เรื่อง วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์
บที่ 97 : กระบี่เหมันต์แช่แข็งสี่ขุนพล ทะเลเพลิงอสนีบาตผลาญหมื่นทัพ!
สายลมี่เคยพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งเหนือ 'หุบเขาเมฆาขาด' พลันหยุดนิ่งประดุจถูกแช่แข็งด้วยอำนาจี่มองไม่เห็น
ความหนาวเหน็บี่เสียดแทงทะลุไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ แผ่ซ่านออกมาจากร่างอรชรของสตรีโฉมงามในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ หลิงอวี้ซีประทับยืนอยู่กลางอากาศธาตุ ท่วงท่าของนางงดงามและเยือกเย็นประดุจเทพธิดาี่จุติลงมาจากสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ปราณเหมันต์เทวะบรรพกาลี่หมุนวนอยู่รอบกายของนาง ก่อเกิดเป็นผลึกเกล็ดหิมะหกแฉกี่ล่องลอยและส่องประกายสีฟ้าครามเจิดจ้า
กลิ่นอายพลังี่ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มเปี่ยม บ่งบอกถึงระดับพลังี่ก้าวข้ามขีดจำกัดของจักรพรรดิยุทธ์ และสัมผัสกับสัจธรรมแห่งกฎเกณฑ์สวรรค์ไปแล้วครึ่งก้าว... 'ขอบเขตครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์'!
"ครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์... สตรีผู้นี้อายุยังน้อยนิด ทว่ากลับมีระดับพลังี่สามารถสั่นสะเทือนมหาทวีปได้!"
จ้านเฟิง ผู้เป็นพี่ใหญ่แห่งสี่ขุนพลวายุสวรรค์ กัดฟันกรอด นัยน์ตาสีเทาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ความมั่นใจี่เคยมีเต็มเปี่ยมเมื่อครู่ ถูกแช่แข็งและแตกร้าวไปพร้อมกับดาบวายุของสู้เฟิง "ข่าวกรองของวิหารเทพผิดพลาดอย่างมหันต์! พวกเราประมาทเกินไป!"
"ท่านพี่จ้านเฟิง! จะมัวตื่นตระหนกอยู่ไย! นางเป็นเพียงครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์ ยังมิใช่จักรพรรดิยุทธ์ี่แท้จริง!" เลี่ยเฟิง ขุนพลผู้ดุดันแผดเสียงคำราม เขากระชับง้าวศิลาในมือแน่น รังสีสังหารปะทุขึ้นอีกครั้ง "พวกเราทั้งสี่คือจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด! หากร่วมมือกันใช้ค่ายกลประสาน ต่อให้นางเป็นครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์ พวกเราก็สามารถบดขยี้สัจธรรมของนางให้แหลกเป็นผุยผงได้!"
"ถูกต้อง! อย่าให้สตรีเพียงนางเดียวมาหยามเกียรติสี่ขุนพลแห่งวิหารเทพได้!" หมิงเฟิง ขุนพลสตรีเพียงหนึ่งเดียวตวัดแส้เหล็กในมือ เสียงแส้แหวกอากาศธาตุดังกังวานประดุจเสียงอสรพิษขู่คำราม
สู้เฟิงี่เพิ่งถูกกระแทกถอยหลังไป รีบพุ่งทะยานกลับมายืนสมทบกับพี่น้องทั้งสาม เขายกมือขึ้นเช็ดเลือดี่มุมปาก ดวงตาเจ้าเล่ห์จ้องมองหลิงอวี้ซีด้วยความอาฆาตแค้น "ข้าจะสับนางให้เป็นหมื่นชิ้น เพื่อล้างแค้นี่นางกล้าทำลายกระบวนท่าของข้า!"
"ดี! จัดกระบวนทัพ! 'ค่ายกลจตุรทิศวายุสังหารสวรรค์'!"
จ้านเฟิงตวาดสั่งการเสียงก้อง สี่ขุนพลวายุสวรรค์พุ่งทะยานแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งทั้งสี่ทิศ ล้อมกรอบหลิงอวี้ซีเอาไว้ตรงกลาง พลังปราณขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุดทั้งสี่สาย ผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อเกิดเป็นมหาพายุทอร์นาโดสีทองแดงสี่ลูกี่หมุนวนเข้าหากัน!
มิติรอบกายของหลิงอวี้ซีถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์แบบ! แรงกดดันจากค่ายกลประสานนี้ ทรงอานุภาพมากพอี่จะทำให้ภูเขาขนาดยักษ์แหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา!
ทว่า ท่ามกลางวงล้อมของพายุสังหาร ราชินีเหมันต์กลับเพียงแค่หลับตาดอกท้อลงอย่างเชื่องช้า
"ลมพายุี่บ้าคลั่ง... ย่อมพ่ายแพ้ต่อความสงบนิ่งอันเป็นนิรันดร์"
หลิงอวี้ซีพึมพำแผ่วเบา นางค่อยๆ ยก 'กระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์' ขึ้นมาจรดเบื้องหน้า สองนิ้วของมือซ้ายลูบไล้ไปตามใบกระบี่ี่เย็นเฉียบ
"สัจธรรมเหมันต์เทวะ... บุปผาน้ำแข็งผลิบาน... แช่แข็งอนันตกาล!"
วูบ!
ทันทีี่นางลืมตาขึ้น นัยน์ตาดอกท้อสาดประกายแสงสีฟ้าครามี่สว่างไสวเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์! หลิงอวี้ซีตวัดกระบี่เป็นวงกลมรอบกายอย่างสง่างามประดุจการร่ายรำ!
คลื่นปราณเหมันต์เทวะบรรพกาล พุ่งทะยานออกจากปลายกระบี่ กวาดล้างออกไปทุกทิศทาง! ทันทีี่คลื่นความหนาวเหน็บสัมผัสกับมหาพายุทอร์นาโดทั้งสี่ลูกของสี่ขุนพล...
กึก! กึก! กึก! เพล้งงงง!
เสียงการแช่แข็งี่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบดังก้องไปทั่วหุบเขาเมฆาขาด! พายุทอร์นาโดสีทองแดงี่เกรี้ยวกราดและอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้าง พลันหยุดนิ่งอยู่กับี่! คมดาบวายุี่หมุนวนอยู่ภายใน ถูกความหนาวเหน็บระดับครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์แช่แข็งจนกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งขนาดยักษ์กลางอากาศธาตุ!
"อะไรกัน! ค่ายกลของพวกเราถูกแช่แข็งในพริบตางั้นรึ!"
จ้านเฟิงและขุนพลทั้งสามเบิกตาโพลงด้วยความสยดสยองสุดขีด! พวกเขาพยายามจะเร่งเร้าพลังปราณเพื่อทำลายน้ำแข็ง ทว่ากลับพบว่า... ไอเย็นนั้นได้แทรกซึมผ่านค่ายกล เข้ามาแช่แข็งเส้นชีพจรและจุดชี่จรในร่างกายของพวกเขาไปเสียแล้ว!
"อั้ก... ขยับ... ขยับไม่ได้! ร่างกายของข้ากำลังถูกแช่แข็ง!" เลี่ยเฟิงแผดเสียงร้องโหยหวน ง้าวศิลาในมือของเขาร่วงหล่นลงสู่เหวลึก เนื่องจากมือทั้งสองข้างถูกแช่แข็งจนแข็งทื่อประดุจก้อนหิน!
หลิงอวี้ซีทอดสายตามองขุนพลทั้งสี่ี่กำลังดิ้นรนอย่างไร้ทางสู้ ด้วยแววตาี่ปราศจากความปรานี
"พวกเจ้าจงกลายเป็นผลงานแกะสลักน้ำแข็ง เพื่อประดับหุบเขาแห่งนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์เสียเถิด"
นางเพียงแค่พลิกข้อมือเบาๆ!
ตู้มมมมม!
ประติมากรรมพายุน้ำแข็งทั้งสี่ลูก ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ! ร่างของสี่ขุนพลวายุสวรรค์ ถูกแรงระเบิดและปราณเหมันต์เทวะกระแทกอย่างจัง! พวกเขากระอักเลือดี่กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีแดงสดออกมาคำโต ร่างกายกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับหน้าผาหิองหุบเขาเมฆาขาดอย่างรุนแรง!
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุดทั้งสี่... ถูกแช่แข็งและพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในกระบวนท่าเดียว! ร่างของพวกเขาฝังลึกเข้าไปในหน้าผาหิน ถูกผนึกด้วยน้ำแข็งสีฟ้าครามี่ไม่มีวันละลาย ไม่อาจขยับเขยื้อนหรือโคจรพลังได้อีกต่อไป! มีเพียงดวงตาี่กลอกกลิ้งไปมา บ่งบอกถึงความหวาดผวาและความสิ้นหวังอย่างถึงี่สุด!
การต่อสู้ในฝั่งของหลิงอวี้ซี ยุติลงด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาดจนน่าใจหาย!
ใณะเดียวกัน... ี่อีกฟากหนึ่งของน่านฟ้า
ซูหลงอวิ๋นประทับยืนเอามือไพล่หลัง ลอยตัวตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากองทัพ 'อัศวินวายุสวรรค์' นับหมื่นนายี่กำลังแตกร้าวและเสียขวัญ!
การี่สี่ขุนพลผู้เป็นดั่งเสาหลักของกองทัพ ถูกสตรีเพียงนางเดียวจัดการจนหมดสภาพภายในพริบตา ทำให้อัศวินนับหมื่นี่เหลืออยู่ ตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง! สัตว์อสูรอินทรีวายุคลั่งของพวกมันส่งเสียงร้องระงม พยายามจะกระพือปีกถอยหนี ทว่าขบวนทัพี่อัดแน่นทำให้พวกมันชนกันเองจนเกิดความโกลาหล!
ผู้บัญชาการกองทัพอัศวิน ซึ่งมีระดับพลังบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง กัดฟันกรอด เขารู้ดีว่าหากถอยทัพในยามนี้ กองทัพจะแตกพ่ายและถูกตามล่าสังหารจนหมดสิ้น ทางรอดเดียวคือต้องใช้จำนวนี่เหนือกว่า บดขยี้ชายหนุ่มตรงหน้าให้จงได้!
"อย่าเพิ่งเสียขวัญ! สตรีผู้นั้นแข็งแกร่งก็จริง ทว่าชายหนุ่มผู้นี้มีระดับพลังเพียงขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น! มันกำลังเย่อหยิ่งและแยกตัวออกมาเผชิญหน้ากับพวกเราตามลำพัง!"
ผู้บัญชาการแผดเสียงตวาดลั่น ชูหอกยาวในมือขึ้นสุดแขน "อัศวินวายุสวรรค์ทั้งหมื่นนาย! ปลดปล่อยปราณชีวิตของพวกเจ้า! ผสานค่ายกล 'พายุกระหน่ำหมื่นศัสตรา'! บดขยี้มันให้กลายเป็นผุยผง เพื่อล้างแค้นให้แก่ท่าุนพล!"
"รับบัญชา! ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!"
เสียงตะโกนตอบรับดังกังวานก้องหุบเขา อัศวินนับหมื่นนายรีดเร้นพลังปราณขอบเขตตัดวิญญาณของพวกตนออกมาจนถึงขีดสุด หอกยาวนับหมื่นเล่มสาดประกายแสงสีเงินยวง ก่อนจะพุ่งทะยานออกจากมือของพวกเขา แหวกมิติพุ่งตรงเข้าหาซูหลงอวิ๋นประดุจห่าฝนดาวตกี่อัดแน่นไปด้วยรังสีสังหาร!
หอกนับหมื่นเล่มผสานรวมกันกลางอากาศธาตุ ก่อเกิดเป็นพายุหอกขนาดยักษ์ี่มีอานุภาพทำลายล้างมากพอี่จะกวาดล้างภูเขาทั้งลูกให้หายไปจากแผนี่!
ชาวเมืองศิลาผาหมอกี่เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ ต่างเบิกตาโพลงด้วยความสยดสยอง แม้พวกเขาจะรู้ว่าซูหลงอวิ๋นทรงพลัง ทว่าการเผชิญหน้ากับการโจมตีประสาองยอดฝีมือหมื่นชีวิตพร้อมกัน ย่อมเป็นสิ่งี่ปุถุชนมิอาจจินตนาการถึงทางรอดได้!
ทว่า... บนฟากฟ้า ซูหลงอวิ๋นกลับมิได้แสดงความหวาดหวั่นใดๆ รอยยิ้มโอหังี่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนา ปรากฏขึ้นี่มุมปากของมัจจุราชหนุ่ม
"หมาหมู่ี่พึ่งพาเพียงจำนวน... ช่างเป็นเศษสวะี่ไร้ค่าต่อการจดจำเสียนี่กระไร"
ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นมาเบื้องหน้า นิ้วหัวแม่มือและนิ้วกลางจรดเข้าหากันอย่างเชื่องช้า
"พวกเจ้าคิดว่า... ท้องฟ้าแห่งนี้ กว้างใหญ่พอี่จะรองรับความตายของพวกเจ้าทั้งหมดหรือไม่?"
เป๊าะ!
สิ้นประโยคอันเยือกเย็น ซูหลงอวิ๋นก็ดีดนิ้วดังก้อง!
ครืนนนนนนนน! เปรี้ยงงงงงงง!
ท้องฟ้าเหนือหุบเขาเมฆาขาด พลันวิปริตแปรปรวนในเสี้ยววินาที! เมฆหมอกสีขาวถูกย้อมกลายเป็นสีม่วงเข้มประดุจโลหิตพิษ!
มิติรอบกายของซูหลงอวิ๋นปริแตกออก เปลวเพลิงสีม่วงอมสายฟ้าี่ลึกล้ำและทรงอานุภาพประดุจทัณฑ์สวรรค์ ระเบิดออกจากจุดตันเถียองเขา แผ่ขยายออกไปครอบคลุมน่านฟ้ารัศมีสิบลี้อย่างรวดเร็วปานแสง!
"เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า... มหาสมุทรเพลิงสายฟ้าพิพากษา!" ตู้มมมมมมม!
-่าฝนหอกนับหมื่นเล่มี่พุ่งทะยานเข้ามา เมื่อปะทะเข้ากับ 'มหาสมุทรเพลิงสายฟ้า' ของซูหลงอวิ๋น... พวกมันก็ประดุจเข็มไม้ี่ถูกโยนลงไปในเตาหลอมเหล็กกล้า!
เพลิงอสนีบาตสีม่วง แผดเผาและหลอมละลายหอกระดับสูงนับหมื่นเล่ม ให้กลายเป็นเพียงหยดน้ำโลหะเหลวในพริบตาเดียว! ไร้ซึ่งการปะทะ ไร้ซึ่งการต้านทาน! สัจธรรมแห่งการทำลายล้างของเพลิงสวรรค์ บดขยี้กฎเกณฑ์อันต่ำต้อยของวิหารเทพอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
"อะ... อะไรกัน! อาวุธเทวะของพวกเรา... ถูกหลอมละลายหมดสิ้น!" ผู้บัญชาการอัศวินอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังสุดขีด
ทว่า ความสยดสยองเพิ่งจะเริ่มต้ึ้นเท่านั้น!
มหาสมุทรเพลิงสายฟ้าสีม่วง มิได้หยุดอยู่เพียงแค่การทำลายอาวุธ แต่มันกลับพุ่งทะยานถาโถมเข้าใส่กองทัพอัศวินนับหมื่นนายประดุจคลื่นยักษ์สึนามิ!
"อ๊ากกกกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวองมนุษย์และสัตว์อสูร ดังก้องประสานกันจนแทบจะฉีกแก้วหูของผู้ี่ได้ยิน! เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า ลุกลามแผดเผาชุดเกราะสีเงิน ทะลวงเข้าสู่ผิวหนัง และเผาผลาญเส้นชีพจรของอัศวินวายุสวรรค์อย่างโหดเหี้ยม!
สายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบ ช็อตร่างของอินทรีวายุคลั่งจนไหม้เกรียม! ซากศพของอัศวินและสัตว์อสูรี่ถูกเผาทั้งเป็น ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าประดุจ-่าฝนดาวตกสีดำ กระแทกกับโขดหินเบื้องล่างดังตุบตับ เลือดและเนื้อระเหยกลายเป็นควันคละคลุ้งไปทั่วหุบเขา!
การสังหารหมู่... กลางอากาศธาตุ!
"ถอย! ถอยหนี! มันไม่ใช่คน! มันคือเทพเจ้าแห่งการทำลายล้าง!"
อัศวินี่ยังรอดชีวิตอยู่บริเวณแนวหลัง ต่างทิ้งอาวุธและพยายามจะบังคับสัตว์พาหนะให้บินหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต ทว่ามิติรอบด้านถูกเพลิงสายฟ้าปิดกั้นเอาไว้หมดสิ้น พวกเขาเปรียบเสมือนหนูี่ติดอยู่ในกรงเพลิง!
ซูหลงอวิ๋นประทับเดินอยู่กลางทะเลเพลิง ท่วงท่าของเขาสง่างามและไร้รอยขีดข่วนประดุจกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ เปลวเพลิงสีม่วงแหวะทางให้แก่เขาอย่างนอบน้อม
"ท้องฟ้าี่พวกเจ้าเคยโบยบิน... บัดนี้ได้กลายเป็นสุสาองพวกเจ้าแล้ว"
ชายหนุ่มตวัดสายตามองลงไปยังเหวเบื้องล่าง เลือดสีแดงสดไหลอาบย้อมผาหิองหุบเขาเมฆาขาดจนกลายเป็นน้ำตกโลหิต กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน ทว่าสำหรับมัจจุราชหนุ่ม นี่คือกลิ่นหอมหวานแห่งชัยชนะ
"จินหลิน... อาหารว่างของเจ้า พร้อมแล้ว" ซูหลงอวิ๋นเอ่ยเรียกสัตว์พาหนะคู่กาย
"โฮกกกกกก!"
พยัคฆ์เพลิงทองคำบรรพกาล แผดเสียงคำรามตอบรับด้วยความหิวกระหาย! มันพุ่งทะยานร่างขนาดยักษ์เข้าไปในดงซากศพี่กำลังร่วงหล่น อ้าปากกว้างกลืนกินร่างของอินทรีวายุคลั่งและอัศวินี่บาดเจ็บเข้าไปคำโต!
กร้วม! กร้วม!
เสียงบดเคี้ยวกระดูกและเนื้อ ดังก้องสะท้านไปทั่วบริเวณ จินหลินกลืนกินพลังปราณของศัตรูนับพัน เพื่อนำมาเป็นทรัพยากรบำรุงสายเลือดสัตว์เทวะของมัน เปลวเพลิงสีทองคำบนตัวของมันยิ่งลุกโชนและสว่างไสวขึ้นกว่าเดิม!
เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป... กองทัพอัศวินวายุสวรรค์ชั้นยอดจำนวนหนึ่งหมื่นนาย กองกำลังี่เคยทำให้สวรรค์เบื้องบนต้องหวาดผวา... บัดนี้ได้ถูกกวาดล้างจนไม่เหลือรอดแม้แต่ชีวิตเดียว!
ท้องฟ้าเหนือหุบเขาเมฆาขาด กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง คงเหลือเพียงกลุ่มควันสีดำและกลิ่นคาวเลือดี่คละคลุ้ง
หลิงอวี้ซีลอยตัวเข้ามาสมทบข้างกายซูหลงอวิ๋น นางทอดสายตามองผลงานการทำลายล้างด้วยความสงบเงียบ ไร้ซึ่งความเห็นใจต่อศัตรูี่บังอาจท้าทายบุรุษของนาง
"นายน้อย... สี่ขุนพลวายุสวรรค์ ถูกข้าผนึกเอาไว้ี่หน้าผานั่นเจ้าค่ะ" หลิงอวี้ซีชี้มือไปยังก้อนน้ำแข็งสีฟ้าครามทั้งสี่ก้อน ี่ฝังตัวอยู่บนหน้าผาหิน
ซูหลงอวิ๋นพยักหน้าเบาๆ เขาลอยตัวเข้าไปใกล้ก้อนน้ำแข็งเหล่านั้น นัยน์ตาสองสีทอดมองสี่ขุนพลี่ถูกแช่แข็ง ทว่าดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความสยดสยองและเคียดแค้น
"จักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุดทั้งสี่... นับว่าเป็นทรัพยากรชั้นดี"
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก เขาตวัดมือขวา! โซ่ตรวนสัจธรรมสีขาวทมิฬ พุ่งทะยานออกจากแขนเสื้อ รัดพันก้อนน้ำแข็งทั้งสี่ก้อนเอาไว้อย่างแน่นหนา!
"ข้าจะนำพวกเจ้ากลับไปเป็น 'เครื่องประดับ' ข้างๆ รูปสลักของมหาเถระี่จัตุรัสเมืองศิลาผาหมอก... ให้พวกเจ้าได้คุกเข่ารอรับชมความพินาศของวิหารเทพวายุคลั่งไปพร้อมๆ กัน"
ซูหลงอวิ๋นกระชากโซ่ตรวน ดึงรั้งก้อนน้ำแข็งทั้งสี่ก้อนให้ลอยตามหลังเขามาประดุจลูกโป่ง!
"ไปกันเถิด... เป้าหมายต่อไป คือการไปเยี่ยมเยียนประมุขแห่งวิหารเทพวายุคลั่ง ถึงหน้าประตูบ้าองมัน!"
มัจจุราชหนุ่มพลิ้วกายกลับไปประทับยืนบนหัวของจินหลิน สัตว์เทวะคำรามก้องฟ้า ก่อนจะพุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ทิ้งไว้เพียงตำนานการสังหารหมู่หนึ่งหมื่นชีวิต ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ี่จะทำให้แดนสวรรค์เบื้องบนต้องจดจำนามของ 'ซูหลงอวิ๋น' ไปตราบจนชั่วกัปชั่วกัลป์!
(จบบที่ 97)
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??