เรื่อง วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์

ติดตาม
บทที่ 127 : บานประตูที่เปิดออก
บทที่ 127 : บานประตูที่เปิดออก
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

บรรยากาศเ๩๤ื๬เกาะ๧๪๶ฟ้าใจกลางมิติโบราณสถานสุสานดารา บัดนี้ตกอยู่ในความเงียบงันที่ลึกล้ำประดุจห้วงเหวไร้ก้นบึ้ง


พายุหิมะสีฟ้าครามที่เคยโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ลดความเกรี้ยวกราดลงเหลือเพียงละอองความเย็นที่ลอยอวลอยู่ในอากาศธาตุ ทว่าความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณของผู้คนนับหมื่น กลับมิได้ลดน้อยถอยลงไปเลยแม้แต่น้อย


อัจฉริยะรุ่นเยาว์จากแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงนับยี่สิบแห่ง ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่บรรลุ 'ขอบเขตที่ 6 บรรพชนศักดิ์สิทธิ์' และบางคนก้าวเข้าสู่ 'ขอบเขตที่ 7 ราชันย์ยุทธ์' ต่างพากันคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่บนลานศิลาที่เย็นเยียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าขยับเขยื้อนล่วงล้ำเส้นรอยแยกน้ำแข็งที่ถูกขีดเขียนเอาไว้ด้วยปลายกระบี่ของสตรีผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าประตูวิหาร


หลิงอวี้ซี สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักเทพธิดาเหมันต์ ผู้ครอบครองระดับพลัง 'ขอบเขตที่ 8 จักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น' ยืนหลับตาประดุจรูปสลักน้ำแข็งที่งดงามที่สุดในสามโลก อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายพญาหงส์น้ำแข็งพริ้วไหวเบาๆ กลิ่นอายสัจธรรมของนางกดทับความเย่อหยิ่งของเหล่าอัจฉริยะจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง


ทุกสายตาที่ลอบมองขึ้นไป ล้วนเต็มไปด้วยความหวาดผวาและความไม่เข้าใจ สตรีผู้แข็งแกร่งและก้าวล่วงกฎเกณฑ์ของอายุขัยผู้นี้ เหตุใดจึงมายืนเฝ้าประตูวิหารแก่นวิญญาณดาราประดุจผู้พิทักษ์ที่ซื่อสัตย์? ภายในวิหารแห่งนั้น มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่กันแน่? หรือจะเป็นชายหนุ่มชุดขาวขอบเขตตัดวิญญาณผู้นั้น?


ทว่า ความคิดที่ว่าจักรพรรดิยุทธ์จะมายืนเฝ้าประตูให้ผู้ที่มีขอบเขตตัดวิญญาณนั้น เป็นเรื่องที่วิปริตและขัดต่อสามัญสำนึกเกินกว่าที่สมองของพวกเขาจะรับได้


ครืดดดดด... ครืนนนนน...


ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ในที่สุด เสียงกึกก้องประดุจขุนเขาเคลื่อนตัวก็ดังกังวานขึ้น บานประตูศิลาสีนิลขนาดยักษ์ของวิหารแก่นวิญญาณดารา ที่ปิดสนิทมานานนับหมื่นปี และเพิ่งถูกปิดลงไปเมื่อไม่นานมานี้ บัดนี้กำลังค่อยๆ สั่นสะเทือนและแง้มเปิดออกอย่างเชื่องช้า!


เศษฝุ่นสีเงินยวงและแสงสว่างจางๆ เล็ดลอดออกมาจากช่องว่างของประตู พร้อมกับกลิ่นอายพลังที่แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่สุดมิได้!


มันมิใช่กลิ่นอายของ 'ขอบเขตที่ 5 ตัดวิญญาณ' อีกต่อไป!


ทว่า มันคือกลิ่นอายของ 'ขอบเขตที่ 7 ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น'!


และสิ่งที่ทำให้บรรดาอัจฉริยะนับหมื่นต้องสูดลมหายใจเย็นยะเยือก คือกลิ่นอายราชันย์ยุทธ์นี้ มิใช่กลิ่นอายแห่งสัจธรรมทั่วไปอย่างดิน น้ำ ลม หรือไฟ ทว่ามันคือเจตจำนงแห่งการ 'กลืนกินและลบล้าง' ที่หนักอึ้งประดุจสวรรค์ทั้งชั้นกดทับลงมาบดขยี้วิญญาณของพวกเขา! เพียงแค่ได้สัมผัส ลมปราณในจุดตันเถียนของพวกเขาก็แทบจะหยุดไหลเวียนด้วยความหวาดกลัว!


ตึก... ตึก... ตึก...


เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ ดังก้องสะท้อนออกมาจากความมืดมิดภายในวิหาร ทุกย่างก้าวประดุจเสียงกลองศึกที่ตีรัวกระหน่ำลงบนก้อนเนื้อในอกของทุกคน


ในที่สุด เงาร่างของบุรุษหนุ่มในชุดอาภรณ์สีขาวขลิบทอง ก็ก้าวเดินข้ามพ้นธรณีประตูวิหารออกมาสู่โลกภายนอก


ซูหลงอวิ๋น... อดีตมหาจักรพรรดิเทพยุทธ์ ผู้ซึ่งบัดนี้ได้ควบแน่นรากฐานและทะลวงคอขวด ก้าวเข้าสู่ 'ขอบเขตที่ 7 ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น' อย่างเป็นทางการ ท่วงท่าของเขายังคงสง่างาม โอ่อ่า และเย่อหยิ่งท้าทายสวรรค์ดังเดิม นัยน์ตาสองสีทอดมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าประดุจโลกทั้งใบอยู่ในกำมือ


ชายหนุ่มประสานมือไพล่หลัง ก้าวเดินลงบันไดศิลามาอย่างเนิบนาบ รังสีอำนาจที่แผ่ออกมารอบกายทำให้กาลเวลารอบด้านดูคล้ายจะหยุดเดิน


"ราชันย์ยุทธ์... เขาคือราชันย์ยุทธ์! มิใช่ขอบเขตตัดวิญญาณ!"


ศิษย์ของสำนักหอกทลายฟ้าที่เหลือรอดชีวิตอยู่ ครางออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ "เขาปิดปังพลังมาตั้งแต่ต้น... และบัดนี้เขาได้ดูดกลืนสมบัติในวิหารจนหมดสิ้นแล้ว!"


ในสายตาของปุถุชน พวกเขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า ซูหลงอวิ๋นเพิ่งจะทะลวงผ่าน 'สองขอบเขตใหญ่' จากตัดวิญญาณ บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ จนมาถึงราชันย์ยุทธ์ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน พวกเขาทำได้เพียงเข้าใจด้วยสามัญสำนึกอันคับแคบว่า ชายผู้นี้ซ่อนเร้นกลิ่นอายราชันย์ยุทธ์ของตนเองมาตั้งแต่ก่อนเข้าสู่สุสานดารา


ทว่า ท่ามกลางสายตาที่หวาดผวานับหมื่นคู่ สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องช็อกจนแทบหยุดหายใจ กลับมิใช่ระดับพลังของบุรุษหนุ่ม


ทว่ามันคือปฏิกิริยาของสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักเทพธิดาเหมันต์!


หลิงอวี้ซี สตรีผู้งดงามล่มเมือง ผู้มีกลิ่นอายของขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น ผู้ซึ่งเมื่อครู่ยังแผ่รังสีสังหารแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง บัดนี้เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าและสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบุรุษหนุ่มเบื้องหลัง...


ชิ้ง...


สตรีผู้เยือกเย็น ค่อยๆ ดันกระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์กลับคืนสู่ฝักอย่างนุ่มนวล รังสีความหนาวเหน็บที่เคยกดข่มลานกว้าง มลายหายไปในชั่วพริบตาประดุจหิมะที่ละลายภายใต้แสงตะวันอันอบอุ่น


หลิงอวี้ซีหมุนตัวกลับหลังหัน เผชิญหน้ากับซูหลงอวิ๋น นัยน์ตาดอกท้อที่เคยตายด้านและไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับสาดประกายความปีติยินดี ความอ่อนโยน และความเลื่อมใสศรัทธาอย่างลึกซึ้งที่สุด ชนิดที่ไม่มีผู้ใดเคยเห็นมาก่อนในชีวิต


สตรีศักดิ์สิทธิ์ก้าวเดินเข้าไปหาบุรุษหนุ่มชุดขาว เมื่อห่างกันเพียงสามก้าว นางก็รวบชายกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ของตนเอง ค่อยๆ คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นศิลาที่เย็นเยียบ ศีรษะที่เชิดหยิ่งต่อสวรรค์เบื้องบน บัดนี้ค้อมต่ำลงเบื้องหน้าบุรุษเพียงผู้เดียว


"นายน้อย..."


น้ำเสียงของนางหวานใส กังวาน และสั่นสะท้านไปด้วยความสุขที่เอ่อล้น "อวี้ซี... มารอรับท่านแล้วเจ้าค่ะ ยินดีด้วยที่ท่านก้าวผ่านคอขวดได้สำเร็จ"


เปรี้ยง!


ประดุจมีอสนีบาตฟาดผ่าลงกลางลานกว้าง!


อัจฉริยะนับหมื่นคนจากยี่สิบแดนศักดิ์สิทธิ์ อ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบหลุด นัยน์ตาทุกคู่เบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยปริแตก สมองของพวกเขาสะท้านสะเทือนจนไม่อาจประมวลผลสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าได้!


ผู้ฝึกยุทธ์ 'ขอบเขตที่ 8 จักรพรรดิยุทธ์'... สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักเทพธิดาเหมันต์ แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงที่เกรียงไกร... กำลังคุกเข่า และเรียกขานบุรุษขอบเขตราชันย์ยุทธ์ผู้นี้ว่า 'นายน้อย' อย่างนั้นรึ!


"สวรรค์... นี่ข้ากำลังฝันไปใช่หรือไม่..." อัจฉริยะจากวิหารเพลิงผลาญสวรรค์พึมพำอย่างเลื่อนลอย "จักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น คุกเข่าให้ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น... ซ้ำยังยอมลดตัวเป็นข้ารับใช้! บุรุษชุดขาวผู้นี้... แท้จริงแล้วเขามีเบื้องหลังที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใดกันแน่!"


"หรือเขาจะเป็นบุตรชายของท่านประมุขระดับ 'ขอบเขตที่ 11 ราชันย์เทพ' จากแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุดที่ซ่อนเร้นอยู่!?"


จินตนาการและความหวาดกลัวของฝูงชนแตกฉานซ่านเซ็น พวกเขาไม่รู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังคืออะไร ทว่าสิ่งเดียวที่ประจักษ์ชัดแจ้งคือ... ชะตากรรมของพวกเขาทั้งหมดในสุสานดาราแห่งนี้ ได้ตกอยู่ในกำมือของบุรุษชุดขาวและสตรีน้ำแข็งผู้นี้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!


ซูหลงอวิ๋นก้มมองสตรีโฉมงามที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า นัยน์ตาสองสีของมหาจักรพรรดิทอประกายอ่อนโยนลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นที่มุมปาก


"ลุกขึ้นเถิด อวี้ซี"


ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความคุ้นเคย เขายื่นมือขวาออกไปจับที่ข้อศอกของนาง และพยุงนางให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างตน "ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น... เจ้าทำได้ดีมาก รากฐานกระดูกหยกเหมันต์ของเจ้า ควบแน่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยด่างพร้อยของความเร่งรีบ... ดูเหมือนว่า แดนศักดิ์สิทธิ์ทางเ๩๤ื๬นั่น จะมีทรัพยากรที่คู่ควรกับวิถีเต๋าของเจ้าไม่น้อย"


หลิงอวี้ซีลุกขึ้นยืนประทับเคียงข้างเขา นางส่งยิ้มที่งดงามประดุจดอกเหมยแรกแย้มให้แก่เขาเพียงผู้เดียว "ทุกสิ่งที่ข้ากระทำ... ล้วนเพื่อนำมาเป็นคมกระบี่ให้แก่ท่าน นายน้อย"


นางพลิกฝ่ามือ แหวนมิติสีฟ้าใสวงหนึ่งปรากฏขึ้น นางประคองมันด้วยสองมือ และยื่นส่งให้แก่ซูหลงอวิ๋นอย่างนอบน้อม


"นี่คือทรัพยากรทั้งหมดที่ข้ากวาดล้างและเก็บเกี่ยวมาได้จากเขตแดนเหมันต์บรรพกาลเจ้าค่ะ... มีทั้ง 'บัวเหมันต์บรรพกาล' นับร้อยดอก แก่นอสูรเหมันต์ขอบเขตราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด และหินปราณธาตุน้ำแข็งระดับสูงนับล้านก้อน... ข้าขอมอบมันทั้งหมดให้แก่ท่าน เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการฟื้นฟูพลังของท่าน"


การกระทำของนาง ยิ่งตอกย้ำความสิ้นหวังให้แก่อัจฉริยะที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง! สมบัติล้ำค่าที่อัจฉริยะนับหมื่นต้องต่อสู้แย่งชิงกันจนตัวตาย บัดนี้กลับถูกสตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้นำมากองประเคนให้แก่บุรุษเพียงคนเดียวอย่างง่ายดาย!


ซูหลงอวิ๋นรับแหวนมิติมาถือไว้ เขาส่งจิตสัมผัสเข้าไปตรวจสอบชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "พลังงานเหมันต์บริสุทธิ์ยิ่งนัก... แม้จะแตกต่างจากวิถีของเตาหลอมเก้ามังกรไปบ้าง ทว่าเมื่อนำมาหลอมรวมกัน ย่อมสร้างสมดุลหยินหยางที่ดีเยี่ยมให้แก่รากฐานของข้า... เจ้าลำบากแล้ว อวี้ซี"


มหาจักรพรรดิเก็บแหวนมิติลงไป ก่อนจะยกมือขึ้น ลูบเบาๆ ลงบนเรือนผมสีดำขลับที่สลวยประดุจไหมของนาง เป็นการตบรางวัลที่เรียบง่าย ทว่ากลับทำให้ราชินีเหมันต์ผู้เย็นชา ต้องหลุบตาดอกท้อลงด้วยความขวยเขินและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข


ฉากความอบอุ่นที่ขัดแย้งกับกลิ่นคาวเลือดและซากศพรอบด้าน ดำเนินไปชั่วครู่ ก่อนที่ซูหลงอวิ๋นจะละมือออก และเบนสายตาสองสี ทอดมองลงไปยังกลุ่มอัจฉริยะนับหมื่นคนที่กำลังหมอบกราบตัวสั่นอยู่เบื้องล่าง


เพียงแค่สายตาของเขาตวัดผ่าน... อุณหภูมิในลานกว้างก็ดูคล้ายจะลดต่ำลงทะลุจุดเยือกแข็งอีกครั้ง!


"พวกมดปลวกที่น่ารำคาญ..."


ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทว่าไร้ซึ่งความปรานี "ในเมื่อข้าอารมณ์ดีที่ได้พบกับคนของข้าอีกครั้ง ข้าจะเปิดโอกาสให้พวกเจ้าได้เลือกเส้นทางเดิน... หนึ่งคือ มอบแหวนมิติทั้งหมดที่พวกเจ้ามี และไสหัวออกไปจากสายตาของข้า ภายในสามลมหายใจ"


"และสอง..." นัยน์ตาข้างซ้ายสีดำทมิฬของเขาเริ่มหมุนวน "กลายเป็นเศษเถ้าถ่าน เป็นปุ๋ยบำรุงให้กับซากวิหารแห่งนี้ ไปตลอดกาล"


วาจาประกาศิตของมหาจักรพรรดิดังกังวานก้อง ไม่มีผู้ใดสงสัยในความเด็ดขาดของเขา พวกเขาเพิ่งจะเห็นราชันย์ยุทธ์หยางจินถูกเผาเป็นจุลไปต่อหน้าต่อตา!


"ขะ... ข้ายอมมอบทุกอย่าง! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!"


อัจฉริยะจากวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ผู้หนึ่ง ทนรับแรงกดดันไม่ไหว เขารีบถอดแหวนมิติออกจากนิ้ว โยนมันลงบนพื้นศิลาเบื้องหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนจะหมุนตัวเร่งเร้าลมปราณ พุ่งทะยานหนีออกจากเกาะ๧๪๶ฟ้าไปอย่างไม่คิดถึงศักดิ์ศรี!


เมื่อมีผู้เริ่มต้น กำแพงแห่งความเย่อหยิ่งของเหล่าอัจฉริยะแดนศักดิ์สิทธิ์ก็พังครืนลงมาอย่างสมบูรณ์แบบ!


แกรก! แกรก! แกรก!


เสียงแหวนมิตินับหมื่นวง ถูกปลดออกและโยนทิ้งลงบนลานหินดังกราวรูดประดุจ-่าฝน อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เคยทะนงตนว่าเป็นยอดฝีมือ บัดนี้ต่างแข่งขันกันทิ้งสมบัติของตนเอง เพื่อแลกกับโอกาสในการหลบหนีให้พ้นจากรัศมีสายตาของคู่มัจจุราชชายหญิง!


เพียงไม่ถึงสามลมหายใจ ลานกว้างหน้าวิหารแก่นวิญญาณดารา ก็ว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน เหลือเพียงกองภูเขาแหวนมิติขนาดย่อมๆ ที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่บนพื้นศิลา


"ช่างน่าสมเพชเสียนี่กระไร..."


ซูหลงอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ เขาสะบัดมือขวา ปราณหยินหยางเทวะก็พุ่งทะยานออกไป รวบรวมแหวนมิตินับหมื่นวงเหล่านั้น ส่งเข้าไปในเตาหลอมเก้ามังกรกลืนสวรรค์อย่างรวดเร็ว ทรัพยากรมหาศาลจากทั้งมิติสุสานดารา บัดนี้ได้ตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!


"นายน้อย..." หลิงอวี้ซีเอ่ยขึ้นแผ่วเบา "บัดนี้ ทรัพยากรทั้งหมดในมิตินี้ตกเป็นของท่านแล้ว... พวกเราควรจะจัดการเช่นไรกับแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงที่อยู่ภายนอกดีเจ้าคะ?"


นางรู้ดีว่า เมื่อมิติสุสานดาราเปิดออก และพวกอัจฉริยะที่รอดชีวิตนำเรื่องราวความวิปลาสของนายน้อยไปรายงาน ประมุขราชันย์เทพและบรรดาผู้อาวุโสของแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งยี่สิบแห่ง ย่อมไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ


ซูหลงอวิ๋นยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการคำนวณและแผนการที่ลึกล้ำ


"แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงที่มี 'ราชันย์เทพ' ปกครอง... หากปะทะกันตรงๆ ในยามนี้ แม้ข้าจะสามารถหลบหนีหรือสังหารพวกมันได้บางส่วน ทว่าก็คงต้องสิ้นเปลืองพลังงานและเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์... ข้ามิใช่คนโง่เขลาที่จะเดินเข้าหาความวุ่นวายที่ขัดขวางวิถีแห่งการฟื้นฟู"


ชายหนุ่มหันมาสบตากับราชินีเหมันต์ "อวี้ซี... เจ้าจงกลับไปที่แดนศักดิ์สิทธิ์ทางเ๩๤ื๬ของเจ้า ทำตัวเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้สร้างผลงานอย่างสง่างามที่สุด... นำเศษซากของทรัพยากรเหมันต์เพียงเล็กน้อยไปมอบให้แก่พวกมัน เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการใช้ 'มหาค่ายกลมิติข้ามทวีป' ตามข้อตกลง"


"ส่วนข้า..." ซูหลงอวิ๋นทอดสายตามองไปยังท้องฟ้าสีเทา "ข้าก็จะกลับไปเป็น 'ศิษย์สืบทอดอันดับหนึ่ง' ของสำนักกระบี่ดาราพิฆาต... นำเศษแก่นแท้ดาราไปมอบให้แก่ประมุขราชันย์เทพของพวกมัน เพื่อซื้อความไว้วางใจ และใช้ค่ายกลมิติของพวกมันเพื่อข้ามมหาทวีป"


"แดนศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าอยู่ทางเ๩๤ื๬ แดนศักดิ์สิทธิ์ของข้าอยู่ทางตะวันออก... ทว่ามหาค่ายกลมิติของระดับสูง ย่อมสามารถตั้งพิกัดเพื่อเชื่อมต่อกันได้"


นัยน์ตาสองสีสาดประกายแห่งการช่วงชิง "เราจะใช้ทรัพยากรของพวกมัน ใช้ค่ายกลของพวกมัน เป็นสะพานเชื่อมต่อเพื่อให้เราได้กลับมาพบกันอย่างแท้จริง... และเมื่อวันนั้นมาถึง เมื่อข้าทะลวงเข้าสู่ 'ขอบเขตที่ 8 จักรพรรดิยุทธ์' ได้สำเร็จ... ข้าจะพาเจ้าไปบดขยี้แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุด และคว่ำสวรรค์เบื้องบนให้ดู!"


แผนการที่แยบยลและใช้ศัตรูเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน ได้ถูกกำหนดขึ้นแล้วท่ามกลางซากปรักหักพังแห่งยุคบรรพกาล!


"ข้าน้อมรับบัญชาเจ้าค่ะ นายน้อย..." หลิงอวี้ซีค้อมศีรษะรับคำสั่ง แววตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าจะรอคอยวันที่ท่านมาเยือน และจะเตรียมคมกระบี่ให้พร้อมเสมอ!"


สองเส้นทางที่พลัดพราก บัดนี้ได้ถูกกำหนดจุดตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้เงามืดของแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงที่กำลังจะถูกปั่นหัวจนพินาศย่อยยับ!


---


**(จบบทที่ 127)**

ตอนต่อไป
บทที่ 128 : ความโกลาหลนอกขอบเข...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา