เรื่อง ลิขิตชีวาโลกาโลกันต์ Inferno Beings
เดินผ่านแและโ้ซ้ายาไม่นาน็ถึงโหินขาวี่ใหญ่เ่าสนามกีฬา นับักระจายัเต็มโ ีั้งแขก ฝรั่ง ดำ เอเชีย ซึ่งกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ดูเหมือนจะเป็นไทย ทุกพูดสำเนียงไทยโบราณและสวมเครื่องแบบคล้ายของน้ำตกและลมโชย
ลุงอาทรและสาวน้ำตกยืนอยู่ในปลายอุโมงค์ซึ่งตรงหน้ามีระเบียงลงสู่พื้นโี่อยู่ตำลงไปสามเมตร
“ี่นี่คือ โรงรับรองหนึ่ง”
น้ำตกพูดสั้น ๆ ไม่อธิบายรายละเอียด ปล่อยให้ลุงอาทรดูเอาเอง
มันเป็นโหกเหลี่ยมสีขาวกว้างใหญ่ ขนาดประมาณหนึ่งสนามฟุตบอลหรือเจ็ดัตารางเมตร เงยหน้าขึ้นไปจะเห็นผนังสูงห้าสิบเมตรหรือราวตึกสิบห้าชั้น แต่ละด้านมีช่องเปิดสามเหลี่ยมเรียงต่อันับไม่ถ้วนเป็นสิบชั้นรอบห้องโ ซึ่งทั้งหมดคือปลายอุโมงค์แบบี่เขาเดินมา แต่ละอุโมงค์มีระเบียงยื่นออกมาสองเมตรและสองบันไดสำหรับขึ้นฝั่งหนึ่งและลงฝั่งหนึ่ง โดยผนังว่าง ๆ ระหว่างปลายอุโมงค์จะมีมีพีรามิดหินขาวกลับด้านเป็นโครงคานคอยรับน้ำหนัก
ทุกองค์ประกอบเชื่อมต่อเข้ามารอบทิศจนทำให้ี่นี่ดูคล้ายรังผึ้ง แต่เป็นรังผึ้งแต่งซิ่งี่มีเกลียวหมุนเฉียงลงมาสู่พื้นเหมือนด้านในของน๊อตตัวเมีย ภาพรวมอาจดูรกตา ทว่าเป็นเอกลักษณ์ และตอบโจทย์การใช้งาน
ส่วนเพดานโคือจุดรวมเครือข่ายท่อแสงี่แย่อยลงอุโมงค์ มันดูคล้ายแผงวงจรเรืองแสงสีเหลืองส้มขนาดใหญ่ ี่มีรากแตกแขนงหมุนเป็นเกลียวลงมายึดผนังรังผึ้งทั้งหก เส้นแสงวูบวาบไหลเวียนทั่วโ ทำให้ี่นี่เหมือนสถาปัตยกรรมมีชีวิต
ส่วนพื้นเป็นหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ทาทับด้วยเส้นแบ่งเขตและข้อความสีเทาจาง ๆ ดูแนบเนียนและเป็นระบบระเบียบ มันแบ่งพื้นี่ราวหนึ่งสนามฟุตบอลเป็นหนึ่งส่วนใหญ่และหกส่วนย่อย ส่วนใหญ่อยู่กลางซึ่งเป็นลานกว้างและทางเชื่อมบันได อีกหกส่วนแย่อยเป็นเขตมุมโทั้งหก
แต่ละมุมโจะมีม้านั่งสนามเรียงยาวเป็นแถวรอบนอก ทุกตัวประกอบด้วยไม้หนายาวสีน้ำตาลอ่อนหนึ่งแผ่นบนคู่ฐานหินแกรนิตสีเทาทรงกระบอกตั้ง ด้านข้างวางพุ่มไม้ในกระถางดินเผาแทรกอยู่เป็นระยะ ๆ มีบางช่วงเว้นช่องให้ผู้เดินเข้าออกได้สะดวก ลึกเข้ามามีโต๊ะเก้าอี้ไม้โครงหินเป็นสิบชุด ตู้อาหารและเครื่องดื่ม ถังขยะ ห้องน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนัทั้งหกมุมโ
โดยรวมส่วนนี้เหมือนสวนสาธารณะี่มีชีวิตชีวา แต่เพราะส่วนใหญ่แออัดัอยู่ลานกลางโ ส่วนนี้จึงมีบางตา ทว่ามีมาัอยู่เรื่อง ๆ บางโดดเดี่ยว บางจับกลุ่ม บางนั่งทานอาหาร บ้าง็คุยัออกรสชาติ บ้าง็ลุกไปทำธุระส่วนตัว
วู้งงง ฉ่า ฉ่า
ทันทีี่ลุงอาทรเดินาหญิงสาวเข้าไปยังโใหญ่ เสียงคลื่นความถี่และเสียงไอน้ำระเหย็ดังขึ้นฉับพลัน โคลนี่เคลือบร่างลุงไว้ได้หายไปทั้งหมด ราวกับมีม่านเวทมนตร์ทำความสะอาด มันเกิดขึ้นทันทีี่ผ่านพ้นอุโมงค์ออกมายังระเบียงบันได
อาทรปากอ้าตาโต พลางสำรวจตัวเองแล้วดูไปรอบ ๆ จึงพบว่าทุกี่เดินเข้าโเจอเหตุการณ์แบบเดียวั
“ใคร็าี่ก้าวเข้ามายังโนี้ สิ่งสกปรกี่ติดตัวทุกมาจะสลายหายไปทันที”
น้ำตกเอ่ยขึ้น
“เสร็จแล้วเหรอ?”
ลุงอาทรถามด้วยสีหน้าเหลอหลา
“ยังค่ะ ต้องไปี่ตู้ธุรกรรมมุมโ ยื่นมือเข้าช่องใต้จอภาพ แล้วพูดว่าลงทะเบียน”
หญิงสาวตอบพลางชี้ไปยังส่วนลึกของเขตแบ่งมุมโหนึ่ง
อาทรกวาดตาาไป ผ่านม้านั่งและพุ่มไม้ี่อยู่รอบนอก ผ่านกลุ่มชุดโต๊ะกลางเขต สุดท้ายจึงเห็นตู้มีจอี่อยู่ลึกสุด
“ใช่ไอ้ตู้สีขาว ๆ ี่เรียงเป็นแถวนั่นไหม?”
“ใช่ค่ะ”
น้ำตกตอบสั้น ๆ เดินนำลงบันไดและผ่านลานกลาง
ขณะทั้งสองเดินไปถึงกลางเขตมุมโหนึ่ง พลันมีเสียงผู้ประกาศหญิงดังขึ้นทั่วโ เป็นเสียงี่ฟังดูแข็งกร้าวห้าวหาญ
[“เขตปะทะแดนอุดร ต้องการกำลังเสริมโดยพลัน สู้สัตว์ร้ายชั้นเดรัจฉานระดับสอง จำนวนห้าสิบนายเจ้าค่ะ”]
“!! ความตายอันทรงเกียรติ”
“ไปๆๆ ใครเร็วใครได้!”
ชายหญิงสองสามร้อยต่างวิ่งไปยืนรวมักลางโ ความกลหนจึงก่อตัวขึ้นทันที
“เอ็งอย่าเบียดข้า!”
“หลบไปๆ เปิดทางให้เขา พวกข้ามาด้วยั”
“หนูไปก่อนนะ”
น้ำตก็ไปกับเขาด้วย
วูม วูม วูมมม
ครู่ต่อมา ท่อแสงต่าง ๆ ส่งเสียงอื้ออึง แสงวูบไหวไหลมารวมั จากทุกอุโมงค์สู่เพดานโ เกิดเป็นภาพยิ่งใหญ่ตระการตา เหมือนอยู่ใต้ต้นไม้ยักษ์เรืองแสงสว่างไสว รากกำลังลำเลียงสารอาหารสู่กิ่งก้านี่ครอบคลุมทั่วฟ้า
วื้ง วื้ง วื้ง วื้ง
ลำแสงสีเหลืองส้มจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงลงมาจากเพดาน หนึ่งลำแสงกว้างหนึ่งเมตร หนึ่งครั้งต่อหนึ่งอย่างแม่นยำ สาดกระหน่ำปาน-่าฝน พื้นี่ส่วนกลางจึงเกิดเป็นเสาแสงอยู่ครู่หนึ่ง
ผู้ทยอยเลือนรางหายไปในลำแสงเหล่านั้น พวกเขาถูกส่งตัวไปยังสมรภูมิี่กำหนดไว้
“นี่คือการวาร์ป?”
อาทรเฝ้ามองด้วยความแปลกใจ ในใจพลางคิด
“แย่งัวาร์ปไปรบเนี่ยนะ! …ี่นี่เขาถวิลหาความตายอันทรงเกียรติัเหรอ?”
กระนั้นยังมีหลายี่ไม่ถูกเลือก พวกเขาต่างบ่นระงมอย่างเสียดาย พลางทยอยแย้ายัออกไป บาง็ทำท่าปัดมือกลางอากาศ น้ำตกเอง็เป็นหนึ่งในนั้น
“หึ่ย! น่าเสียดายยิ่งนัก ขายหน้าแล้ว”
น้ำตกเอ่ยขึ้น นิ้วเกี่ยวผมและยิ้มอ่อน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นมาดนิ่งขึ้นเมื่อเห็นลุงหัวเกรียนยังคงยืนอยู่ี่เดิม
“รออะไรคะ รีบไปลงทะเบียนค่ะ เดี๋ยวไม่ทันเรียกระดมพล”
หญิงสาวพูดพลางชี้นิ้วสั่งการ อารมณ์สีหน้าท่าทางเปลี่ยนไปเป็นจริงจังทันใด
“อ่อ ได้ ๆ”
อาทรตอบแบบยิ้มแห้ง ก่อนจะหันเดินไปี่ตู้สีขาวตรงมุมโโดยสมัครใจ
เขาเลือกตู้าสุด จากสี่ตู้ี่เรียงัเป็นแถว พวกมันสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร กว้างครึ่งเมตร ระดับต่ำกว่าสายตาเล็กน้อยมีจอแสดงผลคล้ายตู้เอทีเอ็ม ถัดลงมามีช่องสี่เหลี่ยมกว้างพอสอดสองมือเข้าไป
“สอดมือข้างหนึ่งเข้าไปแล้วพูดว่าลง "ทะเบียน" ็จบแล้ว”
เสียงของน้ำตกดังขึ้นมาจากไกล ๆ
“ลงทะเบียน”
อาทรพูดพลางค่อย ๆ สอดเข้าไปในช่อง
เมี๊ยว !
ทันใดนั้นอุ้มเท้ามีขนสีขาวดูคุ้นตาตะปบลงหลังมือของเขาอย่างรวดเร็ว
"เห้ย !!"
“มันมีแมวติดอยู่ในนั้น?”
อาทรตกใจชักมือออกทันที เขาหันกลับไปพูดกับหญิงสาวี่รออยู่ไกลๆ
ทว่าหญิงสาวี่ควรจะอยู่ตรงนั้นกลับหายไปแล้ว กลายเป็นลุงี่คุยอยู่เดียว
"อ่าว น้ำตกไปไหนแล้ว?"
ในขณะเดียวันั้น มีชายร่างใหญ่ใส่หน้ากากเหล็กเดินเข้ามาตู้ข้าง ๆ เขาสวมชุดเกราะโลหะดำเงาทั้งตัว มีหนังสัตว์สีดำด้านอยู่เพียงสองในสิบส่วน
ชายชุดเกราะถอดถุงมือหนังหุ้มเกราะข้างาออก มือเปล่าหงายยื่นเข้าช่องตู้ธุรกรรม
“จ่ายเบี้ยซ่อมบำรุงยุทธภัณฑ์ หักจากคลังของข้า”
เสียงเข้มแข็งดังอู้อี้อยู่ใต้หน้ากากเหล็กปิดหน้า
ฟึบ
พลันมีเท้าแมวส้มกดลงี่ฝ่ามือของชายนั้น มันเริ่มใช้อุ้มเท้านวดขยำฝ่ามืออย่างเพลิดเพลิน สามารถได้ยินเสียงหายใจี่ดังครืดคราดของมัน ฟังดูคล้ายเสียงเครื่องยนต์เดินรอบต่ำ
ครือออ ครือออ
ติ๊ง
เสียงดังขึ้นี่ตู้ของชายนั้น บนหน้าจอแสดงข้อความ
[ ชื่อผู้ใช้ : อินทร์ ธำรงวัชระเทพ (๕๒๑) ]
- จ่ายเบี้ยเข้าระบบสำเร็จ -
ชายนั้นชักมือกลับก่อนจะเดินจากไปพลางใส่ถุงมือไปด้วย
“นี่มัน..ระบบแมวพิมพ์ !!”
อาทรี่เฝ้าดูอยู่ตลอดรู้สึกแปลกใจ
“มันเป็นตู้แปะจอภาพี่ข้างในมีแมวอยู่ตัวหนึ่ง! เป็นแบบนี้ทุกตู้เลยใช่ไหม?”
อาทรคิดได้็ยิ้มชอบใจก่อนจะหันกลับไปตู้ตัวเอง เขาเริ่มชอบความฝันนี้ขึ้นมาแล้ว
[ ชื่อผู้ใช้ : อาทร นาคทระนง (๕๒๒) ]
- ลงทะเบียนผิดพลาด -
อาทรเห็นแล้วสงสัยว่ามันรู้ชื่อเขาได้อย่างไร ไหนจะตัวเลขนั่นอีก เขารู้สึกข้องใจแต่็ไม่คิดอะไรมาก จึงลองสอดมือเข้าไปอีกครั้ง ต่างี่ครั้งนี้เขาหงายมือ
“ลงทะเบียน”
ฟึบ
มีเท้าแมวสีขาวตะปบฝ่ามือคุณลุงอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้แมวไม่ร้อง เขาเลยไม่ตกใจชักมือออก พริบตาเดียว็มีเสียงสัญญาณดังขึ้น
ติ๊ง
[ ชื่อผู้ใช้ : อาทร นาคทระนง (๕๒๒) ]
- ลงทะเบียนสำเร็จ -
โนี้ดูเหมือนวุ่นวาย ทว่ากลับไม่รู้สึกอึดอัด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเสียงประกาศดังขึ้นบ่อยครั้ง จำนวนลดลงไปเรื่อย ๆ พื้นี่ให้พักสายตาจึงมีมากขึ้น
ยังมีอีกหนึ่งปัจจัย ส่วนใหญ่จะรวมัอยู่แถวม้านั่งรอบนอกมุมโ เพื่อสะดวกต่อการวาร์ป สุดท้ายพื้นี่ใช้สอยในเขตมุมโจึงมากขึ้น มีโต๊ะว่างอยู่ครึ่งต่อครึ่ง
ใจกลางเขตมุมโหนึ่ง
หลังจากอาทรเดินลงทะเบียนี่มุมลึกสุดเขตมุมโนี้ เขา็แวะพักี่ชุดโต๊ะเก้าอี้ในบริเวณกลางเขต
“ต้องรอจนกว่าจะตื่น ขอให้การไปรบเป็นทางเลือกสุดท้ายละั”
เขานั่งคิดอยู่เดียวาประสาไปต่อไม่ถูก ครั้นจะวาร์ปาอื่นไป็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ
ผ่านไปพักใหญ่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาทรยังนั่งคิดเรื่องตัวเองอยู่ี่เดิม ยังคงไม่ตื่นจากฝัน
“ฝันว่านั่งรออะไรสักอย่าง รู้สึกทรมานแปลก ๆ เหมือนพลาดอะไรไป…”
“ใช่แล้ว.. โทรศัพท์!”
เขาคิดได้็เอามือล้วงกระเป๋าเสื้อและกางเกงอย่าร้อนรน
“!! ไม่มี”
เมื่อพบว่ามันว่างเปล่า จึงได้แต่เหม่อมองไปรอบ ๆ
“โต๊ะกับเก้าอี้พวกนี้…”
เขาเริ่มคิดพิจารณาสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เป็นการแก้เบื่อและฆ่าเวลา
“โครงมันเป็นหินเหรอเนี่ย หินสีดำมีรูพรุนคล้ายหินภูเขาไฟ อย่าบอกนะว่าเอาลาวามาหล่อแล้วแปะไม้ลงไป!”
อาทรเผลอพูดเสียงในหัวออกมาเบา ๆ พอรู้ตัวจึงเกาหัวเหลียวซ้ายแลาแก้เขิน ก่อนจะเห็นว่าอื่น็คุยเดียวเหมือนั
“นี่ปกติเหรอ?”
เขาโล่งใจ แต่สีหน้าเริ่มไม่ปลอดโปร่ง
“ปกติตรงไหน!?”
อาทรเห็นแล้วเริ่มหน้าตึงขึ้น เพราะี่นี่ไม่เพียงพูดเดียว พวกเขายังมองไปยังพื้นี่ว่างกลางโ องศาเงยหน้าก้มหน้าต่างัไป บางกระทั่งชี้มือชี้ไม้ไปทางนั้นด้วย
“เป็นบ้าัหมดเลยเหรอ! พวกเขาพูดกับใคร!?”
อาทรประหลาดใจ จนเผลอพูดลอย ๆ พลางหันดูทางซ้ายทีาที กระทั่งขยี้ตาแล้วดูอื่นอีกครั้ง ็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“พวกเขาดูอะไรั?”
“พวกเขาดูแย่งัวาร์ปไปตาย?! …ไม่น่าใช่”
อาทรเริ่มถามเองตอบเอง
“หรือว่าจะเป็น… หลอนสงคราม PTSD !!”
เขาพร่ำบ่นอยู่เดียว ไม่ได้จงใจเสียรักษามารยาทเพราะรู้ว่านี่คือความฝัน แต่เพราะเขาตกใจกับสิ่งี่เห็นจริง ๆ
มันเริ่มน่ากลัวตรงี่ทุกเห็น แต่เขาไม่เห็นอยู่เดียว
“หรือว่า…”
ตอนนี้ลุงอาทรนั่งไม่ติดแล้ว เขาดูลองแลก เดี๋ยวหันซ้ายเดี๋ยวหันา สีหน้าแววตาดูแข็งทื่อ มือเท้าเริ่มเกร็งสั่น มีกระทั่งเหงื่อเย็นใต้ไรผม
“ผี”
อยู่ ๆ มีเสียงเด็กผู้ชายแหลมเล็กดังขึ้น มันดังมาจากด้านหลังลุง
“เห้ย!”
ตาลุงี่เตรียมจะวิ่งอยู่แล้ว พลันตกใจเกือบร่วงเก้าอี้
“ใจเย็นลุง ข้าเป็น!”
เป็นเสียงเดิม เพิ่มเติมคือมือปริศนากดลงมาี่ไหล่ลุง
“เหว้อ!!!”
อาทรถึงกับผงะ รีบปัดไหล่ตัวเองมือไม้พัลวัน เขาผละตัวหันควับไปดูด้านหลัง พบว่ามีเด็กหนึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ จึงถามขึ้นอย่างตระหนก
“เอ็งใครเนี่ย!?”
“เรียกข้าว่าประดิษฐ์”
เด็กหนุ่มยิ้มตาหยีดูไม่มีพิษมีภัย สวมชุดโค้ทดำคุ้นตา ปลายแขนติดยศสามบั้งสีทอง เสื้อและกางเกงขายาวเป็นผ้าสีดำใส่หลวม ๆ ไม่มีลวดลายอะไรเป็นพิเศษ
เขาแลดูอายุเพิ่งสิบห้าปี ตัวผอมสูงราวร้อยห้าสิบเซนฯ หน้าแหลม ตาดำเล็ก คิ้วเรียวยาว ผิวขาว ผมดำมัดจุกเหมือนองค์ชายในละครจักร ๆ วงศ์ ๆ สวมหมวกแบนสีดำร่นมาด้านหน้าหลบผมจุกพอดี สองมือถือขวดน้ำสมุนไพรตราใบแฉก ขวดทรงโคล้ายเขาสัตว์สีขาว ขนาดเ่าขวดน้ำอัดลมสามร้อยมิลลิลิตร
“ขอโทษี่ทำให้ตกอกตกใจ เอานี่หน่อยไหมขอรับ”
ประดิษฐ์เอ่ยขึ้นพลางยื่นเครื่องดื่มให้หนึ่งขวด
“อะฮึ่ม… ขอบใจเจ้า”
อาทรกระแอมเบา ๆ ก่อนจะรับน้ำใจ ไม่ใช่เพราะวางมาด แต่ไม่อยากเสียมารยาท เพราะได้ยินเสียงซุบซิบ และเกรงใจสายตาี่รุมล้อมอยู่
“ข้าขอนั่งนะ”
เด็กหนุ่มขอร่วมโต๊ะ เพราะเริ่มหนาตาขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตอนนี้แทบไม่เหลือี่นั่งแล้ว เห็นลุงอาทรพยักหน้าจึงเดินไปนั่งตรงข้าม ก่อนจะเปิดเครื่องดื่มโดยหักส่วนี่เป็นปลายเขาเบา ๆ
ป๊อก!
อึก อึก อึก
“เลิศรส!”
เด็กหนุ่มทำท่ายื่นยกชนแก้ว ชวนลุงเสื้อเขียวดื่ม
ป๊อก! อึก อึก อึก
“ถูกปากข้ายิ่งนัก”
“น้้ำสีแดงขุ่น รสเหมือนเหล้าขาวผสมกระเจี๊ยบี่แต่งกลิ่นขิง ตะไคร้ และใบมะกรูด”
อาทรเปิดขวดแล้วดื่มา
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??