เรื่อง อสูรศิลาจารึกสะบั้นนภา
ความมืดภายในเหมืองเหล็กทมิฬหนาทึบจนแทบจับต้องได้ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กตีรวนอยู่ในจมูก ความเงียบสงัดถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของคนสามคน
"ยันต์แสงสว่าง... จงสำแดง!"
ซูหว่านสะบัดพู่กันในมือ วาดอักขระสีนวลกลางอากาศ มันลอยขึ้นไปเกาะติดกับผนังถ้ำและส่องแสงสว่างจ้า ขับไล่ความมืดออกไปเป็นระยะทางสิบก้าว เผยให้เห็นร่องรอยการต่อสู้เก่าๆ บนผนังถ้ำ ทั้งรอยกรงเล็บและรอยเลือดที่แห้งกรัง
"ผนังถ้ำพวกนี้..." ซูหว่านขยับเข้าไปใกล้ เอาด้ามพู่กันเคาะเบาๆ "มันแข็งผิดปกติ ดูเหมือนแร่เหล็กทมิฬจะแทรกซึมไปทั่วภูเขาลูกนี้ ทำให้โครงสร้างถ้ำแข็งแกร่งเหมือนป้อมปราการ"
"ดีสิ!" หงเหลียนยิ้มร่า เคาะสนับมือเหล็กของตัวเองดังกริ๊กๆ"จะได้อาละวาดได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวถ้ำถล่มทับหัว"
"อย่าประมาท" หลี่จงเดินนำหน้า เสาหินสีดำในมือถูกใช้ต่างไม้เท้าคอยตรวจสอบความมั่นคงของพื้น "ข้ารู้สึกว่า... พื้นที่ตรงนี้มันกลวงแปลกๆ"
กร๊อบ... แกร๊บ...
เสียงเสียดสีเล็กแหลมดังขึ้นจากรอบทิศทาง คล้ายเสียงคนกำลังเคี้ยวข้าวเกรียบ แต่ดังกว่านับร้อยเท่า เงาสีดำขนาดเล็กจำนวนมหาศาลเริ่มไต่ยั้วเยี้ยออกมาจากซอกหินและเพดานถ้ำ
"มด!" หงเหลียนร้องเสียงหลง "ทำไมมดตัวใหญ่ขนาดนี้!"
มันคือ"มดกลืนโลหะ"ตัวขนาดเท่าสุนัขพันทาง เปลือกนอกสีดำมันวาว กรามขนาดใหญ่ของมันดูแข็งแกร่งและคมกริบพอที่จะตัดเหล็กกล้าได้สบายๆ
"ระวังอาวุธของพวกเจ้า!" ซูหว่านรีบถอยไปอยู่หลังหลี่จง "พวกมันกินโลหะเป็นอาหาร! สนับมือของหงเหลียนคือก้อนเนื้อชั้นดีสำหรับพวกมัน!"
"หา!?" หงเหลียนหน้าซีด รีบชักมือกลับ แต่ช้าไปแล้ว ฝูงมดนับร้อยตัวกระโจนเข้าใส่เป้าหมายที่มี "กลิ่นโลหะ" แรงที่สุด นั่นคือนาง!
"ไอ้พวกตะกละ! อย่ามายุ่งกับสนับมือข้านะ!" หงเหลียนตวาดลั่น ระเบิดพลังไฟห่อหุ้มแขนทั้งสองข้างแล้วชกออกไปตูม! ตูม!มดตัวหน้าสุดถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม แต่ตัวข้างหลังยังดาหน้ากันเข้ามาไม่หยุด กรามของพวกมันงับเข้าที่เปลวไฟ พยายามจะเข้าถึงเนื้อเหล็กภายใน
"หลี่จง! ช่วยด้วยยย!" หงเหลียนเริ่มต้านไม่ไหว เพราะจำนวนมันเยอะเกินไป
หลี่จงก้าวเข้ามาขวางหน้า เขากวาดตามองฝูงมดด้วยสายตาเบื่อหน่าย "โชคดีนะ... ที่อาวุธข้าไม่อร่อย"
เขาเหวี่ยงเสาหินกวาดไปในแนวราบผัวะ!!
เสียงเปลือกมดแตกดังสนั่นหวั่นไหว เสาหินสีดำที่ไร้ส่วนผสมของโลหะกวาดมดกลืนโลหะนับสิบตัวปลิวไปกระแทกผนังถ้ำจนเละเป็นโจ๊ก พวกมดที่เหลือชะงักกึก... พวกมันใช้หนวดสัมผัสเสาหินของหลี่จง แล้วเมินเฉยทันทีเพราะมัน "ไม่มีกลิ่นอาหาร"
"พวกมันไม่สนใจหิน..." หลี่จงแสยะยิ้ม "งั้นก็ง่าย"
เขาเดินหน้าฆ่ามันดั่งมัจจุราช เสาหินถูกใช้ทุบ บด ขยี้ ฝูงมดที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับจอมยุทธ์ถือดาบ กลับกลายเป็นเพียงแมลงสาบเมื่ออยู่ต่อหน้าคนถือหิน เพียงไม่ถึงก้านธูป (15 นาที) ซากมดก็เกลื่อนกลาดเต็มพื้นถ้ำ
"สุดยอด..." ซูหว่านมองหลี่จงด้วยสายตาทึ่งๆ "ในยุทธภพนี้ แพ้ทางธาตุเป็นเรื่องปกติ แต่ข้าเพิ่งเคยเห็น 'แพ้ทางวัสดุ' ชัดเจนขนาดนี้"
"ไปกันต่อเถอะ" หลี่จงปัดเศษซากมดออกจากเสา "ข้างในยังมีตัวที่ใหญ่กว่านี้"
...
ทั้งสามเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงโถงถ้ำขนาดใหญ่ใจกลางเหมือง ที่นี่มีรางรถไฟเก่าๆ และรถเข็นแร่ที่พลิกคว่ำอยู่ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ"กองหิน"ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโถง
"เดี๋ยวนะ..." หงเหลียนหรี่ตามอง "นั่นมันไม่ใช่กองหิน... มันมีแขนขาด้วย!"
ทันทีที่สิ้นเสียง กองหินนั้นก็ขยับ! เศษหินและแร่เหล็กไหลมารวมตัวกัน ก่อเกิดเป็นร่างยักษ์สูงกว่า 5 เมตร ดวงตาสีแดงฉานสองดวงสว่างวาบขึ้น
"โฮก!!!!!"
เสียงคำรามของมันไม่ใช่เสียงสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงเสียดสีของโลหะที่บาดหู"โกเลมเหล็กไหล (Iron Flux Golem) - ระดับ 3 ขั้นต้น!"
"ระดับ 3!?" หงเหลียนหน้าถอดสี "นั่นมันเทียบเท่าผู้ฝึกตนระดับ 'ก่อกำเนิดขั้นปลาย' เลยนะ! พวกเราสู้ไม่ไหวหรอก!"
โกเลมยักษ์ยกกำปั้นขนาดเท่าโอ่งมังกรขึ้น แล้วทุบลงมาที่พื้นตึง!!!แรงสั่นสะเทือนทำให้เพดานถ้ำร่วงกราวลงมา หินงอกหินย้อยแหลมคมพุ่งลงมาเหมือน-่าฝน
"หลี่จง! กางร่ม!" ซูหว่านตะโกนสั่งการ
หลี่จงเข้าใจความหมายทันที เขายกเสาหินขึ้นเหนือหัว แล้วหมุนมันด้วยข้อมืออย่างรวดเร็ววิชาเสาปั่น: กงล้อศิลา!
เสาหินหมุนติ้วเป็นวงกลม ปัดป้องหินที่ร่วงลงมาได้ทั้งหมด ปกป้องสองสาวที่หลบอยู่ใต้ร่มเงาของเขา
"เจ้านั่นเกราะหนามาก!" หลี่จงตะโกนแข่งกับเสียงถล่ม "ข้าทุบมันตรงๆ ไม่น่าจะเข้า!"
"ใช้หลักการ 'ร้อนขยาย เย็นหด' เจ้าค่ะ!" ซูหว่านตะโกนตอบ นางหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา แล้วปาไปแปะที่หน้าผากของหงเหลียน "ข้าจะขยายขอบเขตปราณให้เจ้า... หงเหลียน! เผามันให้แดงฉานเลย!"
"จัดไป! แม่จะเผาให้สุก!" หงเหลียนได้รับบัฟจากซูหว่าน พลังปราณในร่างพุ่งพล่าน นางกระโดดพุ่งตัวออกไป วิ่งวนรอบโกเลมด้วยความเร็วสูง "เพลิงกัลป์ผลาญโลกา!!"
ฟู่วววววว!!!
เปลวไฟสีส้มเข้มถูกพ่นออกจากฝ่ามือทั้งสองข้างของหงเหลียน เผาไหม้ร่างของโกเลมเหล็กไหลอย่างต่อเนื่อง แม้โกเลมจะพยายามตบแมลงวันที่น่ารำคาญ แต่หงเหลียนตัวเล็กและคล่องแคล่วเกินกว่าจะจับได้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างกายที่เป็นเหล็กสีดำของโกเลมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อจากการได้รับความร้อนมหาศาล การเคลื่อนไหวของมันเริ่มติดขัด
"ตอนนี้แหละหลี่จง!" ซูหว่านส่งสัญญาณ
หลี่จงรอจังหวะนี้อยู่แล้ว เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดไปที่แขนขวา เส้นเลือดปูดโปนจนน่ากลัวอักขระ 'หนัก' (จ้ง) ทำงาน!
เสาหินในมือหนักอึ้งขึ้นฉับพลันถึง 5,000 ชั่ง (2.5 ตัน) หลี่จงกระโดดถีบตัวจากผนังถ้ำ พุ่งตัวลอยขึ้นไปอยู่เหนือหัวของโกเลมที่กำลังร้อนได้ที่
"จงแหลกซะ!!"
ตูมมมมมมม!!!
เสาหินฟาดลงกลางแสกหน้าของโกเลมอย่างจัง เหล็กที่กำลังร้อนจัดเมื่อเจอกับแรงกระแทกมหาศาล มันไม่ได้แตก... แต่มัน"ยุบ"และ"บิดเบี้ยว"
ศีรษะของโกเลมบู้บี้จมลงไปในลำตัว ร่างกายส่วนบนฉีกขาดออกจากกันเพราะทนแรงอัดไม่ไหว ร่างยักษ์ทรุดฮวบลงกับพื้น เศษเหล็กเหลวร้อนระอุกระจายไปทั่ว
โกเลมแน่นิ่งไป... แก่นพลังงานกลางอกถูกแรงกระแทกจนแหลกละเอียด
"สะ... สำเร็จ!" หงเหลียนกระโดดโลดเต้น "พวกเราล้มระดับ 3 ได้! พวกเราเก่งชะมัด!"
หลี่จงลงมายืนที่พื้น หอบหายใจหนักหน่วง การใช้อักขระ 'หนัก' กินพลังปราณเขาไปเกือบหมด เขาเดินเข้าไปดูซากโกเลม หวังจะหาชิ้นส่วนดีๆ ไปขาย แต่สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับบางสิ่ง
ที่ด้านหลังของซากโกเลม มีโพรงถ้ำเล็กๆ ที่ถูกโกเลมบังเอาไว้ ภายในโพรงนั้น... มีศพของมนุษย์นอนอยู่ ไม่ใช่คนงานเหมือง... แต่สวมชุด"ศิษย์สายในสำนักบรรพตเมฆา"
หลี่จงกวักมือเรียกซูหว่าน "มาดูนี่"
ซูหว่านเดินเข้ามาตรวจสอบศพ สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที "ศิษย์พี่หลิว... เขาหายตัวไปเมื่อเดือนก่อนในภารกิจนี้"
"เขาถูกโกเลมฆ่าตายเหรอ?" หงเหลียนถามพลางปิดจมูก
"ไม่..." ซูหว่านชี้ไปที่บาดแผลกลางอก "รอยแผลเรียบเนียน ตัดกระดูกซี่โครงขาดในดาบเดียว... นี่ไม่ใช่ฝีมือสัตว์อสูร" นางเงยหน้ามองหลี่จง สายตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "นี่มันฝีมือมนุษย์... เพลงกระบี่วายุ...วิชาตระกูลอู๋"
ชื่อ "อู๋" ทำให้หลี่จงนึกถึงหน้าของอู๋เฟิงทันที
"ดูเหมือนว่า..." หลี่จงกำเสาหินแน่น แววตาแข็งกร้าว "ภารกิจนี้จะไม่ใช่แค่การปราบสัตว์อสูรธรรมดาซะแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงปรบมือก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังพวกเขาทั้งสาม
"ฉลาดมาก... สมกับที่มีธิดาจารึกสวรรค์อยู่ในทีม"
กลุ่มคนในชุดดำสามคนเดินออกมาจากมุมมืด ใบหน้าถูกปิดบัง แต่กลิ่นอายสังหารนั้นรุนแรงชัดเจน หนึ่งในนั้นถือกระบี่ที่มีลวดลายสายลมพัดผ่าน
"น่าเสียดายที่พวกเจ้ารู้มากเกินไป... คงต้องให้พวกเจ้าเป็น 'เหยื่อ' ให้สัตว์อสูรในเหมืองนี้อีกสักสามศพ!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??