เรื่อง ราชันย์ค้อนทลายจักรกล
เสียงหวิ่ว... หวิ่ว...ของใบพัดโดรนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฝุ่นผงในลานกว้างถูกลมแรงพัดจนตลบอบอวล
โดรนลาดตระเวนรุ่น"ไวเปอร์-5" (Viper-5)จำนวน 5 ลำ บินวนรอบตัวหลี่กังเป็นวงกลม พวกมันมีขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล ติดตั้งปืนกลขนาดเล็กและเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนรอบทิศทาง แสงเลเซอร์สีแดง 5 เส้นพาดผ่านฝุ่นควันมาหยุดอยู่ที่กลางหน้าผากและหัวใจของหลี่กัง
[ประกาศ: นี่คือพื้นที่ควบคุมของแก๊งงูเกล็ดเงิน]
เสียงสังเคราะห์ที่ดูเยือกเย็นดังออกมาจากลำโพงของโดรนตัวจ่าฝูง
[ตรวจพบวัตถุอันตราย... ระดับการคุกคาม: ต่ำ (ขยะชีวภาพถือค้อน)... คำสั่ง: วางอาวุธและหมอบลงทันที มิเช่นนั้นจะทำการวิสามัญ]
หลี่กังยืนแคะหูด้วยนิ้วก้อย ท่าทางไม่แยแสต่อปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่
"ระดับการคุกคามต่ำ?" เขาเลิกคิ้วมองผ่านแว่นเนตรวงจรสวรรค์ "เซนเซอร์ของพวกเจ้าคงจะเก่าจนขึ้นราแล้วมั้ง ถึงประเมินข้าต่ำขนาดนี้"
ในสายตาของเขา โดรนพวกนี้มีจุดอ่อนเต็มไปหมด... แบตเตอรี่ที่ท้องเครื่องเปลือยเปล่า ใบพัดทำจากพลาสติกโพลิเมอร์ราคาถูก และระบบส่งสัญญาณที่ไม่มีการเข้ารหัสป้องกันคลื่นรบกวน
"ข้าให้เวลาพวกเจ้า 3 วินาที..." หลี่กังพูดเสียงเรียบ "ไสหัวไปซะ ก่อนที่ข้าจะเอาพวกเจ้าไปหลอมเป็นกระโถน"
[ยืนยันการต่อต้าน... อนุญาตให้ยิงได้!]
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนกลจากโดรนทั้ง 5 ลำดังกระหึ่มพร้อมกัน กระสุนขนาด 9 มม. พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มราวกับ-่าฝน
หลี่กังไม่ได้ขยับเท้าหลบแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่หมุนข้อมือ...
วูบ!
ค้อนดำไร้ลักษณ์ในมือขวาถูกยกขึ้นมาบดบังลำตัวและใบหน้า ด้วยขนาดหัวค้อนที่ใหญ่ขึ้นและหน้าตัดที่กว้าง มันกลายเป็นโล่ชั้นดี
เคร้ง! เเคร้ง! เคร้ง!
ประกายไฟแลบแปลบปลาบเมื่อหัวกระสุนปะทะกับผิวค้อนที่เพิ่งผ่านการตีขึ้นรูปใหม่ แทนที่กระสุนจะเจาะทะลุ หรือแม้แต่สร้างรอยขีดข่วน... พวกมันกลับถูกแรงสะท้อนจากผิวโลหะทมิฬบี้จนแบนแต๊ดแต๋ ร่วงกราวลงพื้นเหมือนเศษเหรียญ
"เบา..." หลี่กังบ่นพึมพำ "แรงปะทะแค่นี้ยังสู้ตอนข้าโดนศิษย์น้องตบหลังเล่นไม่ได้เลย"
ผู้ควบคุมโดรนที่มองผ่านกล้องคงกำลังตกตะลึง เพราะจังหวะการยิงหยุดชะงักไปชั่วครู่
"หมดแม็กแล้วรึ? งั้นตาข้าบ้าง"
หลี่กังแสยะยิ้ม เขาเกร็งกล้ามเนื้อขา ส่งพลังไฟฟ้าลงไปกระตุ้นเส้นเอ็น
ตึง!
พื้นคอนกรีตใต้เท้าแตกกระจายเป็นวงกว้าง ร่างของหลี่กังพุ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน ราวกับจรวดที่มีชีวิต!
เขากระโดดสูงกว่า 10 เมตร ขึ้นไปอยู่เหนือระดับการบินของโดรน
"ร่วงลงมาซะ!"
หลี่กังง้างค้อนเหนือหัว แล้วเหวี่ยงฟาดลงมากลางอากาศ ไม่ได้เล็งที่ตัวโดรนโดยตรง แต่ฟาดใส่อากาศว่างเปล่าใจกลางวงล้อมของพวกมัน
ทักษะติดตัว: คลื่นกระแทก EMP (Burst Smash)
ตูม!!!
แรงอัดอากาศมหาศาลพุ่งลงมากระแทกพื้นจนฝุ่นฟุ้งกระจาย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือคลื่นสายฟ้าสีทองแดงที่ระเบิดออกมาจากตัวค้อนเป็นวงกว้าง!
เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!
โดรนทั้ง 5 ลำที่อยู่ในรัศมีทำลายล้าง เกิดอาการช็อตอย่างรุนแรง ไฟสถานะสีแดงดับวูบ ใบพัดหยุดหมุนกะทันหัน วงจรภายในถูกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเผาจนไหม้เกรียม
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!
พวกมันร่วงลงมากระแทกพื้นดินพร้อมกันราวกับนกปีกหัก ควันดำลอยโขมงออกมาจากตัวเครื่อง
หลี่กังทิ้งตัวลงพื้นอย่างนิ่มนวล (แม้พื้นจะยุบไปเป็นหลุมก็ตาม) เขาเดินผิวปากเข้าไปหาซากโดรนที่ยังคงกระตุกด้วยไฟฟ้าสถิต
"เสียของจริงๆ..." เขาใช้ปลายค้อนเขี่ยซากโดรนตัวหนึ่งพลิกหงายท้อง "เลนส์กล้องแตกหมด... ปืนกลก็งอ... แต่เดี๋ยวนะ"
สายตาของเขาเป็นประกายเมื่อเห็น"แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เกรดทหาร"ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ที่ท้องเครื่อง
"โอ้... ของหวาน!"
หลี่กังใช้มือเปล่าฉีกฝาครอบเหล็กออก แล้วดึงแบตเตอรี่ก้อนสี่เหลี่ยมออกมา มันมีขนาดใหญ่กว่าแกนพลังงานของหุ่นสุนัขถึง 3 เท่า
"พลังงานบริสุทธิ์... ถ้าดูดซับหมดนี่ น่าจะทะลวงจุดชีพจรแขนขวาได้ครบทุกจุด"
เขารีบจัดการ 'เก็บเกี่ยว' แบตเตอรี่จากโดรนทั้ง 5 ลำอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงชิ้นส่วนมอเตอร์ความเร็วสูง และชิปนำร่อง
ในขณะที่เขากำลังจะเก็บของใส่ถุงมิติ เสียงสัญญาณวิทยุซ่าๆ ก็ดังออกมาจากลำโพงของซากโดรนจ่าฝูงที่ยังไม่พังสนิท
[...ครืด... แก... ไอ้ขยะ... แกกล้าดียังไง... ครืด... แก๊งงูเกล็ดเงินจะล่าแก... จนสุดขอบโลก...]
หลี่กังหยุดมือ เขาเดินไปที่ซากโดรนตัวนั้น ก้มหน้าลงไปใกล้ๆ ไมโครโฟน
"บอกหัวหน้าเจ้าด้วย..." หลี่กังพูดเสียงเย็น "ถ้าจะส่งของเล่นมาให้ข้าทุบเล่นอีก ช่วยส่งรุ่นที่มันแพงกว่านี้หน่อย รุ่นนี้เศษเหล็กมันน้อย ไม่คุ้มค่าเหนื่อยข้าเลย"
โพล๊ะ!
เขาใช้ส้นเท้าเหยียบขยี้ลำโพงจนแหลกละเอียด เสียงขู่เงียบหายไปทันที
หลี่กังยืดตัวขึ้น บิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ
"เอาล่ะ ได้เวลาหาที่เงียบๆ บ่มเพาะพลังแล้ว" เขามองไปที่โรงงานร้าง "แต่ที่นี่คงไม่ปลอดภัยแล้ว อีกเดี๋ยวพวกมันคงแห่กันมาทั้งกองทัพ"
เขาต้องย้ายรัง... และเขาต้องแข็งแกร่งขึ้น
เป้าหมายต่อไปไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่คือการหาทาง "ปรุงยา"
ในยุคที่ไม่มีสมุนไพรวิญญาณ... เขาต้องหา"สารเคมีและสารกระตุ้นชีวภาพ"มาแทนที่ เพื่อสร้าง"น้ำยาชุบกายาเหล็กไหล"
"ได้ยินว่าในเขตศูนย์การค้ากลางเมือง มีร้านขายยาเถื่อนที่ขายพวกสารสกัดจากสัตว์กลายพันธุ์..."
หลี่กังเลียริมฝีปาก พลางโยนแบตเตอรี่ก้อนหนึ่งขึ้นแล้วรับด้วยปาก กัดเคี้ยวมันเหมือนขนมช็อกโกแลตแท่ง กระแสไฟฟ้าแล่นเปรี๊ยะๆ ที่มุมปาก
"รสชาติจัดจ้านกว่าไฟบ้านเยอะเลยแฮะ!"
เขาแบกค้อนพาดบ่า แล้วกระโดดหายไปในความมืดของซากปรักหักพัง ทิ้งไว้เพียงตำนานบทใหม่ของ "ปีศาจค้อน" ที่เพิ่งเริ่มจะถูกกล่าวขานในย่านสลัมเขต 13
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??