เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ

ติดตาม
จารึกที่ 343 : สวรรค์หลั่งโลหิต
จารึกที่ 343 : สวรรค์หลั่งโลหิต
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

จารึกที่ 343 : สวรรค์หลั่งโลหิต : ปณิธานแห่งสูญญตาดับเตาหลอมอนันตกาล


รุ่งอรุณเริ่มทอแสงสีทองเรื่อ อาบชโลมขอบฟ้าที่บิดเบี้ยว ท่ามกลางเดือนสี่ไหวเยว่ร่มเงาไม้ผลิใบ 槐月 (ฮว๋ายเยว่ - ต้นตั๊กแตนผลิใบ) ท้องฟ้าเบื้องบนมิได้งดงามดั่งเช่นกาลก่อน ทว่ากลับเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวของมิติและกลิ่นคาวคละคลุ้งของโลหิตเซียน บรรยากาศรอบทะเลสาบหมึกวารียังคงสั่นสะเทือนจากแรงกดดันมหาศาล เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังทะลุชั้นเมฆลงมา หาใช่เสียงของอสูรหรือปีศาจร้าย ทว่าคือเสียงของแม่ทัพสวรรค์ผู้เคยหยิ่งยโสเหนือสรรพสิ่ง!


"อ้ากกกกกกก! ไอ้มนุษย์เดรัจฉาน! นี่มันวิชามารอันใดกัน!"


เซินตู่เหยียน แม่ทัพสวรรค์ขอบเขตเซียนปฐมพี (Earth Immortal) ดิ้นรนทุรนทุรายอยู่กลางอากาศธาตุ มือขวาของเขายังคงกำด้ามหอกศักดิ์สิทธิ์แน่น ทว่าหอกนั้นกลับกลายเป็นสะพานเชื่อมต่อที่ดึงเอา 'น้ำหนักแห่งแก่นภพปฐมกาล' ทั้งหมดจากโลกเบื้องล่าง ย้อนศรกลับขึ้นมากดทับวิญญาณเซียนของเขาโดยตรง ร่างกายที่หล่อหลอมจากกฎเกณฑ์สวรรค์อันบริสุทธิ์เริ่มเกิดเสียงแตกร้าวลั่นเปรี๊ยะ กระดูกสีทองคำใต้ผิวหนังปูดโปนและหักสะบั้น โลหิตเซียนสีทองไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ร่วงหล่นลงมาดุจ-่าฝนสีชาดที่แผดเผาอากาศจนลุกไหม้


เบื้องล่าง อาเจียยืนหยัดอยู่บนโขดหินริมทะเลสาบ ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดไร้สีเลือด บาดแผลที่กลางอกซึ่งเขาใช้พู่กันนิรันดร์แทงทะลุเพื่อสลักจารึกด้วยโลหิตแก่นแท้ ยังคงมีควันสีเทาเงินยวงระเหยออกมา สมอแห่งเต๋า 道锚 (เต้าเหมา) ในห้วงวิญญาณของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง การใช้ร่างของ๻๞เ๪๫เป็นจุดศูนย์กลางเพื่อเชื่อมต่อ 'ความว่างเปล่า' เข้ากับ 'กฎเกณฑ์อันหนักอึ้ง' นับเป็นการฝืนลิขิตฟ้าที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส


"เจ้านาย! สมอแห่งเต๋าของเจ้ารับน้ำหนักสะท้อนกลับไม่ไหวแล้ว! หากดึงดันต่อไป วิญญาณของเจ้าจะถูกแรงดึงดูดของแก่นภพฉีกกระชากไปด้วย!" องค์หญิงน้อย จิตวิญญาณแห่งพู่กันนิรันดร์ 永恒笔 (หย่งเหิงปี่) ลอยวนเวียนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าเล็กจ้อยเปี่ยมด้วยความหวาดหวั่น ชั้นหนังสือวิญญาณในตัวพู่กันหมุนวนอย่างบ้าคลั่งเพื่อช่วยค้ำยันโครงสร้างของ จารึกวัฏจักรกลืนสวรรค์ 吞天轮回符 (ทุนเทียนหลุนหุยฝู)


"ข้ารู้..." อาเจียกระอักเลือดสีเข้มออกมาอีกคำ ทว่าดวงตาอันลึกล้ำของเขากลับปราศจากความหวั่นเกรง ชายหนุ่มวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างเยือกเย็น "การผูกมัดกฎเกณฑ์ฝั่งเดียว ไม่ยั่งยืน... เตาหลอมกฎเกณฑ์ของสำนักสามารถรับน้ำหนักได้ แต่วิญญาณแรกเริ่มของข้าในตอนนี้ยังเป็นเพียงภาชนะที่คับแคบเกินไป ข้ากำลังจะถึงขีดจำกัดแล้ว"


ทว่า ก่อนที่อาเจียจะทันได้ปลดเปลื้องค่ายกล เหตุการณ์บนท้องฟ้ากลับพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง!


เซินตู่เหยียนหาใช่ผู้บำเพ็ญเพียรที่โง่เขลา การที่เขาก้าวขึ้นมาสู่ขอบเขตเซียนปฐมพีได้ ย่อมต้องผ่านความตายและความอำมหิตมานับไม่ถ้วน เมื่อตระหนักว่าหากเขายังคงดึงดันยึดติดกับอาวุธคู่กาย วิญญาณเซียนของเขาจะต้องถูกน้ำหนักของโลกเบื้องล่างบดขยี้จนแหลกสลายอย่างแน่นอน


มหาเซียนผู้หยิ่งยโสแววตาพลันเหี้ยมเกรียม เขายกมือซ้ายขึ้นรวบรวมพลังปราณสายฟ้าสวรรค์อันบ้าคลั่ง ฟาดฟันลงบนหัวไหล่ขวาของ๻๞เ๪๫อย่างไร้ความปรานี!


*ฉัวะ!*


"อ้ากกกกก!"


แขนขวาของเซินตู่เหยียนขาดกระเด็น! โลหิตสีทองคำสาดกระเซ็นไปทั่วสารทิศ แขนข้างนั้นพร้อมกับหอกศักดิ์สิทธิ์ถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลของ จารึกวัฏจักรกลืนสวรรค์ ดึงดูดร่วงหล่นลงมากระแทกผืนดินข้างทะเลสาบหมึกวารี เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึกหลายสิบจั้ง!


ทันทีที่สละชิ้นส่วนร่างกายเพื่อตัดขาดการเชื่อมต่อ เซินตู่เหยียนอาศัยแรงระเบิดจากโลหิตแก่นแท้ ทะยานร่างถอยร่นขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศระดับสูงอย่างทุลักทุเล ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยบารมีบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและอัปยศอดสูอย่างที่สุด


แรงสะท้อนกลับจากการที่เป้าหมายหลุดรอดจากค่ายกลอย่างกะทันหัน กระแทกกลับมายังผู้ร่ายทันที อาเจียเซถลาถอยหลังไปสามก้าว ก่อนจะทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง อักขระสูญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ที่ลอยอยู่กลางอากาศค่อยๆ สลายตัวไปพร้อมกับรอยแยกมิติที่ปิดสนิท


มู่เฉินรีบก้าวเข้ามาประคองศิษย์รัก ปรมาจารย์เฒ่าถ่ายทอดปราณเซียนแท้ดั้งเดิมเข้าสู่แผ่นหลังของอาเจียเพื่อรักษาสมดุลของเส้นชีพจร "อาเจีย! เจ้าบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว แต่ก็ทำได้ดีมาก... การบีบให้เซียนปฐมพีต้องตัดแขน๻๞เ๪๫ทิ้ง นับเป็นปาฏิหาริย์ที่สั่นสะเทือนทั้งโลกเซียนแล้ว"


อาเจียหอบหายใจหนักหน่วง เขาเช็ดคราบเลือดบนคางช้าๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยความมั่นคง ดวงตาของเขาทอดมองไปยังแขนสวรรค์ที่ขาดสะบั้นอยู่ก้นหลุม ชายหนุ่มตีหน้าเศร้าเล่าความชอบธรรม น้ำเสียงแฝงความรันทดใจดังกังวานก้องขึ้นไปถึงชั้นฟ้า


"ท่านแม่ทัพช่างเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก... ถึงกับยอมตัดทอนแขนขวาและทอดทิ้งศัสตราศักดิ์สิทธิ์ของ๻๞เ๪๫ เพื่อแลกกับลมหายใจที่เหลืออยู่" อาเจียส่ายศีรษะเบาๆ แววตาเปี่ยมด้วยความเวทนาที่เสแสร้งได้อย่างแนบเนียน "ทว่านี่หรือคือสัจธรรมของผู้สูงส่ง? เมื่อเผชิญหน้ากับกฎเกณฑ์อันหนักอึ้งของโลกเบื้องล่างที่ท่านเหยียดหยาม ท่านกลับเลือกที่จะหลบลี้หนีหน้า ทอดทิ้งแม้กระทั่งอาวุธที่เคียงคู่... ความหยิ่งยโสของวิหารเทพอนันตกาล แท้จริงแล้วก็เปราะบางดุจกระดาษเมื่อต้องเผชิญกับน้ำหนักของความจริง!"


"หุบปาก!!"


เซินตู่เหยียนคำรามลั่นจากเบื้องบน เสียงของเขาแหบพร่าทว่าเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมหลายสิบเท่า ความอัปยศที่ต้องพ่ายแพ้แก่ผู้บ่มเพาะระดับวิญญาณแรกเริ่ม ทำให้เขาละทิ้งเกียรติยศและกฎเกณฑ์ของสวรรค์ไปจนหมดสิ้น


"เจ้าเศษสวะแห่งโลกเบื้องล่าง! เจ้าคิดว่าการตัดแขนเปิ่นจั้วได้ คือชัยชนะอย่างนั้นหรือ! วันนี้ต่อให้เปิ่นจั้วต้องทำลายรากฐานเซียนของ๻๞เ๪๫ ข้าก็จะเผาสำนักของเจ้าให้ไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก!"


มหาเซียนที่คลุ้มคลั่งหันไปมองกองทัพสวรรค์ของตนที่กำลังตื่นตระหนกอยู่บนมหานาวาที่เหลือเพียงไม่กี่ลำ แววตาของเขาปราศจากความปรานี เซินตู่เหยียนกางแขนซ้ายที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวออก ปลดปล่อยเจตจำนงระดับเซียนปฐมพีครอบคลุมทหารสวรรค์นับหมื่นนาย!


"ค่ายกลบังคับ... มหาเวทเตาหลอมสวรรค์นิรันดร์ 永恒天炉大阵 (หย่งเหิงเทียนหลูต้าเจิ้น)!"


สิ้นคำประกาศอันอำมหิต กฎเกณฑ์สวรรค์เบื้องบนพลันบิดเบี้ยว ทหารสวรรค์นับหมื่นนายต่างเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อพบว่าปราณในร่างและวิญญาณเต๋าของพวกตนกำลังถูกสูบกระชากออกไปอย่างรุนแรง!


"ท่านแม่ทัพ! ท่านจะทำอะไร! อ้ากกกกก!"


เสียงกรีดร้องโหยหวนดังกึกก้อง ร่างกายของนักรบสวรรค์เกราะเงินค่อยๆ ลุกไหม้กลายเป็นเปลวเพลิงสีทองคำ เซินตู่เหยียนกำลังสังเวยชีวิตทหารของ๻๞เ๪๫ เพื่อใช้เป็น 'ฟืน' ในการจุดเตาหลอมสวรรค์ขนาดยักษ์! เปลวเพลิงเหล่านั้นผสานรวมกันบนชั้นบรรยากาศ ก่อตัวเป็นเตาหลอมขนาดยักษ์ที่มีลวดลายอสูรกลืนสวรรค์ แผ่รังสีความร้อนที่สามารถหลอมละลายได้แม้กระทั่งมิติและกฎเกณฑ์ธาตุ


ผืนดินของสำนักหมื่นอักขระเริ่มแตกระแหง น้ำในทะเลสาบหมึกวารีเหือดแห้งลงไปอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ใบหญ้าลุกไหม้เป็นจุลเพียงแค่สัมผัสกับกลิ่นอายที่แผ่ลงมา


ศิษย์สำนักหมื่นอักขระต่างตื่นตระหนก ความร้อนนี้มิใช่ความร้อนทางกายภาพ แต่มันคือความร้อนที่แผดเผาโดยตรงไปถึง 'รากฐานเต๋า' หากปล่อยไว้เช่นนี้ สำนักหมื่นอักขระจะถูกหลอมรวมกลับคืนสู่ความว่างเปล่าอย่างแท้จริง


อาเจียมองภาพความโหดร้ายเบื้องบนด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเล็กน้อย ความเด็ดขาดของศัตรูเหนือความคาดหมายของเขา ทว่าแทนที่จะหวาดกลัว ชายหนุ่มกลับประสานมือขึ้นฟ้า ทอดถอนใจยาวด้วยความรันทดใจอย่างที่สุด


"ช่างน่าสังเวชและน่าเวทนายิ่งนัก..." อาเจียเอื้อนเอ่ย น้ำเสียงสั่นคลอนจิตใจของผู้ที่ยังมีชีวิตรอด "เหล่านักรบสวรรค์ที่เทิดทูนและอุทิศตนให้แก่วิหารเทพอนันตกาล สุดท้ายกลับถูกผู้บังคับบัญชาของตนมองเป็นเพียง 'ฟืนไฟ' เพื่อสนองโทสะอันมืดบอด... สวรรค์ที่พวกท่านศรัทธา ช่างเหี้ยมโหดและไร้ซึ่งความเมตตาปรานี! หากนี่คือสัจธรรมของสวรรค์ เช่นนั้นข้า อาเจีย ก็ขอเป็นผู้บัญญัติสัจธรรมบทใหม่ให้แก่โลกใบนี้เอง!"


"อาเจีย พักฟื้นรากฐานของเจ้าเสีย!" มู่เฉินก้าวขึ้นมาเบื้องหน้า กางแขนทั้งสองข้างออก ร่างเนื้ออักขระบรรพกาลของท่านขยายใหญ่ขึ้นดุจยักษ์ปักหลั่น "เซียนปฐมพีผู้นี้ใช้พลังสังเวยเพื่อทำลายล้าง เปิ่นจั้วจะแสดงวิถีแห่งการปกป้องที่แท้จริงของปฐมบรรพชนให้เจ้าดู!"


มู่เฉินไม่ได้ใช้พู่กัน ทว่าท่านใช้ปลายนิ้วทั้งสิบตวัดวาดลงบนอากาศธาตุอย่างรวดเร็ว อักขระโบราณที่สาบสูญไปนับพันปีปรากฏขึ้นนับแสนตัว พวกมันแผ่กลิ่นอายอันหนักแน่นและเก่าแก่ ถักทอรวมกันกลายเป็น ร่มเงาอักขระพิทักษ์ฟ้า 遮天符伞 (เจ้อเทียนฝูส่าน) ขนาดยักษ์ กางกั้นอยู่เหนือสำนักหมื่นอักขระทั้งหมด


*ซู่! ซู่!*


เปลวเพลิงสวรรค์จากเตาหลอมเบื้องบนร่วงหล่นลงมากระทบร่มเงาอักขระ เสียงพลังปะทะกันดังกึกก้อง มู่เฉินกัดฟันต้านทาน แม้ท่านจะมีร่างเนื้อบรรพกาล ทว่าตบะที่เพิ่งฟื้นฟูยังมิอาจทัดเทียมมหาเวทที่สังเวยชีวิตมหาศาลเช่นนี้ได้ ร่มเงาอักขระเริ่มเกิดรอยไหม้เกรียมและปริแตก


"ท่านอาจารย์รับการโจมตีตรงๆ ไม่ได้นานแน่!" เฟิงอี้หรานตะโกน เพลิงบรรพกาลในมือของเขาสั่นไหวเมื่อเผชิญกับเปลวเพลิงที่เหนือชั้นกว่า


"ข้าเห็นแล้ว..." อาเจียหลับตาลง ไม่สนใจความปั่นป่วนของมิติภายนอก เขาดำดิ่งเข้าสู่ห้วงวิญญาณอีกครั้ง


*เตาหลอมสวรรค์นิรันดร์... มันคือกฎเกณฑ์แห่งการหลอมละลายอย่างสมบูรณ์ อักขระสูญตาของข้าสามารถกลืนกินได้ แต่มันใหญ่เกินกว่าที่ข้าจะย่อยสลายทัน... ข้าไม่อาจใช้สูตรเดิมซ้ำๆ การถูกกดดันไม่อาจทำให้ทะลวงขั้นได้เสมอไป ข้าต้องเข้าใจแก่นแท้!*


อาเจียเพ่งพินิจไปที่การแตกสลายของอักขระบนร่มเงาของมู่เฉิน และมองดูเปลวไฟสวรรค์ที่กลืนกินทุกสิ่ง เขาตั้งคำถามกับกฎเกณฑ์ของจักรวาล


*หากศัตรูบัญญัติให้ฟ้าเป็นเตาหลอม... ข้าก็เพียงแค่ต้องปฏิเสธการดำรงอยู่ของ 'ความร้อน' นั้น! ในเมื่อความสูญญตาคือต้นกำเนิดแห่งความไม่มี... มันย่อมสามารถปฏิเสธสัจธรรมที่มีอยู่ได้!*


ดวงตาของอาเจียลืมขึ้นฉับพลัน ประกายแห่งการรู้แจ้งวาบผ่านห้วงอวกาศในดวงตา ชายหนุ่มหยิบพู่กันนิรันดร์ขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้หมึกปราณธรรมดา และไม่ได้ใช้โลหิตของ๻๞เ๪๫


"องค์หญิงน้อย! ปลดปล่อยพลังงานของเศษซาก โซ่ตรวนเทพสยบหล้า และ หอกศักดิ์สิทธิ์ ที่ร่วงหล่นลงมาเมื่อครู่! ข้าจะใช้กลิ่นอายของสวรรค์ มาเขียนกฎเกณฑ์ปฏิเสธสวรรค์!"


"เจ้ามันบ้าดีเดือดจริงๆ! รับไป!" องค์หญิงน้อยตวัดมือ ดูดซับพลังงานสีทองคำจากแขนที่ขาดและหอกก้นหลุม ส่งตรงเข้าสู่ปลายพู่กันนิรันดร์


อาเจียก้าวเดินทะยานขึ้นไปบนอากาศธาตุ ฝ่าแรงกดดันอันมหาศาลไปยืนเคียงข้างมู่เฉินที่กำลังแบกรับร่มเงาอักขระ ชายหนุ่มตวัดพู่กันนิรันดร์ด้วยท่วงท่าที่เปลี่ยนไป มันไม่ได้เชี่ยวกราก ดุดัน แต่กลับเชื่องช้า นุ่มนวล และหนักแน่นประดุจกำลังวาดขุนเขาลงบนผืนกระดาษ


"วิถีแห่งหมื่นอักขระ... หาใช่การสร้างสิ่งที่มีเพื่อทำลายสิ่งที่มี ทว่าคือการดึงสิ่งที่มี กลับคืนสู่ความไม่มี!"


ปลายพู่กันของอาเจียตวัดวาด อักขระหลิง 零 (สูญตา) ขึ้นมากลางอากาศ ทว่าครั้งนี้ เขาไม่ได้ให้มันเป็นเตาหลอมดูดกลืน แต่เขาผสมผสานมันเข้ากับความเข้าใจในเรื่องของ 'มิติ' และ 'การสลับขั้ว' ที่เพิ่งทดลองล้มเหลวและสำเร็จมาหมาดๆ


"สมอแห่งเต๋า... ตรึงกฎเกณฑ์ใหม่! นามของจารึกนี้คือ จารึกปฏิเสธสัจธรรม 否理真言符 (โฝวหลี่เจินเหยียนฝู)!"


เส้นสายสีเทาเงินยวงพุ่งทะยานขึ้นไปผสานเข้ากับร่มเงาอักขระของมู่เฉิน ทันทีที่จารึกปฏิเสธสัจธรรมประทับลงไป กฎเกณฑ์รอบสำนักหมื่นอักขระพลันเกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง


*วูบบบบ!*


เหตุการณ์อันเป็นปาฏิหาริย์บังเกิดขึ้น! เปลวเพลิงสวรรค์สีทองคำที่แผดเผาลงมา ทันทีที่ปะทะเข้ากับอาณาเขตของจารึก กลับสูญเสีย 'คุณสมบัติของความร้อน' ไปอย่างสิ้นเชิง! มันมิได้ถูกดับ ทว่ามันถูกลบเลือนความหมายของการแผดเผา เปลวเพลิงกลายเป็นเพียงแสงสว่างที่ไร้อุณหภูมิ ร่วงหล่นลงมากระทบหลังคาตำหนักประดุจกลีบดอกไม้สีทองที่อ่อนนุ่ม


"เป็นไปได้อย่างไร!" เซินตู่เหยียนเบิกตากว้างจนแทบถลน ทอดมองมหาเวทที่๻๞เ๪๫แลกมาด้วยชีวิตทหารนับหมื่น ถูกเด็กหนุ่มผู้หนึ่งลบล้างสัจธรรมไปต่อหน้าต่อตา!


อาเจียยืนเอามือไพล่หลังหนึ่งข้าง อีกมือกำพู่กันนิรันดร์แน่น อาภรณ์สีครามสะบัดพลิ้วท่ามกลางฝนเพลิงที่ไร้ความร้อน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเซินตู่เหยียน รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้า น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความรันทดใจเสแสร้งอีกต่อไป ทว่ามันคือเสียงประกาศิตของผู้กำหนดกฎเกณฑ์!


"ท่านแม่ทัพสวรรค์... เตาหลอมของท่านช่างงดงามนัก ทว่าในอาณาเขตของสำนักหมื่นอักขระแห่งนี้ ข้าไม่อนุญาตให้มีความร้อนใดๆ ดำรงอยู่!"


อาเจียตวัดปลายพู่กันชี้ตรงขึ้นสู่ฟ้า "สวรรค์บัญชาการสังหาร ทว่าปลายพู่กันของข้าบัญชาสวรรค์! วันนี้... วิหารเทพอนันตกาลจะต้องชดใช้ในสิ่งที่กระทำต่อโลกเบื้องล่าง!"


มหากาพย์การย้อนศรพลิกฟ้าได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่ บัดนี้ อาเจียไม่ได้เพียงแค่ใช้กฎเกณฑ์ ทว่าเขากำลัง 'บัญญัติ' และ 'ปฏิเสธ' กฎเกณฑ์แห่งจักรวาลอย่างแท้จริง สงครามระหว่างผู้ถือพู่กันกับสรวงสวรรค์ ได้เข้าสู่จุดเดือดที่ไม่อาจหวนกลับได้อีกแล้ว!

ตอนต่อไป
จารึกที่ 344 : หอกสวรรค์หวนคืน

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา