เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ
จารึกี่ 417 : กงล้อแห่งเจตจำนง : การผสานวิญญาณพู่กันและมหาค่ายกลย้อนกลับ
ความเงียบสงัดภายในโถงกำเนิดฟ้าของวิหารสุริยันจันทราถูกทำลายลงด้วยแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกอีกครั้ง ท้องฟ้าจำลองเบื้องบนี่แตกร้าวส่งเสียงกรีดร้องประดุจสัตว์ร้ายี่กำลังสิ้นลม เศษศิลาเพลิงร่วงหล่นลงมาเป็น-่าฝน ทว่าในความวุ่นวายเหล่านั้น อาเจียกลับนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาด้วยท่าทีี่สงบนิ่งราวกับรูปปั้นหิน
พู่กันนิรันดร์ลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้า ส่องแสงสีทองประกายม่วงจางๆ กลิ่นอายความว่างเปล่าแผ่ซ่านออกมาค้ำยันโครงสร้างของวิหารไม่ให้พังทลายลงมาง่ายๆ อาเจียกำลังทำความเข้าใจ 'ปฐมขีดเขียน' ี่แท้จริง เขามิได้พยายามวาดอักขระเพื่อใช้งาน ทว่าเขากำลัง 'หลอมรวม' จิตวิญญาณของตนเองให้เข้ากับภาษาโบราณี่จักรวาลใช้ขีดเขียนกฎเกณฑ์
"อาเจีย... กฎเกณฑ์ี่เจ้าสัมผัสอยู่นี้ เก่าแก่ยิ่งกว่าสำนักหมื่นอักขระของข้าเสียอีก" มู่เฉินลอยตัวอยู่ข้างกายศิษย์รัก ใบหน้าเคร่งขรึม "หากเจ้าดึงดันจะใช้มันเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อกับกลไกของวิหาร ร่างกายของเจ้าจะต้องทนรับแรงกดดันจากกฎเกณฑ์ี่ปะทะกัน หากจิตวิญญาณเจ้าแกร่งไม่พอ สิ่งี่จะแตกสลายมิตรสหายของเจ้าจะมองไม่เห็น แต่มันคือแก่นวิญญาณของเจ้าเอง"
อาเจียไม่ได้ตอบคำ เพียงแต่นัยน์ตาสีดำสนิที่แฝงด้วยประกายสีเทาหม่นของเนตรสูญตา ยิ่งทวีความลึกล้ำ ชายหนุ่มรับรู้ถึงความเสี่ยงดี แต่อุดมการณ์ี่จะปกป้องคนี่ยอมเสียสละเพื่อเขา คือแรงผลักดันี่ยิ่งใหญ่เกินกว่าความกลัวตาย
"ข้าเลือกเส้นทางนี้ด้วยตนเอง ท่านอาจารย์" อาเจียเอ่ยเบาๆ
ทันใดนั้น อาเจียก็ตวัดพู่กันนิรันดร์เป็นวงกลม! เส้นสายสีทองและสีม่วงหลอมรวมกันเป็นวงจรแห่งการก่อกำเนิด พลังงานจากทารกวิญญาณสูญตาไหลทะลักเข้าสู่พู่กัน ส่งผลให้โถงทางเดินเริ่มสั่นไหว กฎเกณฑ์ของวิหารสุริยันจันทราี่เคยเยือกเย็นและดุดัน พลันตอบสนองต่อการชี้นำของเขา
ภายนอกม่านพลังวิหาร สามจอมทัพสวรรค์แห่งตระกูลเซียนโบราณกำลังยืนตระหง่าน ร่างของพวกเขาห่อหุ้มด้วยปราณสีทองี่เจิดจ้าประดุจเทพเจ้าี่จุติลงมายังโลกมนุษย์ ขวานรบ โซ่ตรวน และหอกยาว ต่างพุ่งเข้าโจมตีจุดเดิมของม่านวิหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งี่อาวุธระดับหลอมความว่างเปล่ากระแทกลงมา ท้องฟ้าก็ราวกับจะขาดสะบั้น
"ม่านพลังนี้กำลังอ่อนลง! อีกเพียงสองกระบวนท่า พวกมันจะต้องพินาศ!" จอมทัพองค์กลางตวาด ขวานสีทองแดงฟาดฟันลงมาพร้อมเจตจำนงทำลายล้างี่หนาแน่นจนอากาศรอบด้านกลายเป็นสุญญากาศ
"รอให้พวกมันเข้ามาใกล้กว่านี้อีกนิด..." อาเจียเอ่ยผ่านจิตวิญญาณ สั่งการสหายทั้งสี่ให้รอจังหวะ "มู่หลาง อี้หราน เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อม่านเปิดออก พวกเจ้าคือคนแรกี่จะต้องแสดงให้พวกมันเห็นว่า วิถีเต๋าของคนยุคนี้ มิใช่สิ่งี่ใครจะดูแคลนได้"
สหายทั้งสี่พยักหน้ารับ เจตจำนงแห่งการต่อสู้ลุกโชนอยู่ในแววตา พวกเขาได้รับทรัพยากรระดับสูงจากอาเจียและใช้เวลาพักฟื้นปรับสมดุลภายในวิหาร ทำให้ปราณเซียนและวิถีเต๋าในร่างบริสุทธิ์ยิ่งกว่าครั้งใดๆ
ม่านพลังวิหารี่เคยแข็งแกร่ง บัดนี้เกิดรอยร้าวขนาดมหึมา จอมทัพสวรรค์ทั้งสามเห็นโอกาสทอง พวกเขารวมพลังทั้งหมดฟาดฟันอาวุธระดับบรรพกาลเข้าใส่จุดศูนย์กลางของรอยร้าวพร้อมกัน!
*เปรี้ยงงงงง!*
เสียงระเบิดดังกึกก้องประดุจเสียงพิพากษา ม่านพลังวิหารแตกกระจายออกเป็นละอองแสงนับล้าน! สามจอมทัพสวรรค์หัวเราะลั่น ทะยานร่างผ่านรอยร้าวเข้ามาภายในโถงทางเดินอย่างฮึกเหิม โดยหารู้ไม่ว่า พวกเขากำลังก้าวเท้าเข้าสู่กรงขังี่ถูกออกแบบมาเพื่อพิพากษาโดยเฉพาะ!
"ฆ่ามัน!" จอมทัพองค์กลางตวาด พุ่งตัวเข้าหาอาเจียเป็นคนแรก
ทว่า... ทันทีี่ร่างของพวกเขาสัมผัสกับพื้นศิลาภายในวิหาร อาเจียก็ตวัดพู่กันนิรันดร์ลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว!
"ค่ายกลผกผันดารา: ปิดประตูสู่นรก!"
อักขระสีเทาหม่นี่อาเจียวาดลงบนพื้นศิลาพลันขยายตัวออก ถักทอเป็นเส้นสายี่ส่องแสงสีเงินยวงล้อมรอบกองทัพศัตรูทันที! พื้นี่ภายในโถงเปลี่ยนไปในพริบตา กฎเกณฑ์ของวิหารี่เคยเป็นมิตรต่ออาเจีย บัดนี้แปรสภาพเป็นศัตรูี่ดุร้ายต่อผู้บุกรุก!
แรงกดดันจากมิติี่เคยเป็นเพียงความรู้สึก พลันแปรเปลี่ยนเป็น 'น้ำหนัก' ของขุนเขานับหมื่นก้อนี่โถมทับลงบนบ่าของจอมทัพทั้งสาม! ร่างของพวกเขากระแทกลงกับพื้นศิลาจนเกิดรอยร้าวลึก!
"นี่มันวิชาอันใด! ทำไมพลังของพวกเราถึง...!" จอมทัพองค์ซ้ายกรีดร้องเมื่อพบว่าปราณเซียนในจุดตันเถียนถูกสกัดกั้นจนไม่อาจไหลเวียนได้
"ี่นี่คือกฎเกณฑ์ของข้า" อาเจียยืนกอดอก มองดูศัตรูี่ตกลงมาในกับดักด้วยสายตาเฉยชา "ในวิหารนี้ กฎเกณฑ์ของพวกท่านไม่มีอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น"
"มู่หลาง! อี้หราน! จัดการ!"
เสียงคำรามของอาเจียคือสัญญาณแห่งความตาย!
ฉินมู่หลางพุ่งทะยานออกไป ร่างของเขาเคลื่อนี่ประดุจเงาในสายหมอก กระบี่นิรันดร์ฟาดฟันออกด้วยวิถีี่เรียบง่ายทว่าเด็ดขาด "กระบี่นิรันดร์: ตัดรอยกรรม!"
ปราณกระบี่สีเงินี่ผสานเข้ากับเจตจำนงของวิหาร พุ่งทะลวงเข้าใส่จุดตายของจอมทัพองค์ซ้ายอย่างแม่นยำ! แม้ในสภาวะี่ไร้พลัง ศัตรูระดับหลอมความว่างเปล่ายังคงมีเกราะป้องกันจากสายเลือด ทว่าปราณกระบี่ของมู่หลางี่ถูกหนุนเสริมโดยกฎเกณฑ์ของวิหาร กลับตัดผ่านเกราะนั้นประดุจกระดาษ!
*ฉัวะ!*
โลหิตสีทองไหลทะลักออกมา จอมทัพองค์ซ้ายเบิกตากว้างก่อนร่างจะร่วงลงสู่ทะเลดาราเบื้องล่าง!
เฟิงอี้หรานมิได้รอช้า ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าหาจอมทัพองค์ขวา สองมือโอบล้อมด้วยเปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลี่หลอมรวมกับไออุ่นของวิหาร "เพลิงบรรพกาล: เผาผลาญเถ้าธุลี!"
เปลวเพลิงพุ่งเข้าเผาผลาญร่างของจอมทัพองค์ขวาอย่างบ้าคลั่ง ความร้อนแรงี่บิดเบือนกฎเกณฑ์ทำให้ร่างเนื้อและวิญญาณของศัตรูสลายกลายเป็นละอองสีเทาไปในทันที!
จอมทัพองค์กลางี่เหลืออยู่เพียงคนเดียว มองดูสหายร่วมรบสิ้นชื่อไปต่อหน้าต่อตาด้วยความสยดสยอง เขาพยายามรีดเร้นพลังเฮือกสุดท้าย ทว่าอาเจียเพียงตวัดพู่กันนิรันดร์เบาๆ หนึ่งครั้ง อักขระสีเงินตัวหนึ่งลอยไปแปะอยู่บนหน้าผากของเขา กักขังเจตจำนงทั้งหมดไว้ภายใน
"ท่านยังเหลืออีกหนึ่งโอกาส" อาเจียเดินเข้ามาใกล้ มองดูจอมทัพี่สั่นสะท้านแทบเท้า "จงกลับไปบอกผู้นำตระกูลเซียนโบราณ ว่าหากต้องการทวงคืนวิหารแห่งนี้ จงมาด้วยตนเอง... ทว่าจงจำไว้ว่า การก้าวเท้าเข้ามาในเขตแดนของข้า หมายถึงการก้าวเท้าเข้าสู่หลุมฝังศพของพวกท่านเอง!"
อาเจียตวัดพู่กันอีกครั้ง ตัดมิติส่งร่างี่ไร้พลังของจอมทัพองค์กลางกลับออกไปสู่ท้องฟ้าภายนอกวิหาร ท่ามกลางสายตาของศัตรูี่เหลือรอดอยู่อย่างหวาดผวา
การปิดม่านจอมทัพครั้งนี้ มิใช่เพียงชัยชนะในสมรภูมิ ทว่าคือการประกาศให้โลกเซียนได้รับรู้ว่า... ยุคสมัยของอาเจียและวิถีแห่งหมื่นอักขระ ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!
กองทัพของตระกูลเซียนโบราณแตกพ่ายถอยร่น ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความพ่ายแพ้และหวาดกลัว อาเจียหันกลับมามองสหายี่ยืนอยู่ข้างกาย ความผูกพันี่หล่อหลอมผ่านความตายทำให้พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังี่ก้าวข้ามผ่านกฎเกณฑ์ใดๆ บนโลกใบนี้
"พวกเราทำสำเร็จแล้ว อาเจีย..." เย่ปิงอวิ๋นเดินเข้ามาจับมือเขาไว้
"นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น" อาเจียมองไปยังส่วนลึกของวิหาร ี่ซึ่งความลับของปฐมกาลกำลังรอคอยอยู่ "พวกเรายังมีงานต้องทำอีกมาก... การแสวงหาสัจธรรมี่แท้จริง ไม่ได้มีไว้เพื่อให้พวกเราหยุดพัก แต่มีไว้เพื่อให้พวกเราแข็งแกร่งพอี่จะยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของวัฏจักร!"
ในโถงวิหารสุริยันจันทราี่กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง อาเจียเริ่มจารึกอักขระบนผนังวิหาร เพื่อสร้างค่ายกลเชื่อมต่อกับป้อมปราการหมื่นอักขระอย่างถาวร ท่ามกลางดวงดาวี่พรั่งพรายใต้พิภพ การก่อร่างสร้างอาณาจักรแห่งอักขระของเขา ได้ก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ี่ไม่มีผู้ใดลบเลือนได้!
ในหอวิญญาณบรรพชนของตระกูลเซียนโบราณ ป้ายวิญญาณของสามจอมทัพสวรรค์แตกสลายลงพร้อมกัน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันี่น่าสะพรึงกลัว และผู้นำตระกูลี่โกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง กำลังเตรียมระดมกำลังรบมหาศาลเพื่อทวงคืนเกียรติภูมิี่สูญเสียไป... สงครามี่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??