า ทันทีที่หอกแสงและสายฟ้าเหล่านั้นล่วงล้ำเข้าสู่ขอบเขตของสำนักหมื่นอักขระ... เหตุการณ์อันน่าเหลือเชื่อก็ปรากฏแก่สายตาของทุกคน!


ไม่มีการระเบิดอันกึกก้อง ไม่มีภาพค่ายกลป้องกันแตกสลาย ทว่าหอกแสงและสายฟ้าเหล่านั้นกลับถูก 'ความว่างเปล่า' ของอักขระสูญญตาดึงดูดและบิดเบี้ยว ทิศทางการพุ่งชนแปรเปลี่ยนไป พวกมันถูกชักนำให้ไหลเวียนตามเส้นสายจารึกย้อนศรสวรรค์ที่อาเจียฝังไว้ใต้ผืนดิน ดุจดังกระแสน้ำที่ไหลเข้าสู่ทำนบกักเก็บ


"อะไรกัน?!" เซินตู่เหยียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "มหาเวทสวรรค์ทลายหล้าของพวกเรา... ถูกดูดกลืนงั้นหรือ?!"


ลึกลงไปใต้ดิน พลังงานทำลายล้างของสวรรค์พุ่งทะลักเข้าสู่ระบบ กลไกฟ้า และกลวิธานของสำนักอย่างบ้าคลั่ง อาเจียใบหน้าซีดลงทันที ร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อย เลือดลมในอกปั่นป่วน แรงกดดันระดับเซียนปฐมพีนับแสนคนไม่ใช่สิ่งที่ขอบเขตวิญญาณแรกเริ่มจะแบกรับได้ง่ายๆ สมอแห่งเต๋าในวิญญาณเริ่มส่งเสียงครวญครางเนื่องจากรับภาระหนักเกินไป


"เจ้านาย! โครงสร้างจารึกทิศตะวันออกเริ่มรับแรงดันไม่ไหวแล้ว พลังงานสายฟ้าสวรรค์มันหนาแน่นเกินไป สภาวะความว่างเปล่าย่อยสลายไม่ทัน!" องค์หญิงน้อยร้องเตือนด้วยความร้อนรน


"ข้ารู้แล้ว... ล้มเหลวในส่วนของการกระจายแรงดันสินะ" อาเจียกัดฟันกรอด แววตาเจ้าเล่ห์ฉายแสงวาบ "ทว่าในความล้มเหลว ย่อมมีหนทางแก้ไข... ข้าจะไม่ย่อยสลายมันในทันที แต่ข้าจะใช้คุณสมบัติการตัดขาดของพี่มู่หลาง และการเผาผลาญของอี้หราน ลอกผิวหน้าของมันออก!"


อาเจียสะบัดพู่กันเปลี่ยนทิศทางเส้นสายบัญชาอักขระทันที "พี่มู่หลาง ตัดขาดเจตจำนงการยึดเกาะของสายฟ้า! อี้หราน แผดเผาความคลั่งของพลังทองคำ!"


ฉินมู่หลางและเฟิงอี้หรานไม่รอช้า เร่งเร้าพลังขีดสุด เจตจำนงกระบี่หยกเย็นพุ่งทะยานเข้าเฉือนสับเส้นสายพลังงานสีทองคำที่ไหลอยู่ใต้ดิน ตัดขาดพวกมันออกจากเจตจำนงควบคุมของเซินตู่เหยียนบนฟ้า ในเวลาเดียวกัน เพลิงอัคคีบรรพกาลของเฟิงอี้หรานก็เข้าโอบล้อม แผดเผาเอาความหยิ่งยโสและรังสีทำลายล้างของสวรรค์ออก เปลี่ยนสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นพลังงานปราณบริสุทธิ์ที่ไร้เจ้าของ


เมื่อพลังงานถูกลอกผิวและลดทอนความป่าเถื่อนลง อักขระสูญตาจึงสามารถกลืนกินและย่อยสลายพวกมันได้อย่างง่ายดาย พลังงานบริสุทธิ์เหล่านั้นถูกชักนำไหลเข้าสู่ แก่นภพปฐมกาล ใต้ทะเลสาบ ก่อนจะถูกสะท้อนกลับออกไปตาม ศัสตราประกอบ และชิ้นส่วนพยนต์ ของเหล่านักรบศิลา


*ครืนครั่น!*


หุ่นกลศิลา 石傀儡 (สือขุยเหล่ย) นับร้อยตัวที่ยืนนิ่งอยู่รอบสำนัก บัดนี้ดวงตาศิลาพลันสว่างวาบเป็นสีทองคำสายฟ้า ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นกึ่งหนึ่งเนื่องจากได้รับพลังงานสวรรค์ที่ถูกขัดเกลา ศัสตราศิลาในมือแผ่ประกายสายฟ้าสวรรค์ออกมาอย่างน่ากลัว พวกมันถูกยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตพยนต์เซียนในพริบตาด้วยพลังของศัตรูเอง!


"เป็นไปไม่ได้! พวกมันนำพลังทัณฑ์สวรรค์ไปยกระดับหุ่นพยนต์งั้นหรือ?!" เหล่าผู้อาวุโสบนมหานาวาสวรรค์ต่างพากันอุทานด้วยความขวัญหนีดีฝ่อ ภาพเบื้องหน้ามันเกินกว่าความรู้ความเข้าใจในโลกเซียนของพวกเขาไปไกลโพ้น ค่ายกลย้อนศรระดับนี้ แม้แต่มหาปรมาจารย์อักขระระดับเซียนอมตะก็ยังยากจะรังสรรค์ขึ้นมาได้


อาเจียเช็ดคราบเลือดที่ซึมมุมปากเล็กน้อย ใบหน้ากลับคืนสู่ความมีสีเลือด แววตาทอประกายแห่งชัยชนะและเจ้าเล่ห์ลึกล้ำ ชายหนุ่มเงยหน้ามองเซินตู่เหยียนที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก อาเจียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจ ดังกังวานข่มขวัญกองทัพสวรรค์ทั้งหมด


"แม่ทัพเซินตู่... ขอบพระคุณสำหรับของกำนัลอันยิ่งใหญ่จากวิหารเทพอนันตกาลขอรับ พลังงานสายฟ้าและทองคำสวรรค์ของพวกท่าน ช่างบริสุทธิ์และเหมาะสมกับการนำมาหล่อเลี้ยงรากฐานสำนักหมื่นอักขระของพวกเรายิ่งนัก... ในเมื่อพวกท่านส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ถึงที่ ผู้น้อยอาเจียก็ขอมอบ 'การต้อนรับอันสมเกียรติ' กลับคืนไปให้พวกท่านเช่นกัน!"


สิ้นวาจาอันแยบคายของอาเจีย ชายหนุ่มตวัดพู่กันนิรันดร์ขึ้นสู่ฟ้า ชี้ตรงไปยังมหานาวาสวรรค์ทั้งสิบลำ


"เตาหลอมกฎเกณฑ์... ปะทุ ย้อนศรสวรรค์ฟาดฟัน!"


*ตูมมมมมมจำมมมมมม!*


ผืนดินทั่วทั้งสำนักหมื่นอักขระระเบิดออก เสาแสงสายฟ้าสีทองคำผสมเพลิงชาดและปราณกระบี่หยกเย็นนับร้อยสาย พุ่งทะยานย้อนศรกลับขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างที่ทวีคูณยิ่งกว่าเดิม! มันคือพลังทำลายล้างของวิหารเทพอนันตกาลเองที่ถูกหลอมรวม ขัดเกลา และผสานเข้ากับเจตจำนงของสามยอดฝีมือเบื้องล่าง พุ่งเข้าใส่กองทัพสวรรค์ประดุจพายุย้อนศรที่จะทำลายล้างผู้สร้างมันขึ้นมา!


เสียงระเบิดเลื่อนลั่นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามโลก มหากาพย์แห่งการต่อต้านสวรรค์จอมปลอมได้เปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และทรงศักดิ์ศรี ณ บัดนี้!

ตอนต่อไป
จารึกที่ 342 : มหาเซียนจุติ

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา