เรื่อง ปากหมาไปท้าผีเลยได้สี้กับแม่เลี้ยง
พอเปิรายการา ภารกิจแที่ั้สามคนต้องทำคือเดินสำรวจภายในตึกแห่งนี้ ซึ่งเพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปกลิ่นอับชื้นของไม้ผุ และฝุ่นเก่าลอยคลุ้ง พื้นกระเบื้องแตกร้าว บางแผ่นหลุดหายไป เผยให้เห็นโพรงมืดด้านล่าง บันไดคอนกรีตทอดขึ้นสู่ชั้นสองอย่างคดเคี้ยว ราวเหล็กเย็นเฉียบและเหนียวหนึบ้คราบฝุ่น ทุกครั้งที่เหยียบขั้นบันได เสียง “เอี๊ยด…” แผ่วเบาจะดังสะท้อนขึ้นไปถึงชั้นบนสุด
ชั้นสองเต็มไป้ห้องว่างเปล่า ประตูไม้บางบานเปิอ้า บางบานปิดครึ่ง ๆ เหมือนำัชะโงกหน้ามองจากด้านใน วอลล์เปเปอร์ลอกเป็นแผ่นห้อยย้อยเหมือนผิวหนังที่ำัหลุดร่อน ลมพัดลอดหน้าต่างแตก ทำให้มันพลิ้วไหวอย่างเชื่องช้า
ส่วนชั้นสาม…เงียบผิดปกติ เงามืดทาบทับทุกมุมห้อง แม้แต่แสงจันทร์ยังูเหมือนไม่กล้าเล็ดลอดเข้าไป เพดานบางจุดพังถล่ม เหลือช่องโหว่ที่มองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่ความมืดด้านในกลับูหนาทึบกว่าเบื้องบนหลายเท่า
บางครั้ง…เมื่อยืนนิ่งพอ เสียงบางอย่างจะดังแว่วา คล้ายฝีเท้าเบา ๆ จากชั้นบน ั้ที่ไม่มีใครอยู่ และในเงามืดปลายทางเดินนั้น ราวกับมีบางสิ่งำัยืนมองอยู่เงียบ ๆ
น้ำฝน กับรุ้งลดาูจะมีความกลัว ผสมกับความหวาดระแวงพอสมควร ซึ่งนั้นนับว่าดีกับรายการเลยทีเดียว ทว่า...ผิดกับ เอกยิ่งนักเขาูจะนิ่งเฉยกับทุกอย่างไม่ว่าจะเสียง หรือความมืด
“เอาไงครับพี่ ูเหมือนน้องผู้ชายจะไม่มีอารมณ์ร่วมกับรายการเลย” เสียงของผู้ช่วยคนหนึ่งเอ่ยถาม ชายที่ำันั่งูมอนิเตอร์อยู่
“็ไม่แปลกนะที่เด็กสมัยนี้จะไม่เชื่อเรื่องผี สิ่งลี้ลับ แต่จะว่าไปแบบนี้็ไม่เลว”
“ไม่เลวยังไง ผมงง?”
“ภารกิจต่อไป อาสาสมัครั้สามจะต้องแยกย้ายกันนั่งอยู่ตามแต่ล่ะชั้นเพียงลำพังใช่ไหม? งั้นพี่จะให้เจ้าหนุ่มนี้ไปนั่งชั้นสาม ชั้นที่เคยมีข่าวลือว่าเคยมีคนตาย ให้เขานั่งพร้อมกับตะโกนลบหลู่เสียงดัง ๆ”
“จะ...จะดีเหรอพี่ทำแบบนี้”
“ดีสิวะ รายการมันต้องมีคนแบบนี้แหละ เทปนี้ออนแอร์เมื่อไรจะได้เป็นกระแส มันไม่มีะไหรอกมึงไม่ต้องคิดาก กูถามหน่อยทำากี่ร้อยเทปเคยเจอดี เจอของจริงสักครั้งป่ะ...ไม่มี จะเงาเอ่ย จะเสียงเอ่ยแ่หลอนกันั้นั้นแหละ”
“กะ...็จริงของพี่ งั้น็ตามนั้น”
พอสองทีมงานตกลงกันได้ ็เป็นเวลาที่อาสาสมัครจากทางบ้านเดินออกาจากตึกร้างพอดี
“โอเคครับ ทุกคนทำได้ดี งั้นพักสักห้าาีนะครับ ก่อนจะเริ่มทำภารกิจที่สอง”
ั้สามคนเดินไปนั่งพัก ณ บริเวณที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ และพอพักจนหายเหนื่อยโปรดิวเซอร์รายการ็าแจ้งให้ทราบถึงภารกิจสุดท้ายในคืนนี้ที่พวกเขาจะต้องทำ...
...
“เข้าใจกันดีแล้วนะครับคุณฝนต้องไปนั่งที่ชั้นหนึ่งของอาคารคนเดียวสิบาี คุณดาชั้นสอง ส่วนน้องเอกชั้นสาม แล้ว็ทำตามที่เราคุยกันะ”
“ได้เลยครับ ของชอบเลยให้ผมทำแบบนั้น” เอกยิ้มกว้าง้ความมั่นอกมั่นใจ ซึ่งฝน กับรุ้งลดา็เตือนเขาอย่าพูดแรงเกินไปนัก ซึ่งเอก็แกล้งพยักหน้าส่ง ๆ ส่วนในใจนั้นกะจะจัดหนักจัดเต็ม
หลังจากนั้นั้สาม็เดินกลับเข้าไปในตึกร้างพร้อมเทียนคนล่ะหนึ่งเล่ม ฝนเดินานั่งลงในความมืดพร้อมตั้งเทียนไว้ตรงหน้า รุ้งลดาเดินขึ้นไปชั้นสองก่อนจะทำแบบเดียวกัน ั้สองูจะมีความกลัวฉายชัดบนใบหน้าากกว่าครั้งแที่เข้าากับทีมงานากโข ส่วนเอกนั้น...ไม่ได้รู้สึกรู้สาแต่อย่างใด เขาเดินสบาย ๆ ขึ้นไปที่ชั้น 3 ก่อนวางเทียนไว้ตรงหน้า และนั่งลง จากนั้นเสียงวิทยุที่ั้สามพกติดตัวไป้็ดังขึ้น
“จะเริ่มจับเวลาแล้วนะครับ พวกคุณสาารถนั่งจนครบสิบาี หรือจะออกาก่อนกำหนดได้ทุกเมื่อถ้าได้ยินเสียงแปลก ๆ หรือรู้สึกไม่ดี”
“ระ....รับทราบค่ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ไม่ห่วงครับนานกว่าสิบาีผม็นั่งไหว” เอกตอบวิทยุ้น้ำเสียงมั่นใจเต็มที่ จากนั้นภารกิจของพวกเขา็เริ่มขึ้น
...บรรยายภายในตึกร้างเงียบสงัดน่าขนลุก นาน ๆ ครั้งจะเสียง กรอกแกรก ดังขึ้นาสักครั้ง ไม่มีใครรู้ว่านั้นเป็นเสียง หนู แมลง หรือเสียงของบางสิ่งที่ไม่มีตัวตนกันแน่ อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกชวนเสียวสันหลังเป็นที่สุด
เวลาดำเนินไปอย่างเชื่องช้าเนิบนาบ ภาพภายในมอนิเตอร์ตัวแคือ น้ำฝน เธอนั่งตัวสั่นตลอดเวลา ได้ยินเสียงแปลก ๆ ที็พลันหันซ้ายหันขวา้ความระแหง มอนิเตอร์ตัวสองคือ รุ้งลดา เธอูนิ่งกว่าพี่สาวพอสมควร แต่็ใช่ว่าจะไม่ความหวาดกลัวในแววตา และมอนิเตอร์ตัวที่สาม...เจ้าเอก เด็กหนุ่มนั่งหาวหวอด ใบหน้าูเบื่อหน่ายแถมไร้ความกลัวใด ๆ
จนเวลาผ่านไปราว ๆ ห้าาี เรื่องไม่คาดคิด็เกิดขึ้น!!
ตึง!! เกิดเสียงดังคล้ายมีของะไตกลงาด้านหลังของรุ้งลดา หญิงสาวถึงกับพลันสะดุ้งโหยง พร้อมหันขวับไปมองในความมืด จากนั้นทุกอย่าง็เงียบสนิท... ขนทั่วร่างของรุ้งลดาลุกชูชัน นัยน์ตาดำหดเล็กลง้ความตื่นกลัว ก่อนที่เสียงกรีดร้องของเธอจะดังลั่น กรี๊ด.......ดดดดดดดดดด!!!! ทีมงานหลายคนตรงดิ่งเข้าหาเธอทันที น้ำฝนที่นั่งอยู่ชั้นหนึ่ง็พลอยตกใจไป้
เสียงใครร้อง? น้าดาเหรอ? สงสัยโดนทีมงานแกล้งล่ะมั้ง เอ่อ...งั้นคงได้เวลาแล้วมั้ง จัดเลยแล้วกัน จะได้ ๆ จะได้กลับบ้านสักที
“โอยยยย...ยยย เบื่อว้อยยย....ยย!!! นั่งาตั้งนานไม่เห็นมีส้น-ีนะไเลย ถ้าที่นี่มีผี มีวิญญาณ มีสัมภเวสีจริง ออกาให้เห็นหน่อยดิวะ อยากเจออ่ะ อยากโดนหลอก อยากกลัว อยากขนลุก ออกาดิ!”
“......” เอกนิ่งเงียบเพื่อรอว่ามีะไจะเกิดขึ้นอยู่ราว ๆ 1 าี แต่็ไม่มีะไเกิดขึ้น
“โด่ เอ๊ย!! ไม่ยอมออกาสินะ ผีอย่างพวกมึงแ่กระจอกิบหาย พอ ๆ กูทำแล้ว โคตรไร้สาระ”
เอกโวยวายเสียงดัง พร้อมถ้อยคำหยาบคาย ลบหลู่สถานที่ตรงนั้นแบบสุด ๆ ก่อนที่เขาจะคว้าเทียน เดินลงาจากชั้นสามอย่างสบาย ๆ ก่อนจะออกไปนอกอาคารในที่สุด
เมื่อออกา็พบรุ้งลดาน้าสาวนั่งร้องไห้ตัวสั่นระริกอยู่ในอ้อมกอดของน้ำฝนผู้เป็นารดา เอกเห็นแบบนั้นเลยเดินไปหาโปรดิวเซอร์รายการ แล้วกระซิบถามว่า
“พี่ ๆ แกล้งน้าผมหนักไปหน่อยป่าว ูดิร้องไห้ใหญ่เลย”
“นิดหน่อยน่าน้อง เพื่อความสมจริง เทปก่อน ๆ หนักกว่านี้เยอะ ว่าแต่น้องนั่นแหละเมื่อกี้ทำดีากนะ จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบเลยดีาก”
“ขอบคุณครับพอดี นั่งนานมันเมื่อยเลยขอระบายหน่อย”
“โอเคงั้น็ไม่มีะไแล้ว น้อง กับคุณแม่แล้ว็น้าสาว ขึ้นรถตู้เตรียมกลับบ้านเถอะ”
“ครับพี่” เอกยิ้มกว้างพร้อมพยักหน้า จากนั้นเขา็เดินไปหาน้ำฝน และรุ้งลดา เพื่อที่จะบอกให้พวกเธอไปขึ้นรถ
ทุกอย่างูเหมือนจะลง้ดี แต่ทว่า...ในขณะที่รถตู้เคลื่อนตัวออกจากบริเวณสถานที่ถ่ายทำรายการ ทุกคนไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า ยามนี้บนหน้าต่างชั้น 3ได้มีเงาร่างสีดำของใครคนหนึ่งำัยืน้อยู่้แววตาทีู่โกรธเี้เอาาก ๆ
ตอน
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??